| 1 |
What is the primary goal of contact tracing in public health?
|
To stop the spread of diseases by identifying and informing contacts |
|
การติดตามผู้สัมผัสโรค (Contact Tracing) เป็นมาตรการสำคัญทางสาธารณสุขที่ใช้ในการควบคุมโรคระบาด
|
กระบวนการ: จะเริ่มจากการสัมภาษณ์ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ เพื่อระบุว่าพวกเขาได้ติดต่อกับใครบ้างในช่วงเวลาที่สามารถแพร่เชื้อได้
เป้าหมายสูงสุด: เมื่อระบุผู้สัมผัส (Contacts) ได้แล้ว ก็จะแจ้งให้พวกเขาทราบถึงความเสี่ยงและแนะนำให้กักตัวเอง (Quarantine) หรือแยกตัวเอง (Isolation) เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่แพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่น หากพวกเขาติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว การกระทำนี้ช่วยทำลายวงจรการแพร่เชื้อของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
During the COVID-19 pandemic, what was one main reason people were motivated to isolate themselves after testing positive?
|
To avoid infecting others, particularly vulnerable populations |
|
การแยกกักตัวเองถูกออกแบบมาโดยมีวัตถุประสงค์คือ การป้องกันการแพร่เชื้อ (Infection Prevention) จากผู้ป่วยไปยังผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อในชุมชน ในช่วงการระบาดใหญ่ โควิด-19 ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพของประชากรโลก โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว การตัดสินใจแยกกักตัวจึงเป็นทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายและเป็น การแสดงออกถึงความรับผิดชอบทางศีลธรรม ต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้อื่น
|
วารสาร: Journal of Adolescent Health (ตีพิมพ์ ปี 2020)
ข้อสรุปที่สำคัญ: การศึกษานี้พบว่าแรงจูงใจที่มีการรายงานบ่อยที่สุดสำหรับการเว้นระยะห่างทางสังคม (ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกับการแยกกักตัวคือการลดการแพร่เชื้อ) คือ ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) และ ไม่อยากให้คนอื่นป่วย (Not wanting others to get sick)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
What method was commonly used for focus group discussions in the study on COVID-19 contact tracing?
|
Virtual, synchronous meetings |
|
ข้อจำกัดของโรคระบาด: ในช่วงการระบาดของโควิด-19 มาตรการสาธารณสุข เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และการห้ามรวมกลุ่ม (Lockdown) ถูกบังคับใช้ ทำให้ In-Person Meetings in Public Spaces (การประชุมต่อหน้าในที่สาธารณะ) เป็นไปไม่ได้และผิดกฎหมาย
|
ชื่อบทความ : "Using focus groups in a pandemic: Considerations and adaptations for virtual delivery" หรือ "Conducting Virtual Focus Groups: A Rapid Review and Best Practices"
ข้อสรุปที่สำคัญ: บทความเหล่านี้สรุปว่า การสนทนากลุ่มผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอคอล (Virtual/Online FGDs) กลายเป็น มาตรการที่ปรับใช้ได้อย่างแพร่หลาย (Common Adaptation) เพื่อให้การวิจัยเชิงคุณภาพยังดำเนินต่อไปได้ โดยเน้นย้ำว่าการประชุมต้องเป็นแบบ Synchronous เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
What factor did NOT influence the success of case investigation and contact tracing according to the article?
|
The color of the quarantine facilities |
|
The Color Of The Quarantine Facilities สีหรือลักษณะภายนอกของอาคารกักกันโรค ไม่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพทางระบาดวิทยา ของการสอบสวนโรคหรือการติดตามผู้สัมผัสโรคแต่อย่างใด
|
ประสิทธิภาพของระบบติดตามและควบคุมโรคขึ้นอยู่กับทรัพยากรที่สำคัญ (Critical Resources) และการบริหารจัดการ (Management)
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อความเร็ว ความสมบูรณ์ การเข้าถึง และความร่วมมือ (เช่น ความพร้อมในการตรวจ, การเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้, ความร่วมมือของสาธารณชน) คือปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างแท้จริง ส่วน สีของสถานที่กักกันโรค เป็นเพียงคุณลักษณะทางสุนทรียภาพ (Aesthetic characteristic) ซึ่ง ไม่มีความเกี่ยวข้อง กับตัวแปรทางระบาดวิทยาเหล่านี้เลย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
Which demographic factor was reported to affect the experiences and behaviors of individuals regarding CI/CT?
|
Political ideology |
|
ในช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19 มีงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า อุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) หรือการเป็นพันธมิตรกับพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อความเต็มใจของบุคคลในการ
|
วารสารอ้างอิง (ตัวอย่าง): งานวิจัยในช่วงโควิด-19 หลายชิ้น (เช่น ที่ตีพิมพ์ใน Nature Human Behaviour หรือ The Lancet) ได้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม (Conservative) มีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค (รวมถึง CI/CT) น้อยกว่าผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเสรีนิยม (Liberal) ซึ่งเป็นการยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง อุดมการณ์ทางการเมือง กับ พฤติกรรมสุขภาพ ในสถานการณ์โรคระบาด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
What did participants report feeling after learning they were exposed to COVID-19?
|
Worry about their health and that of their contacts |
|
เมื่อบุคคลทราบว่าตนเองสัมผัสเชื้อ (Exposed) พวกเขาจะรับรู้ถึงความเสี่ยงที่ตนเองจะติดเชื้อและล้มป่วยด้วยโรคที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ (โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่) ความกังวลเกี่ยวกับ สุขภาพของตนเอง จึงเป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ตามปกติ
|
การสัมผัสเชื้อโรคที่อันตรายและไม่แน่นอน (COVID-19) ถือเป็นปัจจัยก่อให้เกิดความเครียดทางจิตสังคมอย่างรุนแรง ความกังวลไม่เพียงแต่จำกัดอยู่กับสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความกังวลทางจริยธรรม (Moral Distress) เกี่ยวกับการเป็นต้นเหตุให้ผู้อื่นเจ็บป่วยด้วย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
What was a common source of information for participants when they learned about their COVID-19 status?
|
Family, friends, and healthcare providers |
|
หลังจากได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพแล้ว บุคคลมักจะแจ้ง ครอบครัวและเพื่อนสนิท ทันที เพื่อให้พวกเขาสามารถดำเนินการแยกกักตัวหรือกักกันตัวเองได้ทันท่วงที เนื่องจากเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดที่สำคัญที่สุด
|
เมื่อผู้ป่วยได้รับทราบสถานะจากช่องทางทางการแล้ว ครอบครัวและเพื่อน ทำหน้าที่เป็นกลไกในการ เผยแพร่ข้อมูล และ การสนับสนุนพฤติกรรมป้องกัน (เช่น การกักตัว) ในเครือข่ายสังคมที่เล็กและสำคัญของพวกเขาเอง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
Which of the following was NOT a method for collecting data in the study described?
|
Direct observations in homes |
|
ในช่วงที่เกิดโรคระบาดร้ายแรง การทำ Direct Observations In Homes (การสังเกตโดยตรงในบ้าน) หรือการเยี่ยมบ้านผู้ป่วย/ผู้สัมผัสเชื้อ ถือเป็นวิธีการที่มี ความเสี่ยงสูง ต่อการติดเชื้อและการแพร่เชื้อระหว่างนักวิจัยและผู้เข้าร่วม
|
หลักการด้านจริยธรรมในการวิจัย (Research Ethics) และข้อจำกัดด้านความปลอดภัยในช่วงโรคระบาด การทำ Direct Observations In Homes หรือการสังเกตพฤติกรรมผู้ป่วยถึงในบ้านนั้น เป็นไปได้ยากและไม่เป็นไปตามข้อปฏิบัติ เนื่องจากความเสี่ยงสูงต่อการแพร่เชื้อและการละเมิดความเป็นส่วนตัว ผู้ป่วยที่ถูกกักตัวมักจะถูกสัมภาษณ์หรือสำรวจผ่านช่องทางเสมือนจริง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
What ethical considerations were emphasized during the focus group discussions?
|
Ensuring privacy and voluntary participation |
|
ข้อมูลที่ได้จากการอภิปรายกลุ่มเกี่ยวกับสถานะโรค, การสัมผัสเชื้อ, ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับมาตรการรัฐบาล, และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ถือเป็น ข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Health Data)
นักวิจัยมีพันธะทางจริยธรรมที่จะต้องปกป้องข้อมูลเหล่านี้จากการเปิดเผย และนำเสนอผลการวิจัยในรูปแบบที่ผู้เข้าร่วมไม่สามารถถูกระบุตัวได้
|
ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลละเอียดอ่อน การปกป้อง ความเป็นส่วนตัว และการให้ผู้เข้าร่วมมีสิทธิ์ถอนตัว (ความสมัครใจ) เป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการวิจัยในมนุษย์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
How did the availability of self-tests in 2021 impact the public health response to COVID-19?
|
It increased the speed at which people could learn their infection status |
|
เมื่อประชาชนทราบผลเป็นบวกอย่างรวดเร็ว พวกเขาสามารถตัดสินใจ แยกกักตัว ได้ทันที ซึ่งช่วยลดระยะเวลาที่พวกเขาจะแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นในชุมชนและทำลายวงจรการระบาดได้เร็วขึ้น
|
ก่อนการตรวจด้วยตนเอง (เช่น ATK) ประชาชนต้องเดินทางไปตรวจที่สถานพยาบาลและรอผลจากห้องปฏิบัติการ (RT-PCR) ซึ่งอาจใช้เวลา 24-72 ชั่วโมง การตรวจด้วยตนเองช่วยให้ประชาชนสามารถ ทราบผลเบื้องต้นได้ภายใน 15-30 นาที ที่บ้าน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
What is urban ecology primarily concerned with?
|
The interactions between urban environments and ecosystems |
|
เป็นสาขาที่ประยุกต์ใช้หลักการทางนิเวศวิทยาเพื่อทำความเข้าใจ เมือง ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้นและมีการปรับเปลี่ยนสูง
การศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสังเกตสิ่งมีชีวิตในเมือง แต่เน้นไปที่ ปฏิสัมพันธ์
|
Urban Ecology คือการศึกษาว่าเมืองเป็น "ระบบนิเวศในตัวมันเอง" อย่างไร โดยมองว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่แค่ผู้ใช้ทรัพยากรเท่านั้น ศาสตร์นี้จึงมุ่งเน้นการทำความเข้าใจการไหลเวียนของสสาร พลังงาน และข้อมูลภายในขอบเขตของเมือง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
Which continent is noted as rapidly urbanizing within the study?
|
Asia |
|
เนื่องจากคำถามนี้ถูกจัดอยู่ในหัวข้อ "นิเวศวิทยาเมือง" (Urban Ecology) ซึ่งมักให้ความสำคัญกับการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง ทวีปเอเชียจึงเป็นตัวอย่างหลักในการศึกษาถึงผลกระทบของการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วต่อระบบนิเวศ
|
การย้ายศูนย์กลางการเติบโตของเมืองจากทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป (ซึ่งมีการขยายตัวสูงมาก่อนหน้า) ไปสู่ทวีปเอเชียและแอฟริกา เป็นประเด็นหลักในการศึกษาด้านภูมิศาสตร์ ประชากร และนิเวศวิทยาในปัจจุบัน ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) และการศึกษาด้านนิเวศวิทยาเมือง (Urban Ecology) และประชากรศาสตร์ทั่วโลก ทวีปเอเชีย และทวีปแอฟริกา เป็นสองภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวของเมือง (Urbanization Rate) และการเติบโตของประชากรในเมือง ที่รวดเร็วที่สุด ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
What significant bias is present in the study of urban ecology in Africa?
|
Limited to capital cities |
|
ในการศึกษาด้านนิเวศวิทยาเมืองทั่วโลก (โดยเฉพาะในภูมิภาคที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น แอฟริกา) งานวิจัยมักเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ เวลา และการเข้าถึงข้อมูล
|
อคติทางภูมิศาสตร์ในการวิจัย (Geographical Bias in Research): เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในการศึกษาระบบนิเวศโลก ซึ่งความพยายามในการวิจัยมักกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย มีความปลอดภัยสูง หรือมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว ทำให้เกิด การเป็นตัวแทนที่ไม่สมดุล (Uneven Representation) ของความหลากหลายทางนิเวศวิทยาในภูมิภาคต่าง ๆ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
What factor did the study NOT find influencing research efforts in African urban ecology?
|
Technological advancements |
|
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technological Advancements) เช่น การมีสมาร์ทโฟนหรืออินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น แม้จะช่วยในการเก็บข้อมูล แต่โดยทั่วไปแล้ว ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยที่กำหนดหรือส่งผลกระทบต่อ "ความพยายามในการวิจัย (Research Efforts)" ในด้านนิเวศวิทยาในแอฟริกาในลักษณะเดียวกันกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ (GDP) หรือภูมิศาสตร์ (Geographic Distribution) แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมากกว่าจะเป็นปัจจัยที่ควบคุมว่างานวิจัยจะเกิดขึ้นที่ใดหรือจะได้รับเงินทุนหรือไม่
|
งานวิจัยระดับโลกในสาขาวิทยาศาสตร์มักได้รับอิทธิพลจาก ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ของประเทศ (GDP) และ แหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักว่างานวิจัยจะเกิดขึ้นในภูมิภาคใด ไม่ใช่ปัจจัยทางเทคนิค ที่เป็นกลางอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
Which method was used to gather data for the study?
|
Surveys and interviews |
|
การทำ Surveys (เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณขนาดใหญ่เกี่ยวกับพฤติกรรมและความคิดเห็น) และ Interviews (เพื่อทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับประสบการณ์ อารมณ์ และแรงจูงใจ) เป็นระเบียบวิธีวิจัยที่เหมาะสมที่สุดในการศึกษาประสบการณ์และพฤติกรรมของประชาชนในช่วงโรคระบาด
|
การศึกษาที่ครอบคลุมการประเมินผลกระทบของนโยบายสาธารณสุขและพฤติกรรมมนุษย์มักใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน การรวม Surveys (Quantitative) และ Interviews (Qualitative) เข้าด้วยกันช่วยให้นักวิจัยสามารถนำเสนอภาพรวมของข้อมูลเชิงปริมาณ พร้อมกับทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับเหตุผลและประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมไปพร้อมกัน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
What does the study suggest is needed for urban ecology research in Africa?
|
A realignment of research priorities |
|
เมื่อการวิจัยมีอคติและไม่สมดุล ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดคือการ ปรับเปลี่ยนทิศทาง (Realignment) หรือ การจัดลำดับความสำคัญ (Priorities) ของงานวิจัยใหม่ เพื่อให้การวิจัยขยายขอบเขตออกไปจากเมืองหลวง ไปยังเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก และครอบคลุมความท้าทายทางนิเวศวิทยาที่แท้จริงของภูมิภาค
|
ข้อเสนอแนะนี้สะท้อนถึงความพยายามที่จะสร้างความเท่าเทียมกันในการวิจัย (Research Equity) โดยเรียกร้องให้องค์กรสนับสนุนและนักวิจัยคำนึงถึงพื้นที่และประเด็นที่ถูกมองข้าม เพื่อให้องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นมีความครบถ้วนและสามารถใช้ในการแก้ไขปัญหานิเวศวิทยาที่เกิดขึ้นจริงในทวีปแอฟริกาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
Which country was mentioned as having the majority of the studies?
|
South Africa |
|
แม้ว่าประเทศอื่น ๆ เช่น ไนจีเรียและเคนยาจะมีความสำคัญทางภูมิศาสตร์ แต่แอฟริกาใต้มักถูกระบุว่าเป็นประเทศที่มี จำนวนงานวิจัยสูงสุด (Majority of the studies) ในหลากหลายสาขา รวมถึงนิเวศวิทยาเมืองด้วย เนื่องจากความพร้อมด้านสถาบันการศึกษาและการตีพิมพ์วารสารวิชาการ
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
How did the study categorize the geographic biases in research?
|
Unevenly distributed |
|
การที่งานวิจัยมีอคติทางภูมิศาสตร์ (Geographic Biases) หมายความว่าความพยายามในการวิจัยและทรัพยากร ไม่ได้ถูกจัดสรรหรือกระจายไปอย่างเท่าเทียมกัน ทั่วทั้งทวีปหรือภูมิภาคที่ศึกษา
|
อคติทางภูมิศาสตร์ในการวิจัยนำไปสู่ ความไม่สมดุลของข้อมูล (Data Imbalance) ซึ่งหมายความว่านักวิจัยมีข้อมูลที่มากเกินไปในพื้นที่หนึ่ง (เช่น เมืองหลวง) แต่ขาดแคลนข้อมูลที่จำเป็นในพื้นที่อื่น ๆ (เช่น เมืองขนาดเล็กหรือชนบท) ซึ่งเป็นการจำแนกที่เน้นย้ำถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการจัดสรรงานวิจัย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
What is a key recommendation from the study for improving urban ecology research in Africa?
|
Encourage transnational collaborations |
|
งานวิจัยเกี่ยวกับสถานะของนิเวศวิทยาเมืองในแอฟริกามักชี้ให้เห็นถึง จำนวนบทความที่ตีพิมพ์ต่ำ และมีความลำเอียงทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญ โดยมีประเทศหนึ่ง (เช่น แอฟริกาใต้) มักมีสัดส่วนงานวิจัยที่ตีพิมพ์สูงเกินจริง
|
งานวิจัยมักกระจุกตัวอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยที่เข้มแข็ง เช่น แอฟริกาใต้ ซึ่งมักเป็นประเทศที่มีการตีพิมพ์งานวิจัยในสาขานี้มากที่สุดในทวีป การกระจุกตัวนี้ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับนิเวศวิทยาเมืองในภูมิภาคอื่น ๆ ที่เหลือของทวีปแอฟริกามีจำกัดและไม่สมบูรณ์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
According to the study, what impacts the number of publications in African urban ecology?
|
The GDP of the countries |
|
แม้จะสำคัญ แต่จำนวนมหาวิทยาลัยอย่างเดียวมีความสำคัญน้อยกว่า คุณภาพ เงินทุน และความเชี่ยวชาญ ของสถาบันเหล่านั้น แหล่งเงินทุน (ซึ่งมักผูกติดอยู่กับ GDP) เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่แข็งแกร่งกว่า
|
GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) เป็นตัวบ่งชี้หลักของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยทั่วไปแล้ว ประเทศที่มี GDP สูงจะมีศักยภาพในการ ลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ได้มากกว่า ทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|