ตรวจข้อสอบ > กัญญาพิชญ์ ธัญยาธนาภิวัฒน์ > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 24 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


การเรียนรู้ประเภทใดที่มีการกล่าวถึงเกี่ยวกับทารกแรกเกิดในบริบทของ ลำดับเสียง (Sound sequences)

การเรียนรู้ทางสถิติ

หนึ่งในงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า: ทารกอายุเพียง 8 เดือน สามารถแยกคำในภาษาที่สร้างขึ้น ได้ โดยอาศัยการเรียนรู้จากสิ่งรอบตัวและความน่าจะเป็นของพยางค์ที่มักปรากฏติดกัน

งานวิจัยของ Saffran, Aslin & Newport (1996)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข้อใดใช้เป็นวิธีทดสอบทารก

การสังเกตพฤติกรรม

เป็นวิธีพื้นฐานที่ใช้ทดสอบการเรียนรู้หรือการตอบสนองของเด็กทารกแรกเกิด และ ทารกวัยไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้

ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการสังเกต (Observational Learning)ผู้เสนอคือ Albert Bandura

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อใดใช้ในการกระตุ้นจังหวะของเสียงในระหว่างการศึกษา

เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่อง

ในการศึกษาวิจัยด้านพัฒนาการในทารกและเด็กเล็ก นักวิจัยมักใช้ เสียงที่มีจังหวะสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้จังหวะในระบบประสาทการฟังของผู้ทดลอง

งานวิจัยของ Winkler et al. (2009) แสดงให้เห็นว่า ทารกแรกเกิดสามารถแยกแยะรูปแบบจังหวะในเสียงได้ แม้ยังไม่มีประสบการณ์ภาษาเต็มรูปแบบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ผลลัพธ์ที่สำคัญของการศึกษาการรับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจใน ทารกแรกเกิดคืออะไร

การปรากฏตัวของการประมวลผลจังหวะ

ทารกมีความสามารถในการประมวลผลจังหวะของเสียงที่ได้ยิน แม้แต่ในช่วงวัยที่ยังไม่สามารถพูดสื่อสารหรือเคลื่อนไหวตอบสนองได้อย่างเต็มที่

การศึกษาและการทดลองของ Winkler et al. (2009) ซึ่งใช้เทคนิค EEG (Electroencephalography) ทำให้พบว่าทารกหรือเด็กแรกเกิดสามารถ ตรวจจับการเบี่ยงเบนจากจังหวะที่สม่ำเสมอได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) บ่งชี้อะไรใน ทารกแรกเกิด?

การตรวจจับการละเมิดความสม่ำเสมอ

สมองของทารกสามารถตรวจจับความผิดปกติ (deviance) จากสิ่งเร้าที่มีรูปแบบปกติได้โดยอัตโนมัติ

ในการศึกษาค้นคว้า ของWinkler et al. (2003, 2009) ใช้ EEG เพื่อตรวจสอบว่า ทารกแรกเกิด แสดง MMR เมื่อได้ยินเสียงที่ผิดไปจากลำดับที่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่า ระบบประสาทของทารกสามารถตรวจจับการละเมิดรูปแบบกฎทางเสียงได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ด้านใดของเสียงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อทดสอบการรับรู้จังหวะโดยแยกจาก การเรียนรู้ทางสถิติ

การกำหนดเวลา (ไม่ตรงเวลากับกระวนกระวายใจ)

นักวิจัยจึงเลือกปรับเปลี่ยน "จังหวะเวลาที่ไม่สม่ำเสมอ" (temporal irregularity) ซึ่งส่งผลต่อ การรับรู้จังหวะโดยตรง แต่ไม่ส่งผลต่อการเรียนรู้ความถี่ของเสีย

การศึกษาทฤษฎีของ Winkler et al. (2009) ออกแบบให้ทารกได้ยินลำดับเสียงที่มี โครงสร้างทางสถิติเท่าเดิม แต่มีบางเงื่อนไขที่จังหวะเวลาไม่ตรงหรือเรียกว่า (off-beat)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จากการศึกษาวิจัย เหตุใดการตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจจึงมีความสำคัญในทารกแรกเกิด

ทำนายทักษะทางภาษาในอนาคต

การตรวจจับจังหวะในทารกแรกเกิดไม่ได้เป็นเพียงปฏิกิริยาอัตโนมัติ แต่สะท้อนถึงการประมวลผลโครงสร้างเวลาในเสียง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ การเรียนรู้ภาษา

การศึกษาค้นคว้าของ Francois et al. (2017) ทำให้พบว่า การรับรู้จังหวะในวัยของทารกมีความสัมพันธ์กับทักษะทางภาษาที่ดีขึ้นในวัย 5 ขวบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


บทความนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ทางสถิติกับการประมวลผลจังหวะใน ทารกแรกเกิดอย่างไร

การประมวลผลจังหวะ และ การเรียนรู้ทางสถิติ ชี้ให้เห็นว่า ทั้งสองกระบวนการสัมพันธ์กัน โดยที่ การประมวลผลจังหวะมีบทบาทในการเสริมการเรียนรู้ทางสถิติ

การเรียนรู้ทางสถิติ คือ ความสามารถในการจับความน่าจะเป็นของการเกิดลำดับเสียง และ การประมวลผลแบบ Beat คือ ความสามารถในการรับรู้และคาดการณ์จังหวะเวลาที่สม่ำเสมอในลำดับของเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


การวัดทางสรีรวิทยาใดที่ใช้เป็นหลักในการประเมินการตอบสนองต่อลำดับเสียงใน การศึกษานี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)

การใช้ EEG เป็นมาตรการหลักในการประเมินการตอบสนองของทารกต่อ ลำดับเสียง ช่วยให้นักวิจัยสามารถตรวจจับกิจกรรมที่สมองสั่งการได้

การวัดทางสรีรวิทยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดคือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง หรือEEGเนื่องจาก EEG สามารถบันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของสมองแบบเรียลไทม์และมีความละเอียดสูงในเชิงเวลา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


การมีอยู่ของการตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ที่ชัดเจนเพื่อเอาชนะและตำแหน่งที่ผิดปกติในสภาวะที่ไม่ต่อเนื่องบ่งบอกถึง ความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิดอย่างไร

การตอบสนองขั้นพื้นฐานต่อสิ่งกระตุ้นทางการได้ยิน

การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (Mismatch Response, MMR) เป็นสัญญาณทางสมองที่บ่งชี้ว่า ทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับความแตกต่างหรือความผิดปกติในลำดับเสียงที่ได้ยินได้

ทฤษฎีการประมวลผลเสียงและการตรวจจับความผิดปกติ (Auditory Mismatch Detection Theory)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ประเด็นหลักของ บทความ Cell and gene therapies คืออะไร

การบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามหลักฐาน

บทความเกี่ยวกับ Cell and Gene Therapies (CGT) เน้นที่การศึกษาและการพัฒนา การรักษาด้วยเซลล์และยีน โดยยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อประเมินประสิทธิภาพความปลอดภัยของวิธีการบำบัด

การตอบสนองที่ไม่ตรงกันในทารกแรกเกิด: การประมวลผลเสียงและการเปลี่ยนแปลงลำดับเสียง งานวิจัยนี้ศึกษาการตอบสนองของทารกแรกเกิดต่อการเปลี่ยนแปลงในลำดับเสียง โดยใช้ EEG เพื่อวัด MMR พบว่าทารกสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในลำดับเสียงได้ แม้ในระหว่างการนอนหลับ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


CGT ย่อมาจากอะไรในบริบทของ Cell and gene therapies

การบำบัดด้วยเซลล์และยีน

Cell and Gene Therapy ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีและวิธีการรักษาที่ใช้เซลล์หรือยีนเพื่อรักษาหรือบำบัดโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการสืบทอดต่อจากกันทางพันธุกรรม

EBMคือ การนำหลักฐานวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของ CGT เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ของการรักษาหรือการบำบัด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


บทความ Cell and gene therapies มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

การตลาดแบบตรงสู่ผู้บริโภคของ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์

การตลาดของcgtอาจทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจผิด คาดหวังเกินจริง หรือเสี่ยงต่อการได้รับการรักษาที่ไม่ปลอดภัย

บางผลิตภัณฑ์ CGT ยังอยู่ในขั้นตอนวิจัยหรือทดลองทางคลินิก ยังไม่มีการรับรองความปลอดภัยและประสิทธิภาพเต็มที่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ตามบทความ อะไรคือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์?

การโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

CGT เป็นการรักษาแบบใหม่อาจทำให้ผู้คนปักใจเชื่อและคาดหวังกับการรักษามากเกินไปทำให้อาจเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับCGTได้

การใช้ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อาจทำให้เกิดการหลอกลวงผู้บริโภค เกิดการใช้้งบประมาณทางการแพทย์มากเกินไป

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


แพลตฟอร์มใดที่กล่าวถึงการลงทะเบียนงานวิจัยที่อาจไม่น่าเชื่อถือ

Google Scholar

เป็นเครื่องมือค้นหางานวิจัยที่ครอบคลุมแหล่งข้อมูลหลากหลาย ไม่ใช่แพลตฟอร์มสำหรับลงทะเบียนงานวิจัยโดยตรง

แพลตฟอร์มที่กล่าวถึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "การลงทะเบียนงานวิจัยที่อาจไม่น่าเชื่อถือ" เนื่องจากเป็นเพียงเครื่องมือค้นหาหรือฐานข้อมูลบทความทางงานวิชาการต่างๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


คำใดที่ใช้อธิบายรายการที่ทำให้ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ปรากฏว่าถูกต้อง

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม เป็นสัญลักษณ์ที่ใช่เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือ เหมาะแก่การไว้วางใจแต่ในกรณีของCGTเป็นการใช้เพื่อโฆษณาเท่านั้น และไม่ได้รับการพิสูจน์แต่ทำให้เหมือนถูกนำเสนออย่างถูกต้อง

"สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม" (A veneer of legitimacy)การสร้างภาพภายนอกที่ดูน่าเชื่อถือ ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งที่ความจริงแล้วอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งในกรณ๊ของCGTก็เป็นหนึ่งในงานวิจัยที่อาจยังไม่เสร็จถูกต้องอย่างสมบูรณ์แต่ได้รับสัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ISCT คัดค้านอะไรตามบทความ

การจำหน่าย CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในเชิงพาณิชย์ก่อนกำหนด

ISCT เป็นกังวลเกี่ยวกับการที่มีธุรกิจเพิ่มมากขึ้นและCGTก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยเฉพาะการหาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารองรับงานวิจัยได้เพียงเล็กน้อย

ความเสี่ยงต่อผู้ป่วยการใช้ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อาจเป็นอันตรายต่อบุคคลที่ได้รับผลิตภัณฑ์ และอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อครอบครัวและผู้ดูแลรักษาด้วยในการยื่นข้อเสนอของงานวิจับชิ้นนี้ISCTจึงขอคัดค้านการจำหน่าย CGT เป็นต้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


หน่วยงานกำกับดูแลใดที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความว่าเป็นผู้เล่นหลักใน การกำกับดูแล CGT

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC)

ป็นหน่วยงานที่ไม่ได้มีบทบาทหลักในการกำกับดูแลหรืออนุมัติผลิตภัณฑ์ CGT โดยตรงเหมือนกับ FDA, EMA หรือ Health Canada ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลยาและชีววัตถุ

หน้าที่ของหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ การกำกับดูแล CGT เกี่ยวข้องกับการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของหน่วยงานกำกับดูแลยาและชีววัตถุระดับประเทศ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


'สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม' มีบทบาทเฉพาะอย่างไรตามบทความ?

ชักชวนผู้ป่วยถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมหมายถึงเครื่องหมายบางอย่างที่ใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหรือความมั่นใจให้กับผู้ป่วยและสาธารณะชน

สร้างความเชื่อมั่นและชักชวน ให้ผู้ป่วยยอมรับการรักษา CGT โดยอาศัยสัญลักษณ์หรือข้อความที่ดูเหมือนถูกต้องและมีการรับรองหรือ อาจเป็นการใช้คำพูด ภาพ หรือโลโก้ ที่ทำให้ดูเหมือนว่า CGT ได้รับการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพแล้ว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


อ้างอิงจากบทความ อะไรคือมาตรการสำคัญในการแยกแยะ CGT ตามหลักฐานเชิงประจักษ์?

ความคุ้มทุน

ความคุ้มทุน คือ การประเมินผลทางสุขภาพที่ได้เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ใช้ไปในการรักษาผลลัพธ์สุขภาพที่ได้รับต่อเงินที่จ่ายไป

ในการประเมินและแยกแยะการใช้ Cell and Gene Therapy (CGT) ในทางการแพทย์ หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ถูกใช้บ่อยครั้งในงานวิจัยและการตัดสินใจเชิงนโยบาย คือ การประเมินความคุ้มทุน (cost-effectiveness analysis) ซึ่งหมายถึงการวัดประสิทธิภาพทางสุขภาพที่ได้เทียบกับต้นทุนที่เกิดขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 92.75 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา