ตรวจข้อสอบ > ปภาวรินท์ กุมารสิทธิ์ > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 27 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

ISCT (International Society for Cell & Gene Therapy) เป็นองค์กรวิชาชีพระดับนานาชาติด้านการบำบัดเซลล์และยีน ไม่ได้มีอำนาจทางกฎหมายเหมือน อย. ไม่ใช่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย มีจุดยืนชัดเจนในการออกแถลงการเตือนประชาชน ส่งเสริมการทดลองทางคลินิกที่มีมาตรฐานๅ

ใช้การตัดตัวเลือกจากบทบาทของ ISCT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

ผลิตภัณฑ์ CGT คือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ใช้ “เซลล์” หรือ “ยีน” เป็นตัวยาหลัก เพื่อรักษา ปรับแก้ หรือป้องกันโรค ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบโดยละเอียด ก่อนนำมาใช้จริง ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบจะยังไม่ถือเป็นCGT productที่ถูกต้อง องค์กร ISCTจึงได้มีบทบาทในการตักเตือนประชาชน

ผลิตภัณฑ์ CGT เป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ จึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนนำมาใช้กับผู้ป่วย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

องค์กร ISCT มีบทบาทเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ ไม่ได้มีหน้าที่เอื้อประโยชน์ หรือปรับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ต่ำลง ต้นทุนลดลง เพื่อให้มีการผลิตเร็วขึ้นแต่ไร้คุณภาพ

อ้างอิงตามหน้าที่ขององค์กร

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

ก่อนจะมีการรับรองผลิตภัณฑ์และนำไปใช้จริง จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ถูกต้องจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ เพื่อสามารถนำไปใช้โดยไม่เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงร้ายแรงกับผู้ป่วย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูง ดังนั้นก่อนจำนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ควรปรึกษาแพทย์และตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานหรือไม่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว จะได้รับ การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล ทำให้สามารถรับรองความปลอดภัยได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

การตลาดโดยตรงของการบำบัด CGT ที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ทำลาย “กระบวนการแจ้งความยินยอม” เพราะทำให้ผู้ป่วยได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือชี้นำ จึงไม่สามารถตัดสินใจอย่างมีข้อมูลได้ตามหลักจริยธรรมทางการแพทย์

ผู้ป่วยมีสิทธิ์ตัดสินใจเอง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

ผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน (CGT) จะต้องเป็นระบบเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยทางยา (pharmacovigilance system) ที่อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลทางการแพทย์ แต่หน่วยงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคไม่ใช่ระบบทางการแพทย์สำหรับรายงาน adverse events

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

ลินิกที่จำหน่ายการบำบัดด้วยเซลล์ที่ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ มักใช้ “ภาพลักษณ์” หรือ “องค์ประกอบบางอย่าง” เพื่อทำให้ดูเหมือนมีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ ทั้งที่จริงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

ความเข้าใจภาษาไม่ได้ถูกศึกษาโดยตรงในทารกแรกเกิด เพราะเป็นความสามารถที่พัฒนาขึ้นในภายหลัง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

EEG (Electroencephalography) เป็นเทคนิคที่ใช้วัดกิจกรรมไฟฟ้าของสมองผ่านอิเล็กโทรดที่ติดบนหนังศีรษะเมื่อเสียงเข้าสู่หู → สัญญาณถูกส่งไปยัง auditory cortex EEG ช่วยวัดการตอบสนองทางไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในขั้นตอนนี้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

สมองของทารกและผู้ใหญ่ใช้ “temporal prediction” ถ้า interval เปลี่ยนแบบสุ่ม → ระบบการทำนาย (predictive coding system) ถูกรบกวน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

ทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับจังหวะที่สม่ำเสมอ การรับรู้จังหวะ ความแม่นยำด้านเวลา ซึ่งสะท้อนว่า ถ้าระบบเหล่านี้แข็งแรงตั้งแต่เด็ก อาจสนับสนุนการพัฒนาของทักษะดนตรีในภายหลัง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การขึ้นรถไฟประสาท

การที่คลื่นสมอง (neural oscillations) ซิงค์หรือปรับจังหวะให้ตรงกับจังหวะของสิ่งเร้าภายนอก เช่น เสียงดนตรี เมื่อสมองซิงค์กับจังหวะเสียงแล้ว ระบบ motor cortex และ basal ganglia จะสามารถสั่งการเคลื่อนไหวให้ตรงจังหวะได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพความเงียบ

ไม่มีสิ่งเร้าทางการได้ยิน จึงไม่มีทั้ง “จังหวะ” และ “ความผิดปกติของจังหวะ” ให้เปรียบเทียบ ดังนั้นจึงไม่สามารถทำให้เกิดความแตกต่างของการตอบสนอง EEG ระหว่าง rhythmic vs irregular ได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

การแยกความสม่ำเสมอออกจากลำดับของเสียงโดยไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน

ตัวอย่างเช่นทารกฟังลำดับพยางค์ เช่น ba–bi–ku–ba–bi–ku สมองจะคำนวณว่า “ba” มักตามด้วย “bi” จึงเริ่มแยก “หน่วยคำ” ได้จากความถี่การเกิดร่วมกัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง

MMR (Mismatch Response) เป็นรูปแบบการตอบสนองใน EEG ที่เกิดขึ้นเมื่อสมองตรวจจับว่า “มีบางอย่างแตกต่างจากรูปแบบที่คาดไว้”

ดังนั้น MMR จึงสะท้อนว่า: ทารกสามารถสร้าง “ความคาดหวัง” ต่อรูปแบบเสียง สามารถตรวจจับการละเมิดความสม่ำเสมอ มีระบบ predictive auditory processing ทำงานแล้ว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

การแยกการรับรู้จังหวะออกจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิดทำโดยใช้ EEG เพื่อตรวจวัดรูปแบบการตอบสนองของสมองระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

Beat perception (การรับรู้จังหวะ) หมายถึงความสามารถของสมองในการ: ตรวจจับความสม่ำเสมอของเวลา (temporal regularity) รับรู้ “จังหวะพื้นฐาน” (underlying beat) คาดการณ์จังหวะถัดไป ในทารกแรกเกิด งานวิจัย EEG แสดงว่า: สมองสามารถตอบสนองต่อจังหวะที่สม่ำเสมอ (isochronous sequences) แสดง neural entrainment ต่อรูปแบบจังหวะ ตรวจจับการละเมิดจังหวะได้ (ผ่าน MMR) ดังนั้น beat perception จึงเกี่ยวข้องกับ การตรวจจับและแยกจังหวะที่สม่ำเสมอออกจากลำดับเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 90.35 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา