ตรวจข้อสอบ > พีรวัสส์ จันทร์โป๊ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 54 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

เพราะลักษณะโครงสร้างของอินนูลิน มีน้ำตาลประเภทเพนโทสเป็นส่วนประกอบ จึงเป็นสารประเภทคาร์โบรไฮเดรต

สังเกตโครงสร้างสารประกอบ พบว่ามีโครงสร้างของน้ำตาลเป็นส่วนประกรอบ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

เพราะข้อ 1 ผิดทีว่าสาเหตุไม่มช่เพราะว่าอินซูลินมากเกินไป แต่เป็นเพราะว่าอินซูลินไม่เพียงพอ ข้อ 4 ผิดเพราะ การฉีดอินซูลินเพื่อในการลดระดับน้ำตาลในเลือด

โรคเบาหวาน เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น โดยในระยะยาวจะส่งผลให้เกิดการทำลายหลอดเลือด และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่รุนแรงมากขึ้น อินซูลินออกฤทธิ์โดยนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อลายซึ่งเป็นเซลล์ของกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย เพื่อให้เซลล์กล้ามเนื้อลายใช้เป็นพลังงานในขณะที่มีการใช้งานหรือออกแรงทำงาน อินซูลินออกฤทธิ์โดยนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อลายซึ่งเป็นเซลล์ของกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย เพื่อให้เซลล์กล้ามเนื้อลายใช้เป็นพลังงานในขณะที่มีการใช้งานหรือออกแรงทำงาน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ง. เอนไซม์ช่วยให้เจลาตินแข็งตัวเร็วขึ้นในpHที่เหมาะสม

จากการสังเกตตาราง พบว่าเมื่อเติมเอนไซม์และปรับ ค่า ph ให้เหมาะสม ทำให้เจลาตินแข็งตัวได้เร็วขึ้นกว่าหลอดแรกที่ไม่เติมเอ็นไซม์และ ph เป็น 7

การสังเกตตารรางที่โจทย์กำหนด เช่นเมื่อเติมเอนไซม์ แต่ค่า ph เท่าเดิม ทำให้เวลาแข็งตัวนานขึ้น ค่า ph น้อยกว่าเดิม ทำให้ แข็งตัวได้ช้ากว่าก่อนเติมเอนไซม์ ค่า ph มาก ทำให้แข็งตัวได้เร็วขึ้น

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


จ. เพปไทด์ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดXกรดYและกรดZจะได้โมเลกุลของนํ้าออกมา3โมเลกุล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อ ค,ง

เพราะโปรตีนมีทั้งประจุบวกและลบจึงเป็นสารแอมโฟเทริก และโปรตีนที่มีโครงสร้างตติยภูมิ เป็นโครงสร้างที่จับกันเป็นก้อนจึงแข็งแรงมาก

2 โครงสร้างลำดับที่สอง หรือ โครงสร้างทุติยภูมิ (secondary structure) เป็นโครงสร้างที่เกิดจากกรดอะมิโน ((amino acid) ที่อยู่ภายในสายโพลีเปปไทด์เดียวกัน ทำปฏิกิริยากันด้วยพันธะไฮโดรเจน ซึ่งเกิดขึ้นในตำแหน่งที่เว้นระยะห่างสม่ำเสมอทำให้เกิดโครงสร้างสามมิติของโปรตีนที่ โครงสร้างลำดับ 4 (quaternary structure) เกิดจากการรวมกันของสายโพลีเปปไทด์มากกว่า 1 สาย ด้วยแรงดึงดูดอย่างอ่อน ระหว่างหมู่ R ระหว่างสายโพลีเปปไทด์ ที่ยังไม่เกิดพันธะ ซึ่งอยู่บริเวณผิวนอกของโครงสร้างโครงสร้างลำดับ 4 นี้พบในเอนไซม์ (enzyme)

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข้อ จ

เพราะน้ำมัน x แช่เย็นแล้วแข็ง จึงเป็นกรดไขมันประเภทอิ่มตัว เหม็นหืนยาก จุดหลอมเหลวสูง น้ำมัน Y เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว เหม็นหืนง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ

กรดไขมันชนิดอิ่มตัว (saturated fatty acid) คือ กรดไขมัน (fatty acid) ที่พันธะระหว่างคาร์บอนอะตอมในโมเลกุลเป็นพันธะเดี่ยว และไม่สามารถรับไฮโดรเจนได้อีก มีสูตรทั่ว ไปเป็น CnH2nO2 มีความเสถียร ไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนทำให้ไม่เกิดการเหม็นหืนจากออกซิเจน (lipid oxidation) มีจุดหลอมเหลว (melting point ) สูง เมื่อเปรียบเทียบกับกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid) ที่มีจำนวนคาร์บอนเท่ากัน กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว หมายถึงกรดไขมัน (fatty acid) ที่มีพันธะคู่ระหว่างคาร์บอนอะตอมในโมเลกุล 1 พันธะ หรือมากกว่า มีจุดหลอมเหลว (melting point) ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกรดไขมันชนิดอิ่มตัว (saturated fatty acid) ที่มีจำนวนคาร์บอนเท่ากัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

เพราะว่าโบรมีนทำปฎิกิริยากับสารไฮโดรคาร์บอนประเภทแอลคีน และแอลไคน์

แอลเคนสามารถฟอกจางสีของโบรมีนได้ เฉพาะในที่มีแสงสว่างและเกิดแก๊สที่มีสมบัติเป็นกรด แต่ไม่ฟอกจางสีของสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

เพราะข้อแรก เป็นไบยูเร็ตเทส สิ่งที่เกิดปฏิกิริยากับโปรตีนประเภทไตรเพบไทด์ ก็คือไข่ขาว ส่วนข้อ 2 มีสารละลายเบเนดิกต์แล้วเกิดปฏิกิริยาเป็นตะกอนอิฐสีแดง จึงเป็นคาร์โบไฮเดรต จึงเป็นน้ำตาลทราย เลยตอบข้อ ไข่ขาว น้ำตาลทราย เอทิลแอซิเตต

Biuret test คือการหยดสาร CuSO4 หรือ NaOH เพื่อทดสอบโปรตีน สารละลายเบเนดิกต์ทดสอบคาร์โบรไฮเดรต

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ค. ข้อ 1 และ ข้อ 3 ถูก

เพราะ 1 ถูกเป็นส่วนประกอบของเห็ดรา 3 ถูกเพราะ cellulose เป็น structure polysaccharide

ไคทิน (chitin) เป็นคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) ประเภทพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ท่ีมีสายยาว มีโครงสร้างคล้ายกับเซลลูโลส (cellulose) โมเลกุลของไคทิน เป็นพอลิเมอร์ของ N-acetyl-D-glucosamine ต่อกับด้วยพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) แบบ β-1,4 แต่หมู่ hydroxyl (-OH) ที่ตำแหน่ง C2 จะถูกแทนที่ด้วยกลุ่ม acetyl amino (-NHCOCH3) ไคทิน เป็นส่วนประกอบผนังเซลล์ของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น เปลือกกุ้ง กระดองปู แกนปลาหมึก แมลง ตัวไหม และผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจ (fungi) ได้แก่ รา (mold) และยีสต์ (yeast) เซลลูโลส (cellulose) เป็นคาร์โบไฮเดรท (carbohydrate) ประเภทพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ประเภท ฮอโมพอลิแซ็กคาไรด์ (homopolysaccharide) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส (glucose) มาต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) ที่ตำแหน่งแอลฟา-1,4 (a-1,4) เป็นสายยาวมากกว่า 2,000โมเลกุล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ง. ถูกทุกข้อ

เพราะทุกข้ออธิบายสรรพคุณและชนิดของสารได้ถูกต้องทั้งหมด

คอเลสเตอรอลเป็นวัตถุดิบให้ร่างกายผลิตน้ำดี ( Bile ) เนื่องจากน้ำดีเป็นสิ่งที่ร่างกายจะต้องใช้ในการย่อยอาหารประเภทไขมัน รวมถึงช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายอยู่ในไขมัน นำไปใช้ผลิตผลิตฮอร์โมนเพศในร่างกาย คอเลสเตอรอลซึ่งเป็นสารสเตอรอยด์ ( Steroid ) อยู่แล้วจึงถูกร่างกายนำไปใช้ผลิต สเตอรอยด์ฮอร์โมน ( Steroid Hormones ) และคอเลสเตอรอลยังเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งที่เป็นแหล่งกำเนิดของฮอร์โมนในส่วนต่างๆของร่างกายรวมทั้งฮอร์โมนเพศด้วย อิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) เป็นแอนติบอดี (Antibody) หรือภูมิคุ้มกันที่ร่างกายผลิตจากพลาสมาในโลหิต เป็นที่รู้กันว่าอิมมูโนโกลบูลินจะใช้ในการบำบัดรักษาโรคที่ร้ายแรงต่างๆ รวมถึงรักษาการขาดแอนติบอดีและระบบภูมิคุ้มกันที่ลดลงอย่างรุนแรง ฮีโมโกลบินหรือเฮโมโกลบิน ( Hemoglobin ) เป็นส่วนหนึ่งของระบบไหลเวียนเลือด มีโมเลกุลโปรตีนภายในเซลล์เม็ดเลือดแดง ฮีโมโกลบิน หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ฮีม ( Heme ) ฮีมนี้ทำหน้าที่ดักจับและขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย วิตามินบางชนิดละลายในไขมัน เช่น วิตามิน A D E และ K

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


X=hydrolysis Y= Dehydration Z=Saponification

เพราะการทำให้โมเลกุลขนาดใหญ่ให้เล็กลงเป็น hydrolysis การสร้างซูโคลสเป็น Dehydration การแยกไขมัน เป็นปฏิกิริยา Saponification

ปฏิกิริยาการควบแน่น เป็นปฏิกิริยาเคมีที่ซึ่งสองโมเลกุลหรือกึ่งหนึ่ง ทำปฏิกิริยากันและกลายเป็นการเชื่อมต่อแบบพันธะโควาเลนต์ซึ่งกันและกันร่วมกับการสูญเสียโมเลกุลของน้ำ เมทานอล หรือบางตัวของไฮโดรเจนฮาไลด์ ไฮโดรไลซิส (hydrolysis) คือ ปฏิกิริยาที่มีน้ำเข้าไปสลายพันธะ ทำให้สารโมเลกุลใหญ่ แตกตัวเป็นสารที่มีโมเลกุลเล็กลง ซาพอนนิฟิเคชัน (saponification) เป็นปฏิกิริยาของลิพิด (lipid) เช่น ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ถูกสลายพันธะเอสเทอร์ด้วยด่าง เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ จะได้กลีเซอรอลและเกลือของกรดไขมัน หรือสบู่ (soap) สบู่ที่เกิดขึ้นนี้มีสมบัติ ละลายในน้ำได้

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ก. มีข้อถูกเพียง 1 ข้อ

ข้อที่ถูกคือข้อ 4 เป็นเพราะว่า กรดไขมันกับกรีเซอรอลรวมกันด้วย เอสเทอริฟิเคชั่น

เอสเทอริฟิเคชัน เป็นปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นระหว่างกรดอินทรีย์และแอลกอฮอล์ โดยมีเอนไซม์เอสเทอเรสช่วยเร่งปฏิกิริยา ได้เป็นสารประกอบเอสเทอร์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย

เพราะสาร x เป็นโปรตีนประเภท tripeptide สาร Y เป็นน้ำตาลมีมาก สารZ เป็นสารอื่นๆที่ไม่ใช่ แป้งและไกลโคเจน

Biuret test คือการหยดสาร CuSO4 หรือ NaOH เพื่อทดสอบโปรตีน สารละลายเบเนดิกต์ทดสอบคาร์โบรไฮเดรต Iodine ทดสอบสารประเภทแป้งและไกลโคเจน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ค. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัว กลูโคส

เพราะว่า 1. เป็นประเภทแอลเคน 2. เป็น แอลคีนไม่ก็แอลไคน์ 4.กลูโคส

กลูโคสทำปฏิกิริยากับยีสต์และสารละลายเบเนดิกต์ แอลคีนทำปฏิกิริยากับ KMnO4

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


จ. W, X, Y และ Z

เพราะเป็นน้ำตาล จึงเกิดปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์

สารละลายเบเนดิกต์เกิดกับสารที่เป็นน้ำตาล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ข. คลอเรสเทอรอล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


2. พืชไม่สามารถใช้ ADP และ NADP+ ได้ตามปกติ

เพราะพืชไม่สามารถขนส่งพลังง่นได้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


3. มีสารพันธุกรรมเช่นเดียวกับเชื้อก่อโรค Influenza , AIDS

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

ก. อะไมโลส จัดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์แบบโซ่ตรง ที่สามารละลายน้ำได้

เพราะโครงสร้างของอะไมโลสเป็นโครงสร้างแบบเส้นที่glucos หลายๆตัวมาต่อรวมกัน

โมเลกุลของอะไมโลส เป็นพอลิเมอร์สายตรงของน้ำตาลดี-กลูโคส (D-glucose) ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) ชนิด แอลฟา 1,4 ประมาณ 200-2,000 หน่วย มีน้ำหนักโมเลกุลประมาณ 150,000 ถึง 1,000,000 โดยจะผันแปรไปตามชนิดของสตาร์ช ขนาดและน้ำหนักโมเลกุลของอะไมโลส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


4. Lactose เป็น induce molecule

จากคลิปนี้พบว่าคลิกไม่ได้อธิบายไว้

จากคลิปวีดีโอที่กำหนดให้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


2. Operon

เพราะในคลิปไม่ได้อธิบายเกี่ยวกับ operon

จากการอธิบายของคลิปที่กำหนดให้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


4. Repressor

เพราะเพื่อในการให้ Lactose มาเกาะที่ repressor

จากคลิปวิดีโอที่กำหนดให้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 45 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา