| 1 |
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด
|
การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง |
|
เพราะคำว่า Beat Perceptions คือการรับรู้จังหวะที่สม่ำเสมอ ซึ่งเราสามารถพบได้ทั้งในทารกแรกเกิด เด็ก และผู้ใหญ่ เพราะเป็นความสามารถพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งการรับรู้จังหวะที่สม่ำเสมอ ก็สอดคล้องกับความหมายของคำคำนี้
|
ทำความเข้าใจคำว่า Beat Perceptions พอสังเขป จากAi ของกูเกิ้ล ซึ่งจับใจความได้ถึงการจับจังหวะที่สม่ำเสมอ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด
|
การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน |
|
เพราะทารกแรกเกิด ยังตอบสนองต่อเสียงและดนตรีได้ไม่ดีนัก ห่างจะใช้วิธีการสังเกตจากภายนอก ควรจะเป็นวัยที่โตขึ้นมามากกว่านี้
|
มีงานวิจัยจากปี 2023 ที่ทดลองกับทารกแรกเกิดโดยใช้การกระตุ้นสมอง ขณะนอนหลับ เพื่อสังเกตEEG ในสมองของทารก เมื่อมีจังหวะสม่ำเสมอ และจังหวะสุ่ม และผลลัพธ์ต่างกันชัดเจน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด
|
ความสามารถในการจดจำและจำลำดับการได้ยิน |
|
เพราะการที่สมองของทารกจะตอบสนองต่อจังหวะสม่ำเสมอได้ ก็แปลว่าทารกสามารถจำจังหวะนั้นได้ และสามารถจำลำดับการได้ยินได้
|
จากงานวิจัยจากปี 2023 ที่ทดลองกับทารกแรกเกิดโดยใช้การกระตุ้นสมอง ขณะนอนหลับ เพื่อสังเกตEEG ในสมองของทารก ซึ่งหากมีจังหวะเดิม ซ้ำจนเกิดความสม่ำเสมอ ทารกจะตอบสนองต่างกับจังหวะแบบสุ่ม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?
|
การแยกความสม่ำเสมอออกจากลำดับของเสียงโดยไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน |
|
เพราะเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเอง เกิดจากความสม่ำเสมอ เช่นการเรียกแม่ ถ้าทารกจำคำว่าแม่ได้ อาจจะตามด้วยจ๋า
|
ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสถิติ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด
|
ภาวะไอโซโครนัส |
|
ในสภาวะอื่นไม่มีความเกี่ยวข้องในการแยก จังหวะหรือไม่มีจังหวะโดยตรง
|
Beat Perception คือการจับจังหวะที่สม่ำเสมอ ถ้าเสียงมาตรงเวลา ทารกจะจำจังหวะได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ
|
การเปิดใช้งานกระจกเซลล์ประสาท |
|
เป็นการทำใฟ้การเคลื่อนไหวของตัวเองเข้ากับจังหวะภายนอกได้ เช่นการปรบมือตามจังหวะเพลงหรือร้องคาราโอเกะ
|
ทฤษฎีเซลล์ประสาทกระจกเงา เป็นหลักคิดสำคัญที่อธิบายว่าสมองมนุษย์จับจังหวะและเลียนแบบการเคลื่อนไหวได้อย่างไร
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร
|
เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา |
|
การจับจังหวะเป็นพื้นฐานที่สามารถต่อยอดไปในด้านดนตรีและการเคลื่อนไหวเช่นการเต้น ในอนาคตได้
|
การจับจังหวะของทารกเป็นพื้นฐานแต่กำเนิด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?
|
ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง |
|
ผู้ที่ถูกทดสอบจะไม่สามารถรับรู้เสียงหรือจังหวะถัดไปได้
|
ทฤษฎีความไม่ต่อเนื่อง เป็นกลไลที่สมองใช้เพื่อเติมเต็มเสียงที่ขาดไปเมื่อมีเสียงบางอย่างมาแทรก
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร
|
บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง |
|
เพราะเป็นการบันทึกไฟฟ้าของสมองที่เกิดขึ้นโดยตรงเมื่อทารกแรกเกิดได้ยินเสียงจับหวะ เพราะทารกไม่สามารถตอบสนองทางพฤติกรรมได้เต็มที่
|
เพราะ EEG คือการบันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด
|
ความเข้าใจภาษา |
|
การวิจัยการได้ยินของทารกแรกเกิดส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ลักษณะความสามารถพื้นฐาน
|
เพราะ การรับรู้ความเข้าใจเป็นสิ่งที่พัฒตาขึ้นเองตามอายุ ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการที่เราทดสอบกับเด็กทารกที่ยังตอบสนอมงได้ไม่เต็มที่ ข้อนี้จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์
|
สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์ |
|
สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์ เป็นคำที่ใช้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือแต่ไม่มีการตรวจสอบอย่างแน่ชัด
|
ความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสสตร์ ที่ไม่มีการตรวจสอบอย่างแน่ชัด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน
|
หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค |
|
เพราะ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ใช่กลไกการรายงานผลข้างเคียงที่ได้รับการยอมรับสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีน
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์
|
กระบวนการแจ้งความยินยอม |
|
การตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภค (DTC) สำหรับการบำบัดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ มักจะ ให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือน โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์เกินจริงและปกปิดความเสี่ยงหรือประสิทธิภาพที่ยังไม่แน่นอน สิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าใจถึงความเสี่ยงและประโยชน์ที่แท้จริงได้ ส่งผลให้ความสามารถในการให้ ความยินยอมที่ได้รับการแจ้ง อย่างถูกต้องและมีข้อมูลครบถ้วนของผู้ป่วยถูกท้าทายอย่างยิ่ง
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ
|
การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล |
|
คุณลักษณะหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เซลล์และยีนบำบัด (CGT, Cell and Gene Therapy products) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ คือ การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล
|
ความจำเป็นของการรับรองด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยหน่วยงานที่เป็นกลางและมีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูงมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยก่อนที่จะนำออกสู่ตลาด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ
|
ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง |
|
คำถามนี้เป็นคำถามความเข้าใจจากบทความที่ไม่ได้ให้มาในภาพ แต่โดยทั่วไปแล้ว ความเสี่ยงหลักของผลิตภัณฑ์การรักษาด้วยเซลล์และยีน (Cell and Gene Therapy - CGT) ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์หรืออยู่ระหว่างการพัฒนา มักเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิดหรือร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ป่วย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญอย่างมากในการควบคุม
|
อิงตามหลักการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน เซลล์และยีนบำบัด (CGT) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่อาจมีผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกาย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ
|
การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ |
|
จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ "ไม่ได้รับการพิสูจน์" ย่อมหมายถึงยังไม่ได้รับการอนุมัติหรือรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ (เช่น อย. หรือ FDA) หากผลิตภัณฑ์ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญแล้ว ก็จะไม่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์อีกต่อไป
|
หลักการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกชนิดต้องผ่านกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดและการตรวจสอบโดยหน่วยงานรัฐบาล เพื่อรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร
|
|
|
หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาอย่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกา และองค์การยาแห่งยุโรป (EMA) มีหน้าที่ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ก่อนที่จะอนุญาตให้วางจำหน่ายในตลาด สำหรับผลิตภัณฑ์เซลล์และยีนบำบัด (CGT) ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products; ATMPs ในยุโรป) กระบวนการนี้จำเป็นต้องมีการศึกษาและข้อมูลที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นยาที่มีความซับซ้อนและมีผลกระทบระยะยา
|
ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ หน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้กำหนดให้มีการศึกษาทางคลินิกอย่างเข้มงวดในหลายระยะเพื่อประเมินความปลอดภัยเบื้องต้น, ประสิทธิผล, และผลข้างเคียง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร
|
เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ |
|
สาเหตุหลักคือการปกป้องความปลอดภัยของผู้ป่วยและส่งเสริมความน่าเชื่อถือของวงการเซลล์และยีนบำบัดโดยรวม
|
ทฤษฎีและหลักการที่สนับสนุนแนวคิดนี้มาจากจริยธรรมทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?
|
ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง |
|
ที่ไม่ได้ผ่านการพิสูจน์หรือการรับรองตามกฎระเบียบ อาจมีความเสี่ยงสูงต่อผู้ป่วย เนื่องจากยังไม่มีการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างเพียงพอ ผลกระทบร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด ภาวะแทรกซ้อน หรือการรักษาที่ไม่ได้ผล
|
หลักการคิดที่ใช้ในการตอบคำถามเป็นเรื่องของการ คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล โดยอิงตามข้อมูลจริงและหลักการทางวิทยาศาสตร์และการกำกับดูแล ซึ่งมีหลักการดังนี้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน
|
ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ |
|
|
หลักการคิดที่ใช้ในการตอบคำถามเป็นเรื่องของการ คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล โดยอิงตามข้อมูลจริงและหลักการทางวิทยาศาสตร์และการกำกับดูแล
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|