ตรวจข้อสอบ > นันทิกานต์ ถ้ำทอง > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 45 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


การเรียนรู้ประเภทใดที่มีการกล่าวถึงเกี่ยวกับทารกแรกเกิดในบริบทของ ลำดับเสียง (Sound sequences)

การปรับสภาพแบบคลาสสิก

ในบริบทของเสียงนั้น ทารกแรกเกิดจะมีการเรียนรู้ที่สำคัญสองแบบ คือ การเรียนรุ้แบบวางเงื่อนไงแบบคลาสสิกและการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ

การเรียนรู้เงื่อนไขแบบคลาสสิกนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อทารกเชื่อมโยงเสียงบางอย่างกับเหตุการณ์ที่ตาม ยกตัวอย่างเหตุการณืที่พบเห็นได้บ่อยคือ ทารกตอบสนองเมื่อได้ยินเสียงเรียกของแม่ นั่นอาจเป็นเพราะทารกรับรู้ว่าหากได้ยินเสียงของแม่ ต่อมาตนเองจะได้รับอาหารซึ่งเหตุการณ์ที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้น เสียงเรียกของแม่จะถือเป็นสิ่งเร้าที่ไม่มีเงื่อนไข

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข้อใดใช้เป็นวิธีทดสอบทารก

การสังเกตพฤติกรรม

การสังเกตพฤติกรรมนั้นเป็นวิธีพื้นฐานในการศึกษาทารกโดยเฉพาะหากต้องการประเมินการรับรุ้ การตอบสนองต่อสิ่งเร้าและอื่นๆ

การสังเกตพฤติกรรมนั้นเป็นวิธีพื้นฐานที่สามารถทำได้ง่ายที่สุดโดยอาจสังเกตได้จากพฤติกรรมที่ทารกแสดงออกเช่น ดูดนิ้ว เป็นต้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อใดใช้ในการกระตุ้นจังหวะของเสียงในระหว่างการศึกษา

เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่อง

ในการศึกษาด้านการรับรู้เสียงของทารกหรือมนุษย์ทั่วไปนั้นนักวิจัยมักใช้เสียงที่มีรูปแบบจังหวะต่อเนื่อง เพื่อ กระตุ้นและตรวจสอบการตอบสนองต่อจังหวะ หรือ ใช้ทดสอบการประมวลผลเวลาหรือความสามารถในการรู้จังหวะ

เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่องเป็นเสียงเดียวที่เป็นจังหวะ ส่วนเสียงอื่นๆนั้นไม่เป็นจังหวะที่แน่นอนหรือไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ผลลัพธ์ที่สำคัญของการศึกษาการรับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจใน ทารกแรกเกิดคืออะไร

การปรากฏตัวของการประมวลผลจังหวะ

การปรากฏตัวของการประมวลผลจังหวะบ่งบอกถึงความสามารถในการประมวลผลจังหวะ

การปรากฏตัวของการประมวลผลจังหวะบ่งบอกถึงความสามารถในการประมวลผลจังหวะ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ภาษาและดนตรีในภายหลัง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) บ่งชี้อะไรใน ทารกแรกเกิด?

การได้มาซึ่งภาษา

หากเกิด MMR แสดงว่าวงจรประมวลผลของสมองเริ่มทำงานแล้วจึงถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเรียนรู้ภาษาและพัฒนาการการได้ยิน

หากเกิด MMR แสดงว่าวงจรประมวลผลของสมองเริ่มทำงานแล้ว(มีการทำงานของเปลือกสมองส่วนรับรู้ ทารกจึงเริ่มมีการเรียนรู้ภาษาและพัฒนาการการได้ยิน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ด้านใดของเสียงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อทดสอบการรับรู้จังหวะโดยแยกจาก การเรียนรู้ทางสถิติ

ระยะเวลา

การรับรู้จังหวะนั้นต้องพึ่งพารูปแบบของเวลา ส่วนการเรียนรู้ทางสถิตินั้นพึ่งพาความถี่ในการร่วมกันเกิดของหน่วยเสียงซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการใ้ช้เวลาอย่างสม่ำเสมอ

ระยะเวลานั้นเป็นสิ่งที่นักวิจัยมักปรับเปลี่ยนเพื่อทดสอบการรับรู้จังหวะ โดยแยกออกจากการเรียนรู้ทางสถิติซึ่งเน้นความถี่ของรูปแบบเสียงมากกว่าเวลา เช่นรูปแบบเสียงboop-boop-boop-beep ถ้าbeepมาช้าหรือเร็วเกินถือเป็นจังหวะผิดปกติ แต่ถ้าbeepเป็นเสียงแปลกถือเป็นความแปลกของเนื้อหาทางสถิติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จากการศึกษาวิจัย เหตุใดการตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจจึงมีความสำคัญในทารกแรกเกิด

แสดงให้เห็นถึงบูรณาการการได้ยินและการได้ยิน

จังหวะการเต้นของหัวใจที่ตอบสนองต่อเสียงในทารกแรกเกิดสามารถแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการการได้ยินกับระบบอื่นๆเช่นระบบประสาทและการได้ยิน

จังหวะการเต้นของหัวใจที่ตอบสนองต่อเสียงในทารกแรกเกิดสามารถแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการการได้ยินกับระบบอื่นๆเช่นระบบประสาท เพราะหากทารกได้ยินเสียงแล้วปรับจังหวะการเต้นของหัวใจไปตามจังหวะเสียงนั้นแสดงว่าทารกไม่ได้ได้ยินเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีการทำงานร่วมกับระบบประสาทเพื่อประมวลผลและตอบสนองโดยอัตโนมัติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


บทความนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ทางสถิติกับการประมวลผลจังหวะใน ทารกแรกเกิดอย่างไร

การประมวลผลแบบ Beat ช่วยเพิ่มการเรียนรู้ทางสถิติ

การเรียนรู้ทางสถิติและการประมวลผลจังหวะในทารกแรกเกิดเป็นกระบวนการที่ทำงานควบคู่และเสริมกันเพื่อช่วยให้ทารกสามารถจับใจความเสียงและพัฒนาภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สองกระบวนการนี้ทำงานร่วมกันโดยการเรียนรู้ทางสถิติช่วยแยกคำและเสียงออกจากลำดับที่ซับซ้อน ส่วนการประมวลผลจังหวะช่วยรับรู้ความแตกต่างของสำเนียงและโครงสร้างประโยค

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


การวัดทางสรีรวิทยาใดที่ใช้เป็นหลักในการประเมินการตอบสนองต่อลำดับเสียงใน การศึกษานี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)

เป็นการวัดศักย์ไฟฟ้าสมองจากการได้ยิน (mismatch nagativity)โดยใช้การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง EEG

mismatch nagativity เป็นศักย์ไฟฟ้าสมองที่ตอบสนองต่อความแปลกปลอมของเสียง เช่น นำเสนอลำดับเสียงซ้ำๆแล้วแทรกเสียงที่ต่างออกไป สมองจะตรวจพบว่ามีลำดับเสียงผิดแปลกไปจากเดิม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


การมีอยู่ของการตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ที่ชัดเจนเพื่อเอาชนะและตำแหน่งที่ผิดปกติในสภาวะที่ไม่ต่อเนื่องบ่งบอกถึง ความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิดอย่างไร

ความไวจำกัดต่อการเปลี่ยนแปลงลำดับเสียง

บ่งชี้ว่าทารกมีการรับรุ้เสียงอย่างละเอียด แม้ในสภาวะเสียงที่ไม่ต่อเนื่อง ทารกก็ยังสามารถตรวจจับความแตกต่างของเสียงได้ซึ่งแสดงต่อความไวในการรับรู้เสียงแม้เสียงนั้นจะไม่สมํ่าเสมอ

บ่งชี้ว่าทารกมีการรับรุ้เสียงอย่างละเอียด แม้ในสภาวะเสียงที่ไม่ต่อเนื่อง ทารกก็ยังสามารถตรวจจับความแตกต่างของเสียงได้ซึ่งแสดงต่อความไวในการรับรู้เสียงแม้เสียงนั้นจะไม่สมํ่าเสมอ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ประเด็นหลักของ บทความ Cell and gene therapies คืออะไร

การบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามหลักฐาน

cell and gene therapies มีบริบทและเนื้อหาสื่อถึงการรักษา/บำบัดด้วยเซลล์หรือยีน

cell and gene therapies มีบริบทสื่อถึงการรักษา/บำบัดด้วยเซลล์หรือยีน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น gene therapy ( การนำยีนใหม่ใส่เข้าไปในเซลล์หรือแก้ไขยีนโดยตรงเพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นต้น , cell therapy (การใช้เซลล์มีชีวิตที่ถูกดัดแปลงหรือเลือกเพื่อรักษา)หรือ cell and gene therapy CGT(เช่นการนำ T cellออกมานอกร่างกาย ดัดแปลงยีนให้รู้จักมะเร็งแล้วฉีดกลับเข้าร่างกาย) ก็ได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


CGT ย่อมาจากอะไรในบริบทของ Cell and gene therapies

การบำบัดด้วยเซลล์และยีน

cell and gene therapies มีบริบทสื่อถึงการรักษา/บำบัดด้วยเซลล์หรือยีน

cell and gene therapies มีบริบทสื่อถึงการรักษา/บำบัดด้วยเซลล์หรือยีน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น gene therapy , cell therapy หรือ cell and gene therapy CGT ก็ได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


บทความ Cell and gene therapies มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

การตลาดแบบตรงสู่ผู้บริโภคของ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์

การโฆษณาหรือขายตรงสู่ผู้บริโภคโดยที่ยังไม่มีหลักฐานทา งวิทยาศาสตร์หรือการรับรองอาจทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดและหลงเชื่อซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย

CGT นั้นเป็นการรักษาที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงการโฆษณาหรือขายตรงสู่ผู้บริโภคโดยที่ยังไม่มีหลักฐานทา งวิทยาศาสตร์หรือการรับรองอาจทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดและหลงเชื่อซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย และหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจะทำให้เกิดผลเสียทั้งต่อผู้ป่วยและต่อวงการการแพทย์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ตามบทความ อะไรคือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์?

การโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

การโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิดอาจจะมีคนหลงเชื่อและอาจก่อให้เกิดอันตราย

การโฆษณาหรือขายตรงสู่ผู้บริโภคโดยที่ยังไม่มีหลักฐานทา งวิทยาศาสตร์หรือการรับรองอาจทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดและหลงเชื่อซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


แพลตฟอร์มใดที่กล่าวถึงการลงทะเบียนงานวิจัยที่อาจไม่น่าเชื่อถือ

ไม่มีข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น

ทุกแพลตฟอร์มที่กล่าวมาเป็นแพลตฟอร์มค้นหางานวิจัยและบทความทางวิชาการ หรือบางแพลจฟอร์มเป็นฐานข้อมูลบทความทางการแพทย์แต่ไม่มีแพลตฟอร์มใดเลยที่เป็นแพลตฟอร์มลงทะเบียนงานวิจัย

ทุกแพลตฟอร์มที่กล่าวมาเป็นแพลตฟอร์มค้นหางานวิจัยและบทความทางวิชาการ หรือบางแพลจฟอร์มเป็นฐานข้อมูลบทความทางการแพทย์แต่ไม่มีแพลตฟอร์มใดเลยที่เป็นแพลตฟอร์มลงทะเบียนงานวิจัย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


คำใดที่ใช้อธิบายรายการที่ทำให้ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ปรากฏว่าถูกต้อง

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมหมายถึงสิ่งที่ทำให้บางสิ่งดูน่าเชื่อถือแม้อาจจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมหมายถึงสิ่งที่ทำให้บางสิ่งดูน่าเชื่อถือแม้อาจจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ เช่น บางบริษัทอาจใช้การตลาดหรือการอ้างอิงจากนักวิจัยเพื่อให้รู้สึกน่าเชื่อถือ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ISCT คัดค้านอะไรตามบทความ

การจำหน่าย CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในเชิงพาณิชย์ก่อนกำหนด

ISCT เป็นองค์กรวิชาชีพระดับนานาชาติที่กำกับมาตรฐาน จริยธรรมและความปลอดภัยของ CGT

ISCT เป็นองค์กรวิชาชีพระดับนานาชาติที่กำกับมาตรฐาน จริยธรรมและความปลอดภัยของ CGT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


หน่วยงานกำกับดูแลใดที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความว่าเป็นผู้เล่นหลักใน การกำกับดูแล CGT

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC)

CDC เป็นหน่วยงานควบคุมโรคในอเมริกา ไม่ได้มีหน้าที่ดูแล CGT โดยตรง

CDC เป็นหน่วยงานควบคุมโรคในอเมริกา ซึ่งมุ่งเน้นด้านระบาดวิทยา การป้องกันโรคติดเชื้อและสุขภาพสาธารณะมากกว่า

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


'สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม' มีบทบาทเฉพาะอย่างไรตามบทความ?

ชักชวนผู้ป่วยถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมมักถูกใช้เพื่อชักจูงผู้คนเกี่ยวกับความปลอดภัยของ CGT

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมหมายถึงสิ่งที่ทำให้บางสิ่งดูน่าเชื่อถือแม้อาจจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ดังนั้น บางบริษัทอาจใช้การตลาดหรือการอ้างอิงจากนักวิจัยเพื่อให้รู้สึกน่าเชื่อถือ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


อ้างอิงจากบทความ อะไรคือมาตรการสำคัญในการแยกแยะ CGT ตามหลักฐานเชิงประจักษ์?

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติ

เป็นการประเมินว่าการบำบัดนั้น ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติ

การอนุญาตนี้แสดงว่า CGT ดังกล่าว ผ่านการประเมินอย่างเป็นระบบและวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นที่ประจักษ์มากกว่าการกล่าวอ้างหรือใช้เพียงสัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 86 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา