| 1 |
What is the primary goal of the article according to its introduction?
|
To explore advancements, applications, and challenges of generative AI in medical imaging |
|
การแก้ปัญหาความขาดแคลนของข้อมูล บทความวางอยู่บนฐานทฤษฎีที่ว่าการพัฒนา AI ทางการแพทย์มักติดขัดเรื่องข้อจำกัดด้านความเป็นส่วนตัว และความหายากของโรค เป้าหมายสำคัญคือการสำรวจว่า Deep Generative Models สามารถสร้าง ภาพถ่ายทางการแพทย์สังเคราะห์ ที่มีความแม่นยำสูงเพื่อใช้ในการฝึกฝนอัลกอริทึม โดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย ได้อีกด้วยโดย บทนำมุ่งเน้นไปที่แนวคิด ปัญญาประดิษฐ์แบบเสริมกำลังโดยมีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ GenAI เช่น การลดสัญญาณรบกวน , การเพิ่มความละเอียดภาพ และ การสังเคราะห์ภาพข้ามประเภท สามารถช่วยลดภาระงานของรังสีแพทย์และเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคได้จริง
|
The objective of this review is to provide a comprehensive overview of how AI is currently being applied in the field of mental health, with a focus on three primary domains: diagnosis, therapy support, and patient monitoring.
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
How do generative AI models differ from traditional discriminative models in healthcare applications?
|
Generative models produce new data rather than only classify or interpret |
|
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง AI สองประเภทนี้อยู่ที่ ผลลัพธ์
Discriminative Models แบบดั้งเดิมทำหน้าที่เจำแนก หรือ ทำนาย เช่น การดูฟิล์มเอกซเรย์แล้วตอบว่า เป็นมะเร็งหรือไม่ หรือการประเมินว่า คนไข้มีความเสี่ยงซึมเศร้ากี่เปอร์เซ็นต์ส่วนGenerative Models แบบสร้างสรรค์ ทำหน้าที่ สร้าง ข้อมูลใหม่ขึ้นมา เช่น การสร้างภาพสแกนสมองจำลอง เพื่อเอาไปใช้ฝึก AI ตัวอื่น หรือการที่ Chatbot สร้างประโยคโต้ตอบที่เหมือนมนุษย์จริงๆ ขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่แค่การดึงคำตอบที่มีอยู่แล้วมาตอบ
|
อ้างอิงจากบทความในส่วน Highlighting non-generative AI methods และหลักการทาง Computer Science พื้นฐาน
1. Discriminative Approach เรียนรู้เพื่อหาขอบเขต ในการแยกแยะข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น การแยกแยะโรคจากอาการ
2. Generative Approach เรียนรู้โครงสร้างหรือการกระจายตัวของข้อมูล เพื่อที่จะสามารถสร้างตัวอย่างข้อมูลใหม่ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับข้อมูลจริงได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
What is meant by the term “model as a dataset”?
|
Sharing trained model weights instead of raw data |
|
ในยุคปัจจุบัน การแชร์ข้อมูลสุขภาพจิต โดยตรงทำได้ยากมากเพราะติดปัญหาเรื่อง ความเป็นส่วนตัว และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น PDPA
แนวคิด Model as a dataset จึงถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหานี้นั่นคือแทนที่เราจะส่ง ข้อมูลดิบของคนไข้ ให้กัน เราจะส่ง Trained Model Weights ให้แทน โมเดลเหล่านี้เปรียบเสมือนเป็น ตัวแทนของข้อมูลเพราะมันได้เรียนรู้แพทเทิร์น ความสัมพันธ์ และลักษณะสำคัญของข้อมูลชุดนั้นไว้ข้างในแล้วและผู้รับสามารถนำโมเดลนี้ไปใช้งานหรือวิจัยต่อได้ โดยที่ไม่เห็นข้อมูลส่วนตัวรายบุคคลของคนไข้อีกด้วย
|
อ้างอิงจากบทความในส่วน Diagnosis หัวข้อย่อยเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและหลักการทาง Distributed Learning
1. Privacy-Preserving Data Sharing: บทความพูดถึงความท้าทายเรื่อง "Mental health data is highly sensitive, raising important questions about privacy" ดังนั้นการแชร์โมเดลจึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยกว่า
2. Federated Learning Principle ทฤษฎีนี้ระบุว่าเราสามารถเทรน AI ได้โดยไม่ต้องเอาข้อมูลออกจากเครื่อง แล้วส่งเฉพาะ ค่าน้ำหนักไปรวมกัน แนวคิดนี้ทำให้ตัวโมเดลกลายเป็นDatasetในตัวมันเองที่คนอื่นนำไปสกัดความรู้ต่อได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
Which statement correctly distinguishes physics-informed and statistical models?
|
Physics-informed models incorporate biological or physical principles |
|
ความแตกต่างอยู่ที่ที่มาของความรู้ที่โมเดลใช้ในการประมวลผล Physics-Informed Modelsเป็นโมเดลที่ไม่ได้เรียนรู้จากตัวเลขอย่างเดียว แต่มีการใส่ กฎทางวิทยาศาสตร์เช่น กฎทางฟิสิกส์ ชีววิทยา หรือกลไกการทำงานของสมองเข้าไปในสมการของ AI ด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ขัดกับความเป็นจริงทางธรรมชาติแต่Statistical Modelsเน้นการหาความสัมพันธ์เชิงสถิติจาก ตัวเลขข้อมูลเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจว่ากลไกเบื้องหลังคืออะไร ขอแค่มีข้อมูลมากพอที่จะหาแพทเทิร์นได้ก็พอ
|
อ้างอิงจากบทความในส่วน Core AI Methodologies และหลักการ Hybrid AI
1. Inductive Bias การใส่กฎทางฟิสิกส์เข้าไปช่วยให้โมเดลมี Bias ที่ถูกต้อง ทำให้ใช้ข้อมูลในการเทรนน้อยลงแต่มีความแม่นยำและสมเหตุสมผลมากขึ้น
2. Domain Knowledge Integration ในบทความระบุว่าสุขภาพจิตมีความซับซ้อนและบริบทเฉพาะตัว การใช้โมเดลที่เข้าใจหลักการทางชีววิทยาหรือจิตวิทยา จึงช่วยลดปัญหา Black Boxของโมเดลสถิติล้วนได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
According to the article, what does the “image generation trilemma” describe?
|
Trade-offs among image diversity, quality, and speed |
|
Image Generation Trilemma คือ ข้อจำกัดสามข้อในการสร้างภาพด้วย AI ที่นักพัฒนาต้องเผชิญ เพราะยากมากที่จะทำให้ได้ดีครบทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน นั่นคือ คุณภาพของรูป ความรวดเร็ว และ ความหลากหลาย
|
อ้างอิงจากหลักการของ Generative Models ที่ถูกกล่าวถึงในบทความวิชาการด้าน AI
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
What is the Human Turing Test used for in medical image synthesis?
|
To assess realism of synthetic medical images by experts |
|
Human Turing Test ในบริบทนี้คือการทดสอบ ความแนบเนียนของภาพการแพทย์ที่สร้างขึ้นโดย AI มีกระบวนการดังนี้ เราจะนำภาพจริง และภาพที่ AI สร้างขึ้น มาคละกัน แล้วให้ ผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้คัดแยก โดย ากผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถแยกแยะได้ว่าภาพไหนคือภาพจริง หรือทายถูกเพียงแค่ 50/50 แสดงว่า AI ตัวนั้นสามารถสร้างภาพได้สมจริงระดับสูงสุดจนมนุษย์แยกไม่ออกครับ
|
อ้างอิงจากหลักการประเมินผล Generative AI ในทางการแพทย์ Subjective Evaluation vs Objective Metricsแม้จะมีค่าสถิติอย่าง FID หรือ SSIM ในการวัดความคล้ายคลึงของภาพ แต่ในทางการแพทย์สายตาผู้เชี่ยวชาญสำคัญที่สุด เพราะภาพต้องมีความถูกต้องทางกายวิภาค
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
Which of the following is NOT mentioned as a potential benefit of synthetic data in healthcare?
|
Eliminating all medical biases permanently |
|
แม้ข้อมูลสังเคราะห์ จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของข้อมูลได้ แต่ตัวมันเองไม่สามารถกำจัดอคติทางการแพทย์ให้หายไปอย่างถาวรได้ด้วยตัวเอง
|
อ้างอิงจากบทความในส่วน Challenges และหลักการของ Algorithmic Bias Inherited Bias ทฤษฎีระบุว่า Generative AI เรียนรู้จากการกระจายตัวของข้อมูลจริง) หากข้อมูลจริงมีความเหลื่อมล้ำ ข้อมูลที่สร้างใหม่ก็จะมีสิ่งนั้นติดมาด้วย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
What is one major ethical concern associated with generative AI in medical imaging?
|
Data copying and patient reidentification |
|
แม้ว่า Generative AI จะถูกออกแบบมาเพื่อสร้างข้อมูลใหม่ แต่มีประเด็นจริยธรรมที่ร้ายแรงคือ บางครั้งโมเดล AI จำข้อมูลที่ใช้ฝึกสอนแม่นยำเกินไป จนสร้างภาพที่เหมือนกับคนไข้จริงออกมาเป๊ะๆ แทนที่จะสร้างภาพใหม่ที่แค่ คล้าย
และ หากภาพที่สร้างออกมามีลักษณะเฉพาะอาจทำให้คนสามารถสืบกลับไปได้ว่านี่คือภาพของใคร ซึ่งเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและความลับของคนไข้อย่างรุนแรง
|
อ้างอิงจากบทความในส่วน Ethical Considerations และหลักความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ AI
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
What regulatory precedent did the article cite for synthetic data technologies?
|
FDA clearance of synthetic MRI as image-processing software |
|
การได้รับ FDA Clearance หรือ การอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ เป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดที่บทความระบุถึง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไป แต่สามารถนำมาใช้จริงในทางคลินิกได้
|
อ้างอิงจากบทความในส่วน Regulatory Science และความเคลื่อนไหวล่าสุดของหน่วยงานกำกับดูแล
Software as a Medical Device (SaMD) ทฤษฎีทางกฎหมายระบุว่าเมื่อ AI ถูกนำมาใช้ประมวลผลข้อมูลเพื่อการวินิจฉัย จะต้องถูกกำกับดูแลในฐานะเครื่องมือแพทย์ ซอฟต์แวร์สร้างภาพจำลองจึงต้องผ่านการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพตามมาตรฐานของ FDA
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
What is the main purpose of the article?
|
To create a universal ASCVD model for Western countries |
|
บทความนี้มีเป้าหมายเพื่อเปรียบเทียบและประเมินประสิทธิภาพของโมเดลทำนายความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีอยู่เช่น PCE ของสหรัฐ หรือ SCORE ของยุโรปว่าเมื่อนำมาใช้กับ ประชากรในเอเชียตะวันออกแล้ว มีความแม่นยำเพียงใด
|
อ้างอิงจากหลักการ Epidemiology และ Clinical Validation Population Specificity ทฤษฎีระบุว่าความแม่นยำของโมเดลทำนายโรคขึ้นอยู่กับบริบทของประชากรโมเดลที่แม่นยำในอเมริกาอาจล้มเหลวในเอเชีย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
Which of the following models was originally developed for a Western population?
|
Framingham Risk Score |
|
Framingham Risk Score (FRS) คือจุดเริ่มต้นของการทำนายความเสี่ยงโรคหัวใจของโลก แต่มีที่มาเฉพาะเจาะจง พัฒนาขึ้นจากข้อมูลของโครงการ Framingham Heart Study ซึ่งเริ่มต้นในปี 1948 ในเมือง Framingham รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อมูลเกือบทั้งหมดมาจากชาวอเมริกันผิวขาว ในยุคนั้น ทำให้มันกลายเป็นตัวแทนของ ประชากรฝั่งตะวันตก อย่างชัดเจน
|
อ้างอิงจากหลักการ Global Health Epidemiology และประวัติศาสตร์การแพทย์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
Why might Western-based risk prediction models overestimate ASCVD risk in East Asian populations?
|
East Asians have lower baseline incidence of ASCVD |
|
สาเหตุหลักที่โมเดลของตะวันตก มักทำนายความเสี่ยงสูงเกินจริงเมื่อนำมาใช้กับคนเอเชียตะวันออก เป็นเพราะ อุบัติการณ์พื้นฐานของโรคที่ต่างกันครับ
|
อ้างอิงจากหลักการ Calibration in Predictive Modeling และข้อมูลระบาดวิทยา Calibration (ความแม่นยำของการทำนาย): เป็นความสอดคล้องระหว่าง จำนวนเคสที่ทำนายกับ จำนวนเคสที่เกิดขึ้นจริงหากโมเดลถูกเทรนด้วยประชากรที่มีโรคชุกชุม โมเดลจะตั้งค่า Baseline ไว้สูง เมื่อนำไปใช้กับประชากรที่โรคน้อยกว่า จะเกิดปัญหา Miscalibration ทันที
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
What is the key advantage of the China-PAR model compared to Western-based models?
|
It was calibrated using national data representing diverse regions in China |
|
ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของโมเดล China-PARคือการแก้ปัญหาเรื่องความแม่นยำเชิงพื้นที่และประชากรเนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่มากและมีความหลากหลายสูง โมเดลนี้จึงใช้ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ที่ครอบคลุม หลายภูมิภาคทั่วประเทศจีน ไม่ได้เจาะจงแค่เมืองใดเมืองหนึ่ง
|
อ้างอิงจากหลักการ Population-based Predictive Modeling และเนื้อหาในบทความ Validation on Target Population ทฤษฎีการสร้างโมเดลระบุว่า โมเดลจะมีความแม่นยำสูงสุดเมื่อใช้กับประชากรที่มีลักษณะเดียวกับชุดข้อมูลที่ใช้สร้างโมเดล China-PAR จึงชนะโมเดลตะวันตกในแง่ของ Internal Validity สำหรับคนจีน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
Which of the following variables is not typically included in ASCVD risk prediction models discussed in the article?
|
Genetic ancestry markers |
|
แม้ว่าพันธุกรรมจะมีผลต่อโรคหัวใจ แต่ใน โมเดลทำนายความเสี่ยงมาตรฐาน เช่น FRS, PCE, China-PAR มักจะ ไม่ได้ รวมค่าบ่งชี้ทางพันธุกรรม เข้าไปในการคำนวณพื้นฐาน
|
อ้างอิงจากหลักการ Clinical Risk Assessment และมาตรฐานของบทความ Traditional Risk Factors อ้างอิงจากแนวทางของ AHA/ACC และการศึกษา Framingham ปัจจัยที่ต้องมีคือ อายุ, เพศ , ความดันโลหิต , ระดับไขมัน, สถานะเบาหวาน และการสูบบุหรี่
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
What is a major difference between the Suita Score and the Framingham Risk Score?
|
Suita Score was designed for a Japanese population using local epidemiological data |
|
Suita Score: ถูกพัฒนาขึ้นจากการศึกษาในเมือง Suita โดยใช้ข้อมูลจากประชากรชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่พบบ่อยว่าโมเดลตะวันตกมักทายความเสี่ยงของคนญี่ปุ่นสูงเกินจริงนอกจากการใช้ข้อมูลคนท้องถิ่นแล้ว Suita Score ยังมีความละเอียดกว่าในบางจุด เช่น การแยกประเภทของไขมัน LDL หรือการนำปัจจัยเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ที่พบบ่อยในสังคมญี่ปุ่นมาพิจารณาด้วยครับ
|
อ้างอิงจากหลักการ Population Specificity และเนื้อหาเปรียบเทียบโมเดลในเอเชีย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
According to the article, what is a potential benefit of developing East Asia–specific risk models?
|
They improve accuracy and reduce overestimation of risk |
|
โมเดลตะวันตกส่วนใหญ่มักจะทายว่าคนเอเชียมีความเสี่ยงสูงเกินไป เพราะโมเดลเหล่านั้นสร้างจากกลุ่มประชากรที่มีอัตราการเกิดโรคหัวใจสูงกว่าและ เมื่อใช้ข้อมูลของคนเอเชียเองในการสร้างโมเดล AI หรือสมการทางสถิติจะสามารถให้น้ำหนักปัจจัยเสี่ยงได้ถูกต้องมากขึ้น
|
อ้างอิงจากหลักการ Population-Specific Calibration และเนื้อหาในบทความ Calibration and Discrimination , Ethnicity as a Risk Modifier
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
Which factor was highlighted as influencing ASCVD risk differences among East Asian countries?
|
Cultural and dietary variations, such as salt intake and lifestyle |
|
แม้ว่าประเทศในเอเชียตะวันออกจะมีความใกล้ชิดกันทางภูมิศาสตร์ แต่ปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงโรค ASCVD ต่างกันคือวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเช่น ความแตกต่างในเรื่องอัตราการสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย และระดับความเครียดในสังคมเมืองที่พัฒนาไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ ส่งผลให้ความแม่นยำของโมเดลต้องถูกปรับจูนให้เข้ากับแต่ละประเทศด้วย
|
อ้างอิงจากหลักการ Social Determinants of Health , Diet-Disease Connection , Epidemiological Transition
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
What future direction does the article suggest for improving ASCVD risk prediction?
|
Using multimodal AI-based prediction integrated with regional data |
|
Multimodal AI หมายถึงการที่ AI สามารถประมวลผลข้อมูลหลายรูปแบบพร้อมกันได้ในคราวเดียวไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐาน, ข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์, ข้อมูลพันธุกรรม, และข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ การนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของแต่ละภูมิภาคจะช่วยให้ AI เรียนรู้ลักษณะเฉพาะทางสรีรวิทยาและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
|
อ้างอิงจากส่วน Future Directions และ Conclusion ของบทความวิจัยด้าน Digital Health ปี 2025-2026 , Synergistic Effect of Data , Beyond Recalibration
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
Which statement best explains the key difference in how VAEs, GANs, and DDPMs generate medical images according to the figure?
|
DDPMs iteratively remove noise through reverse diffusion rather than using encoder–decoder or discriminator structures. |
|
DDPMs ในภาพ C แสดงให้เห็นกระบวนการที่แตกต่างจากข้ออื่นอย่างชัดเจน โดยใช้การ Reverse diffusionเพื่อค่อยๆ กำจัด Noise ออกจากภาพที่พร่ามัวจนกลายเป็นภาพที่ชัดเจน ซึ่งกระบวนการนี้ทำซ้ำเป็นลำดับ และไม่ได้ใช้โครงสร้างแบบ Encoder-Decoder หรือการมีคู่แข่งอย่าง Discriminator
VAEs ในภาพ A แสดงโครงสร้างแบบ Encoder–Decoder ชัดเจน โดยบีบอัดข้อมูลเข้าสู่ Latent representation ก่อนจะถอดรหัสออกมาเป็นภาพใหม่
GANs ในภาพ B แสดงกลไกการแข่งกันระหว่าง Generator และ Discriminator เพื่อพัฒนาความสมจริง
|
อ้างอิงจากแผนภาพกลไกของโมเดลทั้ง 3 ประเภท VAEsใช้ทฤษฎีการอนุมานเชิงความน่าจะเป็น
GANsใช้ทฤษฎีเกมผ่านโครงสร้างแบบ Adversarial
DDPMsใช้หลักการทางฟิสิกส์ของการแพร่ โดยการเติม Noise เข้าไป และเรียนรู้ที่จะลบ Noise ออก
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
Which of the following best explains the trend shown in Figure comparing age-standardized and crude CVD mortality rates among East Asian countries?
|
Despite differences in age structures, Japan maintains low mortality rates in both measures, suggesting effective prevention and healthcare systems. |
|
ประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ต่ำที่สุดอย่างชัดเจนในทั้งสองกราฟ ไม่ว่าจะเป็น Age-standardizedหรือ Crude rate แม้จะดูสูงขึ้นตามสัดส่วนประชากรสูงอายุ แต่ก็ยังสะท้อนความสำเร็จในการจัดการเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
|
อ้างอิงจากหลักการทาง ระบาดวิทยา
Age-standardized Rateคือการปรับค่าสถิติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อตัดอิทธิพลเรื่อง อายุออกไป ทำให้เราเปรียบเทียบประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขระหว่างประเทศที่มีคนแก่มากกับคนแก่น้อยได้อย่างยุติธรรม
Crude Mortality Rate คืออัตราการตายจริงตามสภาพประชากร ณ ขณะนั้น ซึ่งจะสะท้อนภาระโรคที่เกิดขึ้นจริงในสังคม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|