ตรวจข้อสอบ > พิมพ์แพรวา รวีวงศ์อโนทัย > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 24 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

beat perception (การรับรู้จังหวะ) เป็นความสามารถในการตรวจจับและคาดการณ์จังหวะเวลาที่สม่ำเสมอในเสียงต่อเนื่อง ซึ่งมีทฤษฎี Dynamic Attending Theory มารองรับ จึงเลือกข้อที่คิดว่าถูกที่สุดคือ การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง เพื่อคาดการณ์ว่าเสียงต่อไปจะเป็นแบบไหน

ทฤษฎี Dynamic Attending Theory บอกว่า สมองมนุษย์มีการจับจังหวะโดยอัตโนมัติ โดยที่ระบบการทำงานนี้จะทำไม่เว้นแม้แต่เด็กแรกเกิดที่ไม่มีประสบการณ์ และจะมีการคาดการณ์ว่าเสียงต่อไปจะเป็นยังไง โดยแยกจากความสม่ำเสมอจากลำดับเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

ที่เลือกการใช้ eeg ระหว่างการกระตุ้นการได้ยินเพราะ มันวัดสัญญาณไฟฟ้าสมองที่เกิดอัตโนมัติ และจะเกิด MMN ซึ่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าสมอง เกิดขึ้นเมื่อสมองรับเสียงที่ได้ยิน ไม่ตรงกับสิ่งที่คาดไว้ เพื่อทดสอบว่า เป็นรับรู้จังหวะ ไม่ใช่แค่สถิติความถี่เสียง

ทฤษฎี Dynamic Attending Theory (DAT) บอกว่าสมองของคนจะ ปรับจังหวะการให้ความสนใจให้ตรงกับแพทเทิลเวลาในสิ่งเร้าที่เกิดซ้ำ สมองจะสร้างจังหวะการคาดการณ์ ซึ่งวัดด้วย EEG เพื่อรอดูว่าจะเกิด MMN หรือไม่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง

MMR คือการตอบสนองของสมอง เมื่อมีอะไรที่ผิดจากเดิม ถ้าความสม่ำเสมอในลำดับเสียงเปลี่ยน จะมีผลกับการตอบสนองของสมองทารก

งานของ Winkler et al. (2009) แสดงว่าเด็กแรกเกิดมีความสามารถนี้มาตั้งแต่เกิด โดยที่MMR/ MMN เป็นตัวชี้วัด auditory deviance detection

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

การแยกความสม่ำเสมอออกจากลำดับของเสียงโดยไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน

ทารกไม่ได้แค่ฟังเสียงเพียงอย่างเดียว แต่สมองจะคอยจับจังหวะและความถี่ที่เสียงนั้นเกิดขึ้น จาดนั้นสมองจะจดจำและแยกแยะเสียงที่เกิดขึ้นซ้ำๆอีกด้วย

ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning Theory) พบว่า ทารกแรกเกิดและเด็กเล็กมีความสามารถเรียนรู้ภาษาได้ด้วยการจับความถี่และความสัมพันธ์ของเสียงในสิ่งที่ได้ยิน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพกระวนกระวายใจ

สภาพกระวนกระวายใจ ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการกระตุ้น eeg แต่มีสาเหตุเกิดจากภาวะในตัวทารกเอง

การกระตุ้น eeg(ทฤษฎีของ eeg) และ สภาพกระวนกระวายใจ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันทางทฤษฎี

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การเปิดใช้งานกระจกเซลล์ประสาท

เซลล์ประสาทเหล่านี้จะทำงานตอน เรามองคนอื่นทำหรือ เราทำเอง มันจะช่วยให้การรับรู้จังหวะและการเคลื่อนไหวสอดคล้องกัน

กระจกเซลล์ประสาท เป็นเซลล์ประสาทที่สะท้อนสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน เลยช่วยทำให้ขยับตามจังหวะได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

ทารกสามารถจับจังหวะลำดับเสียงได้ตั้งแต่เด็ก จึงเป็นพื้นฐานที่ดี ที่สามารถนำมาต่อยอดกับความสามารถทางด้านดนตรีได้

อ้างอิงจาก ทฤษฎี Dynamic Attending Theory บอกว่า สมองมนุษย์มีการจับจังหวะโดยอัตโนมัติ การจับจังหวะและแยกจังหวะได้ถือว่าเป็นพื้นฐานที่ดีในการพัฒนาไปความสามารถทางด้านดนตรีอีกด้วย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

ก็ภาวะไม่ต่อเนื่องคือ การที่ช่องเวลาสุ่มระหว่างเสียงไม่สม่ำเสมอ จึงตอบ ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

อ้างอิงความคิดก็ ภาวะได้ยินไม่ต่อเนื่อง ก็คือคาดเดาไม่ได้ว่าจะเป็นจังหวะไหนต่อ สมองต้องปรับตัวตลอดเวลา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

EEG คือ เครื่องมือวัดคลื่นไฟฟ้าจากสมอง เมื่อได้ยินเสียง

EEG สามารถวัดการตอบสนองของสมองเมื่อได้ยินเสียงได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

การเข้าใจภาษาถือว่าเป็น กระบวนการทำงานของสมองขั้นสูง ซึ่งเกินความสามารถของเด็กทารก

อ้างอิงจากคำตอบ ความเข้าใจภาษา เป็นสิ่งที่ต้องผ่านการเรียนรู้ซ้ำๆ ต้องใช้เวลามากกว่าการจับจังหวะ(ซึ่งมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด) จึงไม่มีการศึกษาโดยตรงกับทารกในการเข้าใจภาษา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์ ถือว่าเป็นเครื่องหมายหรือคำพูดที่แสดงความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์อย่างไม่เกินจริง

การบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ จึงต้องใช้สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์ มาเพื่อทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ถือว่าเป็นกลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน โดยตรง

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เน้นการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคโดยรวม ไม่ได้เพื่อรับและวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทยฺโดยตรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

กระบวนการแจ้งความยินยอม ควรให้ผู้รับการบำบัดรับรู้ข้อมูลทั้งหมดก่อนที่จะตัดสินใจ

กระบวนการแจ้งความยินยอม ถือว่าผู้รับการบำบัดด้วยเซลล์และยีน ยอมรับความเสี่ยงที่จะตามมาได้ สำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ ถือว่าค่อนข้างมีความเสี่ยง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล ถือว่าผ่านมาตราฐานทางวิทยาศาสตร์และทางการแทพย์ ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล ถือว่าผ่านมาตราฐานทางวิทยาศาสตร์และทางการแทพย์ จึงมีความปลอดภัย และ คุณภาพ ที่ชัดเจน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง เพราะว่าไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ว่าจะเป็นอันตรายในอนาคตไหม

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ อาจมีแนวโน้มที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพในอนาคตได้ เพราะไม่มีอะไรมารับประกัน คุณภาพ และ ความปลอดภัย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ จึงไม่มีการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล คือ สิ่งที่ผลิตภัณฑ์ไม่ได้รับจึง ไม่ใช่ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

มีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด จึงมีความปลอดภัย และ ประสิทธิภาพที่ดีก่อนออกไปตลาด

FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ คือ เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

ISCT มีการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

ผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ อาจมีผลกระทบที่ร้ายแรงกับสุขภาพของผู้บำบัดเอง

เนื่องจากผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ จึงมี ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ก่อนลงสู่ตลาด คือจุดมุ่งหมายหลักของ ISCT

เป้าหมายหลักของ ISCT คือ ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 113 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา