ตรวจข้อสอบ > ณัฐวรรณ แสนคำ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 130 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

อินนูลินเป็นธรรมชาติจัดเก็บคาร์โบไฮเดรตอยู่ในกว่า 36,000 ชนิด

เมื่ออินนูลินจัดเก็บคาร์โบไฮเดรตจึงเป็นสารชีวโมกุลประเภทคาร์โบไฮเดรต

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

1.ผิดเพราะคนเป็นเบาหวานมีปริมาณอินซูลินไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 2.ถูก 3.ถูก 4.ผิดเพราะจุดประสงค์ของการฉีดอินซูลินเข้าร่างกายเพื่อให้อินซูลินสามารถนำน้ำตาลในเส้นเลือดเข้าสู่เซลล์ใช้เป็นพลังงานต่อไป

1.ผิดแน่นอนเนื่องจากคนเป็นเบาหวานจะต้องได้รับการฉีดอินซูลินเป็นประจำดังนั้นเเสดงให้เห็นแล้วว่าผู้ป่วยเบาหวานต้องการอินซูลินในการรักษาดังนั้นจึงสื่อถึงว่าผู้ป่วยเบาหวานขาดอินซูลินด้วย 4.ผิดเพราะจุดประสงค์จริงๆของการฉีดอินซูลินเข้าไปคือต้องการได้พลังานมิใช่ต้องการกลูโคสในเส้นเลือด แนวทางการรักษาเบาหวานในเชิงปฏิบัติ พญ. ฉัตรประอร งามอุโฆษ ในกรณีที่ระดับน ้าตาลในเลือดยังสูงมากอยู่ เช่น FPG >250 มก/ดล หลังจากเริ่มการรักษา 2- 3 เดือน ควรพิจารณาใช้ อินซูลินรวมด้วย หรือ เปลี่ยนเป็ นฉีดอินซูลินเพียงอย่างเดียว เช่น  Intermediate acting insulin หรือ premix insulin วันละ 2 ครั ้ง  Daytime oral hypoglycemic drug + basal insulin โดย basal insulin อาจเลือกใช้เป็ น  Intermediate acting insulin เช่น NPH insulin ควร ฉีด เวลา 21.00 – 22.00 น.  Long acting insulin เช่น insulin glargine และ insulin detemir สามารถ ในตอน เช้าหรือก่อนนนอน ก็ได้ และเริ่มต้นประมาณ 10 unit และเพิ่มขนาดขึ ้น เพื่อให้ FPG เข้าสู่เป้ าหมาย ซึ่งการใช้อินซูลินเพื่อลดระดับน ้าตาล จะท าให้ภาวะglucose toxicity ลดลงและ beta cell สามารถท างานได้ดีขึ ้น ผู้ป่ วยบางรายอาจสามารถหยุดฉีดอินซูลินและใช้เพียงยากินได

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ค.ถูกเพราะpHมีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ ง.และจ.ผิดเพราะเอนไซม์มีผลทำให้เจลาตินเเข็งตัวช้า

เอนไซม์อาจไม่ทำงานในสภาวะเบส เจลาตินเเข็งตัวได้ดีในสภาวะเบส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ก. เพปไทด์ที่เกิดจากกรดXและกรดYทําปฏิกิริยากับCuSO4ในสภาวะเบสให้สารสีม่วง

ก.ถูกเพราะจากการทําปฏิกิริยากับCuSO4ในสภาวะเบสนั้นคือการทดสอบไบยูเร็ต ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาบริเวณพันธะเพปไทด์ของสารไตรเพปไทด์ขึ้นไป ค.ผิดเพราะมีจำนวนพันธะเพปไทด์เพียงแค่2พันธะ ง.ผิดเพราะถ้าไม่ใช้มีกรดอะมิโนที่ซ้ำกันจะได้สารไตรเพปไทด์6ชนิด

กรดอะมิโนและพันธะเฟปไทด์ โปรตีนประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไนโตรเจน เป็นองค์ประกอบหลัก นอกจากนี้อาจจะมีธาตุอื่น ๆ เป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย เช่น กำมะถัน ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี และทองแดง พบในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว และงา การทดสอบโปรตีน ปฏิกิริยาไบยูเรต (Biuret reaction) การทดสอบโปรตีนสามารถทดสอบได้ด้วยปฏิกิริยาไบยูเรต โดยให้โปรตีนทำปฏิกิริยากับสารละลาย CuSO4ในสารละลายเบส NaOH หรือ KOH จะได้สารสีน้ำเงินม่วง โดยปฏิกิริยา CuSO4ในสารละลายเบสจะทำปฏิกิริยากับองค์ประกอบย่อยของโปรตีนคือ กรดอะมิโน ได้สารสีน้ำเงินม่วง ซึ่งเป็นสารประกอบเชิงซ้อนระหว่าง Cu2+กับไนโตรเจนในสารที่มีพันธะเพปไทด์ตั้งแต่ 2 พันธะขึ้นไป

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ก.ผิด ค.ผิด ง.ผิด จ.ผิด

ไตรเพปไทด์ประกอบด้วยกรดอะมิโน3โมเลกุล โปรตีนไม่ได้จัดเป็แอมโฟเทริก โปรตีนก้อนกลมละลายน้ำได้ดี โปรตีนมีโครงสร้าง4แบบคือโคงสร้างปฐมภูมิ โคงสร้างทุติยภูมิ โครงสร้างลำดับที่สาม และโครงสร้างลำดับที่สี่

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A คือ กลีเซอรอล B คือ กรดไขมัน C คือ ไขมันและน้ำมัน

Cคือไขมันและน้ำมันเพราะกลีเซอรอลทำปฏิกิริยากับกรดไขมันได้ไขมันและน้ำมันกับ3H2O

ไขมันและน้ำมันเป็นเอสเทอร์ชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ จัดว่าเป็นสารอินทรีย์ประเภทเดียวกับไข (Wax) รวมเรียกว่า ไลปิด (Lipid)ไลปิด เป็นเอสเทอร์ที่โมเลกุลมีขนาดใหญ่ไม่มีขั้วจึงไม่ละลายน้ำ แต่ละลายได้ในตัวทำละลายไม่มีขั้ว คือตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น คลอโรฟอร์ม อีเทอร์ โพรพาโนน เบนซีน เป็นต้น ไลปิดซึ่งแบ่งเป็นไขมันและน้ำมันนั้นอาศัยสถานะเป็นเกณฑ์ ไขมันจะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง ในขณะที่น้ำมันจะเป็นของเหลว ทั้งไขมันและน้ำมันมีโครงสร้างอย่างเดียวกัน คือ เป็นเอสเทอร์ที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกลีเซอรอล กับกรดไขมัน กลีเซอรอล (glycerol ) เป็นสารประเภทแอลกอฮอล์ กรดไขมัน (fatty acid) เป็นสารประเภทกรดอินทรีย์ เอสเทอร์ที่เป็นไขมัน และน้ำมัน เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่ากลีเซอไรด์ (glyceride) หรือ กลีเซอริล เอสเทอร์ (glyceryl ester)

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จ. W และ W

น้ำมันที่มีโอกาสเป็นหัวใจขาดเลือดมาที่สุดคือน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมากที่สุด ซี่งก็คือW

นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ไขมันอิ่มตัว (Saturated fat) มีลักษณะเป็นของแข็งเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส มักพบในแหล่งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนยนม เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ติดหนัง ไขสัตว์ เนย ชีส น้ำมันพืชบางอย่างก็มีกรดไขมันอิ่มตัว เช่น น้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันมะพร้าว เหมาะแก่การทอดด้วยความร้อนสูง คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (Low – Density Lipoprotein cholesterol : LDL-C) ถ้ามีปริมาณมากในกระแสเลือดจะส่งผลให้มีสะสมในผนังหลอดเลือดมีผลทำให้เกิดการอักเสบ อาจทำให้หลอดเลือดตีบและแข็งได้ ในระยะยาวส่งผลให้เกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


จ.

ข้อ2และข้อ3ถูก

น้ำมันที่เเข็งตัวง่ายจะมีจุดหลอมเหลวสูง มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก และเหม็นหืนยาก ส่วนน้ำมันที่แข็งตัวยากเป็นน้ำมันที่ยังไม่อิ่มตัวมีจุดหลอมเหลวต่ำเกิดการเหม็นหืนได้ง่ายเนื่องจากไวต่อการทำปฏิกิริยากับอากาศ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ก. น้ำมันหมูประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าไขวัว

น้ำมันหมูและไขวัวคือไขมันอิ่มตัว น้ำมันมะกอกคือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

น้ำมันหมูมีกรดไขมันอิ่มตัวมากกว่าไขวัว

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

xคือไข่ขาว yคือน้ำตาลทราย น้ำตาลจัดเป็นสารชีวโฒเลกุลคาร์โบไฮเดรตประเภทสารให้พลังงานที่มีรสหวาน zคือ

xคือารทดสอบโปรตีน yคือการทดสอบคาร์โบไฮเดรต zคือการทดสอบกรด-เบส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข. มีข้อถูก 2 ข้อ

ข้อ1และข้อ3ถูก

4ผิดเพราะทำละบายวิตามินได้บางตัวเท่านั้น คือ A D E K

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


xคือปฏิกิริยาที่โปรตีนถูกดูดซึมเข้าร่างกายผ่านทางลำไส้ yคือปฏิกิริยาการทดสอบคาร์โบไฮเดรต zคือปฏิกิริยาการเกิดไขมัน

zเป็นโครงสร้างของปฏิกิริยาการเกิดไขัน

ก่อนที่โปรตีนจะดูดซึมเข้าร่างกายผ่านลำไส้ได้ต้องย่อยจนกลายเป็นกรดอะมิโนก่อน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


3

มีCH3อยู่3ตัว

มีพันธะมาเชื่อมกัน3พันธะ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ค. ไข่ขาว อะซีตาลดีไฮด์ แป้ง

xเป็นได้ทั้งโปรตีน กรดอะมิโน ไข่ขาว นมถั่วเหลือง นมสด yเป็นได้ทั้งกลูโคสและอะซีตาลดีไฮด์ zเป็นได้ทั้งแป้งและข้าวต้ม

xคือโปรตีน yคือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว zคือแป้ง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


2. พืชไม่สามารถใช้ ADP และ NADP+ ได้ตามปกติ

photosystemถูกทำลลายจากexcited electronไปยังNADP+ ได้

paraquatทำให้อิเล็กตรอนไม่สามารถส่งจากferridoxinไปยังNADP+ ได้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 49 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา