ตรวจข้อสอบ > รวิสรา คงพรหม > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 69 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

อินนูลิน เป็นสารชีวโมเลกุลประเภท คาร์โบไฮเดรต เพราะ สังเกตจากภาพของโครงสร้างที่มีลักษณะการต่อคล้ายๆโครงสร้างของน้ำตาล ซึ่งน้ำตาลจัดอยู่ในกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต

สังเกตจากการต่อของโครงสร้างจากภาพดังกล่าว และศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างข้างต้น

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

ข้อ 3 เพราะ คนป่วยที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน คือผู้ป่วยที่ขาด อินซูลิน ซึ่งอินซูลินมีหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต คือกลุ่มแป้งและน้ำตาล ดังนั้นหากผู้ป่วยรับประทานแป้งและน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้ร่างกายเกิดการสวนกลับเพราะไม่มีอินซูลินในการเผาผลาญ ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ควรรับประทานอาหารพวกแป้งและน้ำตาลที่จัดอยู่ในกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต ข้อ 2 เพราะ อินซูลินทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลเป็นไกลโคเจน เนื่องจาก ไกลโคเจนคือหน่วยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรตและอินซูลินทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญของคาร์โบไฮเดรตอีกด้วย

มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับ อินซูลินกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และนำมาตีความและทำความเข้าใจเพื่อใช้เป็นแนวทางในการตอบคำถามข้างต้น

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข. เอนไซม์เป็นสารประเภทโปรตีน

จากภาพ สามารถใช้ในการตอบคำถามได้ว่า สังเกตได้ว่า หลอดที่ 1 คือมี pH เท่ากับ 7 และไม่เติมเอนไซม์ จะทำให้สารละลายเจลาตินแข็งตัวได้ภายใน 5 นาที กับ หลอดที่ 3 ที่มีค่า pH เท่ากับ 7 เช่นกันแต่ในหลอดที่ 3 คือ เติมเอนไซม์ สังเกตได้ว่าจะทำให้สารละลายเจลาตินแข็งตัวใช้เวลามากกว่า 20 นาที ดังนั้น เอนไซม์จึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสารละลายเจลาติน และสามารถเปรียบเทียบกับคุณสมบัติของโปรตีนซึ่งได้คำตอบออกมาเป็นข้อ ข

.ใช้หลักการในการสังเกต ตารางบันทึกผลการทดลองและนำมาตีความออกเป็นคำพูดและนำไปเปรียบเทียบกับคุณสมบัติของสารต่างๆและได้ออกมาเป็นคำตอบ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ง. เพปไทด์ท่ีประกอบด้วยกรดอะมิโนท้ัง 3 ชนิดข้างต้นโดยไม่มีกรดอะมิโนที่ซ้ํากันมีทั้งหมด3ชนิด

เพปไทด์ เกิดจากการรวมตัวของ คาร์บอกซิล รวมกับกระอะมิโน และจะเกิดการ dehydration หรือ การสูญเสียน้ำออก 1 โมเลกุล ดังนั้นจึงเกิดเพปไทด์ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนทั้ง 3 ชนิดและกรดอะมิโน ที่ได้จะไม่ซ้ำกัน

รู้หลักการโครงสร้างของพันธะเพปไทด์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อ ข เป็นคำอธิบายที่ถูกต้องเพราะ โครงสร้างทุติยภูมิของโปรตีนแบบเกลียวแอลฟา เกิดจากโครงสร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่าง c=o ของกระอะมิโนหนึ่งกับ N-H ของกรดอะมิโนระหว่างโพลิเพปไทด์ที่อยู่คู่กัน ข้อ ก ผิดเพราะ ไตรเพปไทด์ เกิดจาก กรดอะมิโน 3โมเลกุล จับกับ 2 พันฑะเพปไทด์ จึงเป็นคำตอบที่ผิด

ใช้ทฤษฏีการตัดช้อยส์และสืบค้นข้อมูลจาก หนังสือเรียนชีววิทยา

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A คือ กลีเซอรอล B คือ กรดไขมัน C คือ ไตรกลีเซอไรด์

เมื่อกลีเซอรอลผสมกับกรดไขมัน 3 โมเลกุลและได้ผ่านตัวเร่งปฏิกิริยาจะได้ผลิตภัณฑ์ออกมา คือ ไตรกลีเซอไรด์และ น้ำ 3 โมเลกุล จะสังเกตได้ว่า กรดไขมันและกลีเซอรอลคือ หน่วยที่เล็กที่สุดของไขมัน

วิเคราะห์จากสมการและกระบวนการเกิดกรดไขมันและทราบว่า กรดไขมันและกลีเซรอลคือหน่วยที่เล็กที่สุดของไขมัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


W คือ เหมาะกับการปรุงอาหารด้วยไฟอ่อนๆ เพราะ แป้งจะช่วยให้น้ำมันมีความใสมากยิ่งขึ้นดังนั้น W หยดไอโอดีนเพียงแค่ 15 หยด ดังนั้นจะมีแป้งเป็นส่วนผสมมาก ทำให้เหมาะกับการปรุงอาหาร Z คือ น้ำมันที่มีการผสมแป้งอยู่น้อยเพราะใช้ไอโอดันในการหยดถึง 47 หยด แสดงว่า น้ำมัน Z จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคภาวะหัวใจขาดเลือด

แยกประเภทของไขมันและวิเคราะห์การผสมของแป้งโดยการทดสอบโดยไอโอดีน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


สังเกตได้ว่าน้ำมัน X มีการแข็งตัวและน้ำมัน Y ไม่มีการแข็งตัว ดังนั้นสามารถวิเคราะห์ผลได้ว่า น้ำมัน X จะเป็น ไขมันอิ่มตัวและน้ำมัน Y จะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว ดังนั้น ไขมันอิ่มตัว คือ จะมีจุดหลอมเหลวสูง เหม็นหืนยาก ไขมันไม่อิ่มตัว คือ จะมีจุดหลอมเหลวต่ำและเกิดการเหม็นหืนง่าย

วิเคราะห์คุณสมบัติและแยกแยะระหว่างกรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัว ศึกษาจากหนังสือเรียนชีววิทยา

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ค. ไขมันและน้ำมันส่วนมากไม่ละลายน้ำ ละลายได้บ้างในเอทานอล แต่ละลายได้ดีในเฮกเซน

ไขมันส่วนมากจะไม่ละลายในน้ำแต่จะละลายได้ดีในสารละลายที่มีขั้ว

การละลายของไขมันและการแยกแยะกรดไขมัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

การทดลอง x คือการทดสอบโปรตีน สารที่ใช้ในการทดสอบคือ ไบยูเร็ต หากพบโปรตีนจะเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง ดังนั้น การทดลองแรกคือเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงดังนั้นสาร x ต้องมีคึณสมบัติเป็นโปรตีน คือ ไข่ขาว การทดลอง y คือ การทดสอบ น้ำตาล ถ้าพบน้ำตาลจะเปลี่ยนสารเป็นสีส้มตะกอนแดงอิฐ และผลการทดสอบคือ พบน้ำตาลซึ่งตรงกับน้ำตาลทราย

มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบสารและแยกแยะประเภทของสาร

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ก. ข้อ 1 ถูกเพียงข้อเดียว

ข้อ 1 CHITIN จัดเป็นส่วนประกอบของเห็ดรา คือถูกต้อง และข้อ 3 ผิดเพราะ พันธะแอลฟา 1,4 ต้องเป็นเบต้า 1,4

ทราบว่า CHITIN เป็นส่วนประกอบในเห็ดรา ศึกษาจากหนังสือเรียนชีววิทยา

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ค. มีข้อถูก 3 ข้อ

ข้อ 1 ถูกเพราะ ฮีโมโกลบินจัดเป็นสารประเภทโปรตีนและมีหน้าที่เป็นตัวจับและลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ข้อ 2 ถูกเพราะ คอเลสเตอรอลจัดเป็นสารประเภทไขมันและมีหน้าที่ในการสร้างหรือสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศหญิงหรือเพศชายและสังเคราะห์น้ำดีอีกด้วย ข้อ 3 ถูกเพราะ ฮิมมูโนโกลบูลินเป็นสารประเภทโปรตีนมีหน้าที่ช่วยป้องกันหรือเป็นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ข้อ 4 ผิดเพราะ ไตรกลีเซอไรด์ไม่ได้มหีน้าที่ในการเป็นตัวทำละลายวิตามินแต่จะเป็ตัวแจกจ่ายไขมัน

ศึกษาหน้าที่และประเภทของสาร จาก อินเตอร์เน็ตและวารสารต่างๆและพบออกมาได้ข้อมูลดังกล่าว

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


x เป็นปฏิกิริยาการเปลี่ยนโปรตีนเป็นกรดอะมิโนที่เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดหรือเรียกว่าการสังเคราะห์อะมิโน y เป็นปฏิกิริยาการสังเคราะห์ซูโครส ซึ่งซูโครสเกิดจาก น้ำตาลกลูโครส + น้ำตาลฟรักโทส z เป็นปฏิกิริน่การสังเคราะห์กรดไขมันและกลีเซอรอลซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของกรดไขมัน

กรดอะมิโน คือ หน่วยที่เล้กที่สุดของสารประเภทโปรตีน กรดไขมันกับกลีเซรอบ คือ หน่วนที่เล็กที่สุดของไขมัน

ศึกษาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและวารสารวิชาการ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


2

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ค. มีข้อถูก 3 ข้อ

ข้อ 1 พันธะไดซัลไฟด์ เกิดจากการโควาเลนต์ของกรดอะมิโนซิสเตอีน 2 หน่วยมาเชื่อมกัน ข้อ 2 พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ เกิดจากนิวคลีโอไทด์ 2 หน่วย แต่ เป็นหมู่ฟังก์ชั่นฟอสเฟตและไฮดรอกซิล ข้อ 3 พันธัไกลโคซิดิก เกิดการโควาเลนต์ระหว่างน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวกับน้ำตาลด้วยกัน ข้อ 4 พันธะเอสเทอร์ เกิดจาก ไขมันกับกลีเซอรอล

หนังสือเรียนชีววิทยากับอินเทอร์เน็ต วารสารทางวิชาการของคุณพิมพ์เพ็ญและคณะ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข. กรดอะมิโน น้ำตาลทราย ไข่ขาว

การทดลองแรกเป็นการทดสอบโปรตีน ทดสอบโดยสารไบยูเร็ต ได้ผลออกมาว่าพบโปรตีนดังนั้นสาร X ต้องเป็นสารที่ประกอบด้วยโปรตีน จึงเป็น กรดอะมิโน การทดลองที่สองเป็นการทดสอบน้ำตาล ทดสอบโดยเบเนดิกซ์ ได้ผลออกมาว่าพบน้ำตาล ดังนั้นสาร y ต้องเป็นสารที่ประกอบไปด้วยน้ำตาล ซึ่งเป็นน้ำตาลทราย การทดลองที่สามเป็นการทดสอบแป้งโดยใช้สารไอโอดัน ได้ผลออกมาว่า ไม่พบแป้ง ดังนั้นสาร z ต้องเป็นสารที่ไม่พบแป้งซึ่งตรงกับไข่ขาวซึ่งเป็นสารที่ไม่พบแป้งเพราะไข่ขาวจะเป็นสารประเภทโปรตีนและจะไม่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ

เป็นการทดสอบสารทั่วไปและทำการวิเคราะห์ผลและแยกประเภทของสาร

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ค. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัว กลูโคส

การทดสอบสารละลาย NaOH คือการทดสอบโปรตีน การทดสอบยีสต์ คือ การทดสอบน้ำตาล การทดสอบ KMNO4 คือการทดสอบสารไฮโดรคาร์บอน การทดสอบสารละลายเบเนดิกซ์ คือ การทดสอบน้ำตาล

สืบค้นข้อมูลการทดสอบจากวารสารและอินเทอร์เน็ตและนำมาวิเคราห์เปรียบเทียบผลโดยมีหนังสอือเรียนชีวะวิทยาประกอบด้วย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข. W, X และ Z

สาร Y คือ ฟอร์มาลีน สาร Z คือ อะซิโตน

สืบค้นสูตรโครงสร้างโมเลกุลจากอินเทอร์เน็ต

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จ. กรดอะมิโน

บัฟเฟอร์ คือ ระบบของสารละลายที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของค่า pH ควบคุมการเปลี่ยนแปลงโดยการปล่อยโปรตอนออกมาทดแทนส่วนที่หายไป

ศึกษาคุณสมบัติบัฟเฟอร์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


2. พืชไม่สามารถใช้ ADP และ NADP+ ได้ตามปกติ

การใช้ paraquote เป็นการใช้สารพิษที่ส่งผลเสียต่อพืชมาก เช่น paraquote มีฤทธิ์ caustic ทำให้เกิดเนื้อเยื่อเป็นแผลด้วย

med.mahidol.ac.th ศึกษาการใช้สาร paraquote

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


4. สามารถเพิ่มจำนวนโดยไม่จำเป็นต้องอาศัย host

ไวรัส สามารถเพิ่มจำนวนได้ด้วยไม่ต้องอาศัย Host สามารถติดกับคนสู่คน ได้ ผ่านทางสารคัดหลั่งเช่น น้ำลาย น้ำมูก เป็นต้น

ศึกษาการแพร่กระจายของไวรัส

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

ก. อะไมโลส จัดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์แบบโซ่ตรง ที่สามารละลายน้ำได้

อะไมโลสไม่สามารถละลายน้ำได้

thaigoodview.com

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


4. Lactose เป็น induce molecule

-

-

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


2. Operon

ไม่พบชื่อสารดังกล่าวในคลิปวีดีโอข้างต้น

สังเกตจากคลิปวีดีโอ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


1. Operon

การทำงานของ lac operon ไม่จำเป็นต้องอาศัย operon

il.mahidol.ac.th

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 39.25 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา