ตรวจข้อสอบ > วรนิษฐา ชูเพชร > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 33 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

เพราะว่าการรับรู้จังหวะ คือความสามารถในการระบุและแยกจังหวะที่เกิดขึ้นอย่างสมํ่าเสมอในเสียง ทั้งนี้การใช้ eletroencephalogram พบว่าทารกสามารถตอบสนองต่อจังหวะที่หายหรือขาดไปในเสียงที่มีจังหวะสมํ่าเสมอได้

อ้างอิงจากหลัก Dynamic Attention Theory ของ Jones&Boltz กล่าวว่าสมองของมนุษย์สามารถใช้ temporal expectations เพื่อจับจังหวะสมํ่าเสมอได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

เพราะทารกแรกยังไม่สามารถแสดงพฤติกรรมที่ซับซ้อนเพื่อบอกการรับรู้หรือเรียนรู้ได้เหมือนในวัยผู้ใหญ่ที่โตแล้ว จึงต้องใช้วิธีการที่ไม่ต้องอาศัยการตอบสนองด้วยพฤติกรรมโดยตรง นั่นก็คือการใช้ EEG เพื่อตรวจสอบ

อ้างอิงจากหลัก Statistical Learning Theory อธิบายไว้ว่าทารกสามารถเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ จากการได้ยินที่มี ลักษณะความฝันหรือมีความถี่ทางสถิติที่แตกต่างกัน และการใช้ EEG เพื่อตรวจจับ Mismatch Negative เป็นสัญญาณสมองที่เกิดขึ้นเมื่อทารกได้ยินสิ่งเร้าที่ไม่ตรงกับรูปแบบที่เรียนรู้ไว้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง

เพราะ MMR เป็นสัญญาณจากสมองที่เกิดขึ้นเมื่อสิ่งเร้าเบี่ยงเบนไปจากรูปแบบที่คาดไว้ ดังนั้นในทารกแรกเกิดการเกิด MMR แสดงว่าสมองของทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับความไม่สม่ำแสดงว่าสมองของทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับความไม่สม่ำเสมอของเสียงได้แม้ว่าจะยังไม่มีการรับรู้เชิงสติหรือพฤติกรรมโต้ตอบ

อ้างอิงจากหลัก Auditory Pattern Detection Theory บอกว่า สมองมีความสามารถตั้งแต่แรกเกิดในการรับรู้ลำดับและตรวจจับความผิดปกติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

การแยกความสม่ำเสมอออกจากลำดับของเสียงโดยไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน

เพราะว่า การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning) เป็นกระบวนการที่สมองเรียนรู้รูปแบบซ้ำ ๆ แบบไม่ต้องมีการตอบสนองอย่างชัดเจน ทารกสามารถจับคู่เสียงให้ได้ยินซ้ำๆและเรียนรู้โครงสร้างของจังหวะดนตรีได้แบบอัตโนมัติ

อ้างอิงจากหลัก Statistical Learning Theory มนุษย์มักจะสามารถเรียนรู้ความน่าจะเป็นของลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพกระวนกระวายใจ

เพราะเมื่อไหร่ที่ทารกอยู่ในสภาวะกระวนกระวายใจสมองของทารกจะไม่สามารถประมวลผลเสียงได้อย่างเหมาะสมจะทำให้ หากเมื่อไหร่ที่ทารกอยู่ในสภาวะกระวนกระวายใจสมองของทารกจะไม่สามารถประมวลผลเสียงได้อย่างเหมาะสมจะทำให้สัญญาณ EEG ไม่แสดงความแตกต่างชัดเจน เพราะระบบประสาทถูกเบี่ยงเบนความสนใจ

อ้างอิงจากหลัก Arousal Modulation Theory ระดับความตื่นตัวจะส่งผลต่อการประมวลผลทางประสาทสัมผัส

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การเปิดใช้งานกระจกเซลล์ประสาท

เพราะ กระจกเซลล์ประสาทเป็นเซลล์ที่จะตอบสนองเมื่อเราทำเองและเห็นคนอื่นทำ จะมีการเลียนแบบจังหวะหรือการขยับร่างกายให้ตรงกับจังหวะเสียงที่ได้ยิน

หลัก Mirror Neurons Theory อธิบายไว้ว่ากระบวนการเลียนแบบและเข้าใจการเคลื่อนไหวของผู้อื่นจะอ้างอิงกับการเปิดใช้งานของกระจกเซลล์ประสาท

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

เพราะการรับรู้จังหวะตั้งแต่ทารกมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทักษะด้านเวลาและการประสานการเคลื่อนไหว

หลัก Neural Entrainment Theory บอกว่าสมองสามารถซิงโครไนส์กับจังหวะจากสิ่งแวดล้อมและสามารถนำไปสู่การควบคุมพฤติกรรมที่สอดคล้องกับจังหวะนั้นได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

เพราะทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับรูปแบบในภาวะต่อเนื่องได้ง่ายกว่าในภาวะไม่ต่อเนื่องเพราะภาวะไม่ต่อเนื่องเป็นการไม่มีช่วงเวลาคงที่ระหว่างเสียงหรือมีช่วงห่างที่สุ่มหรือแปรผันกัน

หลัก Neural Entertainment บอกว่าสมองสามารถประสานกับจังหวะที่สม่ำเสมอได้ง่ายกว่าแบบสุ่ม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

EEG ใช้เพื่อตรวจจากสัญญาณไฟฟ้าจากสมองที่ตอบสนองต่อเสียงต่าง ๆ

หลัก Event Related Potential (ERP) EEG ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้าเมื่อสมองรับรู้เสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

เพราะความเข้าใจภาษาต้องใช้กระบวนการทางสมองที่ซับซ้อนและพัฒนาในวัยที่โตขึ้น

ความเข้าใจภาษาต้องอาศัยการพัฒนาหลังคลอด จากหลัก Critical Period Hypothesis

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

ในตลาดการบำบัดผู้ให้บริการบำบัดส่วนใหญ่ที่ไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์มักใช้สัญญาลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ เช่นเสื้อกาวน์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือได้

Pseudoscience Theory คือการสร้างภาพเหมือนว่าวิธีการนั้นมีหลักฐานมาจากทางวิทยาศาสตร์โดยไม่มีหลักฐานจริงมารับรอง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคมีหน้าที่ด้านกฎหมายแต่ไม่ได้เป็นระบบรายงานผลข้างเคียงเฉพาะทางคลินิกหรือยา ต่างจากข้ออื่นที่ใช้เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยจากยาและการรักษา

อ้างอิงจาก Pharmacovigilance Systems เป็นระบบการเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากยา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

เพราะว่าการตลาดโดยรวมมักจะให้ข้อมูลด้านเดียวเพื่อโน้มน้าวผู้บริโภคทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจรักษา แต่การตัดสินใจรักษานั้นอาจไม่ได้เกิดจากความเข้าใจจริงตามหลักการ

Bioethics Principl โดยเฉพาะหลัก autonomy หรือการตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้อง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

CGT ที่ผ่านการพิสูจน์ต้องผ่าน clinical trial และการตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากหน่วยงานต่างๆก่อนวางตลาด

หลัก Evidence-Based Medicine และ Regulatory Approval Process เป็นเครื่องมือควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

เพราะผลิตภัณฑ์ซีจีทีที่ยังไม่ผ่านการทดสอบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงเช่นการกระตุ้นของภูมิคุ้มกันที่รุนแรงการล้มเหลวของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ที่ฉีดหรือแม้กระทั่งความเสี่ยงต่อการก่อมะเร็ง

อ้างอิงจาก Regulatory Science Principle หน่วยงาน FDA, EMA มีหน้าที่ปกป้องประชาชนจากผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

เพราะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างถูกต้องจะไม่มีการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลปลอดภัยต่างๆเพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังขาดการศึกษาในมนุษย์ที่มีการควบคุมอย่างถูกต้อง

อ้างอิงจาก Evidence-Based Medicine (EBM) ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการรักษานั้นได้ผลและปลอดภัย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

ก่อนการอนุมัติการขายหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องประเมินจากการทดลองต่างๆเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพและปริมาณที่เหมาะสม

หลักคิด Regulatory Science Framework

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

ISCT มีเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้เซลล์และยีนส์ที่มีหลักฐานสนับสนุนจริงจากการศึกษา

อ้างอิง Translational Medicine Standards

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการทดลองอย่างครบถ้วนจะมีโอกาสทำให้ผลิตภัณฑ์ซีจีทีที่ไม่ได้รับการทดลองอย่างครบถ้วนจะมีโอกาสทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายเช่นภูมิคุ้มกันทำลายตนเองหรือการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติไป

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง Patient Safety Principle in Bioethics

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

ISCTพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการเผยแพร่และจำหน่ายของผลิตภัณฑ์หรือการรักษาที่ไม่มีหลักฐานรับรองเพราะอาจจะทำให้ผู้ป่วยหลงเชื่อโดยไม่มีข้อมูลครบถ้วน

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง Global Health EthicsและScientific Integrity and Public Protection

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 119.5 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา