| 1 |
What is the primary goal of contact tracing in public health?
|
To stop the spread of diseases by identifying and informing contacts |
|
การติดตามการสัมผัส (contact tracing) เป็นกระบวนการสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจหาผู้ที่อาจได้รับเชื้อจากผู้ติดเชื้อ และแจ้งให้พวกเขาทราบเพื่อรับคำแนะนำในการป้องกัน เช่น การแยกตัว การกักตัว หรือการตรวจหาเชื้อ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไปยังผู้อื่นในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
|
ลดการแพร่เชื้อ: การติดตามการสัมผัสช่วยระบุและแจ้งผู้ที่อาจสัมผัสโรคเพื่อดำเนินการทดสอบและแยกตัวทันที ซึ่งช่วยลดอัตราการแพร่เชื้อและจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ โดยเฉพาะเมื่อรวมกับมาตรการอื่น เช่น การกักตัวและการเว้นระยะห่างทางสังคม การใช้งานเทคโนโลยี: งานวิจัยในสถานพยาบาลแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี เช่น แอปติดตามการสัมผัส สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรค โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่เสี่ยง เช่น บุคลากรทางการแพทย์ การใช้แอปเหล่านี้ช่วยแจ้งเตือนผู้สัมผัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
During the COVID-19 pandemic, what was one main reason people were motivated to isolate themselves after testing positive?
|
To avoid infecting others, particularly vulnerable populations |
|
ในช่วงการระบาดของ COVID-19 เหตุผลหลักที่ผู้คนมีแรงจูงใจที่จะแยกตัวหลังจากตรวจพบเชื้อคือ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสนี้
|
มาตรการด้านสาธารณสุข: รัฐบาลและหน่วยงานด้านสุขภาพได้เน้นย้ำความสำคัญของการแยกตัวผ่านการสื่อสารสาธารณะ โดยมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น รวมถึงการบังคับใช้กฎระเบียบในบางกรณี เช่น การกักตัวในบ้านหรือสถานที่ที่กำหนด แรงจูงใจภายนอก: ในบางประเทศมีการให้สิทธิประโยชน์ทางการเงิน เช่น การชดเชยรายได้สำหรับผู้ที่ต้องแยกตัว รวมถึงการเข้าถึงบริการตรวจหาเชื้อและการดูแลทางการแพทย์ฟรี เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
What method was commonly used for focus group discussions in the study on COVID-19 contact tracing?
|
Virtual, synchronous meetings |
|
การสัมภาษณ์แบบเสมือนจริงและการสัมภาษณ์ได้รับการบันทึกโดยใช้การประชุมทางไกลผ่านวิดีโอที่ปลอดภัยและดำเนินการเป็นภาษาอังกฤษและสเปน ผู้ดำเนินรายการหลักเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์แบบเสมือนจริงแต่ละครั้ง และผู้ดำเนินรายการสนับสนุนจดบันทึก ผู้สัมภาษณ์หนึ่งคนเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์แต่ละครั้ง ผู้ดำเนินรายการและผู้สัมภาษณ์ทุกคนเข้าร่วมการฝึกอบรม 2 ชั่วโมงเพื่อใช้แนวทางที่มีประสิทธิภาพ ยุติธรรม และคำนึงถึงความรุนแรง ซึ่งให้ความสำคัญกับมุมมองของผู้เข้าร่วมทุกคน
|
เหตุผลที่ใช้วิธีนี้:
การปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม: การประชุมแบบเสมือนจริงช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ ขณะยังคงรักษาการสื่อสารแบบเรียลไทม์ระหว่างผู้เข้าร่วมได้ ความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่าย: ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าร่วมการประชุมจากสถานที่ใดก็ได้ ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Zoom หรือ Microsoft Teams ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและการเดินทาง. การจัดเก็บข้อมูล: การสนทนาแบบเสมือนจริงมักบันทึกได้ง่าย ทำให้สามารถนำข้อมูลกลับมาใช้งานหรือวิเคราะห์ในภายหลังได้อย่างสะดวก
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
What factor did NOT influence the success of case investigation and contact tracing according to the article?
|
The color of the quarantine facilities |
|
สีของสถานที่กักกัน ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการสืบสวนและติดตามการสัมผัส เพราะไม่มีความเกี่ยวข้องทางตรงกับกระบวนการทางสาธารณสุขหรือความสามารถในการควบคุมโรคระบาด แต่อาจเป็นเพียงองค์ประกอบด้านการออกแบบหรือความสวยงามของสถานที่ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ของการกักกันหรือการปฏิบัติตามมาตรการของผู้ที่เกี่ยวข้อง.
เหตุผลสนับสนุน:
ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ฟังก์ชันการใช้งาน: ความสำเร็จของการกักกันขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น การจัดการสถานที่ ความสะอาด การสนับสนุนทางจิตใจและสุขภาพ และการปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุข ไม่ใช่การออกแบบหรือสีของสถานที่ 2. จุดประสงค์หลักคือการลดการแพร่เชื้อ
|
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ:
ความพร้อมของการทดสอบ: การเข้าถึงการตรวจหาเชื้ออย่างรวดเร็วและแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญในการระบุผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสได้ทันเวลา ความร่วมมือของประชาชน: ความเต็มใจที่จะให้ข้อมูลและปฏิบัติตามคำแนะนำ เช่น การแยกตัวและการกักตัว มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาด การเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้: การสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใสช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ อุดมการณ์ทางการเมืองของผู้เข้าร่วม: แม้จะไม่ใช่ปัจจัยโดยตรงเสมอไป แต่ความเชื่อทางการเมืองอาจมีผลต่อการยอมรับมาตรการสาธารณสุขในบางกรณี
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
Which demographic factor was reported to affect the experiences and behaviors of individuals regarding CI/CT?
|
Political ideology |
|
งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าอุดมการณ์ทางการเมืองสามารถมีอิทธิพลต่อการรับรู้และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับ CI/CT สำหรับ COVID-19 ( McClain and Rainie, 2020 ) อย่างไรก็ตาม เราพบว่าบุคคลที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันมักจะรายงานการกระทำที่คล้ายคลึงกันหลังจากผลการทดสอบ COVID-19 เป็นบวกหรือสัมผัสกับเชื้อ ข้อยกเว้นคือ บุคคลไม่กี่คนที่ระบุว่าตนเป็นอนุรักษ์นิยมรายงานว่าตนไม่ถือว่า COVID-19 เป็นโรคร้ายแรงและมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการป้องกันน้อยลงหากผลการทดสอบเป็นบวกหรือสัมผัสกับเชื้อในอนาคต แม้ว่าความรู้สึกนั้นจะไม่ได้แสดงออกอย่างกว้างขวางก็ตาม ขอแนะนำให้ส่งข้อความด้านสาธารณสุขที่เข้าถึงบุคคลต่างๆ ทั่วทั้งกลุ่มการเมืองเพื่อให้แน่ใจว่าคำแนะนำและข้อมูลสนับสนุนการดำเนินการที่เหมาะสม
|
อุดมการณ์ทางการเมือง:
ความเชื่อทางการเมืองอาจส่งผลต่อการยอมรับหรือปฏิเสธมาตรการสาธารณสุข รวมถึงการมีส่วนร่วมใน CI/CT ตัวอย่างเช่น ในบางประเทศ กลุ่มที่สนับสนุนอุดมการณ์เสรีนิยมอาจให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลมากกว่าและลังเลที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคล
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
What did participants report feeling after learning they were exposed to COVID-19?
|
Worry about their health and that of their contacts |
|
ความเฉยเมย: ผู้คนส่วนใหญ่มีปฏิกิริยาเชิงลบหรือวิตกกังวลแทนที่จะเมินเฉย.
ความตื่นเต้นหรือการบรรเทา: ไม่ใช่ความรู้สึกที่รายงานบ่อยนักในบริบทนี้ เนื่องจากการสัมผัส COVID-19 มักสร้างความกังวลมากกว่าความสบายใจ.
|
ความกังวลต่อสุขภาพของตนเอง: ผู้ที่ทราบว่าตนสัมผัสกับ COVID-19 มักรู้สึกวิตกเกี่ยวกับโอกาสที่ตนเองจะติดเชื้อและพัฒนาไปสู่การมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว ความกังวลต่อสุขภาพของผู้อื่น: ผู้คนมักกังวลว่าอาจแพร่เชื้อไปยังบุคคลใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรครุนแรง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
What was a common source of information for participants when they learned about their COVID-19 status?
|
Family, friends, and healthcare providers |
|
แหล่งข้อมูลที่ไม่เหมาะสม:
ข่าวลือทางโซเชียล: แม้ว่าผู้คนอาจพบข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันอาจทำให้เกิดความสับสนและความตื่นตระหนก.
หนังสือนิยายหรือโฆษณาทางโทรทัศน์: ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยตรงและไม่น่าเชื่อถือในบริบทนี้
สถานการณ์ที่ไม่มีข้อมูล:
มีรายงานในบางพื้นที่ที่การเข้าถึงข้อมูลอาจจำกัด โดยเฉพาะในชุมชนห่างไกลหรือกลุ่มประชากรที่ไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
|
ครอบครัว เพื่อน และผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ
คนส่วนใหญ่มักพึ่งพาคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัวหรือเพื่อน สำหรับคำแนะนำและการสนับสนุนทางอารมณ์.
ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ เช่น แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ เนื่องจากสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับการกักตัว การรักษา และการติดตามสุขภาพ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
Which of the following was NOT a method for collecting data in the study described?
|
Direct observations in homes |
|
การสังเกตโดยตรงในบ้าน อาจไม่เหมาะสมในบริบทนี้ เนื่องจากการวิจัยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์หรือแบบสอบถามเพื่อความสะดวกและความเป็นส่วนตัวในช่วงการระบาด.
|
การสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว: การสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมในแบบตัวต่อตัวสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสบการณ์และพฤติกรรมของพวกเขาในกระบวนการติดตามการสัมผัส
กลุ่มเป้าหมายเสมือนจริง: การใช้กลุ่มสนทนาออนไลน์หรือการสัมภาษณ์ผ่านเทคโนโลยี เช่น การประชุมทางวิดีโอหรือการสัมภาษณ์ออนไลน์เป็นวิธีที่นิยมในการรวบรวมข้อมูล เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างได้อย่างสะดวก
แบบสอบถามสำรวจ: แบบสอบถามสำรวจเป็นเครื่องมือที่ใช้บ่อยเพื่อรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก และมีการใช้ในการศึกษาทางระบาดวิทยาเพื่อประเมินพฤติกรรมและความรู้ของผู้คนเกี่ยวกับการติดตามการสัมผัส
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
What ethical considerations were emphasized during the focus group discussions?
|
Ensuring privacy and voluntary participation |
|
การรับประกันความเป็นส่วนตัวและการมีส่วนร่วมโดยสมัครใจ: ผู้เข้าร่วมในการศึกษาควรได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและได้รับความยินยอมก่อนการเข้าร่วมการศึกษาทุกกรณี โดยต้องมีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การศึกษาและการใช้ข้อมูล
|
ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้ป่วยและผู้ติดต่อที่เป็นตัวแทนของผู้คนจากกลุ่มเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ การเมือง และสังคมเศรษฐกิจที่หลากหลาย ผู้เข้าร่วมได้รับการยืนยันผลการทดสอบหรือการสัมผัสเชื้อ SARS-CoV-2 ในเชิงบวก อายุ เชื้อสายฮิสแปนิก ลาติน หรือสเปน เชื้อชาติ ระดับการศึกษาสูงสุด และอุดมการณ์ทางการเมือง ผู้เข้าร่วมจะถูกจัดประเภทเป็นเสรีนิยมหากพวกเขาเลือกเสรีนิยมสุดโต่ง เสรีนิยม หรือเสรีนิยมเล็กน้อย ปานกลางหากพวกเขาเลือกปานกลาง/ปานกลาง และอนุรักษ์นิยมหากพวกเขาเลือกอนุรักษ์นิยมเล็กน้อย อนุรักษ์นิยม และอนุรักษ์นิยมมากที่สุด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
How did the availability of self-tests in 2021 impact the public health response to COVID-19?
|
It decreased the accuracy of tests |
|
ทำให้ความแม่นยำในการทดสอบลดลง: แม้ว่าการทดสอบด้วยตนเองจะสะดวกและรวดเร็ว แต่บางครั้งความแม่นยำของการทดสอบอาจต่ำกว่าการทดสอบที่ทำโดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ทำให้บางครั้งผลลัพธ์อาจผิดพลาดได้
|
ในปี 2021 การมีอยู่ของการทดสอบด้วยตนเองสำหรับ COVID-19 (C19ST) มีบทบาทสำคัญในการเร่งการตอบสนองของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในการช่วยให้บุคคลสามารถตรวจสอบสถานะการติดเชื้อได้เร็วขึ้น การทดสอบด้วยตนเองซึ่งอนุญาตให้ผู้คนสามารถเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างได้ที่บ้าน ช่วยให้การตรวจจับเชื้อเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดระยะเวลาการรอผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การทดสอบแบบเดิมมีความล่าช้า
ในแง่ของการเข้าถึงการทดสอบ การทดสอบด้วยตนเองช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการตรวจ COVID-19 โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสังเกตการณ์และการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพในแต่ละบุคคล
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
What is urban ecology primarily concerned with?
|
The political systems in urban areas |
|
นิเวศวิทยาเมือง เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและมนุษย์ในเขตเมือง โดยเน้นที่การโต้ตอบระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น พื้นที่สีเขียว, ระบบนิเวศธรรมชาติ, และโครงสร้างพื้นฐานทางเมือง การศึกษานี้สำคัญในการทำความเข้าใจว่าการพัฒนาเมืองและการขยายตัวของพื้นที่มีผลต่อธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตในเมืองอย่างไร รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ, มลพิษ, และการใช้ทรัพยากร
|
นิเวศวิทยาเมือง (Urban ecology) เกี่ยวข้องกับการศึกษา การโต้ตอบระหว่างสภาพแวดล้อมในเมืองและระบบนิเวศ โดยเฉพาะการวิจัยวิธีที่สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมนุษย์ (เช่น อาคาร ถนน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ) มีผลกระทบต่อกันและกัน รวมถึงผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อระบบนิเวศในเมือง เช่น การใช้ที่ดิน การจัดการขยะ และการควบคุมมลพิษ
นอกจากนี้ ยังศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพที่เกิดจากการพัฒนาเมือง เช่น การเพิ่มขึ้นของพื้นที่สีเขียวในเมืองหรือการคงไว้ซึ่งพื้นที่ธรรมชาติในเขตเมือง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพในเขตเมืองได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
Which continent is noted as rapidly urbanizing within the study?
|
Africa |
|
การขยายตัวแอฟริกานั้นมีผลทั้งในแง่ของการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและความท้าทายในการบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของประชากรในเมือง
|
แอฟริกา กำลังเผชิญกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา การศึกษาแสดงให้เห็นว่าประชากรในเมืองแอฟริกาเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากหลายปัจจัย เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรในเมือง การย้ายถิ่นฐานจากชนบทสู่เมือง และการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ผลักดันให้เกิดการขยายตัวในเขตเมือง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
What significant bias is present in the study of urban ecology in Africa?
|
Focus on wealthy nations |
|
คาดว่าประเทศที่ร่ำรวยกว่า (กล่าวคือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สูงกว่า) จะเป็นประเทศที่มุ่งเน้นการศึกษาทางนิเวศวิทยาในเมืองเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเงินทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลในเชิงบวกต่ออัตราการตีพิมพ์ ( Man et al., 2004 ) ในทางกลับกัน เราได้ทดสอบด้วยว่าจำนวนสิ่งพิมพ์ในสาขานี้ได้รับอิทธิพลจากสถานะการอนุรักษ์และขนาดของภูมิภาคทางนิเวศในแอฟริกา
|
เน้นไปที่ประเทศที่ร่ำรวย: หลายการศึกษาในนิเวศวิทยาเมืองมักมุ่งเน้นไปที่เมืองหรือประเทศที่มีเศรษฐกิจมั่นคงหรือพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีทรัพยากรเพียงพอในการศึกษาหรือวิเคราะห์การพัฒนาเมือง เช่น ในประเทศแอฟริกาใต้หรือเคนยา แต่กลับละเลยประเทศที่มีความยากจนและกำลังพัฒนา ซึ่งมักมีการขยายตัวของเมืองที่ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนหรือการวิจัยอย่างเพียงพอ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
What factor did the study NOT find influencing research efforts in African urban ecology?
|
Technological advancements |
|
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าความเข้มข้นของการขยายตัวของเมือง, สถานะการอนุรักษ์ระบบนิเวศ,GDP และการกระจายทางภูมิศาสตร์ของการศึกษา ล้วนมีอิทธิพลต่อทิศทางและการพัฒนาในด้านนิเวศวิทยาเมืองในแอฟริกา แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดขอบเขตหรือทิศทางของการวิจัย
|
การศึกษานิเวศวิทยาเมืองในแอฟริกาไม่พบว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพยายามวิจัยในด้านนี้อย่างเด่นชัด แม้ว่าการพัฒนาเทคโนโลยีอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ในการศึกษาเกี่ยวกับนิเวศวิทยาเมือง แต่หลายการศึกษาพบว่าปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลมากกว่า คือ ความเข้มข้นของการขยายตัวของเมือง, สถานะการอนุรักษ์ระบบนิเวศ, และ การกระจายทางภูมิศาสตร์ของการศึกษาความก้าว หน้าทางเทคโนโลยีอาจมีบทบาทในหลายด้าน แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ผลักดันการวิจัยในแอฟริกา เนื่องจากความท้าทายที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ เช่น ปัญหาการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วและการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ความสนใจในการศึกษานิเวศวิทยาเมืองมักเน้นไปที่ปัจจัยเหล่านั้นมากกว่าความก้าวหน้าเทคโนโลยี .
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
Which method was used to gather data for the study?
|
Literature review and bibliographic searches |
|
2. วิธีการ
2.1 . การสืบค้นข้อมูลบรรณานุกรมและการคัดกรองเอกสาร
2.2 . การสกัดและจัดหมวดหมู่ข้อมูล
2.3 . การวิเคราะห์ทางสถิติ
|
การประเมินและสร้างพื้นฐานทางทฤษฎี: การทบทวนวรรณกรรมช่วยให้ผู้วิจัยสามารถเข้าใจแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ศึกษาได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างแนวทางการศึกษาและออกแบบการวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Boote & Beile, 2005).
การประหยัดเวลาและทรัพยากร: การสืบค้นข้อมูลบรรณานุกรมช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่แล้วได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลใหม่ทั้งหมด ซึ่งประหยัดเวลาและทรัพยากรในการศึกษา (Ridley, 2012).
การทำให้การวิจัยมีความน่าเชื่อถือ: การอ้างอิงแหล่งข้อมูลจากงานวิจัยก่อนหน้าเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงานวิจัยที่กำลังดำเนินการ และช่วยให้ผู้อ่านเห็นว่าผู้วิจัยได้ศึกษาผลงานที่เกี่ยวข้องมาก่อนแล้ว (Hart, 1998).
การค้นพบช่องว่างในงานวิจัย: การทบทวนวรรณกรรมช่วยให้เห็นช่องว่างในความรู้หรือประเด็นที่ยังไม่ได้รับการศึกษา ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างการวิจัยใหม่ๆ ที่สามารถเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้ได้ (Cooper, 1988)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
What does the study suggest is needed for urban ecology research in Africa?
|
Decreased funding for research |
|
เราจึงขอสนับสนุนให้หน่วยงานให้ทุนสนับสนุนการศึกษาของนักนิเวศวิทยา ในเมือง และนักวิจัยในท้องถิ่นเพื่อเอาชนะข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นนี้ได้ เหตุผลที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งที่อธิบายถึงความพยายามในการวิจัยที่ต่ำนั้นมีความเกี่ยวข้องบางส่วนกับเหตุผลก่อนหน้านี้: การขาดการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในแอฟริกาเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ
|
จำกัดโอกาสในการวิจัย: การลดเงินทุนทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการวิจัยที่ต้องการทรัพยากรจำนวนมากได้ ซึ่งอาจขัดขวางการค้นพบใหม่ ๆ หรือการพัฒนาเทคโนโลยีที่สำคัญในหลายสาขา เช่น การแพทย์, วิทยาศาสตร์, หรือการพัฒนาอย่างยั่งยืน (National Science Foundation, 2020).
ลดคุณภาพและปริมาณของงานวิจัย: การลดเงินทุนทำให้จำนวนงานวิจัยที่สามารถดำเนินการได้ลดลง ส่งผลให้ผลงานวิจัยที่สำคัญอาจไม่ได้รับการสนับสนุนตามที่ควร รวมถึงการขาดแคลนทรัพยากรในการทำการทดลองหรือการวิจัยภาคสนาม (Guthrie, 2016).
กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันระดับโลก: ในบางกรณี การลดทุนสนับสนุนทำให้ประเทศที่พึ่งพาทุนวิจัยจากรัฐบาลหรือองค์กรอื่น ๆ ไม่สามารถแข่งขันในตลาดการวิจัยระดับโลกได้ ส่งผลให้สูญเสียโอกาสในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (National Institutes of Health, 2018).
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
Which country was mentioned as having the majority of the studies?
|
South Africa |
|
แอฟริกาใต้ ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดในด้านการวิจัยนิเวศวิทยา โดยเฉพาะในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติและการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งแอฟริกาใต้มีความเป็นผู้นำในด้านนี้ในทวีปแอฟริกา ทั้งในด้านการศึกษาระบบนิเวศ, การวิจัยด้านการอนุรักษ์, และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กรต่างประเทศในการทำงานวิจัยด้านนิเวศวิทยา
|
แอฟริกาใต้ เป็นผู้นำในการศึกษาด้านนิเวศวิทยาในทวีปแอฟริกา เนื่องจากมีการวิจัยและโครงการด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติที่เข้มแข็ง พร้อมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน การวิจัยนิเวศวิทยาของแอฟริกาใต้มีความหลากหลายตั้งแต่การศึกษาระบบนิเวศในเขตแอฟริกาตอนใต้ไปจนถึงการวิจัยเกี่ยวกับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย เช่น ป่าไม้ ทะเลทราย และพื้นที่ชายฝั่ง แอฟริกาใต้ยังมีชื่อเสียงในด้านการศึกษาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง ซึ่งมีทั้งการศึกษาและโครงการอนุรักษ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งรัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศ เช่น โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการศึกษาทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าฝนเขตร้อนในแอฟริกาี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านการศึกษานิเวศวิทยา ด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มุ่งเน้นการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มหาวิทยาลัยเคปทาวน์ (University of Cape Town) ที่มีการวิจัยที่ก้าวหน้าทางด้านการอนุรักษ์และการจัดการสิ่งแวดล้อม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
How did the study categorize the geographic biases in research?
|
Unevenly distributed |
|
กระจายไม่สม่ำเสมอ: การศึกษานิเวศวิทยาในแอฟริกาไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอในการกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ อาจมีการศึกษามากในบางประเทศที่มีทรัพยากรในการวิจัยมาก เช่น แอฟริกาใต้ และมีการศึกษาน้อยในประเทศที่มีความยากจนหรือขาดแคลนทรัพยากรวนใหญ่เป็นชายฝั่งทะเล
|
แอฟริกาใต้ และ เคนยา เป็นประเทศที่ได้รับการสนับสนุนและการศึกษามากที่สุดในด้านนิเวศวิทยา เนื่องจากเมืองหลวงและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น โจฮันเนสเบิร์กหรือเคปทาวน์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของกิจกรรมเศรษฐกิจและการเมืองในแอฟริกาใต้ มีทรัพยากรในการวิจัยที่มากกว่าประเทศอื่นๆ ในขณะเดียวกัน, ประเทศในแอฟริกาตะวันตก หรือ แอฟริกากลาง อาจไม่ได้รับการศึกษานิเวศวิทยาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านทรัพยากรและการสนับสนุนจากภาครัฐหรือองค์กรระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมบางประเภทเช่น การขยายตัวของเมืองและการทำลายป่าไม้ ในพื้นที่ที่ขาดการวิจัยอาจถูกละเลยไปในระดับที่น้อยกว่าในพื้นที่ที่มีการศึกษามาก
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
What is a key recommendation from the study for improving urban ecology research in Africa?
|
Limit research to large cities |
|
การเสริมสร้างความร่วมมือและการสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัยในภูมิภาคและประเทศต่างๆ ตามที่แนะนำไว้ก่อนหน้านี้ในบริบททั่วไป ( McPhearson et al., 2016 ) วิธีนี้จะช่วยให้สามารถทำการศึกษาในระดับที่ใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งจะให้มุมมองเพิ่มเติมและเสริมซึ่งกันและกันสำหรับการศึกษาด้านเมือง/ท้องถิ่นที่จัดการกับปัญหาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
|
คำแนะนำที่สำคัญจากการศึกษาเพื่อปรับปรุงการวิจัยนิเวศวิทยาในเมืองในแอฟริกาคือ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ. การร่วมมือกันระหว่างประเทศต่าง ๆ จะช่วยให้การวิจัยนิเวศวิทยาในเมืองมีความหลากหลายและเข้าถึงข้อมูลจากหลายแหล่ง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองต่าง ๆ ของแอฟริกาได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้มีการสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยีจากองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการวิจัย.
การวิจัยไม่ควรจำกัดเฉพาะเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ควรขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ที่มีการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถตรวจสอบและจัดการปัญหาที่เกิดจากการขยายตัวของเมืองทั่วทั้งทวีปได้อย่างครอบคลุม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
According to the study, what impacts the number of publications in African urban ecology?
|
The GDP of the countries |
|
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของประเทศ: GDP ที่สูงสามารถหมายถึงการมีทรัพยากรทางการเงินที่เพียงพอในการสนับสนุนงานวิจัย รวมถึงการสนับสนุนจากรัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มจำนวนสิ่งพิมพ์ทางวิชาการได้ามสนใจส่วนตัวของนักวิจัย**: ความสนใจและความมุ่งมั่นของนักวิจัยมีผลต่อการศึกษาในสาขานี้ หากนักวิจัยมีความสนใจในด้านนิเวศวิทยาเมือง พวกเขาจะมีแรงจูงใจในการทำวิจัยและเผยแพร่สิ่งพิมพ์มากขึ้น
|
การศึกษาผลกระทบของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ต่อจำนวนสิ่งพิมพ์ในด้านนิเวศวิทยาเมืองในแอฟริกาแสดงให้เห็นว่าประเทศที่มี GDP สูงมักจะมีการวิจัยที่มากขึ้นและสามารถสนับสนุนโครงการวิจัยเกี่ยวกับนิเวศวิทยาเมืองได้ดีขึ้น การที่ประเทศมีเศรษฐกิจที่มั่นคงและสามารถลงทุนในด้านการศึกษาวิจัยและการพัฒนาได้ ส่งผลให้มีทรัพยากรที่มากขึ้นในการสนับสนุนการศึกษานิเวศวิทยาเมือง นอกจากนี้ ประเทศที่มี GDP สูงมักจะมีความสามารถในการดึงดูดนักวิจัยและสนับสนุนการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นในจำนวนงานวิจัยและการตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานิเวศวิทยาเมือง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|