| 1 |
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด
|
การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง |
|
จากงานวิจัยของ Gábor P. Háden ในบทความ
"Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities"
แสดงให้เห็นว่า ทารกแรกเกิดสามารถรับรู้จังหวะ (beat perception) ได้ แม้ว่าจะยังไม่มีประสบการณ์เรียนรู้ทางสถิติจากเสียงรอบตัว งานวิจัยนี้ใช้ EEG (Electroencephalography) เพื่อตรวจสอบการตอบสนองของสมองทารกต่อเสียงที่มีจังหวะสม่ำเสมอ (isochronous tones) เทียบกับเสียงที่มีจังหวะไม่สม่ำเสมอพบว่าทารกสามารถตรวจจับ “จังหวะที่สม่ำเสมอ” ได้ แสดงถึงการมีอยู่ของ beat perception ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้จากความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนเสียง (transition probabilities)
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด
|
การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน |
|
จากงานวิจัยของ Gábor P. Háden ในหัวข้อ
"Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities"
ใช้วิธี ติดตามกิจกรรมสมองของทารกแรกเกิดด้วย EEG (Electroencephalography) เพื่อแยกแยะว่าการรับรู้จังหวะของทารกนั้นเกิดจาก การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning) หรือเป็น ความสามารถทางระบบประสาทที่มีมาแต่กำเนิดโดย EEG ถูกใช้เพื่อตรวจจับ Mismatch Response (MMR) หรือสัญญาณทางไฟฟ้าในสมองที่แสดงถึงการตรวจจับความผิดปกติของเสียง
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด
|
ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง |
|
Mismatch Response (MMR) คือสัญญาณทางไฟฟ้าของสมองที่แสดงถึงการตอบสนองต่อเสียงที่ผิดไปจากลำดับเสียงที่มีรูปแบบหรือความสม่ำเสมอ เช่น เสียงที่ผิดจังหวะ หรือมีลักษณะแตกต่างจากเสียงก่อนหน้า
จากการวิจัยของ Gábor P. Háden (2023) พบว่า ทารกแรกเกิดสามารถแสดง MMR เมื่อได้ยินเสียงที่ละเมิดจังหวะสม่ำเสมอ ซึ่งบ่งชี้ว่า ทารกสามารถรับรู้รูปแบบของจังหวะได้ตั้งแต่แรกเกิด แม้จะยังไม่มีประสบการณ์การเรียนรู้ทางสถิติเสียง (statistical learning) มาก่อน โดยสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การรับรู้จังหวะ (beat perception) อาจเป็นความสามารถโดยกำเนิดทางระบบประสาท ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้จากลำดับเสียงเท่านั้น
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?
|
เรียนรู้ที่จะทำนายเหตุการณ์ในอนาคตโดยอาศัยการวิเคราะห์ทางสถิติ |
|
"การเรียนรู้ทางสถิติ" (Statistical Learning) ในบริบทของการประมวลผลการได้ยินของทารก หมายถึง ความสามารถของสมองในการตรวจจับรูปแบบหรือความน่าจะเป็นของลำดับเสียง เช่นว่า เสียงใดมักจะตามมาหลังจากเสียงอื่น
ตัวอย่างเช่น: หากทารกได้ยินเสียง A มักตามด้วยเสียง B ซ้ำๆ สมองจะเริ่ม "คาดเดา" ว่าเสียง B จะเกิดขึ้นหลังเสียง A
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด
|
สภาวะฮาร์มอนิก |
|
ในการศึกษา EEG ของ Háden (2023) พบว่า สภาวะ jittered ไม่ทำให้เกิดความแตกต่างในการตอบสนองระหว่างเสียงที่อยู่ในตำแหน่งจังหวะต่างๆ ซึ่งแสดงว่า statistical learning ไม่เพียงพอในการทำให้ทารกรับรู้จังหวะได้ ต่างจากสภาวะ isochronous(มีจังหวะคงที่) ที่มีจังหวะสม่ำเสมอและทำให้เกิด MMR ชัดเจน
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ
|
การเปิดใช้งานกระจกเซลล์ประสาท |
|
การเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ เช่น การเคาะเท้าตามดนตรี หรือการเต้นตามจังหวะต้องอาศัยระบบประสาทที่สามารถ จับคู่ระหว่างสิ่งเร้าทางเสียง (จังหวะดนตรี) กับ การเคลื่อนไหวของร่างกาย
กระจกเซลล์ประสาท คือเซลล์ประสาทที่ ถูกกระตุ้นเมื่อเราทำการเคลื่อนไหว และ เมื่อเราสังเกตเห็นผู้อื่นเคลื่อนไหว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจับคู่ระหว่างการรับรู้กับการเคลื่อนไหว, เรียนรู้โดยการเลียนแบบ, การเคลื่อนไหวให้สอดคล้องกับสิ่งเร้า เช่น จังหวะเสียง
|
งานวิจัยจาก Aniruddh D Patel ในหัวข้อ The evolutionary neuroscience of musical beat perception: the Action Simulation for Auditory Prediction (ASAP) hypothesis (https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24860439/)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร
|
เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา |
|
การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดเป็นทักษะพื้นฐานที่ช่วยให้สมองประมวลผลข้อมูลเสียงที่มีลักษณะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะทางดนตรีและการประสานงานร่างกาย เช่น การเต้นและการเล่นเครื่องดนตรี รวมถึงยังส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านภาษาและการฟังในอนาคต โดยงานวิจัยของ Gábor P. Háden (2023) และนักวิจัยอื่น ๆ ชี้ให้เห็นว่า ความสามารถนี้มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาทักษะ motor timing และ sensorimotor integration ที่จำเป็นสำหรับการเล่นเครื่องดนตรีและการประสานงานร่างกาย และงานวิจัยยังพบว่าการฝึกฝนทักษะจังหวะช่วยพัฒนาทักษะการพูดและความเข้าใจภาษาอีกด้วย
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?
|
ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง |
|
ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักหมายถึงการที่ช่วงเวลาระหว่างเสียงมีความไม่สม่ำเสมอหรือสุ่ม ซึ่งทำให้สมองยากต่อการสร้างแบบแผนจังหวะและการคาดเดาเสียงถัดไป ต่างจากช่วงเวลาที่สม่ำเสมอซึ่งช่วยให้เกิดการรับรู้จังหวะและการประมวลผลเสียงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร
|
บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง |
|
การใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดมีจุดประสงค์เพื่อบันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของสมองที่ตอบสนองต่อเสียงต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้นักวิจัยสามารถตรวจจับการตอบสนองเชิงประสาท เช่น Mismatch Response (MMR) ที่แสดงถึงการรับรู้และแยกแยะความแตกต่างของเสียงได้แม้ในทารกแรกเกิดที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยวาจาได้
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด
|
ความเข้าใจภาษา |
|
งานวิจัยของ Gábor P. Háden (2023) มุ่งเน้นศึกษาการประมวลผลจังหวะและการรับรู้เสียงของทารกแรกเกิดผ่านการทดสอบเกี่ยวกับ การเรียนรู้ทางสถิติ (statistical learning) และ การขึ้นรถไฟเป็นจังหวะ (neural entrainment) รวมถึงการตอบสนองต่อเสียงที่เบี่ยงเบน (Mismatch Response) แต่ไม่ได้ศึกษาหรือวัด ความเข้าใจภาษา โดยตรง เนื่องจากความเข้าใจภาษาเป็นกระบวนการทางภาษาและการรับรู้ที่ซับซ้อนมากกว่าการรับรู้จังหวะและรูปแบบเสียงในทารกแรกเกิด
|
งานวิจัยจาก Gábor P. Háden ในหัวข้อ Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0010027723003049)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์
|
สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์ |
|
การตลาดของการบำบัดด้วยเซลล์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มักใช้คำพูดหรือภาพลักษณ์ที่สร้างความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ เช่น การอ้างถึงงานวิจัยที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดหรือการใช้ภาษาทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนเพื่อโน้มน้าวผู้บริโภคให้เชื่อถือผลิตภัณฑ์ แม้ในความเป็นจริงยังขาดหลักฐานชัดเจน ทำให้เกิดลักษณะของ “สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์” ที่ใช้สร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือแต่ไม่ได้มาจากข้อมูลเชิงประจักษ์ที่มั่นคง
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน
|
หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค |
|
กลไกการรายงานผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ได้แก่ แพลตฟอร์มที่จัดตั้งโดยองค์กรกำกับดูแลทางการแพทย์ เช่น ClinicalTrials.gov (สหรัฐฯ), MedWatch ของ FDA, EudraVigilance ของ EMA, และ พอร์ทัลการรายงานความปลอดภัยของ TGA (ออสเตรเลีย) ซึ่งมีระบบจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลผลข้างเคียงเพื่อประเมินความปลอดภัยและความเสี่ยงของการรักษาเหล่านี้ ส่วน หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค แม้จะมีบทบาทสำคัญในด้านสิทธิผู้บริโภค แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกรายงานผลข้างเคียงทางการแพทย์โดยตรงและไม่มีระบบติดตามผลข้างเคียงเฉพาะเจาะจงสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีน
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์
|
กระบวนการแจ้งความยินยอม |
|
การตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มักก่อให้เกิดความท้าทายต่อกระบวนการแจ้งความยินยอม เนื่องจากข้อมูลที่ให้กับผู้ป่วยอาจไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือน ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตัดสินใจอย่างมีข้อมูลและมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการรักษา จึงส่งผลต่อความชอบธรรมทางจริยธรรมในการทำหัตถการและการรักษาอย่างมีความรับผิดชอบ
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ
|
การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล |
|
ผลิตภัณฑ์บำบัดด้วยเซลล์และยีน (Cell and Gene Therapies - CGT) ที่ได้รับการพิสูจน์และได้รับการยอมรับตามมาตรฐานกฎระเบียบ จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุญาตโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA, EMA หรือ TGA ก่อนวางจำหน่ายในตลาด ซึ่งกระบวนการนี้ยืนยันถึงความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งขาดการอนุญาตนี้และอาจมีความเสี่ยงสูง
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ
|
ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง |
|
ผลิตภัณฑ์บำบัดด้วยเซลล์และยีน (CGT) ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มักไม่มีการทดสอบอย่างครบถ้วนในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อผลข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ เช่น การตอบสนองภูมิคุ้มกันผิดปกติ การติดเชื้อ หรือความเสียหายของอวัยวะ นอกจากนี้การขาดการควบคุมและตรวจสอบที่เหมาะสมยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเหล่านี้ให้สูงขึ้นอย่างมาก
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ
|
การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ |
|
ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามบทความมักจะมีลักษณะ เช่น เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ชัดเจน ขาดข้อมูลก่อนคลินิกที่เพียงพอ การตลาดโดยอิงคำรับรองของผู้ป่วย และค่ารักษาที่สูง แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างสำคัญระหว่างผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์แล้วและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร
|
โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด |
|
หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ CGT ผ่านกระบวนการทดลองทางคลินิกที่มีการออกแบบและดำเนินการอย่างเข้มงวด ซึ่งครอบคลุมการประเมินความปลอดภัย ผลข้างเคียง และประสิทธิภาพก่อนอนุญาตให้นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด กระบวนการนี้ช่วยให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและเหมาะสมสำหรับการใช้กับผู้ป่วย
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร
|
เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ |
|
เป้าหมายหลักของ ISCT (International Society for Cell & Gene Therapy) ตามบทความคือการสนับสนุนและส่งเสริมการใช้การบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษา ในขณะเดียวกันก็มีบทบาทในการต่อต้านการตลาดและการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยและสร้างความสับสนในวงการแพทย์
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?
|
ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง |
|
ผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์บำบัดด้วยเซลล์และยีน (CGT) ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ มีความเสี่ยงสูงต่อผลข้างเคียงหรือผลกระทบร้ายแรง เช่น ภาวะแทรกซ้อนทางภูมิคุ้มกัน การติดเชื้อ หรือความเสียหายของอวัยวะ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขาดการทดสอบและรับรองทางคลินิกที่เพียงพอ ทำให้ไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษา
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน
|
ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ |
|
ISCT (International Society for Cell & Gene Therapy) มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้การบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และความปลอดภัยชัดเจน พร้อมทั้งต่อต้านการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือการรักษาที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์หรืออนุมัติอย่างถูกต้อง เพื่อปกป้องผู้ป่วยจากความเสี่ยงและการหลอกลวงทางการแพทย์
|
งานวิจัยบจาก Laertis Ikonomou ในหัวข้อ International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper: Key considerations to support evidence-based cell and gene therapies and oppose marketing of unproven products (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1465324923000646)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|