ตรวจข้อสอบ > ธนพร พัฒนี > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 18 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

เพราะlnternational Society for Cell & Gene Therapy ไม่สนับสนุนการเอาการรักษาที่ว่ายังไม่พิสูจน์ผลและความปลอดภัยมาขาย เพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ป่วย

ต้องพิสูจน์ให้ให้ชัดว่ารักษาได้ผลและปลอดภัยก่อนถึงจะนำมาใชจริง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

เพราะการรักษาแบบ CGT ที่ยังไม่พิสูจน์ อาจก่อผลร้ายแรงต่อร่างกายได้ เนื่องจากยังไม่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพอย่างชัดเจน

การรักษาทางการแพทย์ต้องผ่านการทดลองทางคลินิกและการรับรองก่อนนำมาใช้จริง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผู้ป่วย

แนวคิดการแพทย์เชิงประจักษ์ และแนวทางของ International Society for Cell & Gene Therapy

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

เพื่อพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพก่อนนำออกสู่ตลาด

แนวคิดการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของหน่วยงานรัฐ เช่น Food and Drug Administration (FDA) และ European Medicines Agency (EMA)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

เพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพก่อนใช้กับผู้ป่วย

แนวคิดการแพทย์เชิงประจักษ์ และหลักการกำกับดูแลของ Food and Drug Administration และ European Medicines Agency

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

แนวคิดการแพทย์เชิงประจักษ์ (Evidence-Based Medicine): ใช้ผลการทดลองทางคลินิกที่พิสูจน์ได้จริง มากกว่าคำบอกเล่าหรือความเชื่อ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

ต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพก่อนออกสู่ตลาด

หลักการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของหน่วยงานรัฐ เช่น Food and Drug Administration และ European Medicines Agency

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

การตลาดตรงถึงผู้บริโภคทำให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน/เกินจริง ผู้ป่วยตัดสินใจโดยขาดข้อมูลเรื่องความเสี่ยง ประสิทธิภาพ และทางเลือก

หลักจริยธรรมทางการแพทย์: เคารพสิทธิการตัดสินใจของผู้ป่วย (Autonomy) และการให้ข้อมูลครบถ้วนก่อนการรักษา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

ไม่ใช่ระบบรายงานผลข้างเคียงทางการแพทย์โดยตรง

หลักการเฝ้าระวังความปลอดภัยของยาและเวชภัณฑ์ (Pharmacovigilance)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

ใช้ภาพลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ (ศัพท์เฉพาะ กราฟ ชุดกาวน์) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้าที่อาจยังไม่ผ่านการพิสูจน์

แนวคิดการสื่อสารเชิงชวนเชื่อในงานการตลาดทางการแพทย์ (สร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือโดยไม่เท่ากับหลักฐานจริง)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

ทารกแรกเกิดยังไม่เข้าใจความหมายของภาษา จึงยังไม่สามารถวัด “ความเข้าใจภาษา” ได้โดยตรง

พัฒนาการการได้ยินของทารกเริ่มจากทักษะพื้นฐาน (แยกแยะเสียง จังหวะ รูปแบบเสียง) ก่อนพัฒนาไปสู่ความเข้าใจภาษาในภายหลัง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงคลื่นสมองเมื่อทารกได้ยินเสียง เพื่อดูการทำงานของระบบการได้ยิน

การใช้ Electroencephalography (EEG) บันทึกสัญญาณไฟฟ้าสมองเพื่อตรวจการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

ใช้ทดสอบการได้ยินในสภาวะที่เสียงไม่สม่ำเสมอและคาดเดาไม่ได้

แนวคิดการประเมินการประมวลผลการได้ยินด้วยสิ่งเร้าที่ไม่ต่อเนื่อง (temporal processing / auditory timing)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

การรับรู้จังหวะตั้งแต่ทารกช่วยต่อยอดทักษะดนตรีในอนาคต

แนวคิดพัฒนาการทางการได้ยิน การรับรู้จังหวะเป็นรากฐานของการเรียนรู้ทักษะดนตรีและการจับเวลา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

ช่วยให้สมองเชื่อมการมองเห็นกับการเคลื่อนไหว ทำให้เลียนแบบและขยับตามจังหวะได้

แนวคิดเรื่อง mirror neurons: เซลล์ประสาทที่ทำงานทั้งตอน “ทำ” และ “เห็นผู้อื่นทำ” จึงเอื้อต่อการเลียนแบบและประสานจังหวะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพไพเราะ (Melodic condition)

ไม่ใช่ปัจจัยทางสรีรวิทยาหรือคลินิกที่ใช้แยกการตอบสนอง EEG ปกติ/ผิดปกติ

การแปลผล Electroencephalography (EEG) อาศัยรูปแบบสัญญาณสมอง ไม่ใช่คุณลักษณะทางดนตรีอย่าง “ความไพเราะ”

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

การแยกความสม่ำเสมอออกจากลำดับของเสียงโดยไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน

ทารกเรียนรู้รูปแบบเสียงได้เองจากการได้ยินต่อเนื่อง

แนวคิด Statistical Learning: สมองจับรูปแบบ/ความถี่ของเสียงเพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้ภาษา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง

สมองตอบสนองอัตโนมัติเมื่อเสียงเปลี่ยนจากรูปแบบเดิม แม้ไม่ได้ตั้งใจฟัง

การวัดด้วย Electroencephalography (EEG) ตรวจ Mismatch Negativity (MMN/MMR) ซึ่งสะท้อนความสามารถพื้นฐานในการประมวลผลการได้ยิน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

การตอบสนองของสมองต่อจังหวะ/รูปแบบเสียงได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพฤติกรรมของทารก

แนวคิดการใช้สัญญาณสมอง (ERP จาก EEG) แยกการรับรู้จังหวะออกจากการเรียนรู้ทางสถิติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

ทารกสามารถรับรู้และติดตาม “บีต” ในเสียงได้ตั้งแต่แรกเกิด

แนวคิด Beat Perception: การรับรู้จังหวะเป็นทักษะพื้นฐานของการประมวลผลเสียงและพัฒนาการภาษา/ดนตรี

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 113 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา