| 1 |
|
จ. คาร์โบไฮเดรต |
|
จากโครงสร้าง มีองค์ประกอบเป็น C, H, O จึงไม่ใช่โปรตีน (ไม่มี N) และไม่ใช่กรดนิวคลีอิก (ไม่มี phophate group) และไม่ใช่ลิพิดเพราะไม่มีหมู่ ester และไม่ใช่กลุ่มไขมันเบ็ดเตล็ด
|
What to know about inulin, a healthful prebiotic : Medicalnewstoday Medically reviewed by Atli Arnarson Ph.D. — Written by Franziska Spritzler — Updated on April 27, 2020
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ง. 2 และ 3 |
|
เบาหวานคืออาการที่ร่างกายมีการผลิตอินซูลินน้อยเกินไป Type I) หรือการที่ร่างกายผลิตอินซูลินปกติแต่ตัวรับอินซูลินของเซลล์เป้าหมายเสียหายจนอินซูลินไม่สามารถทำงานได้ หน้าที่ของอินซูลินคือลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยกระตุ้นการลำเลียงน้ำตาลเข้าสู่เซลล์และเก็บสะสมในรูปไกลโคเจน ดังนั้นคนที่เป็นเบาหวาน Type I จะต้องฉีดอินซูลินเข้าเส้นเลือดเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกิน และ Type I และ II ควรลดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลลง
|
Diabetes Mellitus (DM)
By Erika F. Brutsaert , MD, New York Medical College
Last full review/revision Sep 2020| Content last modified Sep 2020
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ค. เอนไซม์ทํางานได้ภายในช่วง pH ที่จํากัด |
|
เอนไซม์ชนิดนี้ทำงานได้ในช่วง pH จำกัดคือช่วงกรดกลางค่อนข้างอ่อนจนถึงช่วง pH เป็นกลาง และทำให้เจลาตินแข็งตัวช้าลง
|
จากตาราง ชุดควบคุมบอกว่าเจลาตินปกติจะใช้เวลาในการแข็งตัวเมื่อแช่ในอ่างน้ำแข็ง 5 นาที เมื่อเติมเอนไซม์ที่ pH ต่างๆจะพบว่า ที่ pH = 5 ใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 7 นาที ที่ pH = 7 ใช้เวลามากกว่า 20 นาที และที่ pH = 10 ใช้เวลาในการแข็งตัว 5 นาทีเท่ากับชุดควบคุม จึงสรุปได้ว่าเอนไซม์ชนิดนี้ทำงานได้ในช่วง pH จำกัดคือช่วงกรดกลางค่อนข้างอ่อนจนถึงช่วง pH เป็นกลาง และทำให้เจลาตินแข็งตัวช้าลง
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ง. เพปไทด์ท่ีประกอบด้วยกรดอะมิโนท้ัง 3 ชนิดข้างต้นโดยไม่มีกรดอะมิโนที่ซ้ํากันมีทั้งหมด3ชนิด |
|
เนื่องจากโปรตีนเป็น co-polymer การเปลี่ยนลำดับกรดอะมิโนจะทำให้ได้ tripeptide 3 ชนิด
|
เมื่อนำมาเรียงโดยใช้หลักความน่าจะเป็นจะได้ XYZ(1) XZY(2) YXZ(3) YZX(4) ZXY(5) ZYX(6) ซึ่งเมื่อนำมาพลิกด้านจะพบว่า 1 เหมือน 6, 2 เหมือน 4 และ 3 เหมือน 5 จึงสรุปได้ว่าได้ tripeptide 3 ชนิด
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ค. |
|
โปรตีนมีทั้งประจุบวกและประจุลบในโมเลกุล มีสมบัติเป็นได้ทั้งกรดและเบส
|
แอมโฟเทริก (amphoteric) หมายถึงสารประกอบที่ในโมเลกุลมีทั้งประจุบวกและประจุลบ เช่น โปรตีน จึงมีสมบัติเป็นได้ทั้งกรดและด่าง
(เบส)
http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/4431/amphoteric-%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81
เรียบเรียงโดยผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นิธิยา รัตนาปนนท์ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นิธิยา รัตนาปนนท์
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
Triglyceride |
|
triglyceride เกิดจาก Glycerol + 3 fatty acid ได้ triglyceride + 3H2O
|
การเกิด triglyceride เกิดจาก หมู่ hydroxyl ของ glycerol มาทำปฏิกิริยากับหมู่ carboxyl ของกรดไขมัน เกิดเป็นหมู่ ester และได้น้ำ 1 โมเลกุลจาก 1 ester การเกิด triglyceride เกิดจาก Glycerol + 3 fatty acid จึงได้น้ำ 3 โมเลกุล
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ง. |
|
น้ำมัน Y มีค่าความอิ่มตัวต่ำเนื่องจากฟอกจางสีไอโอดีนได้มาก จึงเหมาะแก่การนำมาทอดไฟอ่อนเพราะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว มีจุดเดือดต่ำ
น้ำมัน W มีค่าความอิ่มตัวสูงเนื่องจากฟอกจางสีไอโอดีนได้น้อย จึงทำให้เมื่อบริโภคมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ
|
การฟอกจากสีไอโอดีน เป็นปฏิกิริยา halogenation ทดสอบความไม่อิ่มตัวของไขมันได้ ยิ่งมีความไม่อิ่มตัวสูงยิ่งฟอกจางสีไอโอดีนได้มาก (ใช้หลายหยด)
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ค. |
|
น้ำมัน X เป็นไขมันอิ่มตัว จุดเดือดจุดหลอมเหลวสูง จึงเป็นของแข็ง เหม็นหืนได้ง่าย
น้ำมัน Y เป็นไขมันไม่อิ่มตัว จุดเดือดจุดหลอมเหลวต่ำ จึงเป็นของเหลว เหม็นหืนได้ยาก
|
The Difference Between Saturated and Unsaturated Fats
By Jennifer Moll, PharmD Updated on October 05, 2021
Medically reviewed by Richard N. Fogoros, MD
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้ |
|
จากตารางพบว่าน้ำมันหมูและไขมันวัวก็มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวจึงสามารถเกิดการฟอกจางสีโบรมีนได้เช่นกัน
|
สังเกตชื่อ กรดไขมันอิ่มตัวมักลงท้ายด้วย -tic, -ric กรดไขมันไม่อิ่มตัวมักลงท้ายด้วย -eic, -nic
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต |
|
X ทดสอบแบบ biuret test สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วงแสดงว่าเป็นโปรตีน
Y ทดสอบด้วย benedict โดยปกติน้ำตาลทรายผลจะไม่เป็นบวก แต่เนื่องจากมีการเติมกรดก่อนจึงให้ผลเป็นบวกได้
|
การทดสอบสารอาหาร
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ถูก |
|
chitin มี N-Acetyl glucosamine เป็น monomer พบได้ในเห็ดรา และเปลือก arthropod
peptide bond เชื่อมระหว่าง C กับ N
cellulose มี glucose เป็น monomer เชื่อมกับด้วยพันธะ beta-1,4-glycosidic bond
|
chitin structure, polypeptide and cellulose structure
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ง. ถูกทุกข้อ |
|
ถูกตามตาราง
|
360 concepts concept 52,53
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
X และ Z เป็น hydrolysis
Y เป็น dehydration |
|
X และ Z เป็นการสลายพันธะใช้น้ำเข้าไปสลาย
Y เป็นการสร้างพันธะและไ้ด้น้ำ
|
dehydration and hydrolysis
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
2 ชนิด |
|
มีกรดอะมิโนซ้ำ 2 ตัว จาก 3
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
ก. มีข้อถูกเพียง 1 ข้อ |
|
ตารางถูกข้อเดียว
|
disulfide = sulfide + sulfide
phosphodiester = hydroxyl + phosphate gr.
glycosidic = hydroxyl + hydroxyl
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย |
|
โปรตีนทดสอบด้วยสารละลายไบยูเรตได้
benedict ทดสอบ reducing sugar เช่น กลูโคส
Iodine ทดสอบแป้ง จึงทดสอบน้ำตาลทรายซึ่งเป็น disaccharide ไม่ไ้ด้
|
การทดสอบสารอาหาร
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ค. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัว กลูโคส |
|
ไขมันไม่อิ่มตัวฟอกจางสีด่างทับทิมได้
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
จ. W, X, Y และ Z |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
จ. กรดอะมิโน |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
2. พืชไม่สามารถใช้ ADP และ NADP+ ได้ตามปกติ |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 21 |
|
3. มีสารพันธุกรรมเช่นเดียวกับเชื้อก่อโรค Influenza , AIDS |
|
เป็น RNA virus ไม่จัดเป็น cell เป็น living particle ต้องอาศัย host ไม่มี cell membrane แต่มี capsid
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 22 |
ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส
|
ง. อะไมเลส เปลี่ยนสีสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟตเป็นสีม่วงในสภาวะที่เป็นเบส |
|
อะไมเลสเป็นเอนไซม์ที่เป็นโปรตีน ใหญ่กว่า tripeptide จึงทดสอบ biuret ได้
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 23 |
|
4. Lactose เป็น induce molecule |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 24 |
|
3. DNA polymerase |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 25 |
|
5. Glucose |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|