ตรวจข้อสอบ > อรรัมภา จิตรานุกิจ > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 30 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

ทารกแรกเกิดจะมีความสามารถในการแยกเสียงสูง-ต่ำ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ประมาณ 35 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งถือเป็นความสามารถอย่างมากหลังจากคลอดออกมา ทรากเลยสามารถแยกลำดับเสียงออก และด้วยตัวเลือกอื่นที่มีความซับซ้อนมาก ทารกยังไม่ได้พัฒนาการรับรู้ได้ถึงขั้นนั้น จึงตอบ การแยกจังหวะจากลำดับเสียง

ทฤษฎีการแบ่งลำดับเสียงของ Auditory ที่อธิบายความสามารถของทารกแรกเกิด โดยสมองของทารกที่ทำงานด้านการรับรู้มีการจัดระเบียบเสียงที่ซับซ้อนให้เป็นลำดับที่ง่ายขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กต่อไปในอนาคต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การสังเกตพฤติกรรมระหว่างการเล่นฟรี

การที่ทารกมีความสามารถในการแยกแยะการรับรู้ เป็นผลมาจากพัฒนาการของทารก ดังนั้นการทดลองควรจะทดลองตอนที่ทารกกำลังเล่น คอยสังเกตพัฒนาการทารก แล้วจดบันทึกพัฒนาของทารกเรื่องการรับรู้ การตอบสนองต่อเสียง

ช่วง 5 ปีแรกของชีวิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของเด็ก เนื่องจากสมองมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็กมีพํฒนาการที่ดีต่อไปในอนาคต มีทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในอนาคต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความยากในการแยกแยะระหว่างความถี่เสียงต่างๆ

บ่งชี้เรื่องความสามารถในการแยกแยะเสียงว่าทารกที่มีการทำงานของสมองที่ตรวจจับความแตกต่างของเสียง และยังมีการจดจำเสียงที่ทารกเคยได้ยินมาก่อน ซึ่งการที่ MMN ตอบสนองไม่ตรงนี้ สมองของทารกการจะมีปัญหาด้านการได้ยินและจดจำ รวมทั้งการแยกแยะเสียง

หลักการพื้นฐานของการตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (Mismatch Negativity หรือ MMN) ในการศึกษาคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) เกิดขึ้นจากกระบวนการที่ซับซ้อนในสมองที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับความแตกต่างของเสียงและการสร้างแบบแผนเกี่ยวกับเสียง MMN ไม่ได้เป็นเพียงการตอบสนองต่อเสียงที่แตกต่างกันทางกายภาพเท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนถึงการทำงานของสมอง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

สามารถเข้าใจภาษาพูดได้

การเรียนรู้ทางสถิติ คือความความสามารถของทารกที่มีการได้ยิน จดจำและนำสิ่งที่ได้ยินมาประมวลในการสมองของเขา ซึ่งความสามารถนี้จะช่วยให้ทารกสามารถเข้าใจภาษาของมนุษย์และพูดได้ในอนาคต

งานวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning) ในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดนั้นมีที่มาจากการศึกษาทางจิตวิทยาพัฒนาการ (Developmental Psychology), ประสาทวิทยาศาสตร์ทางความรู้ความเข้าใจ (Cognitive Neuroscience), และภาษาศาสตร์ (Linguistics) ที่กล่าวแสดงให้เห็นว่าทารกแรกเกิดสามารถแสดงการเรียนรู้ทางสถิตได้ แล้วยังให้ความสำคัญกับความสามารถนี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของเด็ก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพความเงียบ

สภาพความเงียบคือสภาวะที่ไม่มีการกระตุ้นเสียงเลย ซึ่งการศึกษา EEG จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีเสียงปกติและเสียงที่ผิดปกติ ดังนั้นความเงียบไม่น่าจะส่งผลต่อการศึกษานี้ได้

หลักการของ สภาพความเงียบ (Silent Condition) และ MMN (Mismatch Negativity) มีความสัมพันธ์กันในลักษณะที่ว่า สภาพความเงียบเป็นสภาวะที่ตรงกันข้ามกับการเกิด MMN อย่างสิ้นเชิง โดย MMN คือการตอบสนองของสมองจากการใช้ไฟไฟ้า เพื่อตรวจหาความแตกต่าง ส่วนสภาวะความเงียบคือเป็นสภาวะที่ไม่มีการนำเสนอเสียงใด ๆ หรือมีเสียงรบกวนน้อยมาก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การขึ้นรถไฟประสาท

การขึ้นรถไฟประสาท คือการปรับจังหวะของเสียงตัวเองให้ตรงกับจังหวะของสิ่งเร้าภายนอก เช่น สถานการณ์ของขึ้นรถไฟ ความสามารถนี้ช่วยให้ร่างกายจะสามารถคาดเดาการเคลื่อนที่ให้เข้ากับจังหวะได้ หรือตะเป็นการตบมือของเราที่จะตอบตามจังหวะเพลง

การขึ้นรถไฟประสาท เป็นปรากฏการณ์ทางชีวภาพที่สมองจะปรับจังหวะการทำงานของคลื่นไฟฟ้า ให้สอดคล้องกับจังหวะของสิ่งกระตุ้นภายนอกที่มีรูปแบบเป็นคาบ หรือคลื่นสมองของเรามีการทำงานของเซลล์ที่ทำให้เกิดการสร้างคลื่นไฟฟ้าสมอง ที่มีความถี่และแอมพลิจูดต่าง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

การรับรู้จังหวะของทารกเป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะตั้งแต่เด็ก เช่น การขึ้นรถไฟประสาท จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การเคลื่อนไหวให้เข้ากับจังหวะ ซึ่งเป็นความสามารถในการรับรู้จังหวะ

เป็นความสามารถแรก ๆ ที่พัฒนาขึ้นและเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด สมองของทารกสามารถตรวจจับรูปแบบเชิงสถิติและความน่าจะเป็นในการเกิดร่วมกันของเสียง ช่วยให้เด็กรับรู้ความเร็วและจังหวะของเสียง ซึ่งเป็นรากฐานในการเคลื่อนไหวตามจังหวะ การเต้น และการเรียนรู้เครื่องดนตรีในอนาคต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ความถี่เสียงที่แตกต่างกัน

การเปลี่ยนความถี่เสียงจากความถี่หนึ่งไปความหนึ่งอย่างกระทันหัน ทำให้สมองจะตรวจจับความแตกต่างนี้ได้ ก่อให้เกิดภาวะต่อเนื่อง

ภาวะต่อเนื่อง หมายถึง การที่สมองรับรู้ว่าเสียงหรือเหตุการณ์ทางเสียงนั้นดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีการหยุดชะงัก การขาดหาย หรือการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติที่สำคัญอย่างกะทันหัน ซึ่งนี้จะเป็นแนวคิดที่ตรงการกับภาวะไม่ต่อเนื่อง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

จุดประสงค์หลักของการใช้คลื่นไฟฟ้าสมอง คือการศึกษาการทำงานของสมองเพื่อศึกษาว่าสมองของทารกมีการเรียนรู้และประมวลข้อมูลต่าง ๆ ได้ยังไง จากการรับรู้เรื่องเสียงและการเรียนรู้ภาษา

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ในทารกแรกเกิดมีหลักการพื้นฐานคล้ายกับการตรวจในผู้ใหญ่ คือการบันทึกกิจกรรมทางไฟฟ้าของสมอง แต่มีวัตถุประสงค์และข้อพิจารณาพิเศษบางประการเนื่องจากสมองของทารกยังอยู่ในช่วงพัฒนาอย่างรวดเร็ว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

เอาชนะการรับรู้

จากหลาย ๆ ข้อที่ผ่านมา ทำให้เรารู้ว่าทารกมีพัฒนาการทางสมองในเรื่องการเรียนรู้ทางสถิต การจดจำเสียงการจดจำทำนอง ซึ่งนำไปสู่การเรียนรู้ภาษา รวมทั้งการขึ้นรถไฟประสาทด้วย

การเรียนรู้ทางสถิติ, การจดจำเสียง, การจดจำทำนอง และการขึ้นรถไฟประสาท ล้วนเป็นกลไกที่ทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อนในสมองของทารก ทำให้พวกเขาสามารถถอดรหัสความซับซ้อนของภาษาและเสียงดนตรีรอบตัว และวางรากฐานสำหรับการพัฒนาการทางภาษาและทักษะดนตรีในอนาคต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

ในการตลาดของการบำบัดเซลล์ควรจะมีสัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้รู้ว่าการทดลองนี้ได้รับการยอมรับและผ่านการตรวจสอบผ่านวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว เช่นมีการใช้คำศัพท์วิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์ คือ องค์ประกอบ รูปแบบ หรือการใช้ภาษาที่ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือความรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ แนวคิด หรือการรักษานั้นๆ มีพื้นฐานมาจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับ หรือถูกต้องตามระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจึงเป็นแนวคิดที่สนับสนุนว่าคำอธิบายในการตลาดทางการบำบัดควรได้รับการยอมรับ รับประกันด้วยวิธีการวิทยาศาสตร์ก่อน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

โดยทั่วไปแล้ว หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคจะมุ่งเน้นไปที่การร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการทั่วไปมากกว่าเรื่องความปลอดภัยทางยาเฉพาะทาง เช่น clinicaltrials.gov เป็นฐานข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รวบรวมข้อมูลการศึกษาทางคลินิก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

เหตุผลที่ทำให้การแจ้งความยิมยอมถูกท้าทายจากผู้พิจารณา เช่น ข้อมูลไม่ครบถ้วน มีการนำเสนอทางตลาดที่เกินจริง มุ้งเน้นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ขาดการตรวจสอบหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม คือ กระบวนการทางจริยธรรมและกฎหมายที่สำคัญในทางการแพทย์ การวิจัย และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจส่วนบุคคล โดยเฉพาะเมื่อมีการดำเนินการที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย สุขภาพ สิทธิ หรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลนั้น ๆหัวใจสำคัญของกระบวนการนี้คือการทำให้แน่ใจว่าบุคคลที่จะเข้ารับการรักษา การทำหัตถการ การเข้าร่วมการวิจัย หรือการดำเนินการใด ๆ ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน เข้าใจข้อมูลนั้นอย่างถ่องแท้ และสามารถตัดสินใจให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่หมายความว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติที่เข้มงวดจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพ เพื่อพิสูจน์ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ซึ่งคือเป็นสิ่งที่ใช้แยกความแตกต่างระหว่างการบำบัดที่ "ถูกกฎหมาย" กับ "ไม่ถูกกฎหมาย" หรือ "ไม่ได้รับการพิสูจน์"

หลักคิดสำคัญของคำถามนี้คือ ความแตกต่างระหว่างการบำบัดทางการแพทย์ที่ได้รับการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์และควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแล กับการบำบัดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

ความเสี่ยงที่จะเป็นข้อกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพอย่างเพียงพอตามมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์และกฎระเบียบ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น อาจจะเกิดผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิดและรุนแรงต่อคนไข้ หรือการที่ยาไม่มีประสิทธิภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ส่วนใหญ่ขาดการรับรองหรือการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพที่สำคัญและน่าเชื่อถือ ดังนั้นการที่ได้รับการยอมรับหรืออนุมัติจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ จะเป็นตัวช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย ผ่านการตรวจสอบทางวิธีการวิทยาศาสตร์แล้ว

ความสำคัญของการควบคุมดูแลโดยหน่วยงานภาครัฐ (Regulatory Oversight) ในการรับประกันความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและใหม่ล่าสุดอย่าง การบำบัดด้วยเซลล์และยีน (CGT) ดังนั้นซึ่งมีความจำเป็นต่อการพิสูจน์การวิทยาศาสตร์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

การวิจัยและตรวจสอบผลิตภัณฑ์เพื่อประเมินกลไกการออกฤทธิ์ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ก่อนนำมาทดสอบในมนุษย์

หัวใจของการรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT โดยหน่วยงานกำกับดูแลคือการบังคับใช้และทบทวนข้อมูลจากการ ทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

ISCT เป็นองค์กรระดับโลกที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย แพทย์ และผู้กำหนดนโยบายในสาขาเซลล์และยีนบำบัด วิสัยทัศน์และภารกิจหลักของพวกเขาคือการส่งเสริมการแปลผลงานวิจัยด้านเซลล์และยีนบำบัดไปสู่การใช้งานทางคลินิกที่ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั่วโลก

ISCT บทบาทสำคัญในการสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวด: เพื่อให้แน่ใจว่าการบำบัดใหม่ๆ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งรองรับทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

การใช้การบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายร้ายแรงได้หลายประการ เช่น เสี่ยงต่อผลกระทบทางสุขภาพที่ร้ายแรง เพื่อผลิตภัณฑ์ที่ไม่รับการยอมรับความปลอดภัย

การใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์คือการแลกมาด้วย ความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบทางสุขภาพที่ร้ายแรง โดยไม่มีหลักประกันถึงประโยชน์ใด ๆ เลย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

การหลาย ๆ ข้อที่ผ่านมา ISCT สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ เพื่อเป็นหลักประกันว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความปลอดภัยกับผู้ใช้

ISCT เป็นองค์กรระดับโลกที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่อุทิศตนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการประยุกต์ใช้การบำบัดด้วยเซลล์และยีนอย่างมีความรับผิดชอบ เป้าหมายหลักของพวกเขาคือการทำให้แน่ใจว่าการบำบัดเหล่านี้จะเข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 92.75 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา