ตรวจข้อสอบ > อภิชญา จิรชีวีวงศ์ > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 63 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

การวิจัย EEG ใช้ลำดับเสียงที่มีสำเนียงไบนารีที่กระตุ้นจังหวะกเมื่อพบจังหวะเเบบไอโซโครนัส

อ้างอิงจากการทดลองกับผู้ใหญ่เเละลิงเเสม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง

สมองของทารกจะตรวจจับการเปลี่ยนเเปลงในลำดับเสียงที่ผิดปกติจากสิ่งที่คาดหวัง โดยที่สมองจะตอบสนองต่อความเเตกต่างของเสียงที่เกิดขึ้นในสภาพเเวดล้อม หรือเสียงที่ไม่ตรงกับรูปเเบบที่คุ้นเคย

เชื่อมโยงกับการตอบสนอง MMR ในทารกเเรกเกิด เพราะสะท้อนถึงกระบวนการที่สมองใช้ในการเรียนรู้เเละปรับตัวตามข้อมูลเสียงในสภาพเเวดล้อมของทารก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

เรียนรู้ที่จะทำนายเหตุการณ์ในอนาคตโดยอาศัยการวิเคราะห์ทางสถิติ

Statistical learning หมายถึงการใช้เทคนิคทางสถิติเพื่อวิเคราะ์เเละสร้างเเบบจำลองจากสัญญาณ EEG สำหรับการจดจำอารมณ์ ซึ่งเป็นวิธีการสำคัญแบะมักใช้คู่กับ Deep Learning เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพ

-การคิดวิเคราะห์ข้อมูล: Statistical Learning เกี่ยวข้องกับการใช้เทคนิคทางสถิติเพื่อแยกคุณลักษณะจากสัญญาณ EEG และสร้างแบบจำลองที่สามารถทำนายหรือจำแนกอารมณ์ได้อย่างแม่นยำ -การสร้างแบบจำลอง: รวมถึงการใช้วิธีการทางสถิติแบบดั้งเดิม เช่นการวิเคราะห์การถดถอย, การจำแนกประเภท, การลดมิติข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบของข้อมูล EEG และความสัมพันธ์กับอารมณ์ต่างๆ -การเปรียบเทียบกับ Deep Learning เพื่อชี้ให้เห็นว่า Statistical Learning มักต้องการการออกแบบคุณลักษณะด้วยมือ ในขณะที่ Deep Learning จะใช้การเรียนรู้โดยอัตโนมัติจากข้อมูลดิบค่ะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพไพเราะ (Melodic condition)

สภาพไพเราะ จะไม่ส่งผลให้เกิดความเเตกต่างระหว่างการตอบสนองเเบบจังหวะเเละการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกเเรกเกิด เพราะ MMR เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนเเปลงลำดับเสียงที่มีความสม่ำเสมอในการได้ยิน

สมองจะทำการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยใช้ข้อมูลที่เคยได้รับมาในอดีต เเเละสมองของทารกจะมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวตามสิ่งเเวดล้อมเเละข้อมูลใหม่ๆได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การขึ้นรถไฟประสาท

การขึ้นรถไฟประสาท (Neural Entrainment) คือกระบวนการที่การทำงานของเซลล์ประสาทปรับตัวให้สอดคล้องกับจังหวะของสิ่งเร้าภายนอกเช่น เสียงดนตรีหรือจังหวะ

การขึ้นรถไฟประสาท (Neural Entrainment) หมายถึงกระบวนการที่การทำงานของเซลล์ประสาทปรับตัวให้สอดคล้องกับจังหวะของสิ่งเร้าภายนอกเช่น เสียงดนตรีหรือจังหวะ การขึ้นรถไฟประสาทช่วยให้สมองสามารถประมวลผลและตอบสนองต่อจังหวะได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในบริเวณ Auditory Cortex และ Motor Cortex ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อให้การเคลื่อนไหวตรงกับจังหวะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

ทำนายความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีในอนาคต

เนื่องจากทารกแรกเกิดที่มีความสามารถในการรับรู้และตอบสนองต่อจังหวะดนตรีได้ แม้ว่ายังไม่เคยเรียนรู้หรือฝึกฝนมาก่อนแสดงให้เห็นว่าการรับรู้จังหวะอาจเป็นทักษะที่มีมาแต่กำเนิด

-ทารกแรกเกิดสามารถรับรู้จังหวะแม้ไม่เคยได้มีการเรียนรู้หรือฝึกฝนมาก่อน แสดงให้เห็นว่าน่าจะเป็นทักษะที่มาแต่กำเนิด -การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความสามารถทางดนตรีในอนาคต -จากการวิจัยการรับรู้จังหวะเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองที่เกี่ยวกับการประมวลผลเสียงและจังหวะซึ่งอาจส่งผลต่อการเรียนรู้ด้านดนตรีและทักษะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

มักใช้การเปลี่ยนเเปลงที่ไม่คาดหมายในช่วงเวลาระหว่างเสียง เช่นการเว้นระดับเสียงที่ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ต่อเนื่อง ในการเปลี่ยนเเปลงนี้ช่วยกระตุ้นการตอบสนอง โดยเฉพาะในกรณี MMR

สมองจะทำหน้าที่คาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นล่วงหน้าโดยใช้ข้อมูลที่เคยได้รับ หารมีการเปลี่ยนเเปลงที่ไม่คาดคิด สมองจะตอบสนองเพื่อปรับการคาดการณ์ใหม่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

เมื่อทารกได้รับเสียง กระบวนการนี้สามารถช่วยประเมินว่าทารกเเรกเกิดสามารถประมวลผลของเสียง เเละตอบสนองต่อมันได้ดีเเค่ไหน

สามารถศึกษาวิธีที่สมองของทารกตอบสนองต่อเสียงเเละการเปลี่ยนเเปลงในเสียง เเละช่วยให้เราเข้าใจการพัฒนาเเละการได้ยินของทารก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

การขึ้นรถไฟเป็นจังหวะ

การเคลื่อนไหวของร่างกายกับจังหวะของเสียง อย่างเช่นการขยับจังหวะตามเนื้อเพลง เป็นทักษะที่พัฒนาขึ้นได้ภายหลัง

ทารกสามารถเรียนรู้เเละระบุรูปเเบบจากสิ่งกระตุ้นทางเสียงที่ได้ยินได้โดยที่ไม่ต้องได้รับการสอนโดยตรง สามารถเเยกเเยะลำดับเสียงเเละการเรียนรู้ภาษาได้จากสภาพเเวดล้อมรอบตัว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

เป็นสัญลักษณ์ที่สร้างความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ อ้างอิงถึงวิทยาศาสตร์วงการตลาด ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ

ใช้สัญลักษณ์หรือคำพูดทางวิทยาศาสตร์ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

ผู้บริโภคบางส่วนอาจไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน เเละชัดเจนเกี่ยวกับความเสี่ยง ผลข้างเคียง ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างครบถ้วน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

ยืนยันว่าผลิตภัณท์มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพในระดับที่เหมาะสม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

ค่ารักษาผู้ป่วยสูง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


หน่วยงานกำกับดูแลเช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ทางคลินิกที่เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 55.85 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา