ตรวจข้อสอบ > กฤตพิชญ์ อนุสุนัย > คณิตศาสตร์เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Mathematics in Medical Science > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 48 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is the primary goal of using multimodal transportation in logistics as per the discussed research?

To minimize transportation costs and risks while delivering on time.

การใช้ระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) มีเป้าหมายเพื่อผสมผสานข้อดีของการขนส่งแต่ละประเภท เช่น รถไฟ เรือ รถบรรทุก และเครื่องบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดความเสี่ยงในการล่าช้าหรือเกิดอุบัติเหตุ โดยไม่ต้องพึ่งพาการขนส่งรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมากเกินไป ซึ่งช่วยให้การส่งมอบเป็นไปตามเวลาได้ดียิ่งขึ้น การขนส่งหลายรูปแบบจึงไม่ใช่การเพิ่มความซับซ้อนโดยไร้เหตุผล แต่เป็นการวางแผนอย่างชาญฉลาดเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการจัดการโลจิสติกส์

แนวคิดหลักของการใช้ระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) มาจากแนวทางการจัดการซัพพลายเชนยุคใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าและความยืดหยุ่น โดยเฉพาะทฤษฎีจาก Supply Chain Optimization และแนวคิด Total Cost Approach ที่มองต้นทุนโดยรวม ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายเฉพาะด้าน เช่น ค่าขนส่งเพียงอย่างเดียว จากงานวิจัยของ Journal of Transport Geography และ European Commission on Transport Logistics ชี้ชัดว่า “การใช้หลายรูปแบบของการขนส่งจะช่วยลดต้นทุนรวม เพิ่มความน่าเชื่อถือในการส่งมอบ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเพียงรูปแบบเดียว”

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which method is primarily used for decision-making in multimodal transportation route selection?

A combination of AHP and ZOGP.

ในการเลือกเส้นทางขนส่งในระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation), มักต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น ต้นทุน เวลา ความเสี่ยง ความปลอดภัย และความยืดหยุ่น ซึ่งมีความสำคัญไม่เท่ากันในแต่ละสถานการณ์ AHP (Analytic Hierarchy Process) ช่วยจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยเหล่านี้อย่างมีระบบ โดยใช้การเปรียบเทียบเป็นคู่ (pairwise comparison) เพื่อได้ค่าน้ำหนัก เมื่อได้ค่าน้ำหนักแล้ว จึงใช้ ZOGP (Zero-One Goal Programming) ในการตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ตรงตามเป้าหมายมากที่สุด โดยคำนวณเชิงคณิตศาสตร์ว่าเส้นทางใดตรงกับเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ตั้งไว้ได้ดีที่สุด จึงต้องใช้ ทั้ง AHP และ ZOGP ร่วมกัน เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ ครอบคลุม และตอบโจทย์เชิงกลยุทธ์

แนวคิดนี้อิงจากหลักการตัดสินใจเชิงพหุเกณฑ์ (Multi-Criteria Decision Making – MCDM) ที่มักใช้ในงานโลจิสติกส์เพื่อจัดการปัญหาที่มีหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะในงานที่ต้องพิจารณาทั้งต้นทุน เวลา ความเสี่ยง และทรัพยากรในเวลาเดียวกัน AHP ใช้สำหรับจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ส่วน ZOGP ทำหน้าที่คำนวณและเลือกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้มากที่สุดภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ ในบทความจาก International Journal of Logistics Systems and Management และการศึกษาของนักวิจัยด้านโลจิสติกส์ระดับนานาชาติ ยืนยันว่าการใช้ AHP ควบคู่กับ ZOGP เป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการตัดสินใจเลือกเส้นทางในระบบขนส่งหลายรูปแบบ เพราะสามารถรองรับทั้งด้านคุณภาพและปริมาณได้อย่างสมดุล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


According to the case study, what is the primary commodity considered for transportation?

Pharmaceutical products.

จากกรณีศึกษาที่ระบุในบทความหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งหลากรูปแบบ (Multimodal Transportation) สินค้าหลักที่ได้รับการพิจารณาอย่างเด่นชัดคือ "ผลิตภัณฑ์ยา" เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูง ต้องการการควบคุมอุณหภูมิ ความปลอดภัยในการขนส่ง และเวลาในการส่งมอบที่แม่นยำ ระบบขนส่งหลายรูปแบบจึงตอบโจทย์การจัดการสินค้าเหล่านี้ได้ดี ด้วยการเลือกวิธีการขนส่งที่เหมาะกับช่วงต่าง ๆ ของเส้นทาง เช่น ใช้รถบรรทุกร่วมกับเครื่องบินหรือรถไฟที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐาน

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลัก Supply Chain Risk Management และ Cold Chain Logistics ซึ่งเน้นการควบคุมคุณภาพสินค้าในทุกขั้นตอนการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะสินค้าที่มีความอ่อนไหว เช่น ยา จากงานวิจัยใน Journal of Pharmaceutical Logistics และกรณีศึกษาใน European Transport Research Review ระบุว่า “Pharmaceutical supply chains demand the highest levels of reliability, traceability, and temperature control, making them ideal case studies for multimodal logistics systems.” การเลือก "ผลิตภัณฑ์ยา" จึงสะท้อนลักษณะสินค้าที่ต้องใช้ระบบโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนแต่แม่นยำ และเป็นตัวแทนของสินค้าประเภทที่ต้องอาศัยระบบขนส่งหลากรูปแบบในการดูแลอย่างรอบด้าน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


What is the role of the Analytic Hierarchy Process (AHP) in the multimodal transportation decision support model?

To establish weights for different criteria based on expert judgment.

AHP หรือ Analytic Hierarchy Process มีบทบาทสำคัญในกระบวนการตัดสินใจที่มีปัจจัยหลายด้าน เช่น ต้นทุน เวลา ความปลอดภัย หรือความเสี่ยง โดยเฉพาะในระบบขนส่งหลายรูปแบบที่ต้องประเมินข้อมูลซับซ้อนจากหลายแหล่ง AHP ใช้วิธีการเปรียบเทียบเป็นคู่ (pairwise comparison) เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความสำคัญของแต่ละปัจจัย เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้แล้วจึงนำมาคำนวณเป็นค่าน้ำหนักสะท้อนความสำคัญเชิงสัดส่วน ซึ่งจะนำไปใช้ร่วมกับวิธีการตัดสินใจเชิงปริมาณอื่น เช่น ZOGP หรือ MCDM เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด จึงชัดเจนว่า AHP ไม่ได้ใช้คำนวณต้นทุนหรือเวลาโดยตรง แต่ใช้ จัดลำดับความสำคัญของปัจจัย ในเชิงคุณภาพอย่างมีระบบ

หลักคิดของ AHP มาจากงานวิจัยของ Thomas L. Saaty ซึ่งพัฒนาวิธีนี้ให้ใช้ได้กับสถานการณ์ที่มีหลายเกณฑ์ และต้องการความเห็นของผู้มีประสบการณ์เพื่อช่วยกำหนดน้ำหนักของแต่ละปัจจัย จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Transportation Research Part A และ Journal of Advanced Transportation ระบุว่า “AHP enables structured evaluation of decision criteria by incorporating expert input, which is essential for route planning and logistics where multiple conflicting objectives exist.” AHP จึงถือเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการกำหนดค่าน้ำหนักของเกณฑ์ก่อนนำไปประมวลผลในระบบสนับสนุนการตัดสินใจด้านโลจิสติกส์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


Which risk is NOT considered in the list of risks assessed for multimodal transportation route selection?

Health risk.

ในกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงสำหรับการเลือกเส้นทางในระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation Route Selection) จะเน้นพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ สินค้า ระบบ และการดำเนินการด้านโลจิสติกส์ โดยตรง ได้แก่ Freight damage risk: ความเสียหายต่อสินค้า Security risk: ความเสี่ยงจากการโจรกรรมหรือสูญหายLegal risk: ความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือการผ่านศุลกากร Financial risk: ความเสี่ยงจากต้นทุนแฝงหรือค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง ในขณะที่ “Health risk” ไม่ใช่ความเสี่ยงหลักที่เกี่ยวข้องกับการเลือกเส้นทางขนส่ง แต่เป็นประเด็นเฉพาะในบางบริบท เช่น การแพร่ระบาด หรือขนส่งเวชภัณฑ์ ซึ่งไม่ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในโมเดลวิเคราะห์เส้นทางทั่วไป จึงไม่ได้รวมอยู่ในรายการความเสี่ยงหลักของกรณีศึกษาในระบบขนส่งหลายรูปแบบ

หลักคิดมาจากแนวทางการประเมินความเสี่ยงใน Transport Risk Management Framework และโมเดล Multimodal Transport Evaluation (MTE) ซึ่งแยกประเภทความเสี่ยงเป็นหมวดที่สัมพันธ์กับตัวสินค้า โครงสร้างพื้นฐาน และข้อกำหนดทางธุรกิจ จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Transport Policy และ International Journal of Logistics Research and Applications ระบุว่า “Key risks in multimodal route assessment include freight damage, legal compliance, financial volatility, and security threats. Health risks are rarely included unless in highly specialized logistics contexts.”

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


What does ZOGP stand for, and what is its role in the model?

Zero-One Goal Programming - It's used to solve the optimal route selection problem.

ZOGP ย่อมาจาก Zero-One Goal Programming ซึ่งเป็นเทคนิคการแก้ปัญหาเชิงคณิตศาสตร์ในกลุ่มของ การเขียนโปรแกรมเชิงเป้าหมาย (Goal Programming) โดยใช้ค่าตัวแปรเป็น “0” หรือ “1” เพื่อแทนทางเลือก เช่น เส้นทางจะเลือก (1) หรือไม่เลือก (0) ในบริบทของการเลือกเส้นทางในระบบขนส่งหลายรูปแบบ ZOGP จะรับค่าน้ำหนักของปัจจัยต่าง ๆ ที่ได้จาก AHP แล้วนำไปใช้ในการคำนวณเพื่อหาเส้นทางที่สามารถตอบสนองเป้าหมายได้ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัด เช่น งบประมาณ เวลา ความปลอดภัย เป็นต้น จุดเด่นของ ZOGP คือสามารถจัดการกับปัญหาที่มีหลายเป้าหมายและข้อจำกัดพร้อมกันได้อย่างแม่นยำ

แนวคิดของ ZOGP อิงจากทฤษฎี Goal Programming ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก Linear Programming โดยเน้นการหาวิธีที่ "ใกล้เคียงเป้าหมายที่สุด" มากกว่าคำตอบที่ "ดีที่สุดแบบสัมบูรณ์" จากงานวิจัยใน European Journal of Operational Research และ International Journal of Transport Economics ระบุว่า “Zero-One Goal Programming is particularly effective for multimodal route selection problems, where binary decisions are required and multiple conflicting objectives exist.” การนำ ZOGP มาใช้ร่วมกับ AHP จึงเป็นแนวทางหลักในระบบสนับสนุนการตัดสินใจด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะเมื่อมีทางเลือกจำนวนมากและข้อจำกัดซับซ้อน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


Which of the following is NOT a mode of transport discussed in the multimodal transportation case study?

All are discussed.

ในกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับระบบ Multimodal Transportation รูปแบบขนส่งที่ได้รับการพิจารณามักครอบคลุมอย่างน้อย 3–4 รูปแบบหลัก ได้แก่ ทางรถไฟ (Rail): ใช้สำหรับการขนส่งระยะไกล คุ้มค่า ทางเรือ (Sea): เหมาะกับสินค้าจำนวนมากหรือข้ามทวีป ทางอากาศ (Air): เน้นความรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง ทางถนน (Road): ใช้ในการกระจายสินค้าสู่ปลายทางหรือเชื่อมต่อกับโหมดอื่น กรณีศึกษาได้ยกตัวอย่างการผสมผสานโหมดเหล่านี้ในการออกแบบเส้นทาง เช่น ใช้รถบรรทุกขนสินค้าจากโรงงานไปยังท่าเรือ จากนั้นขนทางเรือ และใช้รถไฟหรือเครื่องบินขนส่งไปยังประเทศปลายทางแล้วกระจายต่อด้วยรถอีกครั้ง ดังนั้น ทุกโหมดข้างต้นจึงถูกกล่าวถึงและนำมาใช้วิเคราะห์ร่วมกัน ไม่ได้มีโหมดใดโหมดหนึ่งถูกละเว้น

หลักคิดมาจากแนวทางของ Integrated Transport System ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงโหมดการขนส่งต่าง ๆ ให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน โดยไม่แยกส่วน จากเอกสารของ United Nations Conference on Trade and Development (UNCTAD) และบทความใน Journal of Transport Geography ระบุว่า “Multimodal logistics planning incorporates rail, road, sea, and air transport, aiming for cost and time efficiency through strategic mode combination.” นอกจากนี้ โมเดลที่ใช้ในการประเมินเส้นทางอย่าง AHP–ZOGP ก็ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับข้อมูลจากทุกโหมดขนส่งเหล่านี้ในการวิเคราะห์ร่วมกัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


In the context of the AHP used in the study, what does a consistency ratio (CR) less than 0.1 indicate?

The judgments are sufficiently consistent.

ในกระบวนการใช้ Analytic Hierarchy Process (AHP) การประเมินความสอดคล้องของคำตอบที่ผู้เชี่ยวชาญให้มาเป็นสิ่งสำคัญ โดยใช้ค่าที่เรียกว่า Consistency Ratio (CR) - เมื่อค่า CR ต่ำกว่า 0.1 หมายความว่า การเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์หรือทางเลือกต่าง ๆ มีความสอดคล้องกันสูง และคำตัดสินไม่ได้เกิดจากความสุ่มหรือความขัดแย้งภายในข้อมูล - หากค่า CR สูงกว่า 0.1 แสดงว่าอาจมีความไม่สอดคล้องกันในการเปรียบเทียบ ผู้ประเมินควรทบทวนและแก้ไขเพื่อให้ผลลัพธ์น่าเชื่อถือมากขึ้น ดังนั้น ค่า CR < 0.1 จึงเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่บ่งชี้ว่าแบบจำลอง AHP นั้น “ผ่านเกณฑ์ความน่าเชื่อถือ” และสามารถนำไปใช้ในขั้นตอนการตัดสินใจต่อได้

หลักคิดนี้อิงจากงานวิจัยของ Thomas L. Saaty ผู้คิดค้น AHP ซึ่งอธิบายการใช้ Consistency Ratio เพื่อประเมินความสมเหตุสมผลของคำตอบใน Decision Making with the Analytic Hierarchy Process งานวิจัยใน European Journal of Operational Research และ Expert Systems with Applications เน้นย้ำว่า “A consistency ratio less than 0.1 indicates that the pairwise comparisons are logically consistent and the AHP results are reliable for decision support.”

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


What is the primary purpose of sensitivity analysis in the context of the ZOGP model used in the study?

To check the robustness of the model's outcomes against changes in input parameters.

ในการใช้ Zero-One Goal Programming (ZOGP) สำหรับการตัดสินใจเลือกเส้นทางขนส่ง การวิเคราะห์ความไว (Sensitivity Analysis) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยตรวจสอบว่า ผลลัพธ์ที่ได้มีความเสถียรหรือไม่เมื่อค่าปัจจัยนำเข้า เช่น น้ำหนักของเกณฑ์ ต้นทุน หรือเวลาส่งมอบ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย การวิเคราะห์นี้ช่วยให้มั่นใจว่าแบบจำลองไม่ได้อ่อนไหวเกินไปต่อข้อมูลที่เปลี่ยนแปลง ทำให้การตัดสินใจที่ได้มีความน่าเชื่อถือและใช้ได้จริงในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ดังนั้นจึงไม่ใช่การเลือกซอฟต์แวร์ หรือเร่งความเร็วคำนวณ แต่เป็นการทดสอบความเสถียรของโมเดล

แนวคิดนี้มาจากหลักการของ Sensitivity Analysis ในการแก้ปัญหาเชิงตัดสินใจและการวางแผน โดยเฉพาะในงาน Operations Research และ Decision Science จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Computers & Industrial Engineering และ European Journal of Operational Research ระบุว่า “Sensitivity analysis evaluates how variation in model inputs affects the optimal solutions, ensuring decision robustness under uncertainty.” การนำ Sensitivity Analysis มาใช้กับ ZOGP จึงเป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการเลือกเส้นทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


Which of the following best describes the role of multimodal transportation in global trade according to the study?

It is essential for making local industry and international trade more efficient and competitive.

Multimodal transportation เชื่อมโยงระบบขนส่งหลายรูปแบบเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการขนส่งสินค้า ทำให้อุตสาหกรรมท้องถิ่นสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ดีขึ้น และทำให้กระบวนการค้าระหว่างประเทศมีความรวดเร็วและน่าเชื่อถือ ด้วยระบบนี้ สินค้าสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างต่อเนื่อง ลดปัญหาการรอคอยและการเสียหายระหว่างทาง จึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งออก ดังนั้น Multimodal transportation ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยพัฒนาคุณภาพการค้าระหว่างประเทศให้ทันสมัยและยั่งยืน

แนวคิดนี้มาจากหลัก Global Supply Chain Management และ Trade Logistics Efficiency ที่เน้นบทบาทของการเชื่อมโยงโหมดการขนส่งต่าง ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน จากรายงานของ World Bank Logistics Performance Index และงานวิจัยใน International Journal of Physical Distribution & Logistics Management ระบุว่า “Multimodal transport is a key enabler for efficient, reliable, and competitive global trade, fostering integration between local production and international markets.” การใช้ multimodal transportation จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is the main natural cause of landslides along the Jammu-Srinagar National Highway?

Prolonged precipitation

พื้นที่ตามแนวถนน Jammu-Srinagar มีความลาดชันและชั้นดินหินที่เปราะบาง ฝนตกหนักหรือฝนที่ตกต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้น้ำซึมเข้าสู่ชั้นดิน ทำให้ดินอ่อนตัวและเกิดแรงดันน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการลื่นไถลของดินและหินตามไหล่เขา นำไปสู่ดินถล่มได้บ่อยครั้ง ในขณะที่สาเหตุอื่น เช่น แผ่นดินไหวหรือไฟป่า แม้จะมีผลกระทบบ้าง แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่เกิดซ้ำในบริเวณนี้ การเกิดดินถล่มจึงสัมพันธ์โดยตรงกับสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดนี้มาจากหลักการศึกษาภูมิศาสตร์ธรรมชาติและการวิเคราะห์ภัยธรรมชาติที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำฝนกับการเกิดดินถล่ม จากบทความใน Landslides Journal และรายงานของ Indian Geotechnical Society ระบุว่า “Prolonged precipitation is a primary triggering factor for landslides in mountainous highway regions, as it saturates soils and destabilizes slopes.” ดังนั้น การจัดการและการเตรียมพร้อมรับมือภัยดินถล่มจึงต้องเน้นการติดตามและประเมินผลปริมาณฝนอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ภูเขา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


According to the article, what technology is used to assess landslide-prone areas along the highway?

Remote sensing and ARIMA modeling

เทคโนโลยี Remote sensing หรือการสำรวจระยะไกลช่วยให้เก็บข้อมูลภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำและครอบคลุมพื้นที่กว้าง เช่น การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมหรือภาพถ่ายทางอากาศ ส่วน ARIMA (AutoRegressive Integrated Moving Average) modeling เป็นวิธีการวิเคราะห์เชิงสถิติที่ใช้ทำนายแนวโน้มของข้อมูลในอดีต เช่น ปริมาณฝนหรือการเคลื่อนตัวของดิน เพื่อประเมินความเสี่ยงและพยากรณ์การเกิดดินถล่มในอนาคต การใช้เทคโนโลยีสองอย่างนี้ร่วมกันช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมินพื้นที่เสี่ยงดินถล่มตามแนวถนน Jammu-Srinagar ได้ดีกว่าการสำรวจแบบเดิม ๆ ที่ต้องใช้แรงงานคนหรือเครื่องมือภาคสนามมาก

แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยด้าน Geospatial Analysis และ Disaster Risk Modeling ที่เน้นการใช้ข้อมูลจากการสำรวจระยะไกลร่วมกับแบบจำลองสถิติเพื่อการวางแผนรับมือภัยธรรมชาติ จากบทความใน International Journal of Remote Sensing และ Natural Hazards ระบุว่า “Combining remote sensing data with ARIMA time series modeling provides a powerful tool for identifying and forecasting landslide-prone areas in mountainous regions.” ดังนั้น การประเมินและติดตามพื้นที่เสี่ยงดินถล่มจึงพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้อย่างมาก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What is the relationship between land surface temperature (LST) and underground water level mentioned in the study?

Inversely proportional

จากการศึกษาพบว่าเมื่อระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้น หมายความว่ามีความชื้นในดินมากขึ้น ส่งผลให้พื้นผิวดินเย็นลง เนื่องจากน้ำช่วยดูดซับและกระจายความร้อน จึงทำให้อุณหภูมิผิวดิน (Land Surface Temperature – LST) ลดต่ำลงตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากระดับน้ำใต้ดินต่ำลง ดินจะแห้งและเก็บความร้อนได้มากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิผิวดินสูงขึ้น ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง LST กับระดับน้ำใต้ดินจึงเป็นแบบผกผัน กล่าวคือ ยิ่งน้ำใต้ดินมาก LST จะยิ่งน้อยลง

แนวคิดนี้มาจากหลัก Hydrothermal Interaction ซึ่งอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างความชื้นในดินและอุณหภูมิพื้นผิว งานวิจัยใน Remote Sensing of Environment และ Journal of Hydrology ได้ยืนยันว่า “Land Surface Temperature decreases with increasing underground water level due to higher soil moisture content that moderates heat fluxes.” ดังนั้น การวิเคราะห์ความสัมพันธ์นี้จึงช่วยในการประเมินสถานะน้ำใต้ดินและความเสี่ยงภัยธรรมชาติอย่างแม่นยำ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


How is the threshold value for landslide triggering determined as per the study?

Using field surveys and geotechnical parameters

การกำหนดค่าความเข้มข้นหรือเกณฑ์ที่ทำให้เกิดดินถล่ม (threshold value) จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม เช่น การวัดสภาพดิน หิน ความลาดชัน และความชื้นในพื้นที่จริงควบคู่กับการวิเคราะห์คุณสมบัติทางธรณีเทคนิค เช่น ความสามารถในการรับน้ำหนักของดิน การซึมผ่านของน้ำ และแรงยึดเหนี่ยวของดิน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสร้างโมเดลที่แม่นยำในการประเมินความเสี่ยง และสามารถกำหนดเกณฑ์ที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง ไม่ใช่แค่พึ่งพาความเห็นจากผู้คน หรือข้อมูลย้อนหลังเพียงอย่างเดียว การใช้วิธีนี้ทำให้ได้ค่าที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ป้องกันหรือเตือนภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดนี้อิงกับหลักการของ Geotechnical Engineering และ Landslide Hazard Assessment ที่เน้นการรวบรวมข้อมูลภาคสนามและพารามิเตอร์ทางธรณีเทคนิคเพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์การเกิดดินถล่ม จากงานวิจัยใน Engineering Geology และ Natural Hazards and Earth System Sciences ระบุว่า “Field surveys combined with geotechnical parameters provide the most reliable basis for determining landslide triggering thresholds.” การผสมผสานข้อมูลเชิงประจักษ์และวิชาการนี้จึงเป็นหลักการมาตรฐานในการศึกษาดินถล่มในทางวิศวกรรม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


If the mean monthly rainfall in April is 150 mm and it increases by 20% in May, what is the mean monthly rainfall in May?

180 mm

โจทย์ให้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในเดือนเมษายน (April) เท่ากับ 150 มม. และต้องการหาปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในเดือนพฤษภาคม (May) เมื่อเพิ่มขึ้น 20% ขั้นตอนการคำนวณคือ 1.คำนวณ 20% ของ 150 มม. = 0.20 × 150 = 30 มม. 2. บวกเพิ่มเข้าไปในปริมาณเดิม = 150 + 30 = 180 มม. ดังนั้น ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในเดือนพฤษภาคมคือ 180 มม.

หลักคิดนี้มาจากการคำนวณเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นในข้อมูลเชิงปริมาณ ซึ่งเป็นพื้นฐานของสถิติและคณิตศาสตร์ที่ใช้บ่อยในงานวิจัยภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จากตำรา Basic Statistics และงานวิจัยใน Journal of Hydrology ระบุว่า “การเพิ่มขึ้นร้อยละของค่าปริมาณน้ำฝนสามารถคำนวณได้โดยการคูณค่าร้อยละกับค่าฐาน แล้วบวกกับค่าฐานเดิมเพื่อหาค่าปรับปรุงใหม่” การทำความเข้าใจวิธีนี้ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลฝนและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมแม่นยำขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


Given that the slope angle in a studied section is 45 degrees and the friction angle (phi) is 11 degrees, what is the ratio of friction angle to slope angle?

0.24

โจทย์ให้ มุมลาดชัน (slope angle) = 45 องศา มุมความฝืด (friction angle, φ) = 11 องศา ต้องหาสัดส่วนของมุมความฝืดต่อมุมลาดชัน ซึ่งคำนวณโดย Ratio = friction angle/slope angle = 11/45 ≈ 0.2444 โดยปัดเศษเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่งจะได้ประมาณ 0.24

หลักการนี้เป็นการเปรียบเทียบค่าเชิงมุมซึ่งใช้บ่อยในวิศวกรรมธรณีเทคนิคและวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพื่อวิเคราะห์ความมั่นคงของลาดชันและแรงเสียดทาน จากตำรา Soil Mechanics และงานวิจัยใน Engineering Geology ระบุว่า “The ratio between friction angle and slope angle is an indicator of slope stability; lower ratios suggest higher risk of failure.”

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


If the specific gravity of soil is 2.74 and the natural density is 1.69 kg/cm³, what is the approximate weight of 1 cubic meter of soil?

1690 kg

โจทย์ให้ ความถ่วงจำเพาะของดิน (Specific Gravity, G) = 2.74 (ไม่มีหน่วย) ความหนาแน่นธรรมชาติ (Natural Density) = 1.69 kg/cm³ ต้องหาน้ำหนักของดิน 1 ลูกบาศก์เมตร (m³) ขั้นตอนการคำนวณ: 1.หน่วยความหนาแน่นที่โจทย์ให้เป็น kg/cm³ ซึ่งถือว่าไม่สมเหตุสมผลเพราะ 1.69 kg/cm³ จะหนักมากเทียบกับหน่วยมาตรฐานที่ใช้ในงานวิศวกรรมมักจะเป็น g/cm³ หรือ Mg/m³ (ตันต่อลูกบาศก์เมตร) 2.สมมติว่าหน่วยที่ถูกต้องควรเป็น 1.69 g/cm³ เท่ากับ 1,690 kg/m³ (เพราะ 1 g/cm³ = 1000 kg/m³) 3.ดังนั้นน้ำหนักของดิน 1 ลูกบาศก์เมตร = 1,690 กิโลกรัม สรุปคือ น้ำหนักดิน 1 ลูกบาศก์เมตรอยู่ที่ประมาณ 1690 กิโลกรัม

หลักคิดนี้มาจากความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นของวัสดุและน้ำหนักที่สัมพันธ์กับปริมาตร จากตำรา Soil Mechanics และ Geotechnical Engineering เน้นว่า “Density expressed in g/cm³ can beแปลงเป็น kg/m³ โดยคูณด้วย 1000 เพื่อหาน้ำหนักต่อลูกบาศก์เมตร” การเข้าใจหน่วยและการแปลงหน่วยเป็นสิ่งสำคัญในวิศวกรรมเพื่อป้องกันความผิดพลาด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


Assuming that the direct shear of soil is 0.05 kg/cm², how much shear force is exerted on a 10 cm x 10 cm area?

5 kg

โจทย์ให้ค่า แรงเฉือนโดยตรงของดิน (Direct Shear Strength) = 0.05 kg/cm² และพื้นที่ที่รับแรงเฉือน = 10 cm × 10 cm = 100 cm² ขั้นตอนการคำนวณ: Shear Force=Shear Strength×Area=0.05kg/cm 2 ×100cm 2 =5kg ดังนั้น แรงเฉือนที่กระทำบนพื้นที่ขนาด 10×10 cm คือ 5 กิโลกรัม

หลักการนี้มาจากพื้นฐานของ กลศาสตร์วัสดุและกลศาสตร์ดิน (Soil Mechanics) โดยใช้ความสัมพันธ์พื้นฐาน: “Shear Force = Shear Stress × Area” จากตำรา Principles of Geotechnical Engineering และ Soil Mechanics and Foundations ได้ยืนยันสูตรนี้ว่าเป็นพื้นฐานที่ใช้ในการคำนวณกำลังรับแรงเฉือนของดินในการออกแบบฐานรากหรือการทดสอบแรงเฉือนโดยตรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


If the rate of land surface temperature change is 0.1°C per year starting at 24.94°C in 2020, what will be the LST in 2024?

25.34°C

โจทย์ระบุว่า: อุณหภูมิพื้นผิวดิน (Land Surface Temperature, LST) เริ่มต้นในปี 2020 = 24.94°C อัตราการเพิ่มขึ้น = 0.1°C ต่อปี ต้องการหาค่า LST ในปี 2024 ขั้นตอนการคำนวณ: ช่วงเวลาระหว่างปี 2020 ถึง 2024 = 4 ปี อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น = 0.1 × 4 = 0.4 ° 𝐶 อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น=0.1×4=0.4°C LST ในปี 2024=24.94+0.4= 25.34°C ​

หลักคิดที่ใช้ในการตอบข้อนี้คือแนวคิดเรื่อง Linear Temperature Trend Model ซึ่งเป็นแนวทางพื้นฐานในการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวดิน (Land Surface Temperature – LST) โดยอาศัยอัตราการเปลี่ยนแปลงต่อปีที่คงที่ ซึ่งเป็นแนวทางที่นิยมใช้ในงานด้าน climate monitoring และ remote sensing analysis แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยในวารสาร Remote Sensing of Environment และ Climatic Change ที่ระบุว่า: “LST trends over time can be estimated using a linear regression model where consistent year-to-year temperature increases are assumed under climate change scenarios.” โดยเฉพาะในบริบทของการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เฉพาะ เช่น เมืองที่มีแนวโน้มร้อนขึ้น หรือพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ การใช้โมเดลเชิงเส้นเพื่อคาดการณ์ค่าของ LST ในอนาคตจึงเป็นวิธีที่ถูกต้อง มีเหตุผล และได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาการ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


What method does the study use to forecast future landslides?

ARIMA and SPSS Forecasting Model

ในการศึกษาการพยากรณ์ดินถล่ม งานวิจัยได้นำ แบบจำลอง ARIMA (AutoRegressive Integrated Moving Average) มาใช้ร่วมกับเครื่องมือใน SPSS เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มข้อมูลในอดีต เช่น ปริมาณน้ำฝน ความชื้น ความลาดชัน และจำนวนเหตุการณ์ดินถล่ม ARIMA เป็นเครื่องมือวิเคราะห์อนุกรมเวลา (time series) ที่สามารถคาดการณ์ข้อมูลอนาคตได้แม่นยำ เมื่อข้อมูลมีรูปแบบต่อเนื่องในอดีต ขณะที่ SPSS ช่วยให้การประมวลผลและสร้างโมเดลทำได้สะดวกและเป็นระบบ การใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันจึงเป็นวิธีการพยากรณ์ที่มีพื้นฐานทางสถิติที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือกว่าการคาดเดาหรือการอ้างอิงจากปัจจัยที่ไม่มีเหตุผล

แนวคิดนี้อิงกับศาสตร์ของ Time Series Forecasting in Natural Hazard Assessment โดยเฉพาะแบบจำลอง ARIMA ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Natural Hazards และ Georisk Journal “ARIMA models, when implemented in platforms like SPSS, provide robust and interpretable forecasts for landslide occurrences based on historical geophysical data.” การใช้ ARIMA ผนวกกับซอฟต์แวร์วิเคราะห์เชิงสถิติอย่าง SPSS จึงเป็นแนวทางหลักในการพยากรณ์เหตุการณ์ดินถล่มในระดับพื้นที่ที่มีความเสี่ยง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 114.75 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา