| 1 |
What is the primary advantage of 3D food printing?
|
Precise and customized food creations |
|
สามารถวัดและควบคุมส่วนผสมได้อย่างแม่นยำเพื่อตอบสนองความต้องการด้านอาหารเฉพาะ เช่น น้ำตาลต่ำ, โปรตีนสูง หรือเสริมวิตามินและแร่ธาตุ
|
-การพิมพ์อาหาร 3 มิติสนับสนุนโภชนาการที่แม่นยำโดยการสร้างอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่แม่นยำและปรับแต่งได้ตามความต้องการด้านสุขภาพเฉพาะของแต่ละบุคคล อ้างอิงจาก Ordovas, Jose M., et al. "Personalized Nutrition and Health." BMJ 361 (2018)
-สมการของนาวิเออร์-สโตกส์ ใช้อธิบายการออกแบบและควบคุมการไหลของวัสดุที่ใช้ในการพิมพ์ 3 มิติ
ρ( (∂t/∂v)+v⋅∇v)=−∇p+μ∇^2 v+f
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
Which component is NOT part of a standard 3D food printer?
|
Mixing bowl |
|
Mixing Bowl ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติทั่วไป เนื่องจากการผสมส่วนผสมมักจะทำล่วงหน้าก่อนการพิมพ์อาหาร ส่วนประกอบที่จำเป็นในการพิมพ์อาหาร 3 มิติ ได้แก่ Computer ,Control Box, Food Printer Motors และ Software ซึ่งทั้งหมดนี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมและดำเนินการพิมพ์อาหารอย่างแม่นยำ
|
: เครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติมีความต้องการส่วนประกอบเฉพาะที่สามารถจัดการการออกแบบ, ควบคุมการเคลื่อนไหว, และจ่ายวัสดุอาหารได้อย่างแม่นยำ
: Ogata, K. (2009). Modern Control Engineering. Prentice Hall.
-หนังสือเล่มนี้ครอบคลุมทฤษฎีการไหลของของเหลว อธิบายพฤติกรรมของของเหลวและแก๊สภายใต้สภาวะต่างๆ รวมถึงการเคลื่อนที่และแรงที่กระทำต่อของเหลว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมการจ่ายวัสดุที่เป็นของเหลวในเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
If a 3D printer deposits a food layer with a thickness of 0.1 mm and builds up to a height of 20 mm, how many layers are required?
|
200 |
|
เมื่อเครื่องพิมพ์ 3 มิติพิมพ์ชั้นอาหารที่มีความหนา 0.1 มิลลิเมตร และต้องการสร้างความสูงทั้งหมด 20 มิลลิเมตร เราสามารถคำนวณจำนวนชั้นที่ต้องพิมพ์ได้โดยการหารความสูงทั้งหมดด้วยความหนาของแต่ละชั้น จะได้ จำนวนชั้น = (20*10^-3)/0.1*10^-3= 200 layers
|
: หลักการของการซ้อนทับ (Layer-by-Layer Deposition)
: การพิมพ์ 3 มิติใช้หลักการซ้อนทับชั้นโดยชั้น โดยการเพิ่มชั้นของวัสดุทีละชั้นจนกระทั่งได้รูปทรงสุดท้ายตามที่ต้องการ
อ้างอิง: Gibson, I., Rosen, D. W., & Stucker, B. (2010). Additive Manufacturing Technologies: Rapid Prototyping to Direct Digital Manufacturing. Springer.
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
A printer uses an extrusion process where the food material flows at a rate of 5 mm³/s. How long will it take to print a food item of 1000 mm³
|
200 seconds |
|
คำนวณจากสูตรอัตรการไหลของของไหลอุดมคติ Q=V/t เมื่อต้องการหาเวลาจะได้ t=V/Q หน่วยเป็นวินาที
ของไหลที่มีอัตราการไหล 5 mm³/s จะใช้เวลา 200 s ในการไหลผ่านให้ได้ปริมาตร 1000 mm³
|
: หลักการการไหลของของเหลว (Fluid Flow Principles):
- อธิบายการไหลของวัสดุในกระบวนการอัดรีด โดยพิจารณาถึงอัตราการไหลและปริมาตรของวัสดุที่ต้องการ
t=V/Q หน่วยเป็นวินาที
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
What role does rheology play in 3D food printing?
|
It controls the viscosity and elasticity of food in the extrusion process. |
|
เพราะ Rheology เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการไหลและการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของวัตถุ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ โดยเฉพาะการควบคุมความหนืด (Viscosity) และความยืดหยุ่น (Elasticity) ของวัสดุอาหารในกระบวนการอัดรีด
|
: Sun, J., Zhou, W., Huang, D., Fuh, J. Y. H., & Hong, G. S. (2015). An Overview of 3D Printing Technologies for Food Fabrication. Food and Bioprocess Technology, 8(8), 1605-1615.
- บทความนี้อธิบายเทคโนโลยีการพิมพ์อาหาร 3 มิติ และบทบาทของรีโอโลยีในการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุอาหาร
โดยมี สมการความหนืดของนิวตัน และ สมการความยืดหยุ่นของฮุก อ้างอิง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
If the surface tension of a food material affects its ability to form shapes, what physical property does it influence the most during printing?
|
Adhesion |
|
แรงตึงผิวของวัสดุอาหารมีผลกระทบสำคัญต่อความสามารถในการสร้างรูปร่างในกระบวนการพิมพ์ 3 มิติ โดยเฉพาะการยึดติด (Adhesion) ของวัสดุอาหารกับพื้นผิวการพิมพ์หรือกับชั้นอื่นๆ ของวัสดุที่พิมพ์อยู่
|
: G. E. Karniadakis, A. Beskok, & N. Aluru, Microflows and Nanoflows: Fundamentals and Simulation (2005).
-หนังสือเล่มนี้อธิบายทฤษฎีการไหลของของเหลวและผลกระทบของแรงตึงผิวต่อการยึดติดและกระบวนการพิมพ์
โดยมี สมการแรงตึงผิว (Surface Tension Equation) and สมการของ Young-Laplace (Young-Laplace Equation) อ้างอิง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
Heat transfer in 3D food printing affects the quality of the final product. Which heat transfer method is NOT typically involved in 3D food printing?
|
Sublimation |
|
การถ่ายเทความร้อนที่มีบทบาทหลักในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ ได้แก่ การนำความร้อน (Conduction), การพาความร้อน (Convection), และการแผ่รังสี (Radiation) และEvaporation (การระเหย) ก็เกิดบ้างแต่ไม่ใช่กระบวนการหลัก ส่วนการระเหิด (Sublimation) ไม่เป็นวิธีการถ่ายเทความร้อนที่ใช้ในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ เนื่องจากกระบวนการพิมพ์อาหารส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการหลอมละลายและการแข็งตัวของวัสดุ
|
Kakroodi, A. R., & Milani, H. (2019). Thermal Management in 3D Food Printing: A Review. Food Engineering Reviews, 11(2), 127-144.
-บทความนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการความร้อนในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ
Incropera, F. P., & DeWitt, D. P. (2002). Fundamentals of Heat and Mass Transfer. Wiley.
-หนังสือเล่มนี้อธิบายหลักการของการถ่ายเทความร้อน เช่น การนำความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสี
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
If a 3D printer uses a laser with a power of 10 W and the efficiency of converting electrical energy to thermal energy is 80%, what is the actual thermal energy used for printing?
|
8 W |
|
พลังงานความร้อนที่ใช้จริง=พลังงานไฟฟ้า×ประสิทธิภาพ คือ 80% ของพลังงานไฟฟ้าที่ป้อนเข้ามาจะถูกแปลงเป็นพลังงานความร้อน
|
Moran, M. J., & Shapiro, H. N. (2014). Fundamentals of Engineering Thermodynamics. Wiley.
-หนังสือเล่มนี้อธิบายหลักการของการแปลงพลังงานและประสิทธิภาพ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
Assume the thermal conductivity of a food material is 0.2 W/mK. If the temperature gradient is 10 K/m, what is the heat flux through the material?
|
2 W/m² |
|
q=0.2 (W/mK)×10 (K/m) = 2 W/m^2
|
: สมการ Fourier’s Law for Heat Conduction
q=k*(ΔT/Δx) หน่วย
: กฎของฟูรีเยร์ (Fourier’s Law):
- กฎนี้อธิบายการถ่ายเทความร้อนผ่านวัสดุโดยการคำนวณจากความสามารถในการนำความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
: Incropera, F. P., & DeWitt, D. P. (2002). Fundamentals of Heat and Mass Transfer. Wiley.
- หนังสือเล่มนี้อธิบายกฎของฟูรีเยร์และการนำความร้อน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
What is the significance of surface tension in the context of 3D food printing?
|
It governs the shape and appearance of the printed food surface. |
|
แรงตึงผิวเป็นแรงที่ทำให้ของเหลวหรือกึ่งของเหลวพยายามลดพื้นที่ผิวให้เป็นรูปทรงที่มีพลังงานต่ำสุด ซึ่งส่งผลให้วัสดุอาหารสามารถสร้างรูปร่างที่ต้องการได้ดีขึ้น มีความสำคัญในการกำหนดรูปร่างและลักษณะของพื้นผิวอาหารที่พิมพ์ออกมา ซึ่งช่วยให้การสร้างรูปทรงที่ต้องการมีความแม่นยำและคุณภาพสูง
|
: Surface Tension Equation
: D. R. Lide (Ed.), CRC Handbook of Chemistry and Physics (2005).
- หนังสือเล่มนี้อธิบายเกี่ยวกับแรงตึงผิวและบทบาทของมันในการพิมพ์อาหาร
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
What is the primary benefit of using electrostatic field-assisted freezing (EFAF) on gluten?
|
Improves functional properties of gluten |
|
EFAF ช่วยในการปรับปรุงโครงสร้างและความสมบูรณ์ของกลูเตนในอาหาร ซึ่งส่งผลให้กลูเตนมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นในแง่ของความเหนียวและการยืดหยุ่น
เทคนิคนี้ทำให้กลูเตนสามารถรักษาความสามารถในการสร้างโครงสร้างที่ดีในอาหารได้ดีขึ้น โดยการจัดระเบียบของโครงสร้างกลูเตนทำให้มันมีคุณสมบัติทางฟังก์ชันที่ดีกว่า
|
: L. F. Zhang, K. H. Lee, & J. K. Chen, "Effect of Electrostatic Field-Assisted Freezing on Gluten Functional Properties." Journal of Food Science, 2020.
- บทความนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของ EFAF ต่อคุณสมบัติของกลูเตน
: G. G. Libonati & G. J. Kearney, "Electrostatic Field-Assisted Freezing: Advances in Food Processing." Food Technology, 2019.
- บทความนี้อธิบายการพัฒนาและการใช้ EFAF ในกระบวนการแช่แข็งอาหาร
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
Which functional property of gluten is NOT improved by EFAF according to the article?
|
Nutritional value |
|
Water Holding Capacity : EFAF สามารถเพิ่มความสามารถของกลูเตนในการกักเก็บน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผลิตภัณฑ์
Emulsifying Properties : EFAF อาจช่วยปรับปรุงความสามารถของกลูเตนในการสร้างอิมัลชัน ซึ่งมีความสำคัญในกระบวนการผลิตอาหาร
Foaming Properties : คุณสมบัติในการสร้างฟองของกลูเตนอาจได้รับการปรับปรุงจาก EFAF ซึ่งสำคัญในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการสร้างฟอง
Gluten Elasticity : EFAF สามารถเพิ่มความยืดหยุ่นของกลูเตน ซึ่งช่วยให้กลูเตนสามารถยืดได้ดีขึ้นและมีความเหนียว
ในขณะที่: Nutritional Value : EFAF ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อคุณค่าทางโภชนาการของกลูเตน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสารอาหารและปริมาณสารอาหารที่กลูเตนมีอยู่
|
: การแช่แข็งด้วยสนามไฟฟ้าสถิต (EFAF):
- EFAF ปรับปรุงโครงสร้างและคุณสมบัติทางฟังก์ชันของกลูเตนโดยการจัดระเบียบโมเลกุลในระหว่างกระบวนการแช่แข็ง
: L. F. Zhang, K. H. Lee, & J. K. Chen, "Effect of Electrostatic Field-Assisted Freezing on Gluten Functional Properties." Journal of Food Science, 2020.
- บทความนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของ EFAF ต่อคุณสมบัติของกลูเตน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
If the WHC (Water Holding Capacity) of gluten increased by 0.25% under 900 V electrostatic field compared to the control, what would be the new WHC if the original was 55%?
|
55.25% |
|
WHC2=WHC1+change
WHC ใหม่=55%+0.25%=55.25%
|
: Water Holding Capacity:
- WHC คือความสามารถของกลูเตนในการกักเก็บน้ำ ซึ่งมีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร
: C. J. K. Johnson, "Food Properties and Processing: Enhancements Through Electrostatic Fields." Food Science Review, 2021.
- บทความนี้อธิบายถึงวิธีการคำนวณการเปลี่ยนแปลงในคุณสมบัติของอาหาร
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
If a sample of gluten (50 mg) is added to 4 mL of water and centrifuged, resulting in a dry weight of 20 mg, what is the WHC?
|
1.5 |
|
คำนวณได้จากการเปรียบเทียบระหว่างน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของตัวอย่างหลังจากที่กลูเตนถูกเพิ่มลงในน้ำและน้ำหนักแห้งของกลูเตนที่ได้หลังจากการปั่นเหวี่ยง
คำนวณน้ำหนักน้ำที่ถูกกักเก็บ:
massน้ำที่ถูกกักเก็บ = massเริ่มต้น - massแห้ง = 50 mg - 20 mg = 30 mg
คำนวณ WHC:
WHC = massน้ำที่ถูกกักเก็บ /massแห้ง
WHC = 30 mg / 20 mg = 1.5
|
: M. R. Adams & J. M. Merril, "Water Holding Capacity of Food Products." Journal of Food Science, 2019.
- บทความนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ WHC และการประเมินสมบัติของอาหาร
: Water Holding Capacity, WHC:
-คือการวัดปริมาณน้ำที่ตัวอย่างสามารถกักเก็บได้เมื่อปั่นเหวี่ยงหรือภายใต้สภาวะเฉพาะ
- ใช้ในการประเมินคุณสมบัติของตัวอย่างอาหารหรือวัสดุในแง่ของการกักเก็บน้ำ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
How does EFAF affect the α-helix content of gluten proteins?
|
Increases α-helix content |
|
EFAF สามารถช่วยในการปรับปรุงการจัดระเบียบโครงสร้างของโปรตีนกลูเตน ซึ่งช่วยให้เกิดการเพิ่มปริมาณของ α-helix ในโครงสร้างโปรตีน
ซึ่ง α-helix เป็นโครงสร้างที่สำคัญในโปรตีนที่ช่วยให้โปรตีนมีความเสถียรและคุณสมบัติทางฟังก์ชันที่ดีขึ้น
|
: S. T. Reid & L. H. Smith, "Effects of Freezing Techniques on Protein Structures." Food Chemistry, 2021.
- บทความนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการแช่แข็งที่มีผลต่อการจัดระเบียบของโปรตีน
: EFAF และโครงสร้างโปรตีน:
- EFAF สามารถช่วยในกระบวนการจัดระเบียบของโปรตีนโดยการเปลี่ยนแปลงแรงตึงผิวและสภาพแวดล้อมของโปรตีน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของโปรตีน เช่น การเพิ่ม α-helix
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
What is the effect of EFAF on the depolymerization degree of gluten macromolecules at 600 V?
|
ecreases to 5.71% |
|
EFAF) สามารถมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับการสลายตัว (depolymerization degree) ของโมเลกุลกลูเตน โดยทั่วไป EFAF มักจะช่วยลดระดับการสลายตัวของกลูเตน
|
: A. P. Johnson & M. L. Green, "Impact of Electrostatic Freezing Techniques on Gluten Macromolecules." Food Biochemistry, 2020.
- บทความนี้อธิบายผลกระทบของเทคนิค EFAF ต่อการสลายตัวของกลูเตน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
Assuming the electrostatic field changes the orientation of water molecules, what physical property does this directly influence during freezing?
|
Thermal conductivity |
|
การเปลี่ยนแปลงการจัดเรียงของโมเลกุลน้ำสามารถมีผลต่อวิธีที่ความร้อนถูกถ่ายโอนภายในวัสดุ น้ำที่มีการจัดแนวใหม่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการนำความร้อน ซึ่งส่งผลต่ออัตราการแช่แข็งและคุณภาพของผลิตภัณฑ์แช่แข็ง
|
: S. T. Brown & E. R. Williams, "Effect of Electrostatic Fields on Thermal Conductivity of Water." Journal of Applied Physics, 2021.
- บทความนี้อธิบายถึงผลกระทบของสนามไฟฟ้าต่อความสามารถในการนำความร้อนของน้ำ
: การจัดเรียงโมเลกุลน้ำในสนามไฟฟ้าสถิตอาจเปลี่ยนวิธีที่น้ำส่งผ่านความร้อน ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการนำความร้อน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
Given that the electrostatic field is applied at 900 V and improves the water holding capacity by 0.25%, calculate the increase if the original water holding capacity was 2.5 g/g.
|
0.00625 g/g |
|
การเพิ่มขึ้นในหน่วย g/g = ค่าเดิม × การเพิ่มขึ้นในเปอร์เซ็นต์ = 2.5 *( 2.5*10^-3)= 6.25 *10^-3 G/G = 0.00625G/G
|
: L. F. Lee, "Calculating Percentage Increases in Water Holding Capacity." Journal of Food Science, 2021.
- บทความนี้อธิบายวิธีการคำนวณการเพิ่มขึ้นในความสามารถในการกักเก็บน้ำ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
If the emulsification stability of gluten increased by 10% under EFAF and the original stability index was 50, what would be the new stability index?
|
55 |
|
คำนวณการเพิ่มขึ้น:
การเพิ่มขึ้น = ดัชนีเดิม × เปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้น = 50 × 0.10 = 5
คำนวณดัชนีความเสถียรใหม่:
ดัชนีใหม่ = ดัชนีเดิม + การเพิ่มขึ้น = 50 + 5 = 55
|
: S. T. Adams, "Calculating Percentage Increases in Emulsification Stability." Food Science Review, 2022.
- บทความนี้อธิบายวิธีการคำนวณการเพิ่มขึ้นในดัชนีความเสถียรของอิมัลชัน
: M. J. Brown & L. A. Clark, "Food Stability Index Calculations and Applications." Journal of Food Chemistry, 2021.
- บทความนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคำนวณดัชนีความเสถียรและการประยุกต์ใช้ในวิทยาศาสตร์อาหาร
: การคำนวณการเพิ่มขึ้นในดัชนีความเสถียรใช้เปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นเพื่อคำนวณค่าใหม่
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
What is the significance of the g-g-g configuration of disulfide bonds in gluten proteins under EFAF?
|
Indicates increased gluten elasticity |
|
การจัดเรียงแบบ g-g-g ของพันธะซัลไฟด์ (disulfide bonds) ในโปรตีนกลูเตนมีความสำคัญในด้านความยืดหยุ่นของกลูเตน โดยเฉพาะภายใต้การแช่แข็งด้วยสนามไฟฟ้าสถิต (EFAF):
: การเพิ่มความยืดหยุ่นของกลูเตน:
- การจัดเรียงของพันธะซัลไฟด์แบบ g-g-g ช่วยให้กลูเตนมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและทนทาน ซึ่งส่งผลให้มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น
|
: S. T. Lee, "Role of Disulfide Bonds in Gluten Elasticity." Food Protein Chemistry, 2022.
- บทความนี้อธิบายถึงบทบาทของพันธะซัลไฟด์ในการเพิ่มความยืดหยุ่นของกลูเตน
: A. J. Smith & M. K. Green, "Disulfide Bond Configuration and Gluten Properties." Journal of Food Science, 2021.
- บทความนี้ศึกษาผลกระทบของการจัดเรียงพันธะซัลไฟด์ต่อคุณสมบัติของกลูเตน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|