ตรวจข้อสอบ > เอกภัทร มหรรฆสุวรรณ > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 21 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


การเรียนรู้ประเภทใดที่มีการกล่าวถึงเกี่ยวกับทารกแรกเกิดในบริบทของ ลำดับเสียง (Sound sequences)

การเรียนรู้ทางสถิติ

ทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับรูปแบบของลำดับเสียงจากความถี่ของเสียงที่ได้ยิน

Saffran, Aslin และ Newport(1996) แสดงให้เห็นว่าทารกแรกเกิดใช้การเรียนรู้ทางสถิติเพื่อจับความถี่และรูปแบบของลำดับเสียง ซึ่งช่วยให้พวกเขาแยกแยะคำและเสียงในภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข้อใดใช้เป็นวิธีทดสอบทารก

การทดลอง EEG

สามารถตรวจจับการทำงานของสมองได้โดยตรงและปลอดภัย

Cognitive Neuroscience Approach: ศึกษากระบวนการทางสมองควบคู่กับพฤติกรรม โดยใช้เครื่องมือเช่น EEG เพื่อเข้าใจการรับรู้ การเรียนรู้ และความจำในทารก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อใดใช้ในการกระตุ้นจังหวะของเสียงในระหว่างการศึกษา

เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่อง

เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่อง สามารถวัดได้ว่า สมองสามารถตรวจจับความสม่ำเสมอของจังหวะได้หรือไม่ และตอบสนองอย่างไร

Dynamic Attending Theory (Jones & Boltz, 1989): ระบุว่า มนุษย์มีระบบการให้ความสนใจแบบเป็นจังหวะ ที่สามารถ “ซิงค์” เข้ากับสิ่งเร้าที่มีจังหวะ เช่น เสียงที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาสม่ำเสมอ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ผลลัพธ์ที่สำคัญของการศึกษาการรับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจใน ทารกแรกเกิดคืออะไร

การปรากฏตัวของการประมวลผลจังหวะ

สมองของทารกสามารถตรวจจับและประมวลผลจังหวะการเต้นของหัวใจหรือจังหวะเสียงได้ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระบบรับรู้จังหวะมีอยู่ตั้งแต่ระยะแรกของชีวิต

Neural Entrainment Theory: สมองสามารถ “ซิงค์” กับจังหวะของเสียงหรือสัญญาณชีพ เช่น จังหวะการเต้นของหัวใจ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) บ่งชี้อะไรใน ทารกแรกเกิด?

การตรวจจับการละเมิดความสม่ำเสมอ

สมองสามารถสร้างแบบแผนความคาดหวัง (expectation) จากสิ่งเร้า และตรวจจับความผิดปกติจากสิ่งเร้าได้

งานวิจัยของ Winkler et al. (2009) และ Dehaene-Lambertz (2002) ยืนยันว่า ทารกมีความสามารถในการตรวจจับความผิดปกติของเสียงในรูปแบบที่สม่ำเสมอ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ด้านใดของเสียงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อทดสอบการรับรู้จังหวะโดยแยกจาก การเรียนรู้ทางสถิติ

การกำหนดเวลา (ไม่ตรงเวลากับกระวนกระวายใจ)

เพื่อดูว่าสมองสามารถตรวจจับความผิดปกติของจังหวะได้หรือไม่ โดยไม่ต้องพึ่งพาความน่าจะเป็นของเสียง

งานวิจัยโดย Honing et al. (2009) ใช้การปรับเปลี่ยนจังหวะเวลาเพื่อแยกแยะระหว่างความสามารถในการตรวจจับจังหวะ (beat) กับการเรียนรู้ความน่าจะเป็นของเสียง (statistical pattern)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จากการศึกษาวิจัย เหตุใดการตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจจึงมีความสำคัญในทารกแรกเกิด

ทำนายทักษะทางภาษาในอนาคต

การตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจในทารกสะท้อนความสามารถสมองในการประมวลผลจังหวะเสียง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาทักษะภาษาในอนาคต

งานวิจัยโดย Goswami et al. (2002, 2011) พบว่า ความสามารถในการจับจังหวะเสียงสัมพันธ์กับความสำเร็จในการเรียนรู้ภาษาและการอ่าน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


บทความนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ทางสถิติกับการประมวลผลจังหวะใน ทารกแรกเกิดอย่างไร

การประมวลผลแบบ Beat ช่วยเพิ่มการเรียนรู้ทางสถิติ

การประมวลผลจังหวะช่วยให้ทารกสามารถจับความสัมพันธ์และรูปแบบของเสียงได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ทางสถิติ

งานวิจัยของ Honing et al. (2009) ชี้ให้เห็นว่าการรับรู้จังหวะช่วยเสริมการเรียนรู้ทางสถิติในทารก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


การวัดทางสรีรวิทยาใดที่ใช้เป็นหลักในการประเมินการตอบสนองต่อลำดับเสียงใน การศึกษานี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)

การศึกษาการตอบสนองต่อลำดับเสียงในทารกแรกเกิดใช้ EEG บันทึกกิจกรรมไฟฟ้าสมองแบบ Real Time ตรวจจับการตอบสนอง

งานวิจัยโดย Dehaene-Lambertz & Baillet (1998) ใช้ EEG ศึกษาการรับรู้เสียงในทารกแรกเกิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


การมีอยู่ของการตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ที่ชัดเจนเพื่อเอาชนะและตำแหน่งที่ผิดปกติในสภาวะที่ไม่ต่อเนื่องบ่งบอกถึง ความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิดอย่างไร

การตอบสนองขั้นพื้นฐานต่อสิ่งกระตุ้นทางการได้ยิน

การตรวจจับความผิดปกติของเสียงในสภาวะที่เสียงไม่ต่อเนื่อง แสดงว่าทารกมีความสามารถพื้นฐานในการรับรู้และแยกแยะเสียงได้ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้ภาษาและการพัฒนาการฟังในช่วงแรกเกิด

งานวิจัยในทารกโดย Dehaene-Lambertz & Baillet (1998) แสดงว่า MMR บ่งชี้ถึงความสามารถรับรู้เสียงพื้นฐานตั้งแต่แรกเกิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ประเด็นหลักของ บทความ Cell and gene therapies คืออะไร

การบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามหลักฐาน

การบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามหลักฐาน คือการใช้ข้อมูลและงานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือมาเป็นพื้นฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีรักษานั้นปลอดภัยและได้ผลจริง ๆ ในการดูแลผู้ป่วย

งานวิจัยและบทวิจารณ์ล่าสุดที่เน้นการพัฒนาและประเมินผลของเซลล์และยีนบำบัดในคลินิก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


CGT ย่อมาจากอะไรในบริบทของ Cell and gene therapies

การบำบัดด้วยเซลล์และยีน

การบำบัดด้วยเซลล์และยีน คือการใช้เซลล์หรือยีนที่ถูกปรับแต่งหรือแก้ไข เพื่อช่วยรักษาโรคหรือฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น

งานวิจัยและบทความวิชาการในวงการชีวการแพทย์ที่ใช้คำย่อนี้เป็นมาตรฐาน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


บทความ Cell and gene therapies มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

นโยบายด้านสาธารณสุขเรื่องการฉีดวัคซีน

นโยบายสาธารณสุขย้ำเตือน เรื่อง การตลาดตรงสู่ผู้บริโภคของการบำบัดเซลล์และยีนที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์จริง เพราะอาจทำให้คนเข้าใจผิดและเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ป่วย

งานวิจัยและบทวิจารณ์เกี่ยวกับความเสี่ยงของการตลาด CGT ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ตามบทความ อะไรคือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์?

ทั้งหมดข้างต้น

ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น การใช้ CGT ที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนอาจทำให้ผู้ป่วยเสียค่าใช้จ่ายสูงโดยไม่เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่า (ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ) การโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด การตลาดแบบตรงสู่ผู้บริโภคที่เกินจริงหรือผิดพลาดอาจสร้างความคาดหวังที่ไม่สมจริง ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจใช้การบำบัดที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่มีประสิทธิภาพ ลดประสิทธิภาพของยาแผนโบราณ การหันไปใช้ CGT ที่ยังไม่ได้พิสูจน์ อาจทำให้ผู้ป่วยละเลยหรือเลื่อนการใช้ยาและการรักษาที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาโดยรวม

งานวิจัยเกี่ยวกับความเสี่ยงและการกำกับดูแล CGT โดย FDA และ EMA

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


แพลตฟอร์มใดที่กล่าวถึงการลงทะเบียนงานวิจัยที่อาจไม่น่าเชื่อถือ

ClinicalTrials.gov

ClinicalTrials.Gov เป็น Platform ที่ให้นักวิจัยลงทะเบียนทดลองทางคลินิก แต่งานวิจัยในนี้บางส่วนอาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ทำให้บางงานมีความน่าเชื่อถือต่างกัน

Hartung et al. (2014) พบความไม่สอดคล้องระหว่างข้อมูลใน ClinicalTrials.gov และวารสารวิชาการ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


คำใดที่ใช้อธิบายรายการที่ทำให้ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ปรากฏว่าถูกต้อง

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม

“สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม” เป็น ภาพลักษณ์ที่สร้างความเชื่อมั่นเกินจริง โดยไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์รองรับ

อ้างอิงจากแนวคิด bioethics และการควบคุมการสื่อสารด้านสุขภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ISCT คัดค้านอะไรตามบทความ

การจำหน่าย CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในเชิงพาณิชย์ก่อนกำหนด

ISCT คัดค้านการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ของ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในวงการ

Ethical Principles in Biomedical Research: การคุ้มครองผู้ป่วยและความปลอดภัยต้องมาก่อนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ (Belmont Report, 1979) Regulatory Science: การควบคุมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ (FDA, EMA guidelines) งานตำแหน่งของ ISCT ในการส่งเสริมมาตรฐานและจริยธรรมในการพัฒนา CGT (ISCT Policy Statements)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


หน่วยงานกำกับดูแลใดที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความว่าเป็นผู้เล่นหลักใน การกำกับดูแล CGT

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC)

FDA, EMA, และ Health Canada เป็นหน่วยงานกำกับดูแลการอนุมัติและความปลอดภัยของ CGT โดยตรง แต่ CDC มีบทบาทหลักในด้านโรคติดเชื้อ เน้นการควบคุมและเฝ้าระวังโรค ไม่ได้เป็นผู้ตรวจสอบหรืออนุมัติ CGT

Regulatory Frameworks for Biotherapeutics (FDA, EMA, Health Canada)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


'สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม' มีบทบาทเฉพาะอย่างไรตามบทความ?

ชักชวนผู้ป่วยถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

“สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม” คือสิ่งที่ทำให้ CGT ที่ยังไม่พิสูจน์ดูน่าเชื่อถือ ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานจริง เป็นการสร้างภาพให้ผู้ป่วยเชื่อใจผิด ๆ โดยไม่ใช่การรับรองทางการแพทย์

งานวิจัยเกี่ยวกับการตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


อ้างอิงจากบทความ อะไรคือมาตรการสำคัญในการแยกแยะ CGT ตามหลักฐานเชิงประจักษ์?

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติ

วิธีสำคัญในการแยก CGT ที่มีหลักฐานชัดเจน คือ การได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA หรือ EMA ซึ่งใช้ข้อมูลวิจัยและผลคลินิกที่น่าเชื่อถือตรวจสอบก่อนนำออกสู่ตลาด ส่วนความคุ้มทุน ความนิยม หรือคำแนะนำจากแพทย์ไม่ใช่เกณฑ์หลัก และจำนวนการทดลองทางคลินิกเป็นแค่ส่วนหนึ่งของขั้นตอนขออนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์แยกแยะโดยตรง

งานวิจัยเกี่ยวกับการประเมินและควบคุมผลิตภัณฑ์ทางชีวภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 106.25 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา