ตรวจข้อสอบ > พิชญ์ชาภรณ์ ดาวใสย์ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 57 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

อินนูลิน หรือ ฟรักโทแซน เป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลฟลุคโตสที่เชื่อมต่อกันเป็นเส้นตรงที่ตำแหน่งบีตา 2, 1 มีปลายด้านหนึ่งคือกลูโคสที่เชื่อมต่อกับฟลุกโตสในลักษณะการเชื่อมของซูโครส เป็นแป้งที่พบในหัวหรือรากพืช เช่น กระเทียมต้น หอม กระเทียม กะหล่ำปลี ทิวลิป หน่อไม้ฝรั่ง รักเร่

มีการศึกษาวิจัยหาปริมาณอินูลินและฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรค์ในพืชไทย ในปีค.ศ. 2011 พบว่าตัวอย่างพืชที่มีอินูลินสูง ได้แก่กระเทียมโทนหัวใหญ่ กระเทียมจีน กระเทียมไทย และแก่นตะวัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

ถ้าระดับน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ(ต่ำกว่า 60 )ตับจะสลายไกลโคเจน มาเป็นกลูโคส และสร้างกลูโคสจาก กรดอะมิโนและกลีเซอรอล แต่ถ้าระดับกลูโคสมากขึ้น (100 - 130) ร่างกายนำกลูโคสไปใช้ และส่วนหนึ่งตับจะเปลี่ยนกลูโคส ให้เป็นไกลโคเจน พบว่าอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบจะมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารประเภทโปรตีนหรือไขมัน ดังนั้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ผู้ที่เป็นเบาหวานจึงควรมีการควบคุมปริมาณอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม

ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการฉีดอินซูลินด้วยตนเองในผู้ท่ีเป็นเบาหวาน ของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก จังหวัดนครปฐม

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข. เอนไซม์เป็นสารประเภทโปรตีน

เอนไซม์ (Enzyme) คือ สารชีวโมเลกุล (Biomolecule) ที่ประกอบขึ้นจากกลุ่มของโปรตีนชนิดต่าง ๆ มีคุณสมบัติในการเร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ส่งเสริมให้กระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสันดาป (Metabolism) กระบวนย่อยสลายสสารและโมเลกุลเพื่อพลังงาน (Catabolism) หรือกระบวนการสังเคราะห์สารต่าง ๆ (Anabolism) ของสิ่งมีชีวิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เอนไซม์เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ส่งเสริมการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทำหน้าที่ย่อยสลายและช่วยดูดซึมสารอาหาร ส่งเสริมให้ปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างสมดุล เพื่อร่างกายดำรงอยู่ได้อย่างไม่เสื่อมถอยหรือเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่ส่งผลถึงชีวิต ดังนั้น เอนไซม์จึงทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยของระบบภายในต่าง ๆ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ก. เพปไทด์ที่เกิดจากกรดXและกรดYทําปฏิกิริยากับCuSO4ในสภาวะเบสให้สารสีม่วง

เนื่องจากการเกิดปฏิกิริยากับ CuSO4 ในเบสนั้น คือ การทดสอบไบยูเร็ต ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาบริเวณพันธะเพปไทด์ของสารไตรเพปไทด์ขึ้นไป

การทดสอบไบยูเร็ตเป็นวิธีการที่ใช้ตรวจสอบพันธะเพปไทด์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยารีดักชั่นของไอออน copper(II) ไปเป็น copper(I) ที่จะไปเกิดสารเชิงซ้อนกับไนโตรเจนของพันธะเพปไทด์ในสารละลายที่เป็นเบส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข.

ถ้าเกิดจากการสร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่าง C=O กับ N-H ของกรดอะมีโนระหว่างสายพอลิเพปไทด์ที่อยู่คู่กัน จะเกิดโครงสร้างแบบแผ่น เรียกว่า แผ่นพลีทบีต้า นอกจากจะเกิดพันธะไฮโดรเจนแล้วยังสามารถเกิดพันธะไดซัลไฟด์ พันธะไอออนิก เป็นต้น

แบบจำลองโครงสร้างทุติยภูมิของโปรตีนชนิดเกลียวอัลฟา แบบจำลองโครงสร้างโปรตีนแบบ เกลียวอัลฟา แสดงการม้วนตัว ของสายโพลีเปปไทด์เป็น เกลียวแบบเวียนขวา ซึ่งเมื่อมองที่ปลายเกลียว จากส่วนที่ใกล้ตัวไปสู่ส่วนที่ไกลออกไป จะเห็นทิศทางการม้วนของเกลียว เป็นไปใน ทิศตามเข็มนาฬิกา ไม่ว่าจะมองจากปลายเกลียวด้านใดหนึ่งรอบ เกลียวอัลฟามีกรดอะมิโน 3.6 ตัว และมีระยะระหว่างรอบเท่ากับ 5.4 อังสตรอม แขนงข้าง (side chain: R) ของกรดอะมิโน (สีเขียว) ซึ่งต่อ อยู่กับอัลฟาคาร์บอนจะชี้ออกสู่ทางด้านนอกของเกลียว หากมองตามแกน ของเกลียวจะเห็นว่าแขนงข้างแต่ละตัว ทำมุมกับแขนงข้างตัวถัดไป 100 องศา

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A คือ กลีเซอรอล B คือ กรดไขมัน C คือ ไขมันและน้ำมัน

กรดไขมันจะมีคาร์บอน อย่างน้อย 8 อะตอม และส่วนใหญ่จะเป็นจำนวนเลขคู่ เพราะกระบวนการชีวสังเคราะห์ ของกรดไขมันจะเป็นการเพิมโมเลกุลของอะซิเตต ซึ่งมีคาร์บอน อยู่ 2 อะตอม

สมการการเกิดไขมัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จ.

น้ำมันที่ทำให้มีโอกาสเป็นหัวใจขาดเลือดมากที่สุด คือ น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวเป็นองค์ประกอบมากที่สุด โดยน้ำมันประเภทนี้ควรใช้ประกอบอาหารโดยการใช้ไฟอ่อนๆ การทดสอบน้ำมันจากโจทย์เป็นการทดสอบความไม่อิ่มตัวของกรดไขมันองค์ประกอบ

การทดสอบน้ำมัน (การทดสอบความไม่อิ่มตัวของกรดไขมัน)

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ง. 2 และ 3

ข. กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีสายโซ่ที่งอ เนื่องจากพันธะคู่ ทำให้ยากต่อการเรียงตัวเป็นระเบียบเพื่อที่จะแข็งตัว ค. กรดไขมันไม่อิ่มตัวสามารถทำปฏิกิริยากับน้ำหรือออกซิเจนในอากาศ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

ไม่สามารถทำปฏิบัติฟอกจางสีโบรมีนได้

การทดสอบการทำปฏิกิริยาการฟอกจางสีโบรมีน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

เพราะคาร์โบไฮเดรตเมื่อทำปฏิกิริยาจะมีการเปลี่ยนแปลงของสี ทำให้เกิดสีม่วงและแดงอิฐ จากผลการทดลองจะได้ผลการทดลองเป็นสีม่วงและแดงอิฐ

การทดลองการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ค. ข้อ 1 และ ข้อ 3 ถูก

เซลลูโลส (cellulose) เป็นคาร์โบไฮเดรท (carbohydrate) ประเภทพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ประเภท ฮอโมพอลิแซ็กคาไรด์ (homopolysaccharide) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส (glucose) มาต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) ที่ตำแหน่งบีต้า-1,4 (b-1,4) เป็นสายยาวมากกว่า 2,000โมเลกุล ไคทิน เป็นส่วนประกอบผนังเซลล์ของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น เปลือกกุ้ง กระดองปู แกนปลาหมึก แมลง ตัวไหม และผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจ (fungi) ได้แก่ รา (mold) และยีสต์ (yeast)

รายละเอียดขอ้มูลสารเคมีชีวภาพประเภท เซลลูโลส (Cellulose)

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข. มีข้อถูก 2 ข้อ

ฮีโมโกลบินมีหน้าที่หลักคือการลำเลียงออกซิเจนจากปอดออกไปยังเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเนื้อเยื่อกลับมายังฟอกที่ปอด ช่วยรักษารูปร่างของเม็ดเลือดแดงให้เป็นปกติ คือมีลักษณะเป็นวงกลมและตรงกลางเว้าคล้ายโดนัท แต่ไม่เป็นรู หากโครงสร้างของฮีโมโกลบินผิดปกติจะส่งผลให้เม็ดเลือดแดงมีรูปร่างแตกต่างไปจากเดิม และมีภาวะโรคเลือดได้เช่น โรคเลือดจาง โรคเลือดหนืด เป็นต้น

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


X เปปซิน Y ปฏิกิริยาควบแน่น Z ทริปซิน เปปทีน

ซูโครสเป็นไดแซ็กคาไรด์ซึ่งหมายความว่าเกิดจากการรวมหน่วยย่อยน้ำตาลสองหน่วย เกิดขึ้นเมื่อโมโนแซ็กคาไรด์น้ำตาลกลูโคสและฟรุกโตสทำปฏิกิริยาในปฏิกิริยาควบแน่น

ซูโครสเป็นไดแซ็กคาไรด์ซึ่งหมายความว่าเกิดจากการรวมหน่วยย่อยน้ำตาลสองหน่วย เกิดขึ้นเมื่อโมโนแซ็กคาไรด์น้ำตาลกลูโคสและฟรุกโตสทำปฏิกิริยาในปฏิกิริยาควบแน่น สมการของปฏิกิริยาคือ: C 6 H 12 O 6 + C 6 H 12 O 6 → C 12 H 22 O 11 + H 2 O กลูโคส + ฟรุกโตส→ซูโครส + น้ำ วิธีง่ายๆในการจำสูตรโมเลกุลของน้ำตาลคือการจำว่าโมเลกุลนั้นทำจากน้ำตาลโมโนแซ็กคาไรด์สองตัวลบด้วยน้ำ: 2 x C 6 H 12 O 6 - H 2 O = C 12 H 22 O 11

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


30ชนิด

สเตรปโตมัยซินจัดเป็นยาในกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์[2] ซึ่งออกฤทธิ์ที่หน่วยย่อย 30 เอสของไรโบโซมแบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียนั้นๆไม่สามารถสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและเพิ่มจำนวนได้ ส่งผลให้แบคทีเรียเซลล์นั้นๆตายไปในที่สุด

วิกิพีเดีย สเตรปโตมัยซินถูกค้นพบใน ค.ศ. 1943 จากเชื้อแบคทีเรีย Streptomyces griseus โดยยานี้ได้ถูกจัดเป็นหนึ่งในรายการยาจำเป็นขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization's List of Essential Medicines) ซึ่งเป็นรายการยาที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง และมีความสำคัญเป็นลำดับแรกของระบบสุขภาพพื้นฐานของประชาชนในประเทศต่างๆ[6] ราคาสำหรับการขายส่งของสเตรปโตมัยซินในประเทศกำลังพัฒนามีมูลค่าระหว่าง 0.38 – 4.39 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อขนาดยาที่ต้องใช้ในหนึ่งวัน ส่วนในสหรัฐอเมริกานั้น เฉพาะค่าใช้จ่ายของยาสเตรปโตมัยซินในการรักษาหนึ่งรอบนั้นมีมูลค่ามากกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


จ. ไม่มีข้อถูก

ข้อมูลในตารางไม่สัมพันธ์กัน เช่น พันธะเอสเทอร์ มีหมู่ฟังชั่นคือ แอลคอกซีคาร์บอนิล

เอสเทอร์ เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่แอลคอกซีคาร์บอนิล (alcoxy carbonyl) เป็นหมู่ฟังก์ชัน ( ) มีสูตรทั่วไปเป็น หรือ R’COOR หรือ R’CO2R เมื่อ R แทนหมู่แอลคิลหรือหมู่แอริลของกรดคาร์บอกซิลิก เอสเทอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกรดคาร์บอกซิลิกกับแอลกอฮอล์ เรียกปฏิกิริยาการเตรียมเอสเทอร์ว่า “เอสเทอริฟิเคชัน” หรือ Esterification เช่น ปฏิกิริยาระหว่างกรด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข. กรดอะมิโน น้ำตาลทราย ไข่ขาว

Monosaccharides มีสถานะเป็นของแข็ง ละลายน้ำ มีรสหวาน ทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนสีแดงอิฐ (Cu 2O)

การทดลองทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


จ. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว กรดคาร์บอกซิลิก แป้ง

สาร Z คือกลุ่มแป้ง หรือฟรักโทส เนื่องจากสามารถละลายน้ำได้ เกิดปฏิกิริยากับเบเนดิกต์ทั้งในสภาวะปกติและในสภาวะที่ถูกไฮโดรไลท์ด้วยกรด

การทดลองทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข. W, X และ Z

Y คือ ฟอร์มาดีไฮด์ ไม่ใช่สารที่มีสถานะเป็นของแข็ง ไม่สามารถเปลี่ยนสีได้

ฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde, systematic name คือ methanal, สารละลายในน้ำเรียกว่า ฟอร์มาลีน) เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีตามธรรมชาติ มีสูตรเคมี CH2O หรือ H-CHO เป็นแอลดีไฮด์ (R-CHO) ที่ซับซ้อนน้อยที่สุด ชื่อสามัญของสารมาจากความคล้ายคลึงและความเกี่ยวข้องของสารกับกรดฟอร์มิก ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารตั้งต้น (precursor) ของวัสดุและสารประกอบเคมีอื่น ๆ มากมาย ในปี 1996 สมรรถภาพการผลิตสารประเมินว่าอยู่ที่ 8.7 ล้านตันต่อปี[10] ซึ่งนำไปใช้ผลิตวัสดุเกี่ยวกับเรซิน เช่น แผ่นชิ้นไม้อัด และวัสดุเคลือบ เป็นหลัก เพราะใช้อย่างกว้างขวาง มีพิษ และระเหยได้ สารจึงเป็นอันตรายอย่างสำคัญต่อสุขภาพมนุษย์ ในปี 2011 โครงการพิษวิทยาแห่งชาติสหรัฐจัดสารว่า ทราบกันว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จ. กรดอะมิโน

สารละลายบัฟเฟอร์ คือ สารละลายที่เมื่อเติมกรดแก่หรือเบสแก่ลงไปเพียงเล็กน้อยทำให้ pH ของสารละลายเปลี่ยนไปน้อยมาก จนถือได้ว่าไม่เปลี่ยนแปลง สารจำพวกกรดอะมิโนจึงเป็นสารที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด

การทดลองสารชีวโมเลกุลทดสอบความเป็นกรด-เบส หาค่าpH

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


2. พืชไม่สามารถใช้ ADP และ NADP+ ได้ตามปกติ

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


2. สามารถพบลักษณะของ cell membrane แบบ phospholipid bilayer ได้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


1. Glucose เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


1. Permease

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


1. Operon

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 56.5 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา