ตรวจข้อสอบ > รัชนาท รัตนโน > ความถนัดฟิสิกส์ทางวิศวกรรมศาสตร์ | Engineering Physics Aptitude > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 3 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is the primary advantage of 3D food printing?

Precise and customized food creations

3D food printing ใช้เทคโนโลยีการเติมเนื้อวัสดุทีละชั้น ทำให้สามารถควบคุมรูปร่างและโครงสร้างของอาหารได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนส่วนผสมได้ตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น ปรับปริมาณสารอาหาร หรือสร้างอาหารที่ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ ตัวอย่างเช่น การสร้างอาหารที่มีรูปทรงเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการกลืน หรืออาหารที่มีส่วนผสมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

หลักการทำงานของ 3D food printing คือการใช้เครื่องพิมพ์ที่สามารถฉีดหรือบีบส่วนผสมอาหารออกมาเป็นชั้นๆ ตามแบบที่ออกแบบไว้ในคอมพิวเตอร์ ส่วนผสมอาหารที่ใช้สามารถเป็นได้ทั้งของเหลว ของกึ่งแข็ง หรือของแข็งที่ผ่านกระบวนการทำให้เหลวหรือกึ่งแข็งได้ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ 3D food printing ในการสร้างอาหารที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น งานวิจัยของ Lipton et al. (2015) ที่ศึกษาการใช้ 3D food printing ในการสร้างอาหารสำหรับผู้สูงอายุ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which component is NOT part of a standard 3D food printer?

Mixing bowl

คอมพิวเตอร์ (Computer): ควบคุมกระบวนการพิมพ์ทั้งหมด รวมถึงการส่งคำสั่งไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องพิมพ์ กล่องควบคุม (Control Box): ทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งจากคอมพิวเตอร์ และควบคุมการทำงานของมอเตอร์และส่วนประกอบอื่นๆ มอเตอร์ของเครื่องพิมพ์อาหาร (Food Printer Motors): ควบคุมการเคลื่อนที่ของหัวฉีดและแท่นพิมพ์ เพื่อสร้างรูปร่างอาหารตามที่ออกแบบไว้ ซอฟต์แวร์ (Software): ใช้ในการออกแบบโมเดลอาหาร 3 มิติ และแปลงโมเดลให้เป็นคำสั่งที่เครื่องพิมพ์สามารถเข้าใจได้

หลักการทำงานของเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติ คือการใช้เทคโนโลยีการเติมเนื้อวัสดุทีละชั้น (Additive Manufacturing) โดยหัวฉีดจะทำการบีบหรือฉีดวัตถุดิบอาหารที่เป็นของเหลวหรือกึ่งเหลวออกมาทีละชั้นตามแบบที่กำหนดไว้ในซอฟต์แวร์ กระบวนการนี้จะทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รูปร่างอาหารตามที่ต้องการ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


If a 3D printer deposits a food layer with a thickness of 0.1 mm and builds up to a height of 20 mm, how many layers are required?

200

จำนวนชั้น = ความสูงรวม / ความหนาของแต่ละชั้น = 20 มม. / 0.1 มม./ชั้น = 200 ชั้น

หลักการคิดนี้เป็นการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างระยะทาง, ความเร็ว, และเวลา โดยในที่นี้เราปรับใช้เป็น ความสูงรวม, ความหนาของแต่ละชั้น, และจำนวนชั้น ตามลำดับ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


A printer uses an extrusion process where the food material flows at a rate of 5 mm³/s. How long will it take to print a food item of 1000 mm³

200 seconds

ปริมาตร = พื้นที่ x ความหนา = 1000 mm**2 x 1 mm = 1000 mm**3 เวลา = ปริมาตร / อัตราการไหล = 1000 mm**3 / 5 mm**3/s = 200 วินาที

ปริมาตร = อัตราการไหล x เวลา/ เวลา = ปริมาตร / อัตราการไหล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


What role does rheology play in 3D food printing?

It controls the viscosity and elasticity of food in the extrusion process.

Rheology คือศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการไหลและการเปลี่ยนรูปของวัสดุ ซึ่งในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ วัตถุดิบอาหารจะต้องถูกบีบผ่านหัวฉีดออกมาเป็นเส้น การควบคุมความหนืด (viscosity) และความยืดหยุ่น (elasticity) ของวัตถุดิบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการและรักษาโครงสร้างของอาหารที่พิมพ์ออกมา

หลักการของ Rheology ถูกนำมาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ โดยมีการศึกษาและทดลองเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติทางรีโอโลยีของวัตถุดิบอาหารกับพารามิเตอร์การพิมพ์ต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความดัน และความเร็วในการพิมพ์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


If the surface tension of a food material affects its ability to form shapes, what physical property does it influence the most during printing?

Adhesion

แรงตึงผิว (surface tension) คือ แรงที่เกิดขึ้นที่ผิวของของเหลว ทำให้ผิวของของเหลวมีแนวโน้มที่จะหดตัวให้น้อยที่สุด ในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ แรงตึงผิวมีผลต่อความสามารถของวัตถุดิบในการรักษารูปร่างที่ต้องการหลังจากถูกพิมพ์ออกมา หากแรงตึงผิวสูงเกินไป วัตถุดิบอาจจะไม่สามารถเกาะติดกันเป็นรูปร่างที่ต้องการได้ ในทางกลับกัน หากแรงตึงผิวต่ำเกินไป วัตถุดิบอาจจะไหลออกจากหัวฉีดมากเกินไป ทำให้รูปร่างที่พิมพ์ออกมาไม่คมชัด

หลักการทางฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับแรงตึงผิวคือแรงระหว่างโมเลกุล (intermolecular forces) โมเลกุลที่อยู่ภายในของเหลวจะถูกแรงดึงดูดจากโมเลกุลรอบข้างในทุกทิศทาง แต่โมเลกุลที่อยู่บริเวณผิวของเหลวจะถูกแรงดึงดูดจากโมเลกุลที่อยู่ด้านล่างและด้านข้างเท่านั้น ทำให้เกิดแรงสุทธิที่ดึงโมเลกุลที่ผิวเข้าด้านใน ส่งผลให้ผิวของเหลวมีแนวโน้มที่จะหดตัว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


Heat transfer in 3D food printing affects the quality of the final product. Which heat transfer method is NOT typically involved in 3D food printing?

Sublimation

การนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน

หลักการถ่ายโอนความร้อนเป็นพื้นฐานทางฟิสิกส์ที่อธิบายการเคลื่อนที่ของพลังงานความร้อนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


If a 3D printer uses a laser with a power of 10 W and the efficiency of converting electrical energy to thermal energy is 80%, what is the actual thermal energy used for printing?

8 W

เครื่องพิมพ์ 3 มิติใช้เลเซอร์ที่มีกำลังไฟฟ้า 10 วัตต์ แต่ประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนมีเพียง 80% ดังนั้น พลังงานความร้อนที่ใช้จริงในการพิมพ์คือ 80% ของกำลังไฟฟ้าทั้งหมด

พลังงานความร้อนที่ใช้จริง = กำลังไฟฟ้า x ประสิทธิภาพ 10 วัตต์ x 80/100 8 วัตต์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


Assume the thermal conductivity of a food material is 0.2 W/mK. If the temperature gradient is 10 K/m, what is the heat flux through the material?

ฟลักซ์ความร้อน (heat flux) คืออัตราการถ่ายโอนความร้อนต่อหน่วยพื้นที่ สามารถคำนวณได้จากกฎของฟูริเยร์ (Fourier's Law) ดังนี้: q = -k * (dT/dx) q = -0.2 W/m.K * 10 K/m = -2 W/m**2

กฎของฟูริเยร์ (Fourier's Law) เป็นหลักการพื้นฐานในการอธิบายการถ่ายโอนความร้อนด้วยการนำความร้อน กฎนี้ระบุว่าอัตราการถ่ายโอนความร้อนผ่านวัสดุเป็นสัดส่วนโดยตรงกับเกรเดียนต์อุณหภูมิและสัมประสิทธิ์การนำความร้อนของวัสดุ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


What is the significance of surface tension in the context of 3D food printing?

It governs the shape and appearance of the printed food surface.

แรงตึงผิว (surface tension) คือแรงที่เกิดขึ้นที่ผิวของของเหลว ทำให้ผิวของเหลวมีแนวโน้มที่จะหดตัวให้น้อยที่สุด ในกระบวนการพิมพ์อาหาร 3 มิติ แรงตึงผิวมีผลต่อความสามารถของวัตถุดิบในการรักษารูปร่างที่ต้องการหลังจากถูกพิมพ์ออกมา หากแรงตึงผิวสูงเกินไป วัตถุดิบอาจจะไม่สามารถเกาะติดกันเป็นรูปร่างที่ต้องการได้

หลักการทางฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับแรงตึงผิวคือแรงระหว่างโมเลกุล (intermolecular forces) โมเลกุลที่อยู่ภายในของเหลวจะถูกแรงดึงดูดจากโมเลกุลรอบข้างในทุกทิศทาง แต่โมเลกุลที่อยู่บริเวณผิวของเหลวจะถูกแรงดึงดูดจากโมเลกุลที่อยู่ด้านล่างและด้านข้างเท่านั้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is the primary benefit of using electrostatic field-assisted freezing (EFAF) on gluten?

Improves functional properties of gluten

เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างกลูเตน: ผลึกน้ำแข็งที่เล็กและสม่ำเสมอขึ้นทำให้โครงสร้างโปรตีนในกลูเตนแข็งแรงขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่น: กลูเตนที่ผ่านกระบวนการ EFAF มีความยืดหยุ่นดีขึ้น ทำให้สามารถขึ้นรูปและคงรูปได้ดี เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ: โครงสร้างโปรตีนที่แข็งแรงขึ้นช่วยให้กลูเตนสามารถอุ้มน้ำได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์อาหาร

หลักการของ EFAF คือการใช้สนามไฟฟ้าสถิตเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของโมเลกุลน้ำระหว่างการแช่แข็ง ทำให้ผลึกน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กและสม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลดีต่อโครงสร้างและคุณสมบัติของกลูเตน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Which functional property of gluten is NOT improved by EFAF according to the article?

Nutritional value

คุณค่าทางโภชนาการ (Nutritional Value) เป็นคุณสมบัติเดียวที่ไม่น่าจะได้รับการปรับปรุงโดย EFAF (Electrostatic Field Assisted Freezing) เนื่องจาก EFAF เป็นกระบวนการทางกายภาพที่มุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของน้ำแข็งระหว่างการแช่แข็ง ซึ่งส่งผลต่อคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของกลูเตน

EFAF เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สนามไฟฟ้าสถิตเพื่อควบคุมการก่อตัวของผลึกน้ำแข็งระหว่างการแช่แข็ง หลักการของ EFAF คือการใช้สนามไฟฟ้าเพื่อจัดเรียงโมเลกุลของน้ำให้เป็นระเบียบมากขึ้น ส่งผลให้ผลึกน้ำแข็งมีขนาดเล็กและสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายต่อโครงสร้างของอาหารและรักษาคุณภาพของอาหารได้ดีขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


If the WHC (Water Holding Capacity) of gluten increased by 0.25% under 900 V electrostatic field compared to the control, what would be the new WHC if the original was 55%?

55.25%

WHC เดิมคือ 55% และเพิ่มขึ้น 0.25% ดังนั้นค่า WHC ใหม่คือ 55% + 0.25% = 55.25%

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


If a sample of gluten (50 mg) is added to 4 mL of water and centrifuged, resulting in a dry weight of 20 mg, what is the WHC?

1.5

สูตร WHC (%) = [(น้ำหนักเริ่มต้น - น้ำหนักแห้ง) / น้ำหนักแห้ง] * 100 WHC (%) = [(50 mg - 20 mg) / 20 mg] * 100 (30 mg / 20 mg) * 100 1.5 * 100 150%

WHC เป็นค่าที่ใช้บ่งบอกคุณภาพของกลูเตน กลูเตนที่มี WHC สูงจะมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารมีความชุ่มชื้นและนุ่ม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


How does EFAF affect the α-helix content of gluten proteins?

Decreases α-helix content

EFAF (Electrostatic Field Assisted Freezing) มีผลต่อโครงสร้างทุติยภูมิของโปรตีนกลูเตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง α-helix ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สำคัญต่อคุณสมบัติของกลูเตน

Jiangnan University (2023): พบว่า EFAF ลดปริมาณ α-helix และเพิ่มปริมาณ β-sheet ในโปรตีนกลูเตน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


What is the effect of EFAF on the depolymerization degree of gluten macromolecules at 600 V?

Decreases to 1%

EFAF (Electrostatic Field Assisted Freezing) มีผลต่อโครงสร้างของกลูเตน โดยทำให้เกิดการสลายตัวของโมเลกุลขนาดใหญ่ (depolymerization) ซึ่งจะลดระดับของ polymerization degree ลง

Jiangnan University (2023): พบว่า EFAF ลดระดับ polymerization degree ของกลูเตน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


Assuming the electrostatic field changes the orientation of water molecules, what physical property does this directly influence during freezing?

Free energy

สนามไฟฟ้าสถิตมีผลต่อการจัดเรียงตัวของโมเลกุลน้ำที่มีขั้ว (polar) โดยโมเลกุลน้ำจะพยายามจัดเรียงตัวให้สอดคล้องกับทิศทางของสนามไฟฟ้า ในระหว่างกระบวนการแช่แข็ง การจัดเรียงตัวของโมเลกุลน้ำนี้ส่งผลโดยตรงต่อการก่อตัวของผลึกน้ำแข็ง ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณพลังงานอิสระ (free energy) ของระบบ

พลังงานอิสระ (Free Energy): เป็นศักยภาพทางอุณหพลศาสตร์ที่บ่งบอกถึงความสามารถของระบบในการทำงาน ในกระบวนการแช่แข็ง น้ำจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวที่มีพลังงานอิสระสูงไปเป็นของแข็งที่มีพลังงานอิสระต่ำกว่า การจัดเรียงตัวของโมเลกุลน้ำที่เกิดจากสนามไฟฟ้าสถิตมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพลังงานอิสระในระหว่างกระบวนการนี้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


Given that the electrostatic field is applied at 900 V and improves the water holding capacity by 0.25%, calculate the increase if the original water holding capacity was 2.5 g/g.

0.00625 g/g

เปลี่ยน 0.25% เป็นทศนิยม: 0.25 / 100 = 0.0025 คูณค่า WHC เดิมด้วยการเพิ่มขึ้น: 2.5 g/g * 0.0025 = 0.00625 g/g

การหาเปอร์เซ็นต์มาคูณกับค่าเดิม แล้วหารด้วย 100

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


If the emulsification stability of gluten increased by 10% under EFAF and the original stability index was 50, what would be the new stability index?

55

เปลี่ยน 10% เป็นทศนิยม: 10 / 100 = 0.10 50 * 0.10 = 5 50 + 5 = 55

การหาเปอร์เซ็นต์มาคูณกับค่าเดิม แล้วหารด้วย 100

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


What is the significance of the g-g-g configuration of disulfide bonds in gluten proteins under EFAF?

Indicates increased gluten elasticity

โครงสร้าง disulfide bonds แบบ g-g-g ในโปรตีนกลูเตนภายใต้ EFAF (Electrostatic Field Assisted Freezing) บ่งชี้ถึงความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นของกลูเตน (Increased Gluten Elasticity) การจัดเรียงตัวแบบ g-g-g

EFAF: กระบวนการ EFAF ช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีนกลูเตน ทำให้เกิดการจัดเรียงตัวของ disulfide bonds แบบ g-g-g มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้กลูเตนมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 97.05 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา