ตรวจข้อสอบ > พิชญาภา ปอยสูงเนิน > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 6 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


การเรียนรู้ประเภทใดที่มีการกล่าวถึงเกี่ยวกับทารกแรกเกิดในบริบทของ ลำดับเสียง (Sound sequences)

การเรียนรู้แบบสะท้อนกลับ

ทารกแรกเกิดตอบสนองต่อเสียงโดยอัตโนมัติ แสดงถึงการเรียนรู้แบบสะท้อนกลับที่ไม่ต้องผ่านการคิดวิเคราะห์

1. หลักการของ Behaviorism และ Classical Conditioning (Pavlov): ระบุว่า สิ่งมีชีวิตสามารถเรียนรู้ได้จากการตอบสนองต่อสิ่งเร้า โดย ไม่จำเป็นต้องผ่านการคิดวิเคราะห์หรือประสบการณ์ล่วงหน้า ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้แบบอัตโนมัติหรือ “สะท้อนกลับ” (reflexive learning) 2. คำอธิบายจากบทความที่ว่า "Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning..." พบว่า ทารกแรกเกิดสามารถประมวลผลจังหวะเสียง (beat processing) ได้ แม้ยังไม่ผ่านประสบการณ์หรือการเรียนรู้แบบมีเหตุผล โดยเฉพาะ ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการเรียนรู้ทางสถิติ (statistical learning) ที่อิงกับความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนลำดับเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข้อใดใช้เป็นวิธีทดสอบทารก

การทดลอง EEG

EEG สามารถใช้วัดการตอบสนองของสมองต่อเสียงได้ เหมาะสำหรับทดสอบการได้ยินในทารกที่ยังไม่สามารถสื่อสารด้วยตนเองได้ โดนจากบทความ ได้เขียนไว้ว่า "Here, we manipulated the isochrony of sound sequences in order to disentangle statistical learning from beat perception in sleeping newborn infants in an EEG experiment, as previously done in adults and macaque monkeys."

EEG (Electroencephalography) เป็นเทคนิคที่ใช้วัดคลื่นไฟฟ้าจากการทำงานของสมองในแบบ real-time ซึ่งสามารถบันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียงได้โดยตรง โดยเฉพาะในทารกแรกเกิดที่ยังไม่สามารถแสดงพฤติกรรมหรือใช้ภาษาสื่อสารได้ EEG จึงเหมาะอย่างยิ่งในงานวิจัยประเภทนี้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อใดใช้ในการกระตุ้นจังหวะของเสียงในระหว่างการศึกษา

เสียงเรียกเข้าแบบต่อเนื่อง

จากบทความ กล่าวถึงว่า ในการทดลอง ผู้วิจัยใช้เสียงที่มีจังหวะคงที่ (isochronous) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้จังหวะ (beat perception) ในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะใน isochronous condition ซึ่งเสียงแต่ละเสียงจะมีระยะห่างเท่ากันตลอดเวลา ทำให้สมองสามารถ “จับจังหวะ” ได้ จากที่เขียนว่า “In the isochronous condition, sounds are presented with a constant inter-onset interval (IOI), allowing a beat to be induced…”

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับหลักการของ Auditory Processing คือ ความสามารถของสมองในการประมวลผลเสียง โดยเฉพาะเสียงที่มีลักษณะเป็นจังหวะสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาและจังหวะเสียงในวัยเด็ก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ผลลัพธ์ที่สำคัญของการศึกษาการรับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจใน ทารกแรกเกิดคืออะไร

การปรากฏตัวของการประมวลผลจังหวะ

การเต้นของหัวใจที่สอดคล้องกับจังหวะเสียง แสดงให้เห็นว่าทารกมีการประมวลผลจังหวะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด และมีหลักฐานจากบทความว่า “...to provide converging evidence to the notion that newborns’ brains can process the beat in rhythm...” .แปลว่านักวิจัยต้องการทำงานนี้เพื่อให้ได้หลักฐานสนับสนุนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่า สมองของทารกแรกเกิดสามารถประมวลจังหวะในเสียงดนตรีได้ (ซึ่งที่จริงถูก proof ไปแล้วในงานก่อนหน้า)

สอดคล้องกับแนวคิดของ Innate cognitive processing หรือการประมวลผลของสมองโดยกำเนิด ซึ่งไม่จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้หรือประสบการณ์มาก่อน เช่นเดียวกับแนวคิดของ Pavlovian behaviorism ที่กล่าวว่า “สิ่งมีชีวิตสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน”

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) บ่งชี้อะไรใน ทารกแรกเกิด?

การตรวจจับการละเมิดความสม่ำเสมอ

Mismatch Negativity เป็นสัญญาณจากสมองที่บ่งบอกว่าทารกสามารถตรวจจับเสียงที่ไม่สอดคล้องกับรูปแบบเดิม เช่น เสียงที่ผิดจังหวะหรือเปลี่ยนไปจากที่เคยได้ยิน แสดงถึงความสามารถในการตรวจจับการละเมิดความสม่ำเสมอ

Cognitive neuroscience ซึ่งแสดงให้เห็นว่า MMR เป็นดัชนีทางชีวภาพของการประมวลผลเสียงในระดับอัตโนมัติที่เกิดขึ้นแม้ในทารกแรกเกิด จากบทความมาเขียนว่า "This makes it possible that differences in omission MMR responses found for different metrical positions were based on learning the statistical properties of the order of different tones, that is, by statistical learning." ความแตกต่างของการตอบสนองแบบ MMR เมื่อมีเสียงหายไป (omission MMR) ในตำแหน่งจังหวะต่าง ๆ อาจมีสาเหตุมาจากการที่สมอง เรียนรู้คุณสมบัติทางสถิติของลำดับเสียงต่าง ๆ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ เกิดจาก การเรียนรู้เชิงสถิติ (statistical learning)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ด้านใดของเสียงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อทดสอบการรับรู้จังหวะโดยแยกจาก การเรียนรู้ทางสถิติ

การกำหนดเวลา (ไม่ตรงเวลากับกระวนกระวายใจ)

การทดสอบการรับรู้จังหวะที่แยกจากการเรียนรู้ทางสถิติต้องควบคุมปัจจัยอื่น เช่น ความถี่หรือความดัง และเน้นเฉพาะ เวลา ของเสียง เช่น ความสม่ำเสมอหรือความเบี่ยงเบนของช่วงเวลา ซึ่งแสดงถึงการรับรู้จังหวะแท้ๆ

Temporal processing ชี้ว่าการเปลี่ยนจังหวะเวลาโดยไม่เปลี่ยนปัจจัยอื่นสามารถแยกการรับรู้จังหวะจาก Statistical learning of sound patterns

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จากการศึกษาวิจัย เหตุใดการตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจจึงมีความสำคัญในทารกแรกเกิด

แสดงให้เห็นถึงบูรณาการการได้ยินและการได้ยิน

การที่ตรวจพบจังหวะการเต้นของหัวใจที่ตอบสนองต่อเสียง แสดงว่าทารกมี auditory processing ตั้งแต่แรกเกิด เป็นรากฐานของการฟังและเรียนรู้ภาษาในอนาคต

Sensory development และทฤษฎีการเรียนรู้ภาษา ที่ชี้ว่าการรับรู้จังหวะและเสียงในช่วงแรกเกิด เป็นรากฐานของกระบวนการแยกเสียงและการเข้าใจภาษาในวัยต่อไป

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


บทความนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ทางสถิติกับการประมวลผลจังหวะใน ทารกแรกเกิดอย่างไร

การประมวลผลแบบ Beat ช่วยเพิ่มการเรียนรู้ทางสถิติ

การประมวลผลจังหวะ (beat processing) ช่วยให้ทารกจับ pattern ของเสียงได้ง่ายขึ้น จึงเอื้อต่อการเรียนรู้ทางสถิติในระยะเริ่มต้น

Auditory statistical learning ชี้ว่าการรู้จังหวะ (beat perception) ช่วยเน้นจุดตัดเสียง ทำให้สมองเรียนรู้ความถี่ของลำดับเสียงได้แม่นยำขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


การวัดทางสรีรวิทยาใดที่ใช้เป็นหลักในการประเมินการตอบสนองต่อลำดับเสียงใน การศึกษานี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)

EEG ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมองแบบ real-time เหมาะกับการประเมินการตอบสนองต่อเสียงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น ลำดับเสียงหรือจังหวะ

Cognitive neuroscience ซึ่งใช้ EEG เป็นวิธีหลักในการศึกษาการประมวลผลเสียงและการรับรู้แบบ time-locked events เช่น mismatch negativity (MMN)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


การมีอยู่ของการตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ที่ชัดเจนเพื่อเอาชนะและตำแหน่งที่ผิดปกติในสภาวะที่ไม่ต่อเนื่องบ่งบอกถึง ความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิดอย่างไร

ความไวจำกัดต่อการเปลี่ยนแปลงลำดับเสียง

MMR แสดงให้เห็นว่าทารกสามารถตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของลำดับเสียงได้ แม้เสียงผิดแปลกเพียงเล็กน้อย แสดงถึง auditory discrimination ที่ไวต่อความต่างของเสียง

Neurodevelopmental auditory processing ที่ใช้ MMR เป็น biomarker ของความสามารถในการแยกแยะเสียงตั้งแต่ระยะแรกเกิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ประเด็นหลักของ บทความ Cell and gene therapies คืออะไร

การบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามหลักฐาน

การบำบัดด้วยเซลล์ (cell therapy) และยีน (gene therapy)

การรักษาบนพื้นฐานของข้อมูลวิจัยและผลการทดลองทางคลินิก เพื่อประเมินศักยภาพของ cell/gene therapy ในการรักษาโรคทางพันธุกรรมหรือโรคเฉพาะทาง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


CGT ย่อมาจากอะไรในบริบทของ Cell and gene therapies

การบำบัดด้วยเซลล์และยีน

CGT ย่อมาจาก Cell and Gene Therapies ซึ่งหมายถึงแนวทางการรักษาที่ใช้เซลล์หรือยีนในการแก้ไขหรือชดเชยความผิดปกติในระดับชีวโมเลกุล

Advanced therapeutics ที่เน้นการรักษาเฉพาะทางโดยใช้ gene editing หรือ cell transplantation เป็นหลัก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


บทความ Cell and gene therapies มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

การตลาดแบบตรงสู่ผู้บริโภคของ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์

ความเสี่ยงจากการโฆษณา CGT โดยตรงต่อผู้บริโภค ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลรับรองด้านความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพ ซึ่งอาจหลอกลวงหรือทำให้เกิดการรักษาที่ไม่เหมาะสม

Bioethics ที่เน้นการใช้ข้อมูลวิจัยรองรับก่อนเผยแพร่หรือใช้ในการรักษาผู้ป่วยจริง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ตามบทความ อะไรคือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์?

ทั้งหมดข้างต้น

CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อาจมีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น ค่ารักษาแพง การโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด และยังไม่มีหลักฐานยืนยันประสิทธิภาพชัดเจน

Bioethics ที่เน้นความปลอดภัย ความโปร่งใส และการใช้ข้อมูลวิจัยก่อนนำไปใช้จริง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


แพลตฟอร์มใดที่กล่าวถึงการลงทะเบียนงานวิจัยที่อาจไม่น่าเชื่อถือ

ไม่มีข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น

ทุกแพลตฟอร์มในตัวเลือกเป็นแหล่งข้อมูลทางวิชาการที่มีมาตรฐาน ผ่านการ peer-reviewed หรือ curated อย่างเหมาะสม จึงไม่นับว่า ไม่น่าเชื่อถือ (ตอนหางานวิจัย จาร์ยเเนะนำมาหมดเเล้วค่ะ)

ใช้หลักการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งวิจัย (Credible Sources in Academic Publishing) ซึ่งระบุว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


คำใดที่ใช้อธิบายรายการที่ทำให้ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ปรากฏว่าถูกต้อง

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม

Symbol of legitimacy หมายถึงการสร้างภาพลักษณ์ให้สิ่งที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับดูน่าเชื่อถือ เช่น การกล่าวอ้างชื่อสถาบัน วิทยาศาสตร์ หรือใช้ศัพท์เทคนิคเพื่อโน้มน้าว (มีเเค่ สัญลักษณ์เเห่งความชอบธรรม ที่ใช้พิสูจน์ความถูกต้องไม่ได้,ใส่เพื่อหลอกว่าอันนั้นเป็นของจริง)

หลักการวิเคราะห์วาทกรรมและการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ (science communication) ที่เตือนถึงการใช้ “symbolic legitimacy” เพื่อทำให้ CGT ที่ยังไม่มีการพิสูจน์ ดูเหมือนผ่านการยอมรับทางวิชาการแล้ว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ISCT คัดค้านอะไรตามบทความ

การจำหน่าย CGT ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในเชิงพาณิชย์ก่อนกำหนด

ISCT (International Society for Cell and Gene Therapy) แสดงจุดยืนต่อต้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรืออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย

Medical ethics)และแนวปฏิบัติของ ISCT ที่เน้นความปลอดภัย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบก่อนการนำ CGT ออกสู่ตลาด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


หน่วยงานกำกับดูแลใดที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความว่าเป็นผู้เล่นหลักใน การกำกับดูแล CGT

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC)

CDC มีหน้าที่หลักด้านการควบคุมโรค ไม่ใช่การกำกับผลิตภัณฑ์บำบัดหรือชีวเวชภัณฑ์โดยตรง

ในสหรัฐและยุโรป ส่วน CDC ทำงานด้าน public health และ disease surveillance เป็นหลัก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


'สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรม' มีบทบาทเฉพาะอย่างไรตามบทความ?

ชักชวนผู้ป่วยถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

Symbol of legitimacy ถูกใช้เป็นกลยุทธ์ในการทำให้ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ดูน่าเชื่อถือและปลอดภัยในสายตาผู้ป่วย เช่น การอ้างงานวิจัย วิทยาศาสตร์ หรือใช้คำศัพท์ทางคลินิก

การสื่อสารความเสี่ยงทางการแพทย์ (medical risk communication) และการสร้าง perception ผ่าน framing เพื่อให้ผู้ป่วยคล้อยตามแม้ขาดหลักฐาน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


อ้างอิงจากบทความ อะไรคือมาตรการสำคัญในการแยกแยะ CGT ตามหลักฐานเชิงประจักษ์?

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA หรือ EMA เป็นกระบวนการคัดกรองที่ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (evidence-based) เพื่อแยก CGT ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ออกจากการบำบัดที่ยังไม่มีข้อมูลรองรับ

Regulatory science และ evidence-based medicine ที่เน้นการอนุมัติผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของผลการทดลองทางคลินิกก่อนให้เข้าสู่ตลาด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 100.25 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา