ตรวจข้อสอบ > ภพธร เจริญสุข > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 36 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


การเรียนรู้ประเภทใดที่มีการกล่าวถึงเกี่ยวกับทารกแรกเกิดในบริบทของ ลำดับเสียง (Sound sequences)

การเรียนรู้ทางสถิติ

ทารกเรียนรู้ลำดับเสียงด้วย การเรียนรู้ทางสถิติเพราะสามารถฟังและจำว่าเสียงไหนมักอยู่ติดกันบ่อยทำให้เริ่มแยกคำพูดออกได้แม้ยังไม่เข้าใจความหมาย

ทารกเรียนรู้ลำดับเสียงด้วย การเรียนรู้ทางสถิติเพราะเขาฟังเสียงบ่อย ๆ แล้วจับได้ว่าเสียงไหนชอบอยู่ด้วยกันแบบที่นักวิจัยชื่อ ซาฟแรน (Saffran) เขาศึกษาไว้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข้อใดใช้เป็นวิธีทดสอบทารก

การสังเกตพฤติกรรม

ทารกยังพูดไม่ได้ เราเลยต้องดูว่าเขาทำอะไร เช่น ขยับตัว ร้องไห้ หัวเราะวิธีนี้ง่ายไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษหรือทำอะไรที่ทำให้ทารกเจ็บเราจะรู้ว่าเขาโตขึ้นปกติหรือเปล่าจากการดูสิ่งที่เขาทำ

ทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการบอกว่า ทารกยังพูดไม่ได้ จึงต้องดูพฤติกรรม เช่น ขยับตัว ตอบสนอง เครื่องมือทางการแพทย์ดูโครงสร้าง แต่ไม่วัดพฤติกรรม ส่วนแบบสำรวจทารกตอบไม่ได้ เลยใช้การสังเกตพฤติกรรมทดสอบทารก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อใดใช้ในการกระตุ้นจังหวะของเสียงในระหว่างการศึกษา

เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่อง

ใช้กระตุ้นจังหวะของเสียงได้ดีที่สุด เพราะมันให้เสียงที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรับรู้และฝึกจังหวะเสียง

เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่องดีที่สุด เพราะเสียงที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอจะช่วยให้สมองของเราจับจังหวะได้ง่ายและชัดเจนที่สุดครับ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ผลลัพธ์ที่สำคัญของการศึกษาการรับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจใน ทารกแรกเกิดคืออะไร

การปรากฏตัวของการประมวลผลจังหวะ

การศึกษาเกี่ยวกับการรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยืนยันว่าทารกมีความสามารถในการ ตรวจจับและประมวลผลรูปแบบจังหวะ ได้ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาทักษะด้านภาษา ดนตรี และการเคลื่อนไหวในอนาคต

การที่ทารกรับรู้จังหวะได้ตั้งแต่แรกเกิด มาจากความสามารถของสมองในการ จับรูปแบบเสียงที่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ด้านภาษาและดนตรีในภายหลังครับ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) บ่งชี้อะไรใน ทารกแรกเกิด?

การตรวจจับการละเมิดความสม่ำเสมอ

MMN (การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน) ในทารกแรกเกิด บ่งชี้ว่า สมองของทารกสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของเสียงจากรูปแบบปกติที่เคยได้ยินนั่นหมายความว่า หากทารกได้ยินเสียงเดิมซ้ำๆ แล้วมีเสียงที่ต่างออกไปแทรกขึ้นมา สมองของพวกเขาก็จะรับรู้ความผิดปกตินั้นได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นความสามารถพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว

MMN (การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน) เกิดขึ้นเพราะสมองเรามีระบบที่ จำรูปแบบเสียงที่ซ้ำๆ ได้ แล้วพอเจอเสียงที่ไม่เข้าพวก สมองก็จะ จับความผิดปกตินั้นได้ทันที ความสามารถนี้สำคัญมากสำหรับทารก เพราะเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ภาษาและสิ่งต่างๆ รอบตัวในอนาคต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ด้านใดของเสียงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อทดสอบการรับรู้จังหวะโดยแยกจาก การเรียนรู้ทางสถิติ

การกำหนดเวลา (ไม่ตรงเวลากับกระวนกระวายใจ)

ในการทดสอบว่าสมองรับรู้ "จังหวะ" ได้หรือไม่ โดยไม่ให้ปนกับการเรียนรู้แบบจำรูปแบบ (statistical learning) เราจะเปลี่ยน เวลาที่เสียงดังขึ้น ครับ ไม่ใช่เปลี่ยนตัวเสียงเองว่าดังแค่ไหน หรือเสียงสูงต่ำแค่ไหน เราจะทำให้เสียงมันไม่ตรงเวลาหรือมีการเปลี่ยนแปลงเวลาเล็กน้อยแบบ กระวนกระวายใจ เพื่อดูว่าสมองสามารถจับได้ไหมว่าจังหวะมันผิดเพี้ยนไปจากเดิม การทำแบบนี้จะช่วยให้เรามั่นใจว่ากำลังวัดความสามารถในการจับจังหวะจริงๆ ไม่ใช่แค่การจำว่าเสียงไหนมักจะตามหลังเสียงไหน

การรับรู้จังหวะขึ้นอยู่กับความสามารถของสมองในการ ประมวลผลเวลา มันคือการที่สมองตรวจจับและคาดการณ์ช่วงเวลาระหว่างเสียงต่างๆ แตกต่างจากการเรียนรู้แบบจำรูปแบบที่เน้นการคาดเดาว่าเสียงอะไรจะมาถัดไปจากรูปแบบที่เคยเจอ การรับรู้จังหวะจะเน้นที่เมื่อไหร่เสียงจะมา การปรับเปลี่ยน การกำหนดเวลาของเสียงโดยตรง เช่น ทำให้เสียงไม่ตรงตามจังหวัหรือเพิ่มความผันผวนของเวลาเล็กน้อยจะช่วยให้นักวิจัยสามารถแยกแยะความสามารถของสมองในการสร้างและรักษากรอบจังหวะภายในออกจากการเรียนรุ้รูปแบบเสียงทั่วไป

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จากการศึกษาวิจัย เหตุใดการตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจจึงมีความสำคัญในทารกแรกเกิด

ทำนายทักษะทางภาษาในอนาคต

การที่ทารกแรกเกิดสามารถรับรู้จังหวะได้นั้นสำคัญมาก เพราะมัน ทำนาย (predicts) ทักษะภาษาในอนาคต ของพวกเขาครับ จังหวะไม่ได้มีแค่ในเพลงแต่มีอยู่ในคำพูดด้วย เช่น เสียงสูงต่ำ การเน้นคำ หรือจังหวะในการพูด การที่ทารกสามารถจับจังหวะเหล่านี้ได้ตั้งแต่เล็กๆจะช่วยให้สมองของพวกเขาเตรียมพร้อมที่จะ แยกแยะเสียง และ เข้าใจโครงสร้างของภาษาได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้การพูดและการเข้าใจภาษาในที่สุด

ทฤษฎีหลักคือ การประมวลผลจังหวะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับ การได้มาซึ่งภาษา ทารกใช้จังหวะเพื่อประมวลผล ลักษณะเสียงของภาษาซึ่งช่วยในการ แบ่งส่วนคำพูดและนำไปสู่พัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


บทความนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ทางสถิติกับการประมวลผลจังหวะใน ทารกแรกเกิดอย่างไร

การประมวลผลแบบ Beat ขัดขวางการเรียนรู้ทางสถิติ

บทความอธิบายว่า การประมวลผลแบบ Beat (Beat processing) หรือความสามารถในการจับจังหวะ ช่วยให้ทารก เรียนรู้ทางสถิติ (statistical learning) ได้ดีขึ้นบทความนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ทางสถิติกับการประมวลผลจังหวะในทารกแรกเกิดอย่างไร?  เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์  การเรียนรู้ทางสถิตินำไปสู่การเอาชนะการประมวลผล  การประมวลผลแบบ Beat ช่วยเพิ่มการเรียนรู้ทางสถิติ  เป็นกระบวนการเดียวกัน  การประมวลผลแบบ Beat ขัดขวางการเรียนรู้ทางสถิติ สาเหตุ / ขยายความ (แบบง่ายๆ ย่อๆ ได้ใจความ) บทความอธิบายว่า การประมวลผลแบบBeatหรือความสามารถในการจับจังหวะ ช่วยให้ทารก เรียนรู้ทางสถิติ (statistical learning) ได้ดีขึ้นครับเหมือนเวลาฟังเพลงที่มีจังหวะชัดๆ มันจะช่วยให้สมองจัดระเบียบเสียงต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้จำและเรียนรู้รูปแบบของเสียงเหล่านั้นได้ไวขึ้น

การประมวลผลจังหวะสร้างกรอบเวลาให้สมองทารกครับกรอบเวลานี้ช่วยให้สมอง แบ่งส่วนข้อมูลเสียง ออกเป็นชิ้นๆ ได้ดีขึ้น ทำให้สามารถ ตรวจจับความสัมพันธ์ทางสถิติระหว่างเสียงต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อ การได้มาซึ่งภาษา และ การรับรู้ดนตรี

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


การวัดทางสรีรวิทยาใดที่ใช้เป็นหลักในการประเมินการตอบสนองต่อลำดับเสียงใน การศึกษานี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) วัดกิจกรรมไฟฟ้าของสมองที่เกิดขึ้นเมื่อสมองตอบสนองต่อลำดับเสียงได้โดยตรงและรวดเร็ว

EEG เป็นวิธีที่ใช้บันทึกสัญญาณไฟฟ้าของสมองเพื่อวิเคราะห์การตอบสนองทางประสาทต่อเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


การมีอยู่ของการตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ที่ชัดเจนเพื่อเอาชนะและตำแหน่งที่ผิดปกติในสภาวะที่ไม่ต่อเนื่องบ่งบอกถึง ความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิดอย่างไร

การตอบสนองขั้นพื้นฐานต่อสิ่งกระตุ้นทางการได้ยิน

การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ชัดเจนแสดงว่าทารกสามารถแยกแยะเสียงที่แตกต่างกันได้ดี เป็นสัญญาณของความสามารถขั้นพื้นฐานในการตรวจจับเสียง

MMR เป็นสัญญาณทางสมองที่บ่งชี้การรับรู้ความแตกต่างของเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ประเด็นหลักของ บทความ Cell and gene therapies คืออะไร

การบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามหลักฐาน

บทความนี้เน้นการบำบัดรักษาโรคด้วยการใช้เซลล์และยีน ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

การบำบัดด้วยเซลล์และยีนเป็นแนวทางทางการแพทย์ที่มุ่งเป้ารักษาที่ระดับเซลล์และยีน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


CGT ย่อมาจากอะไรในบริบทของ Cell and gene therapies

การบำบัดด้วยเซลล์และยีน

CGT ย่อมาจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของบทความและการรักษาที่เน้นใช้เซลล์และยีนในการบำบัดโรค

CGT เป็นคำย่อที่ใช้ในวงการแพทย์เพื่อหมายถึง Cell and Gene Therapy

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


บทความ Cell and gene therapies มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

การตลาดแบบตรงสู่ผู้บริโภคของ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์

บทความเน้นข้อควรระวังเรื่องการตลาดแบบตรงสู่ผู้บริโภคของการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับข้อมูลผิดพลาดและเสี่ยงต่อสุขภาพ

การตลาดที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงและผลกระทบทางสุขภาพต่อผู้บริโภค

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ตามบทความ อะไรคือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์?

การโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

ความเสี่ยงหลักคือการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด ทำให้ผู้ป่วยอาจตัดสินใจผิดพลาดเกี่ยวกับการรักษาและสุขภาพของตน

การโฆษณาที่ไม่ชัดเจนหรือเกินจริงสามารถส่งผลเสียต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคและสุขภาพโดยรวม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


แพลตฟอร์มใดที่กล่าวถึงการลงทะเบียนงานวิจัยที่อาจไม่น่าเชื่อถือ

ClinicalTrials.gov

บทความกล่าวถึงว่าแม้บางงานวิจัยที่ลงทะเบียนใน ClinicalTrials.gov จะถูกต้องตามขั้นตอน แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานรองรับที่เพียงพอ จึงอาจไม่น่าเชื่อถือได้

การลงทะเบียนในแพลตฟอร์มฐานข้อมูลไม่ได้หมายถึงความถูกต้องหรือคุณภาพของงานวิจัยนั้นโดยอัตโนมัติ จำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพและหลักฐานประกอบด้วย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


คำใดที่ใช้อธิบายรายการที่ทำให้ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ปรากฏว่าถูกต้อง

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม

บทความกล่าวว่าแม้ CGT บางรายการจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่การที่มันไปปรากฏอยู่ในแพลตฟอร์มหรือรายการบางอย่าง ทำให้ดูเหมือน ถูกต้อง หรือ เชื่อถือได้ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ สิ่งนี้เรียกว่าสัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม

คำว่า สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมหมายถึงสิ่งที่ทำให้บางอย่างดูน่าเชื่อถือในสายตาสาธารณะ แม้จริง ๆ จะยังไม่มีหลักฐานรองรับ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ISCT คัดค้านอะไรตามบทความ

การจำหน่าย CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในเชิงพาณิชย์ก่อนกำหนด

บทความระบุว่า ISCT (International Society for Cell and Gene Therapy) คัดค้านการนำ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ไปจำหน่ายเชิงพาณิชย์ก่อนเวลาอันควร เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยและสร้างความเข้าใจผิด

การนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ออกขายก่อนผ่านการทดลองและรับรองทางวิทยาศาสตร์ถือว่าเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และขัดต่อจริยธรรมทางการแพทย์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


หน่วยงานกำกับดูแลใดที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความว่าเป็นผู้เล่นหลักใน การกำกับดูแล CGT

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC)

บทความกล่าวถึงหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติและกำกับดูแล CGT ได้แก่ FDA (สหรัฐฯ), EMA (ยุโรป) และ Health Canada (แคนาดา) แต่ ไม่ได้กล่าวถึง CDC ซึ่งเน้นเรื่องการควบคุมโรค ไม่ใช่การอนุมัติการบำบัด

หน่วยงานกำกับดูแล CGT ต้องมีบทบาทในการพิจารณาอนุมัติผลิตภัณฑ์การบำบัดที่เกี่ยวกับเซลล์และยีน โดยมีบทบาทเฉพาะด้านการแพทย์และยา ไม่ใช่ด้านควบคุมโรคโดยตรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


'สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม' มีบทบาทเฉพาะอย่างไรตามบทความ?

ชักชวนผู้ป่วยถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

บทความอธิบายว่าสัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมหมายถึง สิ่งที่ทำให้ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ดูน่าเชื่อถือ เช่น การปรากฏในฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือเว็บไซต์ทางการแพทย์ ซึ่งอาจชักจูงให้ผู้ป่วยเชื่อว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

เป็นแนวคิดที่อธิบายถึงภาพลักษณ์ภายนอกที่ทำให้สิ่งหนึ่งดูถูกต้องและน่าเชื่อถือ แม้ขาดหลักฐานสนับสนุนที่แท้จริง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


อ้างอิงจากบทความ อะไรคือมาตรการสำคัญในการแยกแยะ CGT ตามหลักฐานเชิงประจักษ์?

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติ

บทความเน้นว่าการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติ เช่น FDA หรือ EMA เป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าการบำบัด CGT ใดได้รับการพิจารณาแล้วว่าปลอดภัยและมีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ

การอนุญาตก่อนวางตลาดต้องผ่านการทบทวนข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ จึงถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยแยกแยะ CGT ที่มีหลักฐานจริงจากที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 106.25 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา