ตรวจข้อสอบ > ณัฐพัชร์ ราชพรหม > คณิตศาสตร์เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Mathematics in Medical Science > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 6 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is the primary goal of using multimodal transportation in logistics as per the discussed research?

To minimize transportation costs and risks while delivering on time.

คือการสร้าง ประสิทธิภาพสูงสุด (Optimizing Efficiency) ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)การรวมรูปแบบการขนส่งที่แตกต่างกัน (เช่น รถบรรทุก, รถไฟ, เรือ) ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือก เส้นทางที่มีต้นทุนต่ำที่สุด ในแต่ละช่วงของเส้นทาง ในขณะที่ยังคง รักษาความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือ ในการส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้าได้ทันเวลา (Just-in-Time Delivery)

การเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Optimization) และ การบริหารความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ (Logistics Risk Management) การขนส่งแบบ Multimodal ช่วยลดต้นทุนโดยการใช้รูปแบบที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับระยะทางไกล (เช่น รถไฟหรือเรือ) และใช้ถนนสำหรับระยะทางสั้นๆ (First/Last Mile) ในขณะเดียวกันก็กระจายความเสี่ยง (Diversify Risk) ที่อาจเกิดขึ้นจากการพึ่งพาเพียงรูปแบบเดียว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which method is primarily used for decision-making in multimodal transportation route selection?

A combination of AHP and ZOGP.

เนื่องจากในการเลือกเส้นทางการขนส่งแบบหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) นั้นจำเป็นต้องพิจารณาทั้ง เกณฑ์เชิงคุณภาพ (Qualitative Criteria) และ เกณฑ์เชิงปริมาณ (Quantitative Constraints)AHP (Analytic Hierarchy Process): ใช้ในการ กำหนดน้ำหนักความสำคัญ ของเกณฑ์การตัดสินใจที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรม เช่น ความน่าเชื่อถือของเส้นทาง, ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย, และความพึงพอใจของลูกค้า ZOGP (Zero-One Goal Programming): ใช้ในการ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เพื่อหาชุดเส้นทางที่ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด (เช่น เวลาในการจัดส่ง, งบประมาณ) โดยใช้ตัวแปร 0 หรือ 1 (เลือกหรือไม่เลือกเส้นทางนั้น)

การตัดสินใจหลายเกณฑ์ (Multi-Criteria Decision Making - MCDM) AHP เป็นเครื่องมือ MCDM ที่แปลงการตัดสินใจเชิงคุณภาพให้อยู่ในรูปตัวเลขเพื่อกำหนดน้ำหนักความสำคัญ ส่วน ZOGP เป็นเทคนิคการ กำหนดการเชิงเป้าหมาย (Goal Programming) ที่ใช้แก้ปัญหาที่มีเป้าหมายหลายอย่างพร้อมกัน โดยมีเป้าหมายหลักในการ ลดความคลาดเคลื่อน (Deviation) จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายใต้ข้อจำกัดการเลือกแบบ ศูนย์-หนึ่ง (Binary Selection)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


According to the case study, what is the primary commodity considered for transportation?

Pharmaceutical products.

กรณีศึกษาและงานวิจัยที่ใช้ การขนส่งแบบหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) ร่วมกับวิธีการตัดสินใจที่ซับซ้อน (เช่น AHP-ZOGP) มักจะเน้นไปที่สินค้าที่มี ข้อกำหนดด้านโลจิสติกส์ที่เข้มงวด (Strict Logistics Requirements) เช่น การควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control), ความปลอดภัยสูง, และ การจัดส่งที่ตรงเวลา (Time-Sensitive Delivery)ซึ่งผลิตภัณฑ์ยาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของสินค้าที่ต้องการการจัดการพิเศษดังกล่าว

การขนส่งที่มีการควบคุม (Controlled Logistics) และ ข้อกำหนดด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Product Quality Compliance) ผลิตภัณฑ์ยาเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและมีความเสี่ยงสูง การขนส่งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (เช่น GDP - Good Distribution Practices) เพื่อรักษาคุณภาพและประสิทธิผลของยา การเลือกเส้นทางแบบ Multimodal จึงต้องคำนึงถึงความน่าเชื่อถือของทุกโหมดขนส่งเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะถึงจุดหมายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


What is the role of the Analytic Hierarchy Process (AHP) in the multimodal transportation decision support model?

To establish weights for different criteria based on expert judgment.

เนื่องจาก Analytic Hierarchy Process (AHP) เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการกับ เกณฑ์เชิงคุณภาพ (Qualitative Criteria) และความขัดแย้งในการตัดสินใจAHP ใช้กระบวนการเปรียบเทียบเป็นคู่ (Pairwise Comparison) โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแปลงการตัดสินใจที่ซับซ้อน (เช่น ความน่าเชื่อถือ, ความปลอดภัย) ให้อยู่ในรูปของ น้ำหนักความสำคัญเชิงตัวเลข (Numerical Weights) ก่อนที่จะนำไปใช้ในแบบจำลองการหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด (Optimization Model)

การตัดสินใจหลายเกณฑ์ (Multi-Criteria Decision Making - MCDM) AHP ช่วยจัดโครงสร้างปัญหาที่มีหลายเป้าหมายและหลายทางเลือกให้อยู่ในรูปแบบลำดับชั้น (Hierarchy) ที่ชัดเจน หลักการสำคัญคือการกำหนดความสำคัญสัมพัทธ์ (Relative Importance) ของแต่ละเกณฑ์การตัดสินใจ (เช่น น้ำหนักของ 'ความเสี่ยง' เทียบกับ 'ต้นทุน') ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ในการสร้างแบบจำลองการตัดสินใจที่มีเหตุผล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


Which risk is NOT considered in the list of risks assessed for multimodal transportation route selection?

Health risk.

ในการวิเคราะห์การเลือกเส้นทางการขนส่งแบบหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ จะไม่พิจารณาความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยตรงแต่จะเน้นไปที่ความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ สินค้า (Freight Damage), กระบวนการ (Security), กฎหมาย (Legal), และ ต้นทุน (Financial) ความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานมักจะถูกจัดการภายใต้มาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่แยกต่างหาก

การบริหารความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ (Logistics Risk Management) การประเมินความเสี่ยงในการเลือกเส้นทาง Multimodal มุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงที่อาจทำให้ ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก (Disruption) หรือทำให้เกิด ความสูญเสียทางการเงิน ในการส่งมอบสินค้า ซึ่งความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานแม้จะสำคัญ แต่ไม่ได้เป็นตัวแปรที่ใช้ในการคำนวณหาเส้นทางขนส่งที่เหมาะสมที่สุด (Optimal Route) โดยตรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


What does ZOGP stand for, and what is its role in the model?

Zero-One Goal Programming - It's used to solve the optimal route selection problem.

ซึ่งหมายถึง กำหนดการเชิงเป้าหมายแบบศูนย์-หนึ่ง บทบาทหลักคือการ แก้ปัญหาการเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด (Optimal Route Selection Problem) ในการขนส่งแบบหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation)โดย ZOGP ใช้ ตัวแปรตัดสินใจแบบไบนารี (Binary Decision Variables) (0 หมายถึงไม่เลือกเส้นทางนั้น, 1 หมายถึงเลือก) เพื่อหาชุดเส้นทางที่ ลดความคลาดเคลื่อน (Deviation) จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ (เช่น ต้นทุนต่ำสุด, เวลาสั้นที่สุด) ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่

การกำหนดการเชิงเป้าหมาย (Goal Programming) และ การวิจัยการดำเนินงาน (Operations Research) ZOGP เป็นส่วนเสริมของ AHP ในแบบจำลองการตัดสินใจ โดย AHP จะให้ค่าน้ำหนักของเป้าหมาย ส่วน ZOGP จะทำการ หาคำตอบเชิงปริมาณ เพื่อตอบสนองเป้าหมายเหล่านั้นให้ดีที่สุดพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี เป้าหมายที่ขัดแย้งกัน (เช่น การลดต้นทุนมักจะทำให้เวลาขนส่งนานขึ้น)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


Which of the following is NOT a mode of transport discussed in the multimodal transportation case study?

All are discussed.

การขนส่งแบบหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) โดยนิยามคือการใช้ การขนส่งมากกว่าหนึ่งรูปแบบ (เช่น รถบรรทุก, รถไฟ, เรือ, เครื่องบิน) เพื่อขนส่งสินค้าจากต้นทางถึงปลายทางกรณีศึกษาที่ใช้แบบจำลองการตัดสินใจที่ซับซ้อน (เช่น AHP-ZOGP) มักจะพิจารณาทุกโหมดการขนส่งหลัก ได้แก่ Rail (ทางรถไฟ), Sea (ทางทะเล), Air (ทางอากาศ), และ Road (ทางถนน) เพื่อให้สามารถหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดภายใต้เกณฑ์ที่หลากหลาย (ต้นทุน เวลา และความเสี่ยง)

ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Flexibility) และ การเปรียบเทียบข้อได้เปรียบของการขนส่ง (Comparative Advantage of Transport Modes) การรวมทุกโหมดขนส่งเข้าด้วยกันทำให้ผู้บริหารโลจิสติกส์สามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบเฉพาะของแต่ละรูปแบบ (เช่น ความเร็วของเครื่องบิน, ต้นทุนต่ำของเรือ, ความยืดหยุ่นในการจัดส่งปลายทางของรถบรรทุก) เพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการของผลิตภัณฑ์ (เช่น ผลิตภัณฑ์ยา)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


In the context of the AHP used in the study, what does a consistency ratio (CR) less than 0.1 indicate?

The judgments are sufficiently consistent.

Consistency Ratio (CR) เป็นมาตรวัดที่สำคัญใน Analytic Hierarchy Process (AHP) เพื่อประเมินว่าการเปรียบเทียบเป็นคู่ (Pairwise Comparisons) ที่ทำโดยผู้เชี่ยวชาญนั้น สอดคล้อง (Consistent) กับตรรกะหรือไม่ โดยทั่วไป ค่าที่ น้อยกว่า 0.1 ถือเป็น เกณฑ์ที่ยอมรับได้ (Acceptable Threshold) ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจของผู้เชี่ยวชาญมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ในการกำหนดน้ำหนักความสำคัญ (Weights) ได้อย่างมีเหตุผล

ความสอดคล้องเชิงตรรกะ (Logical Consistency) และ การตัดสินใจหลายเกณฑ์ (MCDM) AHP อนุญาตให้มีความไม่สอดคล้องเล็กน้อยได้เนื่องจากการตัดสินใจของมนุษย์ไม่ได้สมบูรณ์แบบทางคณิตศาสตร์เสมอไป ค่า CR คำนวณจากการเปรียบเทียบความไม่สอดคล้องที่เกิดขึ้นจริงในเมทริกซ์การตัดสินใจกับความไม่สอดคล้องโดยเฉลี่ยที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ (Random Index - RI) หาก สูงเกิน 0.1 แสดงว่าการตัดสินใจมีความขัดแย้งภายในมากเกินไปและต้องมีการทบทวน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


What is the primary purpose of sensitivity analysis in the context of the ZOGP model used in the study?

To check the robustness of the model's outcomes against changes in input parameters.

เนื่องจาก Sensitivity Analysis (การวิเคราะห์ความไว) เป็นเทคนิคทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญที่ใช้ในการประเมินว่า ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด (Optimal Solution) ที่ได้จากแบบจำลอง ZOGP จะยังคงใช้ได้หรือไม่ หากค่าของพารามิเตอร์ขาเข้า (เช่น น้ำหนักความสำคัญของเกณฑ์ หรือข้อจำกัดด้านเวลา/ต้นทุน) มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยการทดสอบนี้ช่วยให้แน่ใจว่าการตัดสินใจที่เลือกนั้น แข็งแกร่ง (Robust) และไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับชุดข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น

การวิจัยการดำเนินงาน (Operations Research) และ ความเสถียรของคำตอบ (Solution Stability) ในแบบจำลองการหาค่าเหมาะสมที่สุด (Optimization Models) การวิเคราะห์ความไวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประยุกต์ใช้ในโลกจริง เพราะข้อมูลป้อนเข้าในโลจิสติกส์มักมีความไม่แน่นอน (Uncertainty) การที่ผลลัพธ์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงภายใต้ช่วงการเปลี่ยนแปลงของพารามิเตอร์ที่กำหนดแสดงว่า คำตอบที่ได้มีความน่าเชื่อถือสูง สำหรับการนำไปใช้ในการดำเนินงาน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


Which of the following best describes the role of multimodal transportation in global trade according to the study?

It is essential for making local industry and international trade more efficient and competitive.

ในบริบทของการค้าระดับโลกคือการสร้าง ความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) การรวมรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมที่สุด (เช่น เรือสำหรับทางไกลและรถไฟ/รถบรรทุกสำหรับทางสั้น) ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถ ลดต้นทุนรวม (Total Cost), ลดความเสี่ยง (Risk) และ ปรับปรุงความน่าเชื่อถือในการจัดส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินค้าและอุตสาหกรรมท้องถิ่นสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้

ความสามารถในการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Competitiveness) และ โลกาภิวัตน์ของโลจิสติกส์ (Globalization of Logistics) ในยุคโลกาภิวัตน์ ความสามารถในการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีความเสี่ยงต่ำ ถือเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการเข้าร่วมการค้าโลก Multimodal Transportation เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดที่ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เนื่องจากเป็นการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละรูปแบบการขนส่ง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is the main natural cause of landslides along the Jammu-Srinagar National Highway?

Prolonged precipitation

เป็นสาเหตุทางธรรมชาติหลักที่ทำให้เกิดดินถล่ม (Landslides) ตามแนวทางหลวงแห่งชาติ Jammu-Srinagar น้ำฝนที่ตกสะสมเป็นเวลานานจะซึมเข้าสู่ชั้นดินและหินบนเนินเขา ทำให้ เพิ่มน้ำหนัก (Weight) ของมวลดิน และที่สำคัญที่สุดคือ เพิ่มแรงดันน้ำในช่องว่างดิน (Pore Water Pressure) ซึ่งจะไป ลดแรงเฉือน (Shear Strength) และ ความต้านทานแรงเสียดทาน (Frictional Resistance) ของวัสดุ ทำให้ความมั่นคงของความลาดชันลดลงและเกิดการถล่มในที่สุด

กลศาสตร์ดินและหิน (Soil and Rock Mechanics) และ ความมั่นคงของความลาดชัน (Slope Stability) ตามหลักการของ แรงเฉือน (Shear Stress) และ ความแข็งแรงของแรงเฉือน (Shear Strength) ในดิน น้ำที่ซึมลงไปจะไปลด แรงประสาน (Cohesion) ระหว่างอนุภาคดิน และเพิ่มแรงดันน้ำในช่องว่าง ทำให้ความแข็งแรงของวัสดุที่ต้านทานการเคลื่อนที่ลดลง (Shear Strength Reduction) จนกระทั่งแรงเฉือนเกินความแข็งแรงของวัสดุ (Shear Stress > Shear Strength) และเกิดการเคลื่อนตัว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


According to the article, what technology is used to assess landslide-prone areas along the highway?

Remote sensing and ARIMA modeling

เป็นเทคโนโลยีและวิธีการที่ระบุไว้ในงานวิจัยที่ใช้ในการประเมินและทำนายความเสี่ยงดินถล่ม (Landslide Hazard)Remote Sensing: ใช้ในการ รวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) ของภูมิประเทศ, การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน, และการเคลื่อนตัวของพื้นผิว (Surface Deformation) จากดาวเทียมหรืออากาศยาน ARIMA (Autoregressive Integrated Moving Average): ใช้ในการ วิเคราะห์อนุกรมเวลา (Time-series Analysis) ของข้อมูล เช่น การเคลื่อนตัวของดิน หรือปริมาณน้ำฝน เพื่อ ทำนายแนวโน้ม และ โอกาสในการเกิดดินถล่ม ในอนาคต

การวิเคราะห์ภัยพิบัติเชิงปริมาณ (Quantitative Hazard Analysis) และ การจำลองเชิงเวลา-พื้นที่ (Spatio-temporal Modeling) การรวมกันของเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (เพื่อหา "พื้นที่") และแบบจำลอง ARIMA (เพื่อหา "เวลา") ช่วยให้นักวิจัยสามารถสร้าง ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ที่มีความแม่นยำสูงสำหรับการจัดการความเสี่ยงดินถล่มตามแนวทางหลวง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What is the relationship between land surface temperature (LST) and underground water level mentioned in the study?

Inversely proportional

ตามการศึกษาที่ใช้ การสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิพื้นผิวโลก และระดับน้ำใต้ดิน พบว่าเมื่อ ระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้น จะส่งผลให้ ความชื้นในดินและบนพื้นผิวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วย ลดอุณหภูมิพื้นผิวโลก ผ่านกระบวนการ การระเหยคายน้ำ (Evapotranspiration) ทำให้ LST กับระดับน้ำใต้ดินมีความสัมพันธ์ผกผันกัน

สมดุลพลังงานพื้นผิวโลก (Surface Energy Balance) และ การระเหยคายน้ำ (Evapotranspiration) ความชื้นในดินที่เพิ่มขึ้นจะเปลี่ยนพลังงานความร้อนที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ (Net Radiation) ให้กลายเป็น ความร้อนแฝงของการระเหย (Latent Heat Flux) แทนที่จะเป็นความร้อนสัมผัส (Sensible Heat Flux) ซึ่งจะช่วยระบายความร้อนออกจากพื้นผิวโลกและทำให้ ลดลง ดังนั้นความชื้นในดินจึงทำหน้าที่เป็น บัฟเฟอร์ความร้อน (Thermal Buffer)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


How is the threshold value for landslide triggering determined as per the study?

Using field surveys and geotechnical parameters

จากในการกำหนด ค่าขีดจำกัด (Threshold Value) ที่จะกระตุ้นให้เกิดดินถล่ม (Landslide Triggering) นั้น จำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลที่เน้นคุณสมบัติทางกายภาพของพื้นที่โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบบจำลองทางฟิสิกส์ (Physically Based Models) ที่ใช้ในการประเมินความมั่นคงของความลาดชัน (Slope Stability) จะต้องใช้ข้อมูลสำคัญที่ได้จากการสำรวจภาคสนามและห้องปฏิบัติการ เช่น ความแข็งแรงของแรงเฉือนในดิน (Soil Shear Strength), มุมความลาดชัน (Slope Angle), และ คุณสมบัติทางอุทกวิทยา (Hydrological Properties) ของดิน เพื่อคำนวณว่าปริมาณน้ำฝนเท่าใดจึงจะทำให้ความมั่นคงของเนินเขาต่ำกว่าระดับวิกฤต

แบบจำลองเชิงฟิสิกส์ (Physically Based Models) และ การวิเคราะห์ความมั่นคงของความลาดชัน (Slope Stability Analysis) ขีดจำกัดที่กำหนดโดยวิธีการนี้ (มักอยู่ในรูปของความสัมพันธ์ระหว่าง ความเข้มฝน-ระยะเวลา หรือ I-D threshold) มีพื้นฐานมาจากสมการทางกลศาสตร์ เช่น Infinite Slope Model โดยคำนวณ ปัจจัยความปลอดภัย (Factor of Safety - FS) ซึ่งเป็นอัตราส่วนของแรงต้านทานต่อแรงเฉือน แสดงว่าความลาดชันถึงจุดวิกฤตและมีแนวโน้มที่จะถล่ม การคำนวณนี้ต้องอาศัยข้อมูลทางธรณีเทคนิคที่ได้จากการวัดจริงเท่านั้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


If the mean monthly rainfall in April is 150 mm and it increases by 20% in May, what is the mean monthly rainfall in May?

180 mm

คำตอบมาจากการคำนวณ การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำฝน (Percentage Increase) โดยที่ปริมาณน้ำฝนในเดือนเมษายนคือ 150 mm และเพิ่มขึ้น 20% ในเดือนพฤษภาคม คำนวนปริมาณการเพิ่มขึ้น 150 mm*20%=150*0.20=30mm คำนวนปริมาณน้ำฝนในเดือนพฤษภาคม 150 mm + 30 mm = 180 mm

การคำนวณร้อยละ (Percentage Calculation) ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและอุตุนิยมวิทยา การใช้การคำนวณร้อยละช่วยให้สามารถ เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณ (Quantitative Change) ของตัวแปรต่าง ๆ (เช่น ปริมาณน้ำฝน) ได้อย่างง่ายดายและเข้าใจได้ทันที โดยคำนวณจากสัดส่วนของปริมาณที่เปลี่ยนแปลงเทียบกับปริมาณฐานเดิม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


Given that the slope angle in a studied section is 45 degrees and the friction angle (phi) is 11 degrees, what is the ratio of friction angle to slope angle?

0.24

คำตอบมาจากการคำนวณ อัตราส่วนของมุมเสียดทานต่อมุมลาดชัน (Ratio of Friction Angle to Slope Angle) โดยใช้สูตร: Ratio=มุมเสียดทาน/มุมลาดชัน กำหนดค่ามุมเสียดทาน=11องศา และค่ามุมลาดชัน=45องศา คำนวนอัตราส่วน Ratio =11/45 ประมาณ ) 0.24

ความมั่นคงของความลาดชัน (Slope Stability) และ อัตราส่วนความเสี่ยง (Risk Ratio) ในทางกลศาสตร์ดินและหิน อัตราส่วน มุมเสียดทาน/มุมลาดชัน เป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงพื้นฐาน: หากอัตราส่วนนี้ ยิ่งต่ำ หมายความว่ามุมลาดชัน เข้าใกล้หรือเกินมุมความแข็งแรงภายในของวัสดุ ซึ่งบ่งชี้ถึง ความเสี่ยงดินถล่มที่สูงขึ้น ในกรณีนี้ ค่า 0.24 แสดงว่าความลาดชันค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับความต้านทานแรงเสียดทานของวัสดุ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


Assuming that the direct shear of soil is 0.05 kg/cm², how much shear force is exerted on a 10 cm x 10 cm area?

0.5 kg

คำตอบมาจากการคำนวณ แรงเฉือนรวม F ที่กระทำต่อพื้นที่ A โดยใช้ค่าความเค้นเฉือน ที่กำหนด โดยใช้สูตร F=ความเค้นเฉือน*A กำหนดค่าความเค้นเฉือน 0.05 kg/cm^2 คำนวณพื้นที่ (A) 10cm * 10cm =100cm^2 คำนวณแรงเฉือน (F) F=0.05kg/cm^2 * 100 cm^2 = 5 kg

ทฤษฎีหลักที่เกี่ยวข้องคือ ความเค้นและแรง (Stress and Force) ในทางกลศาสตร์และวิศวกรรม ความเค้น คืออัตราส่วนของแรง (F) ที่กระทำต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ ในทางธรณีเทคนิค ความเค้นเฉือน (Shear Stress) เป็นปัจจัยสำคัญในการประเมิน ความเสี่ยงดินถล่ม เนื่องจากเป็นแรงที่ผลักให้มวลดินเคลื่อนที่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


If the specific gravity of soil is 2.74 and the natural density is 1.69 kg/cm³, what is the approximate weight of 1 cubic meter of soil?

1690 kg

1690 kg เนื่องจากโจทย์ต้องการหา น้ำหนักของดิน 1 ลูกบาศก์เมตร โดยกำหนด ความหนาแน่นธรรมชาติ (Natural Density) มาให้ ซึ่งหน่วยของความหนาแน่นที่กำหนด (mass/volume) นั้นเป็นหน่วยที่ตรงกับความต้องการในการคำนวณน้ำหนัก ความหนาแน่นธรรมชาติ 1.69 kg/cm^3 แปลงหน่วยปริมาตร 1 m^3 มีค่าเท่ากับ 1000000 cm^3 คำนวณมวล (Mass) Mass = ความหนาแน่นธรรมชาติ*Volume Mass =1.69 kg/cm^3 *1000000 cm^3

ทฤษฎีหลักที่เกี่ยวข้องคือ ความหนาแน่นและมวล (Density and Mass) ซึ่งกำหนดโดยสูตร ความหนาแน่น = Mass/Volume โดยที่ M คือมวล และ V คือปริมาตร ความหนาแน่นธรรมชาติ (Natural Density) หรือความหนาแน่นรวม (Bulk Density) คืออัตราส่วนของมวลดินทั้งหมดต่อปริมาตรดินทั้งหมดในสถานะธรรมชาติ และเมื่อคูณด้วยปริมาตร m จะได้น้ำหนัก (มวล) ที่ต้องการ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


If the rate of land surface temperature change is 0.1°C per year starting at 24.94°C in 2020, what will be the LST in 2024?

25.34°C

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิพื้นผิวโลกรวม (การเปลี่ยนแปลงของ LST ) ในช่วงเวลา 4 ปี (2024 - 2020) และนำไปบวกกับอุณหภูมิเริ่มต้น คำนวณจำนวนปีที่เปลี่ยนแปลง 2024 -2020 = 4ปี คำนวณอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด 0.1 องศาC/ปี * 4ปี = 0.4 องศาC คำนวน LST ในปี 2024 LST 2024 : 24.94 องศาC + 0.4 องศา C =25.34 องศาC

การเปลี่ยนแปลงเชิงเส้น (Linear Change) และ การวิเคราะห์แนวโน้มอุณหภูมิ (Temperature Trend Analysis) การคำนวณนี้อยู่บนสมมติฐานที่ว่า อัตราการเปลี่ยนแปลง (Rate of Change) ของอุณหภูมิพื้นผิวโลก (LST) เป็นค่าคงที่ตลอดช่วงเวลาที่กำหนด การวิเคราะห์แนวโน้มเชิงเส้นเป็นวิธีการทางสถิติพื้นฐานที่ใช้ในการพยากรณ์อุณหภูมิในอนาคต โดยอาศัยอัตราการเพิ่มขึ้นที่วัดได้ในอดีต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


What method does the study use to forecast future landslides?

ARIMA and SPSS Forecasting Model

เป็นวิธีการที่ระบุไว้ในงานวิจัยที่ใช้ในการ ทำนายการเกิดดินถล่มในอนาคต (Forecasting Future Landslides) ARIMA (Autoregressive Integrated Moving Average): เป็นแบบจำลองทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ อนุกรมเวลา (Time-series) ของข้อมูล เช่น ปริมาณน้ำฝน, การเคลื่อนตัวของดิน, หรือความถี่ของเหตุการณ์ในอดีต เพื่อระบุรูปแบบและ ทำนายแนวโน้ม ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต SPSS: เป็นโปรแกรมสถิติที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลและใช้ในการ ประยุกต์ใช้แบบจำลอง ARIMA เพื่อสร้างการคาดการณ์

การวิเคราะห์อนุกรมเวลา (Time-series Analysis) และ การจำลองเชิงสถิติ (Statistical Modeling) การใช้แบบจำลอง ARIMA ช่วยให้สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง แนวโน้ม (Trend), ความผันผวนตามฤดูกาล (Seasonality), และ ความผิดปกติ (Irregularities) ของปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับดินถล่ม ทำให้การพยากรณ์มีพื้นฐานทางสถิติที่แข็งแกร่งและมีความแม่นยำสูงกว่าการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตเพียงอย่างเดียว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 105.65 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา