| 1 |
What is the primary advantage of 3D food printing?
|
Precise and customized food creations |
|
3D food printing ใช้เทคโนโลยีการเติมเนื้อวัสดุทีละชั้น ทำให้สามารถควบคุมรูปร่างและโครงสร้างของอาหารได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนส่วนผสมได้ตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น ปรับปริมาณสารอาหาร หรือสร้างอาหารที่ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ ตัวอย่างเช่น การสร้างอาหารที่มีรูปทรงเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการกลืน หรืออาหารที่มีส่วนผสมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
|
หลักการทำงานของ 3D food printing คือการใช้เครื่องพิมพ์ที่สามารถฉีดหรือบีบส่วนผสมอาหารออกมาเป็นชั้นๆ ตามแบบที่ออกแบบไว้ในคอมพิวเตอร์ ส่วนผสมอาหารที่ใช้สามารถเป็นได้ทั้งของเหลว ของกึ่งแข็ง หรือของแข็งที่ผ่านกระบวนการทำให้เหลวหรือกึ่งแข็งได้ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ 3D food printing ในการสร้างอาหารที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น งานวิจัยของ Lipton et al. (2015) ที่ศึกษาการใช้ 3D food printing ในการสร้างอาหารสำหรับผู้สูงอายุ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
Which component is NOT part of a standard 3D food printer?
|
Mixing bowl |
|
คอมพิวเตอร์ (Computer): ควบคุมกระบวนการพิมพ์ทั้งหมด รวมถึงการส่งคำสั่งไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องพิมพ์
กล่องควบคุม (Control Box): ทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งจากคอมพิวเตอร์ และควบคุมการทำงานของมอเตอร์และส่วนประกอบอื่นๆ
มอเตอร์ของเครื่องพิมพ์อาหาร (Food Printer Motors): ควบคุมการเคลื่อนที่ของหัวฉีดและแท่นพิมพ์ เพื่อสร้างรูปร่างอาหารตามที่ออกแบบไว้
ซอฟต์แวร์ (Software): ใช้ในการออกแบบโมเดลอาหาร 3 มิติ และแปลงโมเดลให้เป็นคำสั่งที่เครื่องพิมพ์สามารถเข้าใจได้
|
หลักการทำงานของเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติ คือการใช้เทคโนโลยีการเติมเนื้อวัสดุทีละชั้น (Additive Manufacturing) โดยหัวฉีดจะทำการบีบหรือฉีดวัตถุดิบอาหารที่เป็นของเหลวหรือกึ่งเหลวออกมาทีละชั้นตามแบบที่กำหนดไว้ในซอฟต์แวร์ กระบวนการนี้จะทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รูปร่างอาหารตามที่ต้องการ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
If a 3D printer deposits a food layer with a thickness of 0.1 mm and builds up to a height of 20 mm, how many layers are required?
|
200 |
|
จำนวนชั้น = ความสูงรวม / ความหนาของแต่ละชั้น = 20 มม. / 0.1 มม./ชั้น = 200 ชั้น
|
หลักการคิดนี้เป็นการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างระยะทาง, ความเร็ว, และเวลา โดยในที่นี้เราปรับใช้เป็น ความสูงรวม, ความหนาของแต่ละชั้น, และจำนวนชั้น ตามลำดับ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
A printer uses an extrusion process where the food material flows at a rate of 5 mm³/s. How long will it take to print a food item of 1000 mm³
|
200 seconds |
|
ปริมาตร = พื้นที่ x ความหนา = 1000 mm**2 x 1 mm = 1000 mm**3
เวลา = ปริมาตร / อัตราการไหล = 1000 mm**3 / 5 mm**3/s = 200 วินาที
|
ปริมาตร = อัตราการไหล x เวลา/ เวลา = ปริมาตร / อัตราการไหล
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
What role does rheology play in 3D food printing?
|
It controls the viscosity and elasticity of food in the extrusion process. |
|
Rheology คือศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการไหลและการเปลี่ยนรูปของวัสดุ ซึ่งในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ วัตถุดิบอาหารจะต้องถูกบีบผ่านหัวฉีดออกมาเป็นเส้น การควบคุมความหนืด (viscosity) และความยืดหยุ่น (elasticity) ของวัตถุดิบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการและรักษาโครงสร้างของอาหารที่พิมพ์ออกมา
|
หลักการของ Rheology ถูกนำมาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ โดยมีการศึกษาและทดลองเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติทางรีโอโลยีของวัตถุดิบอาหารกับพารามิเตอร์การพิมพ์ต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความดัน และความเร็วในการพิมพ์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
If the surface tension of a food material affects its ability to form shapes, what physical property does it influence the most during printing?
|
Adhesion |
|
แรงตึงผิว (surface tension) คือ แรงที่เกิดขึ้นที่ผิวของของเหลว ทำให้ผิวของของเหลวมีแนวโน้มที่จะหดตัวให้น้อยที่สุด ในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ แรงตึงผิวมีผลต่อความสามารถของวัตถุดิบในการรักษารูปร่างที่ต้องการหลังจากถูกพิมพ์ออกมา หากแรงตึงผิวสูงเกินไป วัตถุดิบอาจจะไม่สามารถเกาะติดกันเป็นรูปร่างที่ต้องการได้ ในทางกลับกัน หากแรงตึงผิวต่ำเกินไป วัตถุดิบอาจจะไหลออกจากหัวฉีดมากเกินไป ทำให้รูปร่างที่พิมพ์ออกมาไม่คมชัด
|
หลักการทางฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับแรงตึงผิวคือแรงระหว่างโมเลกุล (intermolecular forces) โมเลกุลที่อยู่ภายในของเหลวจะถูกแรงดึงดูดจากโมเลกุลรอบข้างในทุกทิศทาง แต่โมเลกุลที่อยู่บริเวณผิวของเหลวจะถูกแรงดึงดูดจากโมเลกุลที่อยู่ด้านล่างและด้านข้างเท่านั้น ทำให้เกิดแรงสุทธิที่ดึงโมเลกุลที่ผิวเข้าด้านใน ส่งผลให้ผิวของเหลวมีแนวโน้มที่จะหดตัว
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
Heat transfer in 3D food printing affects the quality of the final product. Which heat transfer method is NOT typically involved in 3D food printing?
|
Sublimation |
|
การนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน
|
หลักการถ่ายโอนความร้อนเป็นพื้นฐานทางฟิสิกส์ที่อธิบายการเคลื่อนที่ของพลังงานความร้อนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
If a 3D printer uses a laser with a power of 10 W and the efficiency of converting electrical energy to thermal energy is 80%, what is the actual thermal energy used for printing?
|
8 W |
|
เครื่องพิมพ์ 3 มิติใช้เลเซอร์ที่มีกำลังไฟฟ้า 10 วัตต์ แต่ประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนมีเพียง 80% ดังนั้น พลังงานความร้อนที่ใช้จริงในการพิมพ์คือ 80% ของกำลังไฟฟ้าทั้งหมด
|
พลังงานความร้อนที่ใช้จริง = กำลังไฟฟ้า x ประสิทธิภาพ
10 วัตต์ x 80/100
8 วัตต์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
Assume the thermal conductivity of a food material is 0.2 W/mK. If the temperature gradient is 10 K/m, what is the heat flux through the material?
|
|
|
ฟลักซ์ความร้อน (heat flux) คืออัตราการถ่ายโอนความร้อนต่อหน่วยพื้นที่ สามารถคำนวณได้จากกฎของฟูริเยร์ (Fourier's Law) ดังนี้:
q = -k * (dT/dx)
q = -0.2 W/m.K * 10 K/m = -2 W/m**2
|
กฎของฟูริเยร์ (Fourier's Law) เป็นหลักการพื้นฐานในการอธิบายการถ่ายโอนความร้อนด้วยการนำความร้อน กฎนี้ระบุว่าอัตราการถ่ายโอนความร้อนผ่านวัสดุเป็นสัดส่วนโดยตรงกับเกรเดียนต์อุณหภูมิและสัมประสิทธิ์การนำความร้อนของวัสดุ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
What is the significance of surface tension in the context of 3D food printing?
|
It governs the shape and appearance of the printed food surface. |
|
แรงตึงผิว (surface tension) คือแรงที่เกิดขึ้นที่ผิวของของเหลว ทำให้ผิวของเหลวมีแนวโน้มที่จะหดตัวให้น้อยที่สุด ในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ แรงตึงผิวมีผลต่อความสามารถของวัตถุดิบในการรักษารูปร่างที่ต้องการหลังจากถูกพิมพ์ออกมา หากแรงตึงผิวสูงเกินไป วัตถุดิบอาจจะไม่สามารถเกาะติดกันเป็นรูปร่างที่ต้องการได้
|
หลักการทางฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับแรงตึงผิวคือแรงระหว่างโมเลกุล (intermolecular forces) โมเลกุลที่อยู่ภายในของเหลวจะถูกแรงดึงดูดจากโมเลกุลรอบข้างในทุกทิศทาง แต่โมเลกุลที่อยู่บริเวณผิวของเหลวจะถูกแรงดึงดูดจากโมเลกุลที่อยู่ด้านล่างและด้านข้างเท่านั้น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
What is the primary benefit of using electrostatic field-assisted freezing (EFAF) on gluten?
|
Improves functional properties of gluten |
|
เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างกลูเตน: ผลึกน้ำแข็งที่เล็กและสม่ำเสมอขึ้นทำให้โครงสร้างโปรตีนในกลูเตนแข็งแรงขึ้น
เพิ่มความยืดหยุ่น: กลูเตนที่ผ่านกระบวนการ EFAF มีความยืดหยุ่นดีขึ้น ทำให้สามารถขึ้นรูปและคงรูปได้ดี
เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ: โครงสร้างโปรตีนที่แข็งแรงขึ้นช่วยให้กลูเตนสามารถอุ้มน้ำได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์อาหาร
|
หลักการของ EFAF คือการใช้สนามไฟฟ้าสถิตเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของโมเลกุลน้ำระหว่างการแช่แข็ง ทำให้ผลึกน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กและสม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลดีต่อโครงสร้างและคุณสมบัติของกลูเตน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
Which functional property of gluten is NOT improved by EFAF according to the article?
|
Nutritional value |
|
คุณค่าทางโภชนาการ (Nutritional Value) เป็นคุณสมบัติเดียวที่ไม่น่าจะได้รับการปรับปรุงโดย EFAF (Electrostatic Field Assisted Freezing) เนื่องจาก EFAF เป็นกระบวนการทางกายภาพที่มุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของน้ำแข็งระหว่างการแช่แข็ง ซึ่งส่งผลต่อคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของกลูเตน
|
EFAF เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สนามไฟฟ้าสถิตเพื่อควบคุมการก่อตัวของผลึกน้ำแข็งระหว่างการแช่แข็ง หลักการของ EFAF คือการใช้สนามไฟฟ้าเพื่อจัดเรียงโมเลกุลของน้ำให้เป็นระเบียบมากขึ้น ส่งผลให้ผลึกน้ำแข็งมีขนาดเล็กและสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายต่อโครงสร้างของอาหารและรักษาคุณภาพของอาหารได้ดีขึ้น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
If the WHC (Water Holding Capacity) of gluten increased by 0.25% under 900 V electrostatic field compared to the control, what would be the new WHC if the original was 55%?
|
55.25% |
|
WHC เดิมคือ 55% และเพิ่มขึ้น 0.25% ดังนั้นค่า WHC ใหม่คือ 55% + 0.25% = 55.25%
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
If a sample of gluten (50 mg) is added to 4 mL of water and centrifuged, resulting in a dry weight of 20 mg, what is the WHC?
|
1.5 |
|
สูตร WHC (%) = [(น้ำหนักเริ่มต้น - น้ำหนักแห้ง) / น้ำหนักแห้ง] * 100
WHC (%) = [(50 mg - 20 mg) / 20 mg] * 100
(30 mg / 20 mg) * 100
1.5 * 100
150%
|
WHC เป็นค่าที่ใช้บ่งบอกคุณภาพของกลูเตน กลูเตนที่มี WHC สูงจะมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารมีความชุ่มชื้นและนุ่ม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
How does EFAF affect the α-helix content of gluten proteins?
|
Decreases α-helix content |
|
EFAF (Electrostatic Field Assisted Freezing) มีผลต่อโครงสร้างทุติยภูมิของโปรตีนกลูเตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง α-helix ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สำคัญต่อคุณสมบัติของกลูเตน
|
Jiangnan University (2023): พบว่า EFAF ลดปริมาณ α-helix และเพิ่มปริมาณ β-sheet ในโปรตีนกลูเตน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
What is the effect of EFAF on the depolymerization degree of gluten macromolecules at 600 V?
|
Decreases to 1% |
|
EFAF (Electrostatic Field Assisted Freezing) มีผลต่อโครงสร้างของกลูเตน โดยทำให้เกิดการสลายตัวของโมเลกุลขนาดใหญ่ (depolymerization) ซึ่งจะลดระดับของ polymerization degree ลง
|
Jiangnan University (2023): พบว่า EFAF ลดระดับ polymerization degree ของกลูเตน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
Assuming the electrostatic field changes the orientation of water molecules, what physical property does this directly influence during freezing?
|
Free energy |
|
สนามไฟฟ้าสถิตมีผลต่อการจัดเรียงตัวของโมเลกุลน้ำที่มีขั้ว (polar) โดยโมเลกุลน้ำจะพยายามจัดเรียงตัวให้สอดคล้องกับทิศทางของสนามไฟฟ้า ในระหว่างกระบวนการแช่แข็ง การจัดเรียงตัวของโมเลกุลน้ำนี้ส่งผลโดยตรงต่อการก่อตัวของผลึกน้ำแข็ง ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณพลังงานอิสระ (free energy) ของระบบ
|
พลังงานอิสระ (Free Energy): เป็นศักยภาพทางอุณหพลศาสตร์ที่บ่งบอกถึงความสามารถของระบบในการทำงาน ในกระบวนการแช่แข็ง น้ำจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวที่มีพลังงานอิสระสูงไปเป็นของแข็งที่มีพลังงานอิสระต่ำกว่า การจัดเรียงตัวของโมเลกุลน้ำที่เกิดจากสนามไฟฟ้าสถิตมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพลังงานอิสระในระหว่างกระบวนการนี้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
Given that the electrostatic field is applied at 900 V and improves the water holding capacity by 0.25%, calculate the increase if the original water holding capacity was 2.5 g/g.
|
0.00625 g/g |
|
เปลี่ยน 0.25% เป็นทศนิยม: 0.25 / 100 = 0.0025
คูณค่า WHC เดิมด้วยการเพิ่มขึ้น: 2.5 g/g * 0.0025 = 0.00625 g/g
|
การหาเปอร์เซ็นต์มาคูณกับค่าเดิม แล้วหารด้วย 100
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
If the emulsification stability of gluten increased by 10% under EFAF and the original stability index was 50, what would be the new stability index?
|
55 |
|
เปลี่ยน 10% เป็นทศนิยม: 10 / 100 = 0.10
50 * 0.10 = 5
50 + 5 = 55
|
การหาเปอร์เซ็นต์มาคูณกับค่าเดิม แล้วหารด้วย 100
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
What is the significance of the g-g-g configuration of disulfide bonds in gluten proteins under EFAF?
|
Indicates increased gluten elasticity |
|
โครงสร้าง disulfide bonds แบบ g-g-g ในโปรตีนกลูเตนภายใต้ EFAF (Electrostatic Field Assisted Freezing) บ่งชี้ถึงความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นของกลูเตน (Increased Gluten Elasticity) การจัดเรียงตัวแบบ g-g-g
|
EFAF: กระบวนการ EFAF ช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีนกลูเตน ทำให้เกิดการจัดเรียงตัวของ disulfide bonds แบบ g-g-g มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้กลูเตนมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|