ตรวจข้อสอบ > ภีมพล เตชธรรมกิจ > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 78 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การสังเกตพฤติกรรมระหว่างการเล่นฟรี

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความยากในการแยกแยะระหว่างความถี่เสียงต่างๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

สามารถเข้าใจภาษาพูดได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพไพเราะ (Melodic condition)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การเปิดใช้งานกระจกเซลล์ประสาท

เพราะกลไกการเปิดใช้งานกระจกเซลล์ประสาทเป็นกลไกการสังเกตและเรียนรู้เพื่อลอกเลียนแบบและปรับตัวให้เข้า​กับสภาพแวดล้อม

กลไกการเปิดใช้งานกระจกเซลล์ประสาทมีหน้าที่ในการสังเกตเพื่อเรียนรู้และทําความเข้าใจถึงเจตนา เช่น การตบมือเป็นจังหวะ เมื่อเด็กแรกเกิดได้ยินเสียงตบมือ เด็กจึงเรียนรู้และทําเข้าใจ และจึงตบมือตามเป็นจังหวะเดียวกัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการร้องเพลงในอนาคต

เพราะจะทําให้เด็กมีทักษะด้านการฟังมากขึ้น และสามารถแยกแยะจังหวะได้ดี ซึ่งมีผลทําให้เด็กมีพัฒนาการด้านดนตรีที่ดีและรวดเร็ว

การพัฒนาการด้านฟังและการได้ยิน ตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านดนตรีที่ดีและสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทําให้เด็กมีทักษะด้านดนตรีที่ดีกว่าเด็กทั่วไป เช่น การร้องเพลง การเล่นดนตรี

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

การเพิ่มระดับเสียง

เพราะการเพิ่มระดับที่มากเกินไปมีผลทําให้เกิดการสูญเสียการได้ยินและทําให้เกิดการสื่อสารที่ยากลําบาก

ระดับเสียงที่ดังเกินไปทําให้เซลล์ขนในหูชั้นในถูกทําลาย ซึ่งมีผลต่อการได้ยิน เช่น ได้ยินไม่ชัด, หูอื้อ, สื่อสารลําบาก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

เพื่อเก็บข้อมูลจากการทดสอบ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์​และประเมินว่ามีปัญหาทางการตอบสนองและปัญหาทางระบบประสาทหรือไม่

การบันทึกการตอบสนองด้านการได้ยิน สามารถนําไปใช้ในการวิเคราะห​์ ประเมิน และวินิจฉัยโรคต่างๆทางระบบประสาท เพื่อสามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกวิธี

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

การเรียนรู้ทางสถิติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

เพราะเป็นเครื่องหมายที่ใช้ในการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์​ดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและพิสูจน์​อย่างถูกต้อง และมีความชอบธรรม​ทางการแพทย์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

เพราะหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค​ ไม่ได้มีหน้าที่ในการรับรองผลิตภัณฑ์​ทางการบําบัดโดยตรง

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค มีหน้าที่ในการคุ้มครอง​สิทธิ​ของผู้บริโภค​จากปัญหาความไม่ชอบธรรมของสินค้าต่างๆทั่วไป จึงไม่ได้รับรองผลิตภัณฑ์​ทางการบําบัดโดยตรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

การไม่เลือกปฏิบัติในการเข้าถึงการบำบัด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

มีจำหน่ายในหลายประเทศ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

เพราะผลิตภัณฑ์ CGT ไม่ได้รับการพิสูจน์และตรวจสอบ​ จึงมีความเสี่ยง​ต่อการบริโภค อาจทําให้เกิดผลเสียด้านสุขภาพ​ร้ายแรงได้

ผลิตภัณฑ์ CGT ไม่ได้รับการพิสูจน์และตรวจสอบ​ ซึ่งไม่ผ่านการรับรองความปลอดภัย จึงอาจทําให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภค ทั้งด้านสุขภาพ​และด้านสิทธิผู้บริโภค​

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

ค่ารักษาผู้ป่วยสูง

เพราะการตรวจสอบและพิสูจน์​ผลิตภัณฑ์ CGT​ ไม่ได้มีผลต่อค่ารักษาผู้ป่วย

หน่วยงาน​ที่ทําหน้าที่ในการพิสูจน์​ผลิตภัณฑ์​ CGT มีหน้าที่ในการรับรองความปลอดภัยและความชอบธรรมของผลิตภันฑ์​เท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อค่ารักษา​ผู้ป่วย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

เพราะ ISCT​ มีหน้าที่ในการพิสูจน์​และตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์​อย่างถูกต้อง และสนับสนุนการบําบัดด้วยเซลล์และยีน

ISCT​ มีหน้าที่ในการพิสูจน์​และตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์​อย่างถูกต้อง และสนับสนุนผลิตภัณฑ์​บําบัดที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง รวมถึงการคุ้มครอง​ของผู้บริโภค

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

เพราะผลิตภัณฑ์ CGT ไม่ได้รับการพิสูจน์และตรวจสอบ​ จึงมีความเสี่ยง​ต่อการบริโภค อาจทําให้เกิดผลเสียด้านสุขภาพ​ร้ายแรงได้

ผลิตภัณฑ์ CGT ไม่ได้รับการพิสูจน์และตรวจสอบ​ ซึ่งไม่ผ่านการรับรองความปลอดภัย จึงอาจทําให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภค ทั้งด้านสุขภาพ​และด้านสิทธิผู้บริโภค​

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลเช่นเดียวกับ อย. (FDA)

เพราะ ISCT ​ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแล​และพิสูจน์​ รับรองความปลอดภัย​และความ​ชอบธรรม​

ISCT ​เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในหารกำกับดูแล​และพิสูจน์​ รับรองความปลอดภัย​และความ​ชอบธรรม​ และคุ้มครอง​ผู้บริโภค​ผลิตภัณฑ์​การบําบัด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 38.25 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา