ตรวจข้อสอบ > ปราณชีวา จันปาน > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 9 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความสามารถในการเปล่งเสียงเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางหู

เนื่องจากว่าทารกแรกเกิดนั้นไม่สามารถพูดได้แต่สามารถเปบ่งเสียงออกมาได้ จึงทำให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ง่ายโดยการเปล่งเสียงออกมาแทนการตอบสนองอื่นๆ

สามารถให้ได้ในทารกทั่วไปจากการตอบสนองของทารก เมื่อมีสิ่งเร้าที่เป็นเสียงต่างๆมากระทบทางหู ก็จะมีการร้องไห้ ร้องเสียงต่างๆตามสิ่งเร้า

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงระดับเสียง

ทารกนัเนจะสามารถรับรู้สิ่งเร้าได้จากเสียงต่างๆที่มากระทบหู โดยจะขึ้นอยู่กับระดับของเสียง ที่มากระทบจากเบาสุดไปดังสุด

มีการวิจัยต่างๆเกี่ยวกับการรับรู้ผ่านเสียงของทารก ซึ่งบ่งบอกไปถึงการวิจัยถึงระดับของเสียงที่มีผลต่อทารก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

รู้สึกไม่สบายหรือไม่พอใจเมื่อตอบสนองต่อเสียงดัง

เนื่องจากว่าเป็นการศึกษาคลื่นเสียงที่ส่งผลกระทบต่อสมอง เสียงดังเบาจึงเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้ทารกแสดงอาการต่างๆออกมา ในที่นี้รวมไปถึงความไม่พอใจของทารกต่อเสียงที่ดังดเวย เพราะไปรบกวนคลื่นในสมองของทารก

คลื่นเสียงในสมองนั้นจะถูกกระทบได้ขึ้นอยู่กับ ความดัง ความถี่ของคลื่นเสียงที่ส่งผลกระทบมาต่อเด็กทารก ทำให้ทารกนัเนแสดงอาการต่างๆ ตอบสนองกลับมา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

การแยกความสม่ำเสมอออกจากลำดับของเสียงโดยไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน

เนื่องจากว่าทารกนั้นไวต่อเสียงมาก ทำให้สามารถรับรู้และแยกแยะความเสมอของเสียงได้ ในที่นี้นำไปถึง ความถี่ของคลื่นเสียง ทำให้เกิดเสียงดังเบา ซึ่งทารกสามารถแยกได้

ในหลายๆวิจัยทำให้เห็นว่า ทารกมีความไวต่อเสียงมาก ทำให้คลื่นเายงในสมองที่รับรู้มานั้นสามารถแยะ จำแนก ความถี่ของคลื่นเสียงได้ นั่นก็คือ แยกความสม่ำเสมอของเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพกระวนกระวายใจ

เพราะในสภาพที่กระวนกระวายการรับคบื่นเสียงจะไม่เป็นกลางไม่สามารถชี้วัด แยกแยะเสียงได้เต็มที่ จึงไม่ส่งผลต่อการตอบสนอง

ในสภาพที่กระวนกระวายการตอบสนองของทารก จะไม่ได้อยู่ในสภาะที่ปกติทำให้ไม่สามรถชี้แนะได้อย่างเต็มที่ ถึงการทำงานของทารก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

ประตูทางประสาทสัมผัส

การเคลื่อนไหวมีผลมาจากประสาทสัมผัสต่างๆด้วย เพราะงัเนแล้วประสาทสัมผัสจึงมีผลต่อการเคลื่อนไหวในจังหวะต่างๆ

การเคลื่อนไหวคนเรานั้นมีเหตุปัจจัยมาจากหลายฟด้าน ซึ่งรวมถึงประสาทสัมผัสที่เป็นกลางมีหน้าที่รับรู้ถึงสิ่งต่างๆทำให้เกิดกระตุ้น ตอบสนองสิ่งเร้า แล้วทำให้ร่างกายเกิดการเตลื่อนไหวตรงมาซึ่งอาจขะตรงหรือไม่ตรงตามจังวะก็ได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

มันมีอิทธิพลต่อความชอบของพวกเขาในแนวดนตรีที่เฉพาะเจาะจง

ในทารกแรกเกิดนั้น การรับรู้จังหวะเพลงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆเพราะมีอิทธิพลต่อความชอบต่างๆ และความพึงพอใจในวัยเด็ก ส่ง,ต่อมาในอนาคต

ทารกถือเป็นวัยที่มีการรับรู้ต่างๆได้มากทางเสียงส่วนใหญ่ ดังนั้นแลเวการรับรู้จังหวะดนตรีต่างๆ จะส่งผล มีอิทธิพล ต่อความนึกคิดความรู้สึก ของทารกเป็นอย่างมาก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาระหว่างเสียงที่สม่ำเสมอ

หากช่วงเวลาระหว่างเสียงนัเนสม่ำเสมอกัน เราก็จะไม่สามารถศึกษาการได้ยินได้ เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่แน่ชัด

ในการวิจัย ศึกษาทดลองต่างๆ ตัวแปรต้นมีความจำเป็นที่จะต้องแตกต่างกันเพื่อศึกษาการทำงานของส่งต่างๆ ซึ่งในที่นี้หากมันสม่ำเสมอกันไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เราก็จะไม่สามารถศึกษาการทำงานที่แน่ชัดของมันได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

เพราะเป็นคลื่นเสียงในสมอง ทำให้ส่งผลต่างๆต่อมาที่สมอง แล้วก็ส่งต่อไปทางส่วนอื่นๆของร่างกาย เราจึงบันทึก และสังเกตุการตอบสนองจากสมองที่มีต่อเสียง

การวิจัยที่ใช้คลื่นเสียงทดสอบในสมองนั้น สมองถือเป็นสิ่งที่ถูกกระตุ้น ถูกเร้า ทำให้เกิดการตอบสนองต่างๆตามมา ซึ่งเป็นสิ่งที่งานวิจัยต้องสังเกตุ ตรวจสอบแล้วบันทึกผลตาม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

การได้ยินเสียงของทารกแรกเกิดนั้นไม่ได้มีผลต่อภาษา การเข้าใจความมหายของมัน เพราะเป็นการรับรู้ ตอบสนองต่อเสียงที่เกิดเฉยๆ

ในทารกแรกเกิดจะสามารถตอบสนองต่อเสียง และสิ่งๆต่างๆที่มากระตุ้นได้ แต่เป็นเพียงแค่การตอบสนองกลับเท่านั้นไม่สามารถเรียนรู้แล้วเข้าใจภาษา ความหมายของมันได้ทันที

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

ความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ได้ ส่วนหนึ่งนั้นต้องมาจากความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

ความชอบธรรม ถือเป็นแรงดึงดูดให้มีความน่าเชื่อถือในงาน และวิจัยต่างๆได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากมีความชอบธรรมต่างๆ เข้ามาประกอบแล้วก็จะมีเหตุและผลตามมา ส่งผลให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

การไม่เลือกปฏิบัติในการเข้าถึงการบำบัด

การไม่เลือกปฏิบัติถือเป็นหนึ่งในสาเหตุด้านจริยาธรรมที่ถูกท้าทายเป็นอย่างมากในทางตลาด เพื่อทดสอบความมีจริยธรรมในการบำบัดต่างๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

หากไม่ได้รับการพิสูจน์ไว้ ก็ไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของสุขภาพได้จึงถือเป็นความเสี่ยง

ผลิตภัณฑ์ต่างๆควรได้รับการยืนยัน และการพิสูจน์อย่างได้มาตราฐานไว้ก่อนนำมาใช้จริงได้ เพื่อความปลอดภัยขแงผู้บริโภคในหลายๆด้าน อย่างสุขภาพ และความเป็นอยู่ต่างๆตามมา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 63.1 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา