ตรวจข้อสอบ > กชเกล้า มหาเเสน > Medical & Health Sciences (Secondary Level) | สาขาการแพทย์และสุขภาพ ระดับมัธยมศึกษา > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 33 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is the primary goal of the article according to its introduction?

3. To explore advancements, applications, and challenges of generative AI in medical imaging

เพราะหัวข้อหลักๆที่บทความให้ความสำคัญคือ การสำรวจศักยภาพของ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการสร้างภาพทางการแพทย์

ในปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากในสังคม เเละมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงเข้ามามีผลต่อทางการเเพทย์มากขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


How do generative AI models differ from traditional discriminative models in healthcare applications?

2. Generative models produce new data rather than only classify or interpret

Generative AI เป็นโมเดลที่สามารถ สร้างข้อมูลใหม่ เช่น การ generated ภาพ X-ray หรือMRI สังเคราะห์ ในขณะที่โมเดล Discriminative แบบเดิมจะ มุ่งเน้นไปที่การจำแนกหรือตีความข้อมูลจริง เช่น ตรวจว่าเป็นโรคต่างๆหรือไม่

เพราะ Generative AI สามารถเพียงสร้างข้อมูลใหม่ได้เเต่ traditional discriminative models จะใช้ข้อมูลจริงในการประมวลผลเเละจัดจำเเนก เห็นได้จากข้อความข้างต้น “Generative artificial intelligence is a class of deep learning models capable of creating content that diverges from traditional discriminative models focused on interpretation or decision making.”

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


What is meant by the term “model as a dataset”?

3. Sharing trained model weights instead of raw data

ดังที่งานวิจัยได้มีการอ้างถึงว่า model as a dataset หมายถึง โมเดล Generative AI จะเรียนรู้และจดจำรูปแบบและลักษณะของข้อมูลต้นฉบับไว้ใน ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างภาพใหม่ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับข้อมูลจริงได้

แนวคิด Model as a Dataset หมายถึงแทนที่จะแชร์ข้อมูลจริงของผู้ป่วยไปวินิจฉัยซึ่งนั่นอาจเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย คุณหมอจสามารถแชร์โมเดล AI ซึ่งโมเดลนั้นมี ข้อมูล รูปแบบและคุณลักษณะของข้อมูลจริงไว้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


Which statement correctly distinguishes physics-informed and statistical models?

3. Physics-informed models incorporate biological or physical principles

เพราะ Physics-informed models ต่างจาก Statistical models ตรงที่ ใช้หลักการทางธรรมชาติหรือfactทางฟิสิกส์หรือชีววิทยาในการสร้างข้อมูล Statistical models จะใช้เพียง “รูปแบบของข้อมูล” โดยไม่อ้างอิงจากข้อมูลทางฟิสิกส์หรือชีววิทยาเลย

“Physics-informed generative models integrate physical or biological laws into the model architecture or training process, improving realism and clinical relevance of the generated data.In contrast, purely statistical models rely solely on patterns in the data without incorporating prior physical knowledge.” ซึ่งเข้าใจได้ง่ายๆว่า โมเดลที่ได้จะเป็นการรวมกันระหว่างข้อมูลฟิสิกส์หรือชีววิทยาเข้ากับโครงสร้างของโมเดลหรือเพื่อให้ที่จะสร้างขึ้นอย่างมีความสมจริงเเละน่าเชื่อถือมากขึ้นเเต่ โมเดลทางสถิติจะอาศัยเพียงรูปแบบของข้อมูลเท่านั้น โดยไม่ได้รวมความรู้ทางฟิสิกส์หรือชีววิทยามาร่วมด้วย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


According to the article, what does the “image generation trilemma” describe?

2. Trade-offs among image diversity, quality, and speed

จากในบทความได้มีการกล่าวถึงคำว่า image generation trilemma ว่าหมายถึงการสร้างภาพสังเคราะห์ที่ต้องพยายามทำให้ได้ทั้ง ความหลากหลายของภาพ คุณภาพสูง และความเร็วในการสร้างในเวลาเดียวกันซึ่งเมื่อปรับให้ด้านหนึ่งดีขึ้น ก็มักทำให้ด้านอื่นแย่ลง จึงต้องหาจุดสมดุลตามความต้องการ

อ้างอิงจาก ข้อมูลในบทความหน้าที่7 ซึ่งอธิบายว่าในการสร้างภาพทางการแพทย์ด้วย Generative AI มีข้อจำกัดที่ต้องแลกเปลี่ยนระหว่าง ความหลากหลายของภาพ คุณภาพของภาพและความเร็วในการสร้าง เพราะเราไม่สามารถทำให้มันออกมาดีได้ทั้ง3ด้านเพราะการปรับปรุงด้านใดด้านหนึ่งจะส่งผลกระทบต่ออีกสองด้าน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


What is the Human Turing Test used for in medical image synthesis?

2. To assess realism of synthetic medical images by experts

Human Turing Test คือ การให้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ประเมินข้อมูลที่ได้จาก ภาพที่ AI สร้างขึ้น โดยให้ลองแยกว่าภาพไหนเป็นของจริงและภาพไหนเป็นภาพสังเคราะห์ เพื่อทดสอบว่าโมเดล Generative AI สามารถสร้างภาพที่ใกล้เคียงเเละถูกต้องเมื่อเปรียบเทียบกับของจริงได้มากน้องเท่าไหร่

บทความในหน้าที่ 8 ซึ่งอธิบายว่าเป็นกระบวนการประเมินความสมจริงของภาพสังเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทดสอบความน่าเชื่อถือของโมเดล Generative AI ในการสร้างภาพทางการแพทย์ เพราะเราไมาสามารถตัดสินใจเชื่อ AI ได้ทั้งหมดเพราะอาจจะมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดเกิดขึ้นได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


Which of the following is NOT mentioned as a potential benefit of synthetic data in healthcare?

4. Eliminating all medical biases permanently

synthetic data สามารถลดอคติเกี่ยวกับข้อมูลทางการเเพทย์ได้เเต่ไม่ใช่ทั้งหมดเเละไม่ใช่ในระยะยาว

ในหน้าที่9 ของบทความมีการกล่าวว่า หน้า 9 synthetic data มีประโยชน์ต่อระบบสุขภาพหลายด้านมากๆแต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องอคติทางข้อมูลที่ไม่สามารถลบล้างอคติทั้งหมดได้อย่างสิ้นเชิง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


What is one major ethical concern associated with generative AI in medical imaging?

2. Data copying and patient reidentification

AI อาจจะสามารถรู้รายละเอียดจากข้อมูลผู้ป่วยมากเกินไปส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อ การคัดลอกข้อมูล หรือ การระบุตัวผู้ป่วยได้ซึ่งเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยและขัดต่อหลักจริยธรรมทางการแพทย์อย่างมาก

การละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย เป็นการขัดต่อหลักจริยธรรมทางการแพทย์อย่างมาก ดังข้อความในบทความที่ว่า “Even when synthetic datasets are created, model memorisation can lead to inadvertent leakage of sensitive patient information, posing privacy and regulatory challenges.”

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


What regulatory precedent did the article cite for synthetic data technologies?

2. FDA clearance of synthetic MRI as image-processing software

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA ได้อนุมัติให้ใช้ซอฟต์แวร์สร้างภาพ MRI สังเคราะห์เป็น อุปกรณ์ประมวลผลภาพเป็นองค์กรเเรกๆที่ได้รับการรับรองเทคโนโลยีข้อมูลสังเคราะห์ทางการแพทย์

ผู้เขียนต้องการจะสื่อว่าเริ่มมีหน่วยงานกำกับดูแลที่เริ่มยอมรับการใช้ข้อมูลสังเคราะห์ในทางการแพทย์อย่างเป็นทางการแล้ว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


What is the main purpose of the article?

2. To compare and evaluate ASCVD risk prediction models in East Asia

ผู้เขียนระบุไว้ชัดเจนว่าจุดมุ่งหมายของการศึกษาคือการเปรีบเทียบเเละประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดจากไขมันอุดตัน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกจากการคาดการณ์

วัตถุประสงค์หลักของงานมีการระบุไว้ว่าคือการ ปรียบเทียบและประเมินแบบจำลองความเสี่ยง ASCVD ในเอเชียตะวันออก และเสนอแนะแนวทางเพื่อพัฒนาเเละเเก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับคนเอเชียตะวันออกในอนาคต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


Which of the following models was originally developed for a Western population?

1. Framingham Risk Score

เป็นแบบจำลองทำนายความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือASCVD ที่พัฒนาขึ้นจากการศึกษาในเมือง Framingham ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้ข้อมูลของประชากรชาวอเมริกันเชื้อสายยุโรป ซึ่งถือเป็นประชากรตะวันตกเเละที่เห็นได้ชัดคือในบทความได้กว่าวไว้ว่า เมื่อนำมาใช้กับประชากรเอเชียตะวันออกพบว่าค่าความเสี่ยงที่คำนวณได้สูงเกินจริงทั้งๆที่ถูกนำไปเป็นต้นเเบบให้หลายๆประเทศเช่นเดียวกัน

ในบทความได้มีการระบุไว้ว่าFramingham Risk Score เป็นแบบจำลองจากประเทศสหรัฐอเมริกาและเป็นต้นแบบของโมเดลสากล แต่ไม่เหมาะสมกับประชากรเอเชียตะวันออกเนื่องจากมีความแตกต่างด้านพันธุกรรมและปัจจัยเสี่ยงที่ต่างกัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Why might Western-based risk prediction models overestimate ASCVD risk in East Asian populations?

2. East Asians have lower baseline incidence of ASCVD

ชาวเอเชียตะวันออกมี อัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำกว่าในประชากรตะวันตก เนื่องจากความแตกต่างทาง พันธุกรรมและวิถีชีวิตเเม้เเต่อาหารการกิน เช่น อัตราการสูบบุหรี่ในผู้หญิงของชาวเอเชียตะวันออกมีค่าต่ำกว่าผู้หญิงชาวตะวันตก

“Western-based equations such as the Framingham and PCE models tend to overestimate ASCVD risk in East Asian populations because of their lower baseline incidence and differences in lifestyle and risk factor distribution.” จากบทความข้างต้นสามารถเข้าใจได้ว่าแบบจำลองจากประเทศตะวันตกจะประเมินความเสี่ยงของชาวเอเชียตะวันออกสูงเกินจริงเพราะอัตราการเกิดจริงๆโรคในกลุ่มนี้ต่ำกว่าในประเทศตะวันตกเพราะมีความแตกต่างทางชีวภาพและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตต่างๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What is the key advantage of the China-PAR model compared to Western-based models?

4. It was calibrated using national data representing diverse regions in China

ผู้เขียนระบุว่าแบบจำลอง China-PAR ได้รับการพัฒนาโดยใช้ฐานข้อมูลจาก หลายภูมิภาคของประเทศจีนทำให้เห็นถึงความหลากหลายของประชากรในด้าน ภูมิศาสตร์ สังคม และเศรษฐกิจซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้แบบจำลองนี้แม่นยำกว่าการนำโมเดลตะวันตกที่พัฒนาในกลุ่มเฉพาะยุโรปหรืออเมริกา

China-PAR มีข้อได้เปรียบคือใช้ข้อมูลจากประชากรจีนหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ทำให้สามารถสะท้อนความหลากหลายของประชากรได้ดีกว่าแบบจำลองตะวันตกที่พัฒนาในกลุ่มเฉพาะประชากรยุโรปหรืออเมริกา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


Which of the following variables is not typically included in ASCVD risk prediction models discussed in the article?

4. Genetic ancestry markers

แบบจำลองความเสี่ยง ASCVD ทั้งจากประเทศตะวันตกและเอเชียตะวันออกต่างใช้ตัวเเปร อายุ ความดันโลหิต คอเลสเตอรอลและการสูบบุหรี่ แต่ยังไม่ได้รวมถึง Genetic Ancestry Markersว่าถูกนำมาใช้

ในบทความระบุไว้ชัดเจน ระบุว่าแบบจำลองความเสี่ยง ASCVD ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังคงอิงกับปัจจัยพื้นฐาน เช่น อายุ ความดันโลหิต เเต่ก็ยังไม่ได้รวมGenetic Ancestry Markers เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณความเสี่ยง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


What is a major difference between the Suita Score and the Framingham Risk Score?

2. Suita Score was designed for a Japanese population using local epidemiological data

Suita Score ถูกพัฒนาในประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ข้อมูลจริงจากการศึกษาการระบาดของชาวญี่ปุ่นเพื่อทำนายความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในประชากรเอเชียตะวันออกซึ่งแตกต่างจาก Framingham Risk Score ที่พัฒนาในสหรัฐอเมริกาโดยใช้ข้อมูลจากประชากรตะวันตก ดังนั้นSuita Score จึงจะเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต และระดับปัจจัยเสี่ยงของคนญี่ปุ่นมากกว่า Framingham Risk Score

ในบทความระบุว่า Suita Score มีความแตกต่างจาก Framingham Risk Score ตรงที่พัฒนาโดยใช้ข้อมูลจากประชากรญี่ปุ่นจริง จึงสะท้อนปัจจัยเสี่ยงและอัตราการเกิดโรคในกลุ่มคนเอเชียตะวันออกได้แม่นยำกว่าแบบจำลองตะวันตก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


According to the article, what is a potential benefit of developing East Asia–specific risk models?

3. They improve accuracy and reduce overestimation of risk

เนื่องจากแบบจำลองจากประเทศตะวันตกมักจะประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในชาวเอเชียตะวันออกสูงเกินจริง เนื่องจากมีความแตกต่างด้านพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และอัตราการเกิดโรค ดังนั้น การสร้างแบบจำลองเฉพาะของคนเอเชียตะวันออกจะช่วยให้มีความแม่นยำขึ้น และสอดคล้องกับข้อมูลประชากรจริงๆมากกว่า

เมื่อเรามีแบบจำลองเฉพาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะเพิ่มความแม่นยำและลดการคาดการณ์ความเสี่ยงที่เกินจริงทำให้สามารถประเมินและจัดการความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในประชากรเอเชียได้เเม่นยำเหมาะสมมากขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


Which factor was highlighted as influencing ASCVD risk differences among East Asian countries?

2. Cultural and dietary variations, such as salt intake and lifestyle

เพราะมีสาเหตุหลักจากพฤติกรรมและวัฒนธรรมด้านอาหารการกินเพราะพฤติกรรมการกินจะส่งผลต่อความดันโลหิต ไขมันในเลือด และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ของโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องพัฒนาแบบจำลองเฉพาะประเทศนั้นๆเพื่อให้สะท้อนความแตกต่างเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน

วัฒนธรรมและอาหาร โดยเฉพาะ การบริโภคเกลือและวิถีชีวิตประจำวันเป็นปัจจัยหลักของความแตกต่างของความเสี่ยง ASCVD ระหว่างประเทศในเอเชีย เพราะเเต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมด้านอาหารการกินที่เเต่งต่างกัน ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคก็จะต่างกันเช่นเดียวกัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


What future direction does the article suggest for improving ASCVD risk prediction?

2. Using multimodal AI-based prediction integrated with regional data

แบบจำลองความเสี่ยง ASCVD ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัด เนื่องจากอิงเฉพาะตัวแปรพื้นฐานที่มีอยู่ จึงเสนอให้ในอนาคตมีการใช้ข้อมูลจากAIมาร่วมด้วยจะทำให้ขอบเขตกว้างมากขึ้น เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความครอบคลุมที่มากขึ้น

ในปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์พัฒนาไปไกลมากดังนั้น การทำงานร่วมกันของข้อมูลพื้นฐานเเละความสามารถของAIจะมีความเเม่นยำมากขึ้น เพื่อเพิ่มความเหมาะสมของเเบบจำลองต่อประชากรในภูมิภาคต่างๆมากขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


Which statement best explains the key difference in how VAEs, GANs, and DDPMs generate medical images according to the figure?

3. DDPMs iteratively remove noise through reverse diffusion rather than using encoder–decoder or discriminator structures.

DDPMsจะเริ่มจากภาพที่มีจุดรบกวนหรือnoiseแล้วค่อยๆลบ noise ออกจนได้ภาพที่ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วน VAE ใช้วิธีบีบข้อมูลเข้า–ออกหรือencode–decode และ GAN คือการใช้วิธีสร้างภาพปลอมขึ้นมาให้เหมือนจริงที่สุดเเล้วให้ AIตรวจว่าภาพไหนของจริงภาพไหนของปลอม จนกว่าจะตรวจไม่ได้ว่านี่ของจริงหรือของปลอม

ในหน้าที่3ของบทความมีการระบุไว้ว่าโมเดลแบบ diffusion (DDPMs) มีหลักการต่างจาก VAE และ GAN เพราะใช้กระบวนการปล่อยเเละย้อนกลับของสัญญาณรบกวนเพื่อสร้างภาพทางการแพทย์ที่มีความสมจริงมากขึ้น โดยไม่ใช้โครงสร้าง encoder–decoder หรือ discriminator

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


Which of the following best explains the trend shown in Figure comparing age-standardized and crude CVD mortality rates among East Asian countries?

3. Despite differences in age structures, Japan maintains low mortality rates in both measures, suggesting effective prevention and healthcare systems.

จากกราฟจะเห็นได้ว่าญี่ปุ่นมีทั้ง age-standardized rate และ crude rate จะเห็นว่าญี่ปุ่นมีอัตราการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำที่สุดในทั้งสองแบบ แม้จะเป็นประเทศที่มีประชากรสูงอายุจำนวนมาก แสดงว่าไม่ได้เป็นเพราะอายุเฉลี่ยประชากร เเต่มันเเสดงให้เห็นว่าประเทศญี่ปุ่นมีเเนวการป้องกันโรคที่ดี เเละ และการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ดีอีกด้วย

ใช้หลักการ การเปรียบเทียบage-standardized rateซึ่งเป็นอัตราการตายมาตรฐานกับcrude rate อัตตราดิบซึ่งเป็นแนวทางระบาดวิทยาเพื่อที่จะสามารถแยกผลของโครงสร้างอายุประชากรออกจากประสิทธิภาพของระบบสุขภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 132.65 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา