ตรวจข้อสอบ > ธนวิสุทธิ์ รองพล > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 6 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความสามารถในการแยกแยะเครื่องดนตรีประเภทต่างๆ

ทารกตั้งแต่แรกเกิดจะตอบสนองต่อเสียงดนตรีได้ดี เนื่องจากอาจมีจังหวะที่เร้าใจให้อยากฟังทั้งดนตรีได้หลายๆแบบ มักจะมีจังหวะตีตั้งแต่ 50-150 ครั้งต่อวินาที ซึ่งเป็นจํานวนที่ใกล้เคียงกับเสียงหัวใจเต้นของคนเรานั่นเอง

วารสารวิชาการของเด็กและทารก / แนวคิดจากWEB.BABY AND KIDS BESTBUY.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงระดับเสียง

เพราะทารกแรกเกิดยังไม่มีการพัฒนาด้านการพูดหรือการกระทำใดๆต่างๆจึงมีแค่การฟังอย่างเดียวแล้วตอบสนองเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินฟังมาแล้วสื่ออารมณ์โดยการขยับต่างๆเป็นท่าทางออกมาให้เห็น

วารสารวิชาการของเด็กและทารก / แนวคิดจากWEB.BABY AND KIDS BESTBUY.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

รู้สึกไม่สบายหรือไม่พอใจเมื่อตอบสนองต่อเสียงดัง

นี่เป็นการตอบสนองทางอารมณ์หรือพฤติกรรมต่อความดังของเสียง ซึ่งมักเกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติหรือความไวของการรับรู้ มากกว่าการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของเสียงที่เป็นลักษณะของ MMR

วารสารวิชาการของเด็กและทารก / แนวคิดจากWEB.BABY AND KIDS BESTBUY./Web.แพทย์คลินิกเด็ก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

การแยกความสม่ำเสมอออกจากลำดับของเสียงโดยไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน

การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning) ในบริบทของทารก หมายถึงความสามารถของสมองในการ: ตรวจจับ รูปแบบซ้ำๆ หรือความน่าจะเป็น ของสิ่งเร้า เช่น ลำดับของเสียงพูดหรือเสียงทั่วไป ทำได้ โดยอัตโนมัติ และ โดยไม่จำเป็นต้องมีการสอนหรือความตั้งใจ พบได้ตั้งแต่ช่วง แรกเกิด หรือแม้แต่ในครรภ์

วารสารวิชาการของเด็กและทารก / แนวคิดจากWEB.BABY AND KIDS BESTBUY./Web.แพทย์คลินิกเด็ก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพความเงียบ

1. สภาพความเงียบ (Silence condition) ไม่มีสิ่งเร้า (stimuli) ทางเสียงใด ๆ ให้สมองประมวลผล จึง ไม่มีการกระตุ้นระบบการรับรู้จังหวะหรือเสียงผิดปกติ ดังนั้นจึง ไม่สามารถวัดความแตกต่างของการตอบสนอง ต่อจังหวะหรือความผิดปกติได้

วารสารวิชาการของเด็กและทารก / การให้ความรู้ในWeb.แพทย์คลินิกเด็ก(รพ.)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การเปิดใช้งานกระจกเซลล์ประสาท

เซลล์ประสาทกระจก (Mirror neurons) เป็นเซลล์ที่ถูกกระตุ้นเมื่อบุคคล สังเกตการเคลื่อนไหวของผู้อื่น และ เมื่อเขาเคลื่อนไหวเอง ทำให้สามารถ จับจังหวะและเลียนแบบการเคลื่อนไหว ได้ เช่น การปรบมือตามเพลงหรือการเต้นตามจังหวะ มีบทบาทในการประสานการรับรู้ (perception) กับการเคลื่อนไหว (action)

หัวข้อในด้าน ดนตรีประสาทวิทยา (neuro-musicology) และ ประสาทวิทยาการเคลื่อนไหว (motor neuroscience)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

มีหลักฐานว่าแม้ตั้งแต่ แรกเกิด หรือแม้แต่ ในครรภ์ ทารกสามารถแยกแยะ pattern จังหวะได้ สมองสามารถ ตรวจจับความสม่ำเสมอของเสียง และตอบสนองต่อการเบี่ยงเบนจาก pattern นั้น ความสามารถนี้คือ จุดตั้งต้นของระบบ “timing and coordination” ที่ใช้ทั้งในการเคลื่อนไหว การเต้น การเล่นดนตรี และการพูด

มีหลักฐานว่าแม้ตั้งแต่ แรกเกิด / การให้ความรู้ในWeb.แพทย์คลินิกเด็ก(รพ.)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

“ภาวะที่ไม่ต่อเนื่อง” หมายถึงสถานการณ์ที่ลำดับของเสียง ไม่มีความสม่ำเสมอในเชิงเวลา โดยเฉพาะในการทดลองทาง EEG/ERP หรือ psychophysics ที่ต้องการทดสอบการตรวจจับ จังหวะ (rhythm) หรือ pattern หากเสียงถูกนำเสนอด้วย ช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปแบบสุ่ม หรือไม่แน่นอน สมองจะไม่สามารถ “คาดการณ์” หรือ entrain กับจังหวะได้ นี่คือลักษณะของภาวะ "ไม่ต่อเนื่อง" ในเชิงเวลา

วารสารวิชาการของเด็กและทารก / การให้ความรู้ในWeb.แพทย์คลินิกเด็ก(รพ.)/หัวข้อในด้าน ดนตรีประสาทวิทยา (neuro-musicology) และ ประสาทวิทยาการเคลื่อนไหว (motor neuroscience)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

EEG (Electroencephalography) เป็นเครื่องมือที่ใช้บันทึก กิจกรรมไฟฟ้าของสมอง ผ่านอิเล็กโทรดที่ติดบนหนังศีรษะ โดยเฉพาะในทารกแรกเกิด EEG เป็นเครื่องมือที่ ไม่รุกราน (non-invasive) และ ปลอดภัย ใช้เพื่อ: ตรวจจับว่า สมองตอบสนองต่อเสียงหรือไม่ วิเคราะห์รูปแบบการประมวลผล เช่น: การรับรู้ความแตกต่างของเสียง (MMR/MMN) การเรียนรู้ลำดับเสียง (statistical learning) การประสานกับจังหวะ (neural entrainment)

วารสารวิชาการของเด็กและทารก / การให้ความรู้ในWeb.แพทย์คลินิกเด็ก(รพ.)/หัวข้อในด้าน ดนตรีประสาทวิทยา (neuro-musicology) และ ประสาทวิทยาการเคลื่อนไหว (motor neuroscience)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

การวิจัยการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบว่า สมองของทารกสามารถตรวจจับ แยกแยะ และเรียนรู้เสียงต่าง ๆ ได้หรือไม่ โดยไม่ต้องอาศัยการตอบสนองที่มีสติหรือทางพฤติกรรม

วารสารวิชาการของเด็กและทารก / การให้ความรู้ในWeb.แพทย์คลินิกเด็ก(รพ.)/หัวข้อในด้าน ดนตรีประสาทวิทยา (neuro-musicology) และ ประสาทวิทยาการเคลื่อนไหว (motor neuroscience)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

คำนี้หมายถึงการ ใช้ภาษาหรือภาพลักษณ์ของวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แท้จริงรองรับ เช่น: การใช้ ภาพห้องแล็บ, คำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์, บุคลากรในชุดแพทย์, หรือ คำกล่าวอ้างทางเทคนิค เพื่อทำให้การบำบัดที่ยัง ไม่ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิก ดูเหมือน “มีวิทยาศาสตร์รองรับ” ในบริบทของ การตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ (เช่น สเต็มเซลล์) ที่ยังไม่มีการรับรองหรือทดลองทางคลินิกเพียงพอ การใช้ "สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์" คือ กลยุทธ์การตลาดเพื่อหลอกลวงหรือชี้นำผู้บริโภค

หลักการแยกแยะ pseudoscience ในการแพทย์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

ClinicalTrials.gov แม้จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญของการทดลอง แต่ไม่ใช่ระบบรายงานผลข้างเคียง MedWatch, EudraVigilance และ TGA เป็นกลไกการรายงานผลข้างเคียงที่ได้รับการยอมรับ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เป็นองค์กรด้านสิทธิผู้บริโภค ไม่ใช่ระบบรายงานผลข้างเคียงที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์

จากเว็บไซต์ของแต่ละองค์กรและงานวิจัยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ClinicalTrials.gov FDA MedWatch EudraVigilance TGA

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

การตลาดโดยตรงถึงผู้บริโภคสำหรับการบำบัดที่ยัง ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ มักจะนำเสนอข้อมูลที่ ไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือน ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง นำไปสู่การ ละเมิดกระบวนการแจ้งความยินยอมที่แท้จริง (informed consent) ซึ่งเป็นหลักจริยธรรมพื้นฐานในการแพทย์ ผู้บริโภคอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการบำบัด ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความเสียหายทางการเงินโดยไม่รู้ตัว

วารสารด้านวิชาการของการบำบัดด้วยเซลล์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ ได้รับการพิสูจน์ จะต้องผ่านการ ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA (สหรัฐฯ), EMA (ยุโรป) หรือ อย. (ไทย) การอนุญาตนี้เป็นข้อบังคับสำคัญที่แยกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบอย่างครบถ้วนจากผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ต้นทุนการรักษาที่ลดลง หรือการมีจำหน่ายในหลายประเทศ อาจเกิดขึ้นแต่ไม่ใช่หลักประกันหรือคุณลักษณะหลัก การรับรองผู้มีชื่อเสียงไม่ใช่เกณฑ์มาตรฐานทางกฎระเบียบ ดังนั้น “ทั้งหมดข้างต้น” จึงไม่ถูกต้อง เพราะมีเพียงข้อเดียวที่เป็นคุณลักษณะหลักตามกฎระเบียบ

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ ได้รับการพิสูจน์ จะต้องผ่านการ ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA (สหรัฐฯ), EMA (ยุโรป) หรือ อย. (ไทย)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ขาดการรับรองจากคนดัง

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ยัง ไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎระเบียบ อาจมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น ปฏิกิริยาข้างเคียงที่ไม่คาดคิด การติดเชื้อ การปฏิเสธของร่างกาย ผลกระทบระยะยาวที่ยังไม่รู้จัก ข้อนี้เป็นประเด็นสำคัญที่บทความมักเน้นเพื่อเตือนผู้บริโภค ตัวเลือกอื่น ๆ เช่น การรับรองจากคนดัง หรือ ต้นทุนลดลง ไม่ใช่ความเสี่ยงด้านสุขภาพ การตรวจสอบกฎระเบียบที่มากเกินไปไม่ได้เป็นความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์เอง ประสิทธิภาพการรักษาสูงก็ไม่ใช่ความเสี่ยง แต่เป็นข้อดี (ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์มักไม่มีประสิทธิภาพชัดเจน)

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ ได้รับการพิสูจน์ จะต้องผ่านการ ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA (สหรัฐฯ), EMA (ยุโรป) หรือ อย. (ไทย)/วารสารแนวคิดจากเรื่องCGT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

ค่ารักษาผู้ป่วยสูง

เพราะก่อนที่จะมีผลิตภัณฑ์ CGT ต้องมีการทดลองซึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายและการรักษาที่สูงอยู่แล้วดังนั้นผู้ป่วยก็ย่อมเข้าใจในวิธีการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์นี้ ไม่ว่าจะสูงหรือน้อยก็ย่อมรับได้

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ ได้รับการพิสูจน์ จะต้องผ่านการ ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA (สหรัฐฯ), EMA (ยุโรป) หรือ อย. (ไทย)/วารสารแนวคิดจากเรื่องCGT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

หน่วยงานกำกับดูแลจะอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้ก็ต่อเมื่อมีการทดลองทางคลินิกที่เป็นระบบและพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพเรียบร้อยแล้ว

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ ได้รับการพิสูจน์ จะต้องผ่านการ ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA (สหรัฐฯ), EMA (ยุโรป) หรือ อย. (ไทย)/วารสารแนวคิดจากเรื่องCGT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนการบำบัดเซลล์และยีนทุกประเภทอย่างเท่าเทียมกัน

ซึ่งหมายความว่า ISCT มุ่งเน้นส่งเสริมการบำบัดที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับและมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการสนับสนุนทุกผลิตภัณฑ์หรือมุ่งเน้นเพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่งและประเภทที่เท่าเทียมกัน

งานวิจัยที่พูดถึงบทบาทและพันธกิจของ ISCTวารสารแนวคิดจากเรื่องISCT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นทางการในด้านการใช้ผลิตภัณฑ์CGTจึงอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ ได้รับการพิสูจน์ จะต้องผ่านการ ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA (สหรัฐฯ), EMA (ยุโรป) หรือ อย. (ไทย)/วารสารแนวคิดจากเรื่องCGT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

SCT ทำหน้าที่สนับสนุนการใช้การบำบัดเซลล์และยีนที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และคัดค้านการตลาดหรือการจำหน่ายการรักษาที่ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์หรือรับรองอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การให้เงินทุนทั้งหมด หรือเป็นหน่วยงานกำกับดูแลเหมือน FDA หรือการจำหน่ายผลิตภัณฑ์

งานวิจัยที่พูดถึงบทบาทและพันธกิจของ ISCTวารสารแนวคิดจากเรื่องISCT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 72.5 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา