ตรวจข้อสอบ > หทัยรัตน์ ไพรสุวรรณ์ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 106 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

อินนูลีนเป็นเส้นใยอาหารที่เป็นประเภทของน้ำตาลฟรุกโตส ที่กักเก็บในพืช เพื่อให้หลังงานแก่ร่างกาย

จากรายงานของ พญ.ชนนิกานต์ วิสูตรานุกุล ได้มีการทำงานวิจัยอินนูลีนจากทานตะวัน เพื่อคัดเลือกใยอาหาร ซึ่งอินนูลีนประเภทนี้สามารถสร้างสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งมีผลต่อการควบคุมมวลไขมันหรือน้ำหนัก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

คนที่เป็นเบาหวานเกิดมาจากการมีกลูโคสในกระแสเลือดมากเกินไปทำให้ต้องมีการนำอินซูลีนมาเพื่อมาควบคุมปริมาณกลูโคสที่อยู่ในกระแสเลือด การที่กลูโคสอยู่ในกระแสเลือดไม่แพร่เข้าไปในเซลล์เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน

อ้างอิงจากรายงานเอกสารชุดโภชนาการกับชีวิตมนุษย์ ที่มีการระบุบไว้ว่า การที่ร่างกายขาดออร์โมนอินซูลีนที่ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำให้มีกลูโคสอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป ทำให้การแพร่เข้าไปในเซลล์นั้นทำได้ยากจึงทำให้เกิดโรคเบาหวาน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ง. เอนไซม์ช่วยให้เจลาตินแข็งตัวเร็วขึ้นในpHที่เหมาะสม

จากการดูตารางจะพบว่าใน ค่าpH5 การแข็งตัวของเจลาตินที่ใส่เอนไซม์นั้นจะใช้เวลานานกว่า ค่าpH10 ที่ใช้เวลาในการแข็งตัวของเจลาติน ทำให้ได้ข้อสรุปว่าเอนไซม์จะทำหน้าที่ช่วยเร่งปฏิกริยาของการแข็งตัวของเจลาติน

จากการคึกษาพบว่า ความเป็นกรดด่างของสารละลายจะมีผลต่อการเกิดปฏิกริยาของเอนไซม์ เนื่องจากเอนไซม์จะมีค่า pH ที่เหมาะสมในการทำงานนั้นๆ หากค่าpH มีค่ามากหรือน้อยกว่า ค่าpH ที่เหมาะสมจะทำให้เอนไซม์นั้นเสื่อมสภาพลง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข. ในร่างกายมนุษย์จะไม่พบโปรตีนที่มีกรดอะมิโนXและYเป็นองค์ประกอบ

กรดอะมิโนข้างต้น x เป็นลิวซีน y เป็นเวลีน และ z เป็นเซอลีน x และ y เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้จึงได้มากจากการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนส่วนนี้

ในหนังสือ สสวท. กล่าวว่ากรดอะมิโนที่จะเป็นต่อร่างกายเป็นกรดอะมิโนที่สังเคราะห์เองไม่ได้จึงต้องอาศัยการรับประทาน ส่วนกรดอะมิโนที่ไม่จะเป็นต่อร่างกายนั้น ร่างกายสามารถสังเคราะห์เองได้ จึงทำให้ในร่างกายไม่มีโปรตีนจะเป็น แต่จะมีก็ต่อเมื่อรับประทานโปรตีนที่จำเป็นเข้าไป

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ค.

โมเลกุลในโปรตีนนั้นมีทั้งประทุบวกและลบำให้มีคุณสมบัติเป็นทั้งกรดและด่าง

อ้างอิงจากคูนย์ข้อมูลอาหารเครือข่าย ที่มีการบอกว่า โปรตีนมีคุณสมบัติเป็นกรดและด่าง ซึ่งจัดเป็นสารประกอบ แอมโฟเทริก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A เป็นสารกลีเซอรอล B เป็นกรดไขมัน C เป็นไตรกลีเซอรอล

เป็นสูตรการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันระหว่างกลีเซอรอลกับกรดไขมัน

จากการศึกษาค้นคว้ามาก่อนสูตรนี้เป็นสูตรพื้นฐานสำหรับเกิดปฏิกิริยาระหว่างกลีเซอรอลกับกรดไขมัน อยู่แล้ว ไขมันที่อุณหภูมิห้องจะเป็นของแข็ง ส่วนน้ำมันจะเป็นของเหลว ซึ่งแน่นอนจะได้น้ำออกมาจากปฏิกริยา

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข.

เพราะการทดสอบไขมันโดยการหยดเกลือนั้นพบว่า ถ้าใช้เกลือเยอะจะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว และถ้าหากให้เกลือน้อยจะเป็นไขมันอิ่มตัว ซึ่งไขมันไม่อิ่มตัวจะมีจุดเดือดต่ำกว่าอิ่มตัว ทำให้มักเป็นจำพวกน้ำมัน

จากงานวิจัยในเรื่องการทดลองสารชีวโมเลกุลเพื่อให้ทราบว่าสสารชนิดนั้นมีคุณสมบัติแบบใด การทดสอบไขมันนั้นสามารถทำได้สองอย่างคือการหยดเกลือกับการถูบนกระดาษไข เพื่อให้ทราบถึงชนิดและรวมไปถึงจุดเดือด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ค.

น้ำมันxเป็นไขมันประเภทอิ่มตัว เพราะไขมันอิ่มตัวเมื่อนำไปแช่เย็นจะแข็ง น้ำมันyเป็นไขมันไม่อิ่มตัว เพราะนำไปแช่เย็นแล้วไม่แข็ง

ไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่จะมาจากน้ำมันสัตว์เช่นหมู มีคุณสมบัติอิ่มตัวจึงสามารถเป็นไขง่ายเมื่อมีอุณหภูมิที่ลดลง ส่วนไขมันไม่อิ่มตัวส่วนใหญ่จะมีจากพืช ทำให้ไม่เป็นไขง่ายและสถานะไม่เปลี่ยนเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ก. น้ำมันหมูประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าไขวัว

น้ำมันหมูเป็นขั้นตอนแรกๆก่อนที่จะเกิดไขำให้มีไขมันอิ่มตัวมากกว่าไขอยู่แล้วจึงทำให้ตอบ ก.

ดูจากไลโนเลอิก โอเลอิก ไมริสติก จะมีร้อยละของ น้ำมันหมูและไขวัวมากกว่าน้ำมันมะกอก จึงทำให้รู้ว่า ไลโนเลอิก โอเลอิก ไมริสติก เป็นไขมันอิ่มตัว แต่เมื่อมาพิจารณาแล้ว น้ำมันหมูมีกรดไขมันอิ่มตัวมากกว่าไขวัว ข้อนั้นจึงผิด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

ไข่ขาวเป็นโปรตีน น้ำตาลทราบเป็นคาร์โบไฮเดรต เอทิลแอซิเตตทำให้มีกลิ่นฉุน

การทดลองโปรตีนนั้นต้องใช้ไบยูเรตถ้าเป็นด)รตีนจะได้ออกมาเป็นสีม่วง การทดลองคาร์ดบต้องใช้สารละลายเบเนดิกต์จะได้เป็นตะกอนสีแดงอิฐ และเอทิลแอซิเตตไปต้มจะำให้เกิดกลิ่นฉุน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ง. ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูก

เซลลูโลสจัดเป็น Polysaccharide และไคทินพบในอาณาจักรฟังไจ รา ยีส

เซลลูโลสจัดเป็น Polysaccharide พันธะระหว่างกรดอะมิโนมี2ประเภทคือ พันธะไฮโดรเจน และไดซัลไฟล์ที่เกิดพันธะกับกรดอะมิโนซิสเทอีน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ค. มีข้อถูก 3 ข้อ

ฮีโมโกลบินเป็นโปรตีนที่ช่วนลำเลียงออกซิเจน คอลเรสเตอรอลช่วยในการสร้างฮอร์โมนเพศ และฮิมมูโนโกลบูรินช่วยในการดัดจับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย

ไตรกลีเซอร์ไรด์ มีหน้าที่ในการส่งกรดไขมันไปยังกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันไม่ดีออก ช่วยลดการอุดตันของไขมันซึ่งนำมาสู่โรคอ้วน และสามารถสร้างวิตามินให้แก่ร่างกาย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ไฮโดรไลซีส ไกลโคไลซีส เอสเทอร์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ค. มีข้อถูก 3 ข้อ

ไดซัลไฟล์ต้องเกิดกับกรดอะมิโนซีสเทอีน

อาศัยการดูจากสองหน่วยมาเชื่อมกัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ก. โปรตีน แป้ง น้ำตาลทราย

โปรตีนใช้สาร cuso4 แป้งใช้ เบเนดิกต์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ก. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว กรดไขมันอิ่มตัว กลูโคส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ง. X, Y และ Z

น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวจะทำปฏิกริยากับเบเนดิกต์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จ. กรดอะมิโน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


3. พืชไม่สามารถเกิดปฏิกิริยา photolysis จึงทำให้ไม่เกิด O2 ขึ้น

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


4. สามารถเพิ่มจำนวนโดยไม่จำเป็นต้องอาศัย host

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

ก. อะไมโลส จัดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์แบบโซ่ตรง ที่สามารละลายน้ำได้

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


1. Glucose เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


1. Permease

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


5. Glucose

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 39.8 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา