| 1 |
Which of the following best describes the concept of "beat perception" as it relates to the auditory capabilities of newborn infants?
|
The extraction of a consistent rhythm from a sequence of sounds. |
|
“Beat perception” คือความสามารถในการรับรู้และติดตามจังหวะ (rhythm) ในลำดับของเสียง
ทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อจังหวะพื้นฐานของเสียงเพลงหรือเสียงพูดได้
งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าทารกมีความสามารถในการแยกแยะจังหวะซ้ำๆ และคาดการณ์จังหวะที่กำลังจะเกิดขึ้น
|
Beat Induction Theory: สมองของมนุษย์มีความสามารถโดยธรรมชาติในการรับรู้จังหวะและคาดการณ์จังหวะต่อไป
Neural Entrainment: สมองสามารถปรับกิจกรรมของมันให้สอดคล้องกับจังหวะของเสียงจากสิ่งแวดล้อม
Infant Rhythm Perception Studies: งานวิจัยโดยใช้ EEG พบว่าทารกสามารถรับรู้ความผิดปกติของจังหวะได้ตั้งแต่อายุไม่กี่เดือน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
According to the research, what experimental method is used to differentiate beat perception from statistical learning in newborns?
|
Monitoring brain activity using EEG during auditory stimulation. |
|
EEG (Electroencephalography) ใช้วัดกิจกรรมของสมองเพื่อตรวจสอบว่าทารกสามารถรับรู้จังหวะ (beat perception) ได้อย่างไร
ช่วยแยกแยะว่าทารกใช้การเรียนรู้ทางสถิติ (statistical learning) หรือรับรู้จังหวะโดยธรรมชาติ
การเปลี่ยนแปลงของสัญญาณสมองสามารถบ่งชี้ว่าทารกตอบสนองต่อจังหวะที่สม่ำเสมอหรือไม่
|
Neural Entrainment Theory: สมองสามารถซิงก์กับจังหวะของเสียง
Statistical Learning vs. Beat Induction: การเรียนรู้ทางสถิติใช้ความถี่ของเสียง ขณะที่การรับรู้จังหวะมาจากการประมวลผลแบบเป็นจังหวะ
Academic Reference: งานวิจัย EEG พบว่าทารกตอบสนองต่อจังหวะดนตรีได้แม้ไม่เคยได้ยินมาก่อน (Winkler et al., 2009)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
What does the mismatch response (MMR) in EEG studies indicate about newborns' auditory processing?
|
Sensitivity to regularity violations in sound sequences. |
|
Mismatch Response (MMR) ใน EEG แสดงให้เห็นว่าสมองของทารกสามารถตรวจจับความผิดปกติของเสียงที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบที่คุ้นเคย
การทดลอง EEG ใช้ oddball paradigm โดยเล่นเสียงซ้ำๆ แล้วแทรกเสียงที่แตกต่างเข้าไปเพื่อตรวจสอบว่าทารกรับรู้การเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่
หากทารกรับรู้ได้ สมองจะแสดง MMR เป็นคลื่นไฟฟ้าสมองที่แตกต่างจากปกติ
|
Predictive Coding Theory: สมองพยายามคาดการณ์สิ่งที่จะได้ยินและตอบสนองเมื่อมีสิ่งที่ผิดคาด
Neural Plasticity in Early Auditory Learning: แสดงให้เห็นว่าทารกมีการเรียนรู้ทางเสียงตั้งแต่เกิด
Academic Reference: งานวิจัย EEG พบว่าแม้ทารกแรกเกิดก็สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของเสียงได้ (Näätänen et al., 1997)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
What does the term "statistical learning" refer to in the context of auditory processing in newborns?
|
Extraction of regularities from the order of sounds without explicit feedback. |
|
ทารกสามารถตรวจจับรูปแบบซ้ำๆ ในลำดับเสียงได้โดยไม่ต้องมีการสอนโดยตรง
งานวิจัยพบว่าทารกสามารถแยกคำออกจากประโยคได้โดยใช้ความถี่ของพยางค์ที่เกิดขึ้นติดกันบ่อยๆ
การทดลองเช่น Saffran et al. (1996) ใช้การเล่นพยางค์แบบสุ่มและพบว่าทารกสามารถจับคู่พยางค์ที่มักเกิดขึ้นด้วยกัน
|
Implicit Learning Theory: มนุษย์สามารถเรียนรู้กฎเกณฑ์ของสิ่งเร้าได้โดยไม่รู้ตัว
Transitional Probability: ความน่าจะเป็นที่เสียงหนึ่งจะตามมาอีกเสียงหนึ่ง ช่วยให้ทารกแยกแยะโครงสร้างภาษา
Academic Reference: งานวิจัยแสดงว่าทารกอายุ 8 เดือนสามารถเรียนรู้โครงสร้างภาษาผ่านสถิติของเสียง (Saffran et al., 1996)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
Which condition in the EEG study did NOT result in a differentiation between beat and offbeat responses in newborns?
|
Jittered condition. |
|
การศึกษา EEG ตรวจสอบว่าทารกรับรู้จังหวะได้หรือไม่ โดยใช้เงื่อนไขที่ต่างกัน
Isochronous Condition (เสียงมาตามจังหวะที่สม่ำเสมอ) ทำให้เกิดความแตกต่างของ EEG ระหว่าง beat และ offbeat
Jittered Condition (จังหวะถูกทำให้ไม่สม่ำเสมอ) ทำให้ทารกไม่สามารถแยกแยะ beat ได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ไม่มีความแตกต่างของการตอบสนอง EEG
|
Neural Entrainment Theory: สมองปรับตัวให้เข้ากับจังหวะของเสียง แต่เมื่อจังหวะไม่แน่นอน (jittered) สมองไม่สามารถซิง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
Which neural mechanism is thought to underlie the synchronization of movement to a beat?
|
Neural entrainment. |
|
Neural Entrainment คือกระบวนการที่สมองซิงก์กิจกรรมของมันกับจังหวะของเสียง
งานวิจัย EEG และ MEG แสดงให้เห็นว่าสมองปรับคลื่นไฟฟ้าให้ตรงกับ beat ของเสียงดนตรี
กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับโครงข่ายประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหว เช่น basal ganglia และ motor cortex
|
Oscillatory Entrainment Theory: สมองใช้คลื่นสมองในการประสานกับจังหวะเสียง
Basal Ganglia-Motor Cortex Loop: มีบทบาทสำคัญในการจับจังหวะและควบคุมการเคลื่อนไหวตาม beat
Academic Reference: งานวิจัยพบว่า Neural Entrainment เชื่อมโยงกับความสามารถในการเคลื่อนไหวตามจังหวะ (Large & Snyder, 2009)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
How does beat perception in newborns relate to their later musical abilities?
|
It is fundamental for developing rhythmic coordination and timing. |
|
Beat perception ในทารกเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสามารถด้านจังหวะ (rhythmic coordination) ซึ่งสำคัญต่อทั้งการเคลื่อนไหวและดนตรี
งานวิจัยแสดงว่าทารกที่มี beat perception ดีกว่ามักพัฒนาทักษะด้านการประสานงานการเคลื่อนไหวและจังหวะได้ดีขึ้นในวัยเด็ก
การทดสอบ EEG พบว่าความไวต่อจังหวะในวัยทารกสามารถทำนายความสามารถด้านดนตรีในภายหลังได้
|
Neural Entrainment Theory: สมองซิงก์กับจังหวะ ช่วยพัฒนาการรับรู้จังหวะและการเคลื่อนไหว
Motor-Auditory Coupling: ความสัมพันธ์ระหว่างการประมวลผลเสียงและการควบคุมการเคลื่อนไหวมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านจังหวะ
Academic Reference: งานวิจัยพบว่าเด็กที่มี beat perception ดีมีแนวโน้มพัฒนาทักษะดนตรีและการเคลื่อนไหวที่แม่นยำกว่า (Gordon et al., 2011)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
What is the primary purpose of using EEG in studies of auditory processing in newborns?
|
To record brain responses to sounds. |
|
EEG ใช้ตรวจจับกิจกรรมทางไฟฟ้าของสมองเพื่อตอบสนองต่อเสียง
ช่วยวิเคราะห์ว่าทารกรับรู้จังหวะ (beat perception) และรูปแบบเสียง (statistical learning) ได้หรือไม่
เทคนิคเช่น Mismatch Response (MMR) ใช้ตรวจสอบว่าสมองของทารกสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของเสียงได้
|
Neural Entrainment Theory: สมองสามารถซิงก์กับเสียงและตอบสนองต่อจังหวะ
Event-Related Potentials (ERPs): EEG ใช้วัดการตอบสนองของสมองต่อสิ่งเร้าทางเสียง
Academic Reference: งานวิจัย EEG แสดงให้เห็นว่าทารกสามารถ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
What does an isochronous condition in an auditory study typically involve?
|
A consistent temporal interval between sounds. |
|
Isochronous condition หมายถึงการนำเสนอเสียงที่มีช่วงเวลาระหว่างกันเท่ากันตลอด
ใช้ในงานวิจัยด้าน auditory processing เพื่อตรวจสอบว่า สมองสามารถรับรู้จังหวะได้หรือไม่
ตัวอย่างเช่น ใน EEG studies ของทารก นักวิจัยใช้เสียงที่มี interval คงที่ เพื่อทดสอบว่าเด็กสามารถซิงก์กับจังหวะได้หรือไม่
|
Neural Entrainment Theory: สมองซิงก์กับจังหวะของเสียงโดยเฉพาะเมื่อ interval สม่ำเสมอ
Beat Perception Research: ทารกสามารถตรวจจับจังหวะเมื่อเสียงมีความสม่ำเสมอ (isochronous)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
Which auditory feature is NOT directly studied in the newborn auditory processing research?
|
Language comprehension. |
|
งานวิจัยด้านการประมวลผลทางเสียงในทารกมักเน้นไปที่ การรับรู้จังหวะ (beat perception), การเรียนรู้ทางสถิติ (statistical learning), การประสานกับจังหวะ (rhythmic entrainment) และ การรับรู้ทำนอง (melody recognition)
การเข้าใจภาษา เป็นทักษะที่พัฒนาขึ้นเมื่อทารกมีอายุมากขึ้น และไม่ใช่หัวข้อหลักในงานวิจัยเกี่ยวกับการประมวลผลเสียงในช่วงแรก
งานวิจัยมุ่งเน้นการศึกษาการรับรู้จังหวะและเสียงพื้นฐานก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ความสามารถในการเข้าใจภาษา
|
Neural Entrainment Theory: ทารกสามารถประสานสมองกับจังหวะเสียงและแยกแยะจังหวะที่มีความสม่ำเสมอ
Statistical Learning: ทารกสามารถรับรู้รูปแบบทางเสียงจากความถี่และการเกิดขึ้นบ่อยๆ
Academic Reference: งานวิจัยในด้าน Beat Perception และ Statistical Learning ในทารกแสดงให้เห็นว่าทารกสามารถเรียนรู้การคาดการณ์เสียงพื้นฐานได้ (Saffran et al., 1996)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
What term is used to describe the appearance of scientific credibility used in the marketing of unproven cell-based therapies?
|
Tokens of scientific legitimacy |
|
“Tokens of Scientific Legitimacy” หมายถึงการใช้สัญญาณหรือเครื่องหมายที่ดูเหมือนมีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ เช่น การอ้างอิงถึงการศึกษาหรือการทดลองที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
การตลาดใช้เทคนิคนี้เพื่อทำให้การบำบัดด้วยเซลล์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ดูน่าเชื่อถือหรือเป็นที่ยอมรับในแวดวงวิทยาศาสตร์
|
Scientific Credibility vs. Pseudoscience: เทคนิคการใช้คำและเครื่องหมายเพื่อสร้างภาพลวงตาของความน่าเชื่อถือในทางวิทยาศาสตร์
Marketing Tactics in Healthcare: การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อโน้มน้าวผู้บริโภคที่อาจไม่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
Academic Reference: งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าเทคนิคการใช้ “tokens” ช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น (Kaltreider, 2018)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
According to the article, which of the following is NOT a recognized reporting mechanism for adverse effects from cell and gene therapies?
|
Consumer Protection Agencies |
|
Consumer Protection Agencies ไม่ใช่กลไกที่ใช้ในการรายงานผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน
กลไกที่ยอมรับในการรายงานผลข้างเคียง ได้แก่ Clinical Trials.gov, MedWatch by the FDA, EudraVigilance by the EMA, และ TGA’s Safety Reporting Portal, ซึ่งเน้นการติดตามและรายงานผลข้างเคียงจากการรักษาในระดับวิทยาศาสตร์และการแพทย์
Consumer Protection Agencies มักเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านสินค้าและบริการทั่วไป แต่ไม่ได้มุ่งเน้นที่การรายงานผลข้างเคียงจากการรักษาทางการแพทย์
|
Adverse Event Reporting Systems: ระบบที่ใช้เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาและการรักษาตามที่หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA, EMA, TGA
Pharmacovigilance: การศึกษาผลกระทบของยาและการบำบัดทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
Academic Reference: การใช้ระบบการรายงานเช่น MedWatch และ EudraVigilance เพื่อเฝ้าระวังและจัดการผลข้างเคียง (FDA, 2022)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
What ethical consideration is primarily challenged by direct-to-consumer marketing of unproven cell and gene therapies?
|
Informed consent processes |
|
การตลาดตรงถึงผู้บริโภค (direct-to-consumer) สำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มีความเสี่ยงในการทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าใจถึงความเสี่ยงและข้อจำกัดของการรักษา
การขาดข้อมูลที่ชัดเจนและการสื่อสารที่เหมาะสมสามารถทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถให้ความยินยอมที่มีข้อมูลครบถ้วน (informed consent) ก่อนการรักษา
การที่ผู้บริโภคอาจถูกชักจูงให้ใช้การรักษาที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาทางจริยธรรมในการให้ความยินยอม
|
Informed Consent Theory: การให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนและชัดเจนแก่ผู้ป่วยก่อนการตัดสินใจในการรักษา
Ethical Challenges in Direct-to-Consumer Marketing: การทำตลาดโดยตรงต่อผู้บริโภคอาจขัดขวางการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และการตัดสินใจอย่างมีสติ
Academic Reference: การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า informed consent เป็นปัญหาสำคัญในกรณีของการบำบัดด้วยเซลล์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ (Srinivasan et al., 2021)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
What key feature differentiates proven CGT products from unproven ones according to regulatory standards?
|
Pre-marketing authorization by regulatory bodies |
|
Pre-marketing authorization คือการที่ผลิตภัณฑ์การบำบัดด้วยเซลล์และยีน (CGT) ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA หรือ EMA ก่อนที่จะนำออกสู่ตลาด
การได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเป็นเครื่องหมายของการที่ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบและตรวจสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานเหล่านี้จะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
|
Regulatory Approval Process: การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลมีบทบาทสำคัญในการรับรองว่า CGT ผ่านการทดสอบที่เพียงพอและได้รับการตรวจสอบความปลอดภัย
Clinical Trials and Standards: ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกและปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวด
Academic Reference: ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA หรือ EMA ได้รับการทดสอบและรับรองผ่านกระบวนการที่เข้มงวดในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ (FDA, 2020)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
Which of the following is a risk associated with unproven CGT products highlighted in the article?
|
Potential for serious health risks |
|
การบำบัดด้วยเซลล์และยีน (CGT) ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด ผลข้างเคียงที่รุนแรง เพราะอาจขาดการทดสอบทางคลินิกที่เพียงพอเพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลมักจะขาดข้อมูลที่จำเป็นในการประเมินผลกระทบระยะยาวหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
|
Risk-Benefit Assessment: การประเมินความเสี่ยงและผลประโยชน์ในกระบวนการพัฒนาและการรับรองผลิตภัณฑ์ CGT
Clinical Trials and Safety Standards: การทดสอบทางคลินิกที่ครอบคลุมเป็นสิ่งจำเป็นในการระบุผลข้างเคียงและความปลอดภัยของการบำบัด
Academic Reference: งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรองสามารถมีความเสี่ยงสูงต่อผู้ป่วยที่ใช้ (Munos, 2016)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
Which of the following is NOT a typical characteristic of unproven CGT products as discussed in the article?
|
Approval by major regulatory agencies |
|
Approval By Major Regulatory Agencies เป็นลักษณะที่ไม่พบในผลิตภัณฑ์ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์มักจะ ขาดการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลหลัก เช่น FDA หรือ EMA และมักจะไม่มีข้อมูลการวิจัยที่เพียงพอ เช่น ข้อมูลพรีคลินิก
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมีการตลาดที่ใช้ คำรับรองจากผู้ป่วย แต่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
|
Regulatory Approval Process: การได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลหลัก เช่น FDA หรือ EMA เป็นการรับรองว่า CGT ผ่านการทดสอบที่เพียงพอ
Characteristics of Unproven Products: ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มักขาดข้อมูลที่จำเป็น เช่น ข้อมูลพรีคลินิก และไม่ผ่านการทดสอบที่ครอบคลุม
Academic Reference: ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลมักจะขาดความน่าเชื่อถือและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง (FDA, 2021
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
How do regulatory bodies like the FDA and EMA ensure the safety of CGT products?
|
By requiring rigorous pre-marketing clinical trials |
|
Regulatory Approval Process: การได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลหลัก เช่น FDA หรือ EMA เป็นการรับรองว่า CGT ผ่านการทดสอบที่เพียงพอ
Characteristics of Unproven Products: ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มักขาดข้อมูลที่จำเป็น เช่น ข้อมูลพรีคลินิก และไม่ผ่านการทดสอบที่ครอบคลุม
Academic Reference: ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลมักจะขาดความน่าเชื่อถือและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง (FDA, 2021
|
Regulatory Approval Process: กระบวนการอนุมัติของ FDA และ EMA รวมถึงการทดสอบทางคลินิกที่ครอบคลุมก่อนการจำหน่ายClinical Trials: การใช้ clinical trials เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับในการรับรองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
Academic Reference: กระบวนการการทดสอบทางคลินิกโดยหน่วยงานกำกับดูแลมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผู้ป่วยจากการบำบัดที่อาจมีความเสี่ยง (FDA, 2020)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
What is the primary goal of the ISCT's position on cell and gene therapies as mentioned in the article?
|
To support evidence-based products and oppose unproven ones |
|
Regulatory Approval Process: กระบวนการอนุมัติของ FDA และ EMA รวมถึงการทดสอบทางคลินิกที่ครอบคลุมก่อนการจำหน่าย
Clinical Trials: การใช้ clinical trials เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับในการรับรองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
Academic Reference: กระบวนการการทดสอบทางคลินิกโดยหน่วยงานกำกับดูแลมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผู้ป่วยจากการบำบัดที่อาจมีความเสี่ยง (FDA, 2020)
|
Evidence-Based Medicine: การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการทดลองทางคลินิกเพื่อรับรองความปลอดภัยและประสิทธิภา
Regulatory Standards: การยึดมั่นในมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์และการทดสอบที่เข้มงวดในการรับรองการบำบัด
Academic Reference: การสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในกระบวนการพัฒนา CGT (ISCT, 2021)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
What is a potential consequence for patients using unproven CGT products?
|
Risk of serious adverse effects |
|
Unproven CGT products ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอและอาจนำไปสู่ ผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น การกระตุ้นภูมิคุ้มกันผิดปกติ, การเกิดเนื้องอก, หรือผลกระทบระยะยาวที่ไม่สามารถคาดเดาได้
เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักไม่ได้ผ่าน การทดลองทางคลินิกที่เข้มงวด พวกมันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยโดยไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเหมาะสม
|
Clinical Trials and Safety Standards: ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการรับรองต้องผ่าน การทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพในมนุษย์ ก่อนวางจำหน่าย
Risk-Benefit Assessment: หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA เน้นให้ความสำคัญกับ การประเมินความเสี่ยงก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะเข้าถึงผู้ป่วย
Academic Reference: งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์สามารถเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง (Mendonça et al., 2020)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
What role does the ISCT play in the context of cell and gene therapies?
|
It opposes the premature commercialization of unproven therapies. |
|
The ISCT (International Society for Cell & Gene Therapy) เป็นองค์กรที่มุ่งเน้น การส่งเสริมการพัฒนา CGT บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
หนึ่งในบทบาทหลักของ ISCT คือ ต่อต้านการนำผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์เข้าสู่ตลาดเร็วเกินไป เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
ISCT สนับสนุน การพัฒนา CGT ที่เป็นไปตามมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์และกฎระเบียบสากล เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
|
Evidence-Based Medicine: ISCT สนับสนุน การใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการทดลองทางคลินิก ในการพัฒนา CGT
Regulatory & Ethical Standards: การออกผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ต้องผ่าน การทดสอบที่เข้มงวด เพื่อป้องกันอันตรายจากการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์
Academic Reference: ISCT เน้นบทบาทของ วิทยาศาสตร์และจริยธรรม ในการควบคุม CGT (ISCT, 2021)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|