ตรวจข้อสอบ > ติณณภพ ตุ้มปี่สุวรรณ > ชีววิทยาเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biology in Medical Science > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 30 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is the primary goal of contact tracing in public health?

To stop the spread of diseases by identifying and informing contacts

การติดตามผู้สัมผัส มีเป้าหมายเพื่อค้นหาบุคคลใกล้ชิดผู้ติดเชื้อและแจ้งให้กักตัวหรือตรวจหาเชื้อทันทีซึ่งเป็นมาตรการสำคัญ มีเป้าหมายเพื่อค้นหาบุคคลใกล้ชิดผู้ติดเชื้อและแจ้งให้กักตัวหรือตรวจหาเชื้อทันทีซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการตัดวงจรการแพร่ระบาดไม่ให้เชื้อกระจายตัวเป็นวงกว้างในชุมชน

หลักการควบคุมโรคระบาดและห่วงโซ่การติดเชื้อ มุ่งควบคุมที่ตัวการการแพร่เชื้อ ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกเพื่อลดโอกาสที่ประชาชนกลุ่มใหม่จะรับเชื้อ และชะลออัตราการระบาด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


During the COVID-19 pandemic, what was one main reason people were motivated to isolate themselves after testing positive?

To avoid infecting others, particularly vulnerable populations

การกักตัวเมื่อผลตรวจเป็นบวก คือความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว ที่หากติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรงถึงชีวิต

หลักจริยธรรมสาธารณสุข : การคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและการไม่สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


What method was commonly used for focus group discussions in the study on COVID-19 contact tracing?

Virtual, synchronous meetings

ภายใต้มาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม การประชุมออนไลน์แบบ Real Time เป็นวิธีเดียวที่รักษาจุดเด่นของ Focus group ไว้ได้ คือเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมวิจัยสามารถพูดคุยถกเถียงและตอบโต้กันได้ทันทีโดยไม่ต้องเผชิญหน้ากันจริง

ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ : เน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม เพื่อกระตุ้นความคิดเห็น และทฤษฎีการวิจัยออนไลน์ที่ยอมรับการสังเกตอวัจนภาษาผ่านกล้องวิดีโอในการเก็บข้อมูลเชิงลึกช่วงวิกฤติสุขภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


What factor did NOT influence the success of case investigation and contact tracing according to the article?

The color of the quarantine facilities

สีของอาคารกักตัวเป็นปัจจัยทางกายภาพภายนอกที่ไม่มีผลต่อระบบการควบคุมโรค แตกต่างจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ความร่วมมือของประชาชน การเข้าถึงข้อมูลและการตรวจหาเชื้อ ที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการสอบสวนโรค

โครงสร้างพื้นฐานทรัพยากรและพฤติกรรมศาสตร์สุขภาพของประชาชนเป็นตัวแปรเชิงระบบ แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่มีผลต่อการใช้งานจะถูกตัดออกจากการประเมินประสิทธิภาพการควบคุมโรค

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


Which demographic factor was reported to affect the experiences and behaviors of individuals regarding CI/CT?

Type of employment

ลักษณะการจ้างงาน เช่น งานที่ทำที่บ้านได้ กับงานที่ต้องเจอผู้คน ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจกักตัวเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางรายได้และการชดเชยเมื่อต้องหยุดงานในช่วงโควิด 19

สถานะทางเศรษฐกิจและอาชีพเป็นปัจจัยพื้นฐานที่กำหนดพฤติกรรมสุขภาพและความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของบุคคล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


What did participants report feeling after learning they were exposed to COVID-19?

Worry about their health and that of their contacts

เมื่อทราบว่าตนสัมผัสเชื้อ ปฏิกิริยาทางจิตวิทยาตามธรรมชาติ คือ ความวิตกกังวลทั้งในแง่ความปลอดภัยของสุขภาพตนเองและความกลัวที่จะนำเชื้อไปแพร่สู่คนใกล้ชิดในครอบครัวหรือผู้อื่น

การรับรู้ความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวลซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนทางจิตวิทยาให้นำไปสู่พฤติกรรมการป้องกันโรค

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


What was a common source of information for participants when they learned about their COVID-19 status?

Family, friends, and healthcare providers

ในช่วงวิกฤตสุขภาพ บุคคลที่จะได้รับแจ้งหรือยืนยันสถานะการติดเชื้อผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือและใกล้ชิดที่สุด ได้แก่ การแจ้งจากแล็บหรือบุคลากรทางการแพทย์ หรือรับทราบผ่านคนในครอบครัวและเพื่อนที่ติดเชื้อก่อนหน้า

มนุษย์เลือกเปิดรับและเชื่อมั่นข้อมูลสุขภาพจากบุคคลใกล้ชิดและผู้เชี่ยวชาญที่มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงมากกว่าสื่อบันเทิงหรือข่าวหรือทั่วไป

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


Which of the following was NOT a method for collecting data in the study described?

Direct observations in homes

ในช่วงการระบาดใหญ่มีมาตรการล็อกดาวน์และควบคุมการแพร่เชื้อที่เข้มงวด การส่งนักวิจัยเข้าไปสังเกตการณ์พฤติกรรมในบ้านของกลุ่มตัวอย่างโดยตรงจึงทำไม่ได้ในทางปฏิบัติและความผิดหลักความปลอดภัย วิธีเก็บข้อมูลจึงเลี่ยงไปใช้แบบสอบถามสัมภาษณ์หรือสนทนากลุ่มออนไลน์แทน

จริยธรรมและความเป็นไปได้ในการวิจัย : มาตรการควบคุมโรคระบาดและหลักการ “Do No Harm”(ไม่สร้างความเสี่ยงเพิ่มแก่ผู้รับการวิจัยและตัวนักวิจัย) ทำให้ต้องตัดวิธีเก็บข้อมูลภาคสนาม ที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อออกไป

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


What ethical considerations were emphasized during the focus group discussions?

Ensuring privacy and voluntary participation

เนื่องจากโควิด-19 เป็นประเด็นอ่อนไหวที่อาจนำไปสู่การตีตราทางสังคม การทำโฟกัสกรุ๊ปจึงต้องเน้นย้ำเรื่องการปกปิดข้อมูลระบุตัวตนและให้สิทธิ์ผู้เข้าร่วมในการถอนตัวได้ตลอดเวลาเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ให้ข้อมูล

จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ : อ้างอิงหลักความเคารพในบุคคลผ่านการยินยอมโดยสมัครใจและหลักการรักษาความลับของผู้ป่วยในงานวิจัยสาธารณสุข

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


How did the availability of self-tests in 2021 impact the public health response to COVID-19?

It increased the speed at which people could learn their infection status

ชุดตรวจโควิดด้วยตนเองที่ช่วยลดขั้นตอนการรอคิวตรวจและการรอผลจากห้องแล็บทำให้ประชาชนรู้ผลได้ทันทีภายในเวลาไม่นานที่บ้านและส่งผลให้ตัดสินใจแยกกักตัวได้รวดเร็วขึ้น

การกระจายเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ที่ใช้งานง่ายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรค และช่วยลดระยะเวลาระหว่างการรับเชื้อและแยกกักตัวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดอัตราการแพร่ระบาดในชุมชน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is urban ecology primarily concerned with?

The interactions between urban environments and ecosystems

นิเวศวิทยาเมืองเป็นการศึกษาปฏิสัมพันธ์สองทางระหว่างโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นกับองค์ประกอบทางชีวภาพและกายภาพรอบตัวไม่ได้เน้นเพียงแค่โครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง

มองเมืองเป็นองค์รวมที่ระบบสังคมของมนุษย์และระบบนิเวศทางธรรมชาติพึ่งพาและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Which continent is noted as rapidly urbanizing within the study?

Africa

จากการศึกษาพบว่า ทวีปแอฟริกาเป็นภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในศตวรรษนี้

ข้อมูลทางประชากรของสหประชาชาติระบุว่าอัตราการเติบโตของเมืองในทวีปแอฟริกามีสถิติสูงสุดและรวดเร็วที่สุด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What significant bias is present in the study of urban ecology in Africa?

Focus on wealthy nations

งานวิจัยด้านนิเวศวิทยาทั่วโลกมักมีอคติเชิงระบบโดยงบประมาณและการตีพิมพ์ส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ในประเทศที่ฐานะทางเศรษฐกิจดี ทำให้ขาดแคลนข้อมูลเชิงลึกในบริบทของประเทศที่กำลังพัฒนา

ความไม่สมดุลของทรัพยากรวิจัยส่งผลให้เกิดช่องช่องว่างความรู้ระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


What factor did the study NOT find influencing research efforts in African urban ecology?

Technological advancements

ปัจจัย เชิงโครงสร้างเช่น GDP, อัตราความหนาแน่นของเมือง หรือสถานะการอนุรักษ์ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการเลือกพื้นที่ทำวิจัย แต่นวัตกรรมหรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับสูงยังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ที่ส่งผลลัพธ์เชิงระบบต่อปริมาณการวิจัยนิเวศวิทยาเมืองในแอฟริกา ณ ปัจจุบัน

ในประเทศที่กำลังพัฒนา ปัจจัยเชิงพื้นที่และเศรษฐกิจมหภาค จะเป็นตัวขับเคลื่อนทุนวิจัยมากกว่าความพร้อมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


Which method was used to gather data for the study?

Literature review and bibliographic searches

จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่าเป็นการศึกษารวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากงานวิจัยที่เคยมีผู้ทำไว้แล้ว

การวิเคราะห์และประเมินเชิงปริมาณบรรณานุกรม เป็นระเบียบวิจัยที่ใช้ประเมินสถานภาพปัจจุบันขององค์ความรู้ ปริมาณ และทิศทางของงานวิจัยในหัวข้อเฉพาะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


What does the study suggest is needed for urban ecology research in Africa?

A realignment of research priorities

เมื่อพบอคติและความไม่สมดุลย์ในตัวงานวิจัยเดิม ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนทิศทางและเป้าหมายการให้ทุนวิจัย เพื่อหันมาเน้นย้ำพื้นที่หรือหัวข้อที่ขาดแคลน

การปรับปรุงระบบนิเวศทางวิชาการจำเป็นต้องมีการกำหนดทิศทางใหม่เพื่อ กดช่องว่าง ของความรู้และกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


Which country was mentioned as having the majority of the studies?

South Africa

ในทวีปแอฟริกา ประเทศแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีความพร้อมทางระบบมหาวิทยาลัยโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยและงบประมาณสูงที่สุด จึงเป็นผู้นำในการตีพิมพ์ผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และนิเวศวิทยามากที่สุดในภูมิภาค

ปริมาณผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติจะแปรผันตรงกับความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาและการสนับสนุนจากรัฐบาลภายในประเทศนั้นๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


How did the study categorize the geographic biases in research?

Unevenly distributed

ผลจากการที่งานวิจัยไปกระจุกอยู่ในบางประเทศเช่นแอฟริกาใต้ หรือบางเมืองใหญ่ ทำให้ภาพรวมของข้อมูลแผนที่งานวิจัยนิเวศวิทยาในเมืองแอฟริกามีลักษณะการกระจายตัวแบบไม่เท่าเทียมอย่างมาก

ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ : ปรากฏการณ์ที่การศึกษาวิจัยกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย หรือมีสถานีวิจัยตั้งอยู่เดิม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


What is a key recommendation from the study for improving urban ecology research in Africa?

Encourage transnational collaborations

เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวของความรู้การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา หรือระหว่างประเทศในกลุ่มแอฟริกาด้วยกัน จะช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีและแชร์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ความร่วมมือข้ามพรมแดนช่วยเพิ่มผลกระทบของงานวิจัยและช่วยยกระดับมาตรฐานทางวิชาการของกลุ่มประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากร

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


According to the study, what impacts the number of publications in African urban ecology?

The GDP of the countries

ปริมาณการผลิตงานวิจัยและตีพิมพ์ในระดับสากลแปรผันตรงกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศเนื่องจากประเทศที่มี GDP สูงจะมีงบประมาณในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากกว่า

ทุนทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อผลผลิตทางวิชาการโดยตรงตามตัวแบบจำลองนวัตกรรมระดับชาติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 135 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา