ตรวจข้อสอบ > หยกมนต์ ธำรงวิชย์สิริ > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 27 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

จากแนวคิดเรื่องbeat perception ในเด็กทารกแรกเกิดพบว่าทารกสามารถแยกแยะจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียงที่ได้ยินซึ่งมันเป็นพื้นฐานของการรับรู้ดนตรีและพัฒนาการทางการได้ยินของน้อง

ทารกไม่ได้รับรู้melody หรือharmony ได้ตั้งแต่เกิดแต่น้องสามารถตรวจจับจังหวะที่เกิดขึ้นซ้ำๆได้ ซึ่งเจ้าตัวจังหวะนี้จะเป็นพื้นฐานของการเรียนาุ้เพิ่มไม่อนาคต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

ตัดชอยส์ การใช้ดนตรีที่แตกต่างกันผิดเพราะการวิจับไม่ได้มุ่งที่แนวดนตรีแต่เน้นไปทางโครวสร้างจังหวะ การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงระดับเสียงผิด เพราะงานวิจัยไม่ได้ศึกษาความสามรถในการแยกแยะระดับเสียง แต่เน้นที่การรับรู้จังหวะ การสังเกตุพฤติกรรมระหว่างการเล่นฟรีผิด การวัดEEGเป็นวิธีที่ใช้จริงในการศึกษาการประมวลผลจังหวะ ไม่ใช่การสังเกตุพฤติกรรมโดยตรง

จากงานวิจัย “Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities”, นักวิจัยใช้ Electroencephalography (EEG) เพื่อติดตามการทำงานของสมองทารกขณะฟังเสียงที่มีโครงสร้างจังหวะต่างๆ การใช้ EEG ช่วยให้สามารถวัด Mismatch Negativity (MMN) หรือการตอบสนองของสมองต่อความผิดปกติของจังหวะ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าทารกสามารถตรวจจับจังหวะได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้ทางสถิติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง

การตอบสนองMMRแสดงจะให็เห็นว่าเด็กทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับการได้ยินพวกเสียงที่ไม่สอดคล้องกับรูปแบบเสียงที่เขาคาดหวังไว้

“Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities”คือตรงที่สนับสนุนที่เขียน ส่วนหลักการคือ การตอบสนอง MMR แสดงให้เห็นว่าเด็กทารกแรกเกิดสามารถตรวจจับการละเมิดความสม่ำเสมอของจังหวะเสียง ซึ่งสนับสนุนแนวคิดที่ว่าพวกเขามีความสามารถในการประมวลผลจังหวะตั้งแต่กำเนิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

การแยกความสม่ำเสมอออกจากลำดับของเสียงโดยไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน

การเรียนรู้ทางสถิติคือความสามารถของสมองในการตรวจจับรูปแบบที่มันเกิดซ้ำๆในลำดับของเสียงโดยไม่ต้องรับการตอบรับจากเด็ก Statistical Learning ในที่นี้มันจะไปเกี่ยวข้องกับ การวิเคราะห์และแยกแยะความสม่ำเสมอในลำดับของเสียงที่ได้ยินโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการเรียนรู้ภาษาและดนตรี

Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities” งานวิจัยนี้ตรวจสอบว่า Statistical Learning มีบทบาทในกระบวนการประมวลผลจังหวะของทารกหรือไม่ และพบว่าเด็กทารกสามารถตรวจจับจังหวะได้โดยไม่ต้องพึ่งการเรียนรู้ผ่านความน่าจะเป็นอะไรใดๆเลย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพความเงียบ

Silence Conditionไม่ได้ก่อให้เกิดความแตกต่างในการตอบสนองของสมองที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้จังหวะ เนื่องจากมันไม่มีสิ่งเร้าที่เป็นโครงสร้างทางจังหวะหรือเสียงใดๆ ที่สามารถกระตุ้นการตอบสนองทางประสาทได้ ในการศึกษานี้นักวิจัยจะใช้ Isochronous Condition และ เงื่อนไขที่มีการเปลี่ยนแปลงของจังหวะ เพื่อวัดว่า EEG สามารถตรวจจับการละเมิดความสม่ำเสมอของเสียงได้หรือไม่

“Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities” การทดลองที่เกี่ยวข้องกับ EEG มันใช้ภาวะไอโซโครนัสและจังหวะที่เปลี่ยนแปลงเพื่อศึกษาการรับรู้จังหวะ แต่ สภาพความเงียบไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างทาง EEG เนื่องจากไม่มีเสียงให้สมองมันตอบสนอง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การขึ้นรถไฟประสาท

การศึกษา EEG พบว่าแม้เด็กทารกจะยังไม่สามารถเคลื่อนไหวตามจังหวะได้อย่างชัดเจน แต่สมองของพวกเขาก็สามารถตรวจจับจังหวะผ่าน Neural Entrainment ได้ ซึ่งมันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทักษะด้านดนตรีและภาษาในอนาคต

“Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilities”Neural Entrainment ถูกเสนอเป็นกลไกที่รองรับการรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการซิงโครไนซ์ทางประสาทสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในช่วงวัยแรกเริ่มของมนุษย์นั่นเอง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

การรับรู้ตังหวะของเด็กทารกมันมีบทบาทสำคัณในการพัฒนาความสามารถด้านดนตรีและภาษาต่อไปได้ในอนาคต โดยเฉพาะในด้านของRhythmic and temporal coordination

ในวิจัยที่อยู่ในขอบเขตการสอบมันแสดงให้เห็นว่การที่มีการรับรู้จังหวะตั้งแต่แรกเกิดมีความเชื่องโยงกับความสามารถในการซิงโครไนซ์การเคลื่อนไหวพฤติกรรมที่เีก่ยวข้องกับจังหวะในตอนโต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

ภาวะdiscontinuity condition คือการเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลาระหว่างเสียง ซึ่งตัวนี้มันจะส่งผลต่อความสามารถของเด็กทารกในการตรวจจับและคาดการณ์จังหวะที่จะเกิดขึ้น

จากรายงานวิจับในขอบเขตการสอบมีดขียนถึงว่า นักวิจับใช้ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียงเพื่อตรวจสอบว่าทารกสามารถรับรู้จังหวะได้ยินจรองหรือแค่อาศัยการเรียนรุ็ทางสถิติจากความถี่ของเสียงที่มันกิดขึ้นต่อเนื่อง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

จุดประสงค์หบัดของEEGคือบันทึกการตอบสนองเสียงของเด็กทารก เพราะมันสามารถตรวจจับMMRซึ่งมันเปนการตอบสนองของสมองเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในลำดับเสียงแล้วไอสิ่งพวกนี้จะแสดงให้เห็นได้ว่าเด็กทารกเขาสามารถตรวจจับความไท่สม่ำเสมอของเสียงได้ ถึงแม้ว่าน้องๆตอนนั้นจะยังไม่มีประสบการณ์ในการเรียนรู้พวกจังหวะต่างๆ

ตามในบทความเลย Beat processing in newborn infants cannot be explained by statistical learning based on transition probabilitiมันชี้ให้เห็นว่าบทความที่น่าเชื่อถื มันสอดคล้องกับสาเหตุและคำตอบของหนูค่ะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

การศึกษาาการประมวลผลการได้ยินของน้องทารกจะมุ่งเน้นไปทางอื่นซะมากกว่า เช่นพวกbeat perception statistical learningแต่ไม่ได้มีเขียนไว้ในงานวิจับว่ามีการศึกษาความเข้าใจภาษาโดยตรงเ เพราะการที่เราจะเข้าใจภาษามันเป็นสิ่งที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการเรียนรู้พอควร

งานวิจัยนี้ ไม่ได้ศึกษาความเข้าใจภาษาโดยตรง แต่มันมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองของสมองต่อจังหวะและโครงสร้างเสียงค่ะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

จากเอกสารของISCT มันมีการกล่าวถึงscientific Legitimacy Symbolsซึ่งมนัก็คือการใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางวิทย์เพื่อทำให้วิธีการรักษาดูน่าเชื่อถือ แม้ว่ามันจะยังไม่มีการอนุมัติจากหน่อยงานที่เกี่ยวข้อง

“International Society for Cell & Gene Therapy Position Paper”ได้มีการกล่าวถึงปัญหาของการใช้สัญลักษณ์และคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ในเชิงการตลาด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการบำบัดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

พอร์ทัลการรายงานความปลอดภัยของ TGA

Consumer Protection Agencyไม่ใช่กลไกที่ได้รับการยอมรับโดยตรงสำหรับการรายงานผลข้างเคียงทางการแพทย์ พวกตัวหน่วยงานเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการปกป้องสิทธิ์ของผู้บริโภคในแง่ของการตลาดและการโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมมากกว่าเรื่องทางการแพทย์

ในบทความในขอบเขตการสอบกล่าวถึงเรื่องของระบบเฝ้าระวังทางการแพทย์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการบำบัด CGT

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

หนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับข้อกังวลที่มันอาจไปจัดกับหลักจริยธรรมคือปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการแจ้งความยินยอม อย่าวเช่นพวกผู้ให้บริการที่ขายCGTที่ยังไม่ได้มีรับการพิสูจน์ ส่วนนใหญ่ก็จะใช้ภาษาทางการที่มันดูเหมือนมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อโน้มน้าวให้คนซื้อ

ในไฟล์ขอบเขตการสอบมีพูดถึงเรื่องปัญหาของการตบากโดนตรงที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ไม่ครยถ้วน แล้วพวกนี้มันจะไปส่งผลให้การให้ความยินยอมมันไม่มีคุณภาพมากเพียงพอแล้วก็ยังผิดหลักจริยธรรมอีกด้วย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

พวกของผลิตภัณฑ์ต่างๆของCGTที่ได้รักการพิสูจน์ตรวจอะไรเรียบร้อยแล้วจะต้องได้รังPMAหรือว่าการอนุญาติก่อนการตลาดจากหน่วยงานที่ดูแลเช่ยEMA TGAก่อนที่จะสามมารถเอาออกไปจำหน่ายหรือเผยแพร่สู่ผู้บริโภค

เพื่อผลิตภันฑ์ที่ได้ออกมาจะได้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย แล้วก็เป็นมาตรฐานสากล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

CGTไม่ได้รับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพผ่านการทดลองทางคลินิกอย่างเป็นระบบมันเลยอาจจะนำไปสู้ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงได้

ใน/ฟล?ขอบเขตการสอบมีการกล่างถึงเรื่อง ความเสี่ยงด้านสุขภาพร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจาก CGTที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของผลการรักษาและอันตรายต่อผู้ป่วย คือมันไม่มาตรการหรือมาตรฐานที่ชัดเจนและมากพอ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

CGTมีการตรวจโดยหน่วยงานที่กำกับดูแล พวก FDA EMA TGA แล้วแต่ประเทศ ส่วนใหญ่ที่CGTมีปัญหาจะเป็นไปในด้านของพวกข้ามขั้นตอนการทดลองทางคลินิกซะมากกว่า

ในเอกสารในขอบเขตข้อสอบมีบอกเรื่องบักษณะของCGTที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ได้แก่พวกข้ามขันตอนคลินิก ค่าใช่จ่ายสูง แต่ไม่มีเรื่องการที่ไม่มีการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลหลัก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


หน่วยงานกำกับดูแลเช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

FDA food drug administration Us กะบEMA European Medicines Agengy eu กำหนดให้พวกผลิตภัณฑ์CGTต้องผ่านการทดลองทางคลินิกที่เข้มงวดมากๆก่อนที่จะได้กับการอนุมัติให้ไปจำหน่ายในตลาด

International Society for Cell & Gene Therapy Position Paperมีการกล่าวถึงข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล เช่นพวกFDA และ EMA ที่กำหนดให้ต้องมีการทดลองทางคลินิกอย่างเข้มงวด ก่อนที่ผลิตภัณฑ์ CGT จะได้รับการอนุมัติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

ISCTมันองค์กรวิชาการระดับนานาชาติที่โฟกัสไปที่การส่ง สเสริมมาตรฐานทางCGT ซึ่งเป้าหมายหลักของเจ้าตัวISCTที่พูดกล่าวไว้ในบทความคือมันจะสนับสนุนผลิตภัณฑ์CGTที่มีหลักฐานเชิงประจัทษ์ ต่อต้านCGTที่ไม่ผ่านการพิสูจน์และสนับสนุนมาตรฐานจริธรรมและกฏระเบียบ

ในบทความได้มีกล่างถึงบทบาทของISCTในการสนับสนุนCGTที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และต่อต้านการตลาดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการเช็คและพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

พวกสอนค้าCGtที่ไม่ผ่านการอนุมัติและพิสูจน์ส่วนใหญ่มันจะถูกทำใหตลาดโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอและไม่มีการทดลองทางคลินิกที่ข้มงวด

ในบทความได้มีการกล่าวถึงความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์CGTที่ไม่ได้รับการพิสูจน์และพวกอันตรายที่เกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยที่ใช้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

ISCTเป็นองค์กรที่สำคัญมากๆในการรับรองว่าCGtเป็นไปตามมาตรฐานวิทยาศาสตร์และกฏระเบียบของISCT หนึ่งในหน้าที่ISCTจึงเป็นการต่อต้านการขายสินค้าก่อนที่จะตรวจสอบให้เสร็จ

จากบทความในขอบแขตข้อสบเขียนว่าISCTมีจุดยืนที่ชัดเจนมากๆในการต่อต้านการขายCGTที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์และสนับสนุนการรักษาที่ผ่านมาตรการทางวิทยาศาสตร์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 119.75 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา