| 1 |
What is the primary advantage of 3D food printing?
|
Precise and customized food creations |
|
การพิมพ์อาหาร 3 มิติสามารถสร้างอาหารได้อย่างแม่นยำตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ขนาด และส่วนประกอบ ทำให้สามารถปรับแต่งอาหารตามความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเฉพาะเจาะจง เช่น การสร้างรูปแบบเฉพาะสำหรับอาหาร การเติมสารอาหารเพิ่มเติม หรือการปรับแต่งรสชาติและรูปลักษณ์ของอาหาร
|
เทคโนโลยีการพิมพ์อาหาร 3 มิติใช้การควบคุมที่แม่นยำในการจัดเรียงชั้นของวัตถุดิบ ทำให้สามารถสร้างอาหารที่มีรูปแบบและส่วนประกอบตามที่ต้องการได้ โดยมีงานวิจัยและบทความวิชาการที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยจาก "วิศวกรรมอาหารและการออกแบบเชิงพาณิชย์" หรือ Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
Which component is NOT part of a standard 3D food printer?
|
Mixing bowl |
|
เครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติใช้คอมพิวเตอร์ กล่องควบคุม มอเตอร์สำหรับพิมพ์อาหาร และซอฟต์แวร์ในการควบคุมและพิมพ์อาหารตามรูปแบบที่ต้องการ ส่วน Mixing Bowl หรือก็คือ ถ้วยส่วนผสม ไม่ได้เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นของเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติ
|
ในงานวิจัย ทฤษฎีหลักพื้นฐานของการพิมพ์อาหารแบบ 3 มิติ กล่าวว่า เครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติต้องใช้ชิ้นส่วนดังนี้ เช่น คอมพิวเตอร์ กล่องควบคุม และเครื่องพิมพ์ อาหารจะถูกพิมพ์จากแบบจำลองคอมพิวเตอร์ (CAD) กระบวนการอัดรีดหรือการสะสมอื่นๆ ที่ควบคุมได้ในเครื่องพิมพ์ช่วยให้วางวัสดุได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์ยังทำความร้อนหรือทำให้วัสดุเย็นลงขณะพิมพ์อีกด้วย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
If a 3D printer deposits a food layer with a thickness of 0.1 mm and builds up to a height of 20 mm, how many layers are required?
|
200 |
|
ในการแก้ปัญหา เราต้องการคำนวณจำนวนชั้นที่ต้องใช้ในการสร้างความสูง 20 มม. โดยใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ที่เเต่ละชั้นมีขนาดความหนา 0.1 มม. คำนวณได้จาก ความสูงที่ต้องการสร้าง หารด้วย ความหนาของเเต่ละชั้น
|
ทฤษฎีอ้างอิงจาก"Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing" แนวคิดที่ช่วยเสริมทฤษฎีของคำตอบ"The research progress of physical regulation techniques in 3D food printing"
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
A printer uses an extrusion process where the food material flows at a rate of 5 mm³/s. How long will it take to print a food item of 1000 mm³
|
200 seconds |
|
คำนวณจาก เวลาที่ใช้ในการพิมพ์วัตถุอาหารที่มีปริมาตร 1000ลูกบาศก์มิลลิเมตร หารด้วย อัตการไหลของวัตถุดิบ 5 ลูกบาศก์มิลลิเมตรต่อวินาที
|
อ้างอิงจาก ตัวแปรทางกายภาพ (คุณภาพของวัสดุ กระบวนการสะสม) ที่มีผลต่อโครงสร้างอาหาร : คุณภาพของวัสดุและวิธีการสะสมมีผลต่อโครงสร้างอาหารที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โครงสร้างผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุพิมพ์ที่รับประทานได้ วัสดุอาหารที่มีความหนืดต่ำ (10–500 cP) จะพิมพ์ได้เร็วกว่าและให้ชั้นที่เรียบเนียนกว่า ในขณะที่วัสดุอาหารที่มีความหนืดสูง (1000–5000 cP) จะดีกว่าสำหรับรูปแบบที่ซับซ้อน จากวิจัย Physical variables (material qualities, deposition processes) on food structure ได้กล่าวไว้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
What role does rheology play in 3D food printing?
|
It controls the viscosity and elasticity of food in the extrusion process. |
|
รีโอโลยี มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความหนืดและความยืดหยุ่นของวัสดุอาหารในระหว่างกระบวนการอัด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการให้แน่ใจว่าอาหารสามารถพิมพ์ออกมาได้อย่างแม่นยำและคงรูปไว้ได้
|
ทฤษฎีจาก Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing ตารางที่ 1 บทบาทและผลกระทบของฟิสิกส์ต่อการออกแบบและโครงสร้างของอาหารที่พิมพ์ 3 มิติ ได้กล่าวไว้ว่า rheology มีบทบาทในการกำหนดพฤติกรรมการไหลของวัสดุอาหารในระหว่างการพิมพ์ ควบคุมความหนืดและความยืดหยุ่นของอาหารในกระบวนการอัดรีด ส่งผลต่อการสะสมชั้นและเสถียรภาพเชิงโครงสร้างของอาหารที่พิมพ์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
If the surface tension of a food material affects its ability to form shapes, what physical property does it influence the most during printing?
|
Viscosity |
|
ความตึงผิวมีผลต่อความสามารถของวัสดุอาหารในการสร้างรูปร่างโดยส่งผลต่อการยึดติดของวัสดุกับพื้นผิวการพิมพ์และกับตัววัสดุเอง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างและรักษารูปทรงที่ต้องการในระหว่างกระบวนการพิมพ์
|
จากทฤษฎี"Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing" ได้กล่าวไว้ว่าทฤษฎีเกี่ยวกับความตึงผิวใช้ในการศึกษาว่าคุณสมบัติทางกายภาพนี้ส่งผลต่อการยึดติดของวัสดุอาหารในการพิมพ์สามมิติอย่างไร ความตึงผิวที่เหมาะสมช่วยให้วัสดุสามารถคงรูปและยึดติดได้ดีในระหว่างกระบวนการพิมพ์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
Heat transfer in 3D food printing affects the quality of the final product. Which heat transfer method is NOT typically involved in 3D food printing?
|
Evaporation |
|
การระเหยไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเทความร้อน ตามหลักวิทยาศาสตร์
|
การถ่ายเทความร้อนประกอบด้วย
-การนำไฟฟ้า
-การพาความร้อน
-การแผ่รังสี
ซึ่งการการระเหยไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเทความร้อน
อ้างอิง UN Intellectual Repository
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
If a 3D printer uses a laser with a power of 10 W and the efficiency of converting electrical energy to thermal energy is 80%, what is the actual thermal energy used for printing?
|
8 W |
|
พลังงานไฟฟ้าที่ใช้: เครื่องพิมพ์ใช้เลเซอร์ 10 วัตต์ นั่นคือใช้พลังงานไฟฟ้า 10 วัตต์
ประสิทธิภาพ: เครื่องแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนได้ 80% หมายความว่า จากพลังงานไฟฟ้า 10 วัตต์ จะได้พลังงานความร้อน 80% ของ 10 วัตต์
จะได้พลังงานความร้อน = 10 วัตต์ x 80% = 10 วัตต์ x 0.8 = 8 วัตต์
คำตอบ: พลังงานความร้อนจริงที่ใช้ในการพิมพ์คือ 8 วัตต์
|
อ้างอิงจากหลักฟิสิกส์ เรื่อง การแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนนั้นเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวนำที่มีความต้านทาน เนื่องจากการกระแทกของอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ผ่านตัวนำจะทำให้เกิดความร้อนขึ้น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "เอฟเฟกต์จูล" (Joule heating) ซึ่งตั้งชื่อตามเจมส์ เพรสคอตต์ จูล (James Prescott Joule) นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษผู้ศึกษาปรากฏการณ์นี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 19
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
Assume the thermal conductivity of a food material is 0.2 W/mK. If the temperature gradient is 10 K/m, what is the heat flux through the material?
|
2 W/m² |
|
0.2*10=2 w/mK
|
กฎของฟูริเยร์อธิบายถึงอัตราการถ่ายเทความร้อนผ่านวัสดุ ซึ่งสามารถเขียนได้ในรูปสมการดังนี้
q = -k * (dT/dx)
โดยที่ q = ฟลักซ์ความร้อน (หน่วย: วัตต์/ตร.ม.)
k = ค่าการนำความร้อนของวัสดุ (หน่วย: วัตต์/เมตรเคลวิน)
dT/dx = อัตราการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเทียบกับระยะทาง (หน่วย: เคลวิน/เมตร) เครื่องหมายลบแสดงว่าความร้อนจะไหลจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ
การนำมาประยุกต์ใช้กับโจทย์:จากโจทย์เราทราบว่า:
k = 0.2 W/mK
dT/dx = 10 K/m
แทนค่าลงในสมการของกฎฟูริเยร
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
What is the significance of surface tension in the context of 3D food printing?
|
It governs the shape and appearance of the printed food surface. |
|
แรงตึงผิวช่วยควบคุมรูปร่างและลักษณะของพื้นผิวอาหารที่พิมพ์ 3 มิติ เนื่องจากแรงตึงผิวเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลว ทำให้ของเหลวมีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันเป็นรูปทรงกลม นอกจากนี้ แรงตึงผิวยังช่วยควบคุมการไหลของของเหลว ซึ่งส่งผลต่อรูปร่างของอาหารที่พิมพ์ออกมา
|
ทฤษฎีจาก Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing ตารางที่ 1 บทบาทและผลกระทบของฟิสิกส์ต่อการออกแบบและโครงสร้างของอาหารที่พิมพ์ 3 มิติ ได้กล่าวไว้ว่า Surface Tension มีบทบาทในการควบคุมรูปร่างและลักษณะของพื้นผิวอาหารที่พิมพ์ มีอิทธิพลต่อความสามารถในการสร้างลวดลายและดีไซน์ที่ซับซ้อนบนพื้นผิวอาหาร
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
What is the primary benefit of using electrostatic field-assisted freezing (EFAF) on gluten?
|
Improves functional properties of gluten |
|
หลักการทำงานของ EFAF: EFAF ทำงานโดยใช้สนามไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงเพื่อสร้างการสั่นสะเทือนของโมเลกุลในอาหาร ซึ่งรวมถึงโมเลกุลของกลูเตน
|
จากทฤษฎี"Effects of electrostatic field-assisted freezing on the functional properties and aggregation behavior of gluten" ได้กล่าวไว้ทำงานโดยใช้สนามไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงเพื่อสร้างการสั่นสะเทือนของโมเลกุลในอาหาร ซึ่งรวมถึงโมเลกุลของกลูเตน การสั่นสะเทือนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและคุณสมบัติของโมเลกุลกลูเตนได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
Which functional property of gluten is NOT improved by EFAF according to the article?
|
Nutritional value |
|
EFAF หรือการแช่แข็งด้วยสนามไฟฟ้าสถิต เป็นกระบวนการที่ใช้สนามไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโมเลกุลในอาหาร ซึ่งรวมถึงกลูเตน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้ส่งผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพของกลูเตน เช่น ความยืดหยุ่น ความสามารถในการจับน้ำ และคุณสมบัติการสร้างอิมัลชัน
|
จากทฤษฎี"Effects of electrostatic field-assisted freezing on the functional properties and aggregation behavior of gluten" ในหัวข้อ Abstract ระบุไว้ว่า EFAF ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของกลูเตนโดยเพิ่มคุณสมบัติการกักเก็บน้ำ อิมัลชัน และการเกิดฟอง ความยืดหยุ่น เมื่อใช้สนามไฟฟ้าสถิต ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการ ไม่เกี่ยวข้อง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
If the WHC (Water Holding Capacity) of gluten increased by 0.25% under 900 V electrostatic field compared to the control, what would be the new WHC if the original was 55%?
|
55.25% |
|
ค่า WHC ใหม่ = ค่า WHC เดิม + การเพิ่มขึ้นของ WHC
ค่า WHC ใหม่ = 55% + 0.25%
ค่า WHC ใหม่ = 55.25%
|
หลักการพื้นฐานของคณิตศาสตร์: การบวก
ข้อมูลที่ให้มาในโจทย์: ค่า WHC เดิมและการเพิ่มขึ้นของ WHC
การเพิ่มขึ้นของ WHC หมายถึงความสามารถในการกักเก็บน้ำของกลูเตนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลูเตนภายใต้สนามไฟฟ้าสถิต 900 โวลต์ อย่างไรก็ตาม การตีความผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ในเชิงลึกจะต้องอาศัยความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเคมีและฟิสิกส์ของโปรตีนและการทำงานของสนามไฟฟ้า
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
If a sample of gluten (50 mg) is added to 4 mL of water and centrifuged, resulting in a dry weight of 20 mg, what is the WHC?
|
2.0 |
|
หนักของน้ำที่ถูกกักเก็บ = น้ำหนักของตัวอย่างก่อนปั่น - น้ำหนักของตัวอย่างแห้ง
น้ำหนักของน้ำที่ถูกกักเก็บ = (น้ำหนักของกลูเตน + น้ำหนักของน้ำ) - น้ำหนักของตัวอย่างแห้ง
|
WHC (Water Holding Capacity) หรือความสามารถในการกักเก็บน้ำ คำนวณหาค่า WHC
WHC คือค่าที่แสดงให้เห็นว่าสารนั้นสามารถกักเก็บน้ำได้มากน้อยเพียงใด โดยคำนวณได้จากสูตร:
WHC (%) = [(น้ำหนักของน้ำที่ถูกกักเก็บ / น้ำหนักของตัวอย่างแห้ง) * 100] %
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
How does EFAF affect the α-helix content of gluten proteins?
|
Has no effect on α-helix content |
|
โครงสร้างโปรตีน: โปรตีนมีโครงสร้างที่ซับซ้อน โดยโครงสร้างรองเป็นการจัดเรียงตัวของสายโพลีเปปไทด์ในรูปแบบต่างๆ เช่น อัลฟาเฮลิกซ์ เบต้าชีท และคอยล์แบบสุ่ม อัลฟาเฮลิกซ์เป็นโครงสร้างหนึ่งที่เกิดจากการพันของสายโพลีเปปไทด์เป็นเกลียว
EFAF: เป็นเทคนิคที่ใช้สนามไฟฟ้าในการแช่แข็ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดเรียงตัวของโมเลกุลในอาหาร รวมถึงโปรตีน
การจัดเรียงตัวใหม่ของโมเลกุล: สนามไฟฟ้าจาก EFAF อาจทำให้โมเลกุลของโปรตีนเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างรองของโปรตีน
|
โครงสร้างโปรตีน: โครงสร้างโปรตีนมีหลายระดับ โดยโครงสร้างรองเป็นการจัดเรียงตัวของสายโพลีเปปไทด์ผลกระทบของสนามไฟฟ้า: สนามไฟฟ้าสามารถส่งผลต่อการจัดเรียงตัวของโมเลกุลและโครงสร้างของสารความไม่แน่นอนของผลลัพธ์: ผลกระทบของ EFAF ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
What is the effect of EFAF on the depolymerization degree of gluten macromolecules at 600 V?
|
ecreases to 5.71% |
|
ระดับการดีโพลีเมอไรเซชันของ GMP ในกลูเตนจะลดลงเหลือ 5.71% เมื่อแรงดันไฟฟ้าของสนามไฟฟ้าสถิตอยู่ที่ 600 V
|
จากทฤษฎี"Effects of electrostatic field-assisted freezing on the functional properties and aggregation behavior of gluten" ในหัวข้อ 3.2.2. GMP depolymerization degree ได้กล่าวว่า ถ้าระดับการดีโพลีเมอไรเซชันของ GMP ในกลูเตนจะลดลงเหลือ 5.71% เมื่อแรงดันไฟฟ้าของสนามไฟฟ้าสถิตอยู่ที่ 600 V ดังนั้น EFAF จึงปกป้องโครงสร้างเครือข่ายของโปรตีนกลูเตนได้สูงสุดภายใต้แรงดันไฟฟ้า 600 V
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
Assuming the electrostatic field changes the orientation of water molecules, what physical property does this directly influence during freezing?
|
Thermal conductivity |
|
การนำความร้อนเกี่ยวข้องกับการถ่ายเทพลังงาน: การนำความร้อนเป็นกระบวนการที่พลังงานความร้อนถูกถ่ายเทจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ในกระบวนการแข็งตัว อุณหภูมิของสารจะลดลง และการนำความร้อนที่ดีจะช่วยกระจายความร้อนออกจากสารได้เร็วขึ้น ทำให้เกิดการแข็งตัวได้เร็วขึ้น
|
การถ่ายเทความร้อน: หลักการของการนำความร้อน การแผ่รังสี และการพาความร้อน
โครงสร้างของสสาร: การจัดเรียงตัวของอะตอมและโมเลกุลในสสาร และผลกระทบต่อคุณสมบัติทางกายภาพ
กระบวนการแข็งตัว: กลไกการเกิดผลึกและปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการแข็งตัว
หมายเหตุ: การตอบคำถามนี้เป็นการวิเคราะห์เบื้องต้นจากข้อมูลที่ให้มา อาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการแข็งตัวได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
Given that the electrostatic field is applied at 900 V and improves the water holding capacity by 0.25%, calculate the increase if the original water holding capacity was 2.5 g/g.
|
0.00625 g/g |
|
หาค่าการเพิ่มขึ้นของความสามารถในการกักเก็บน้ำ (เป็นกรัม/กรัม):
ความสามารถในการกักเก็บน้ำเดิมคือ 2.5 กรัม/กรัม
การเพิ่มขึ้น 0.25% หมายถึงเพิ่มขึ้น 0.25% ของ 2.5 กรัม/กรัม
ดังนั้น การเพิ่มขึ้น = 2.5 กรัม/กรัม * 0.25% = 0.00625 กรัม/กรัม
คำตอบ: 0.00625 กรัม/กรัม
|
การคำนวณเปอร์เซ็นต์เป็นพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการหาค่าส่วนหนึ่งของจำนวนทั้งหมด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
If the emulsification stability of gluten increased by 10% under EFAF and the original stability index was 50, what would be the new stability index?
|
55 |
|
การคำนวณตรงตามโจทย์: เราได้นำค่าดัชนีเสถียรภาพเดิมมาบวกกับค่าที่เพิ่มขึ้นเพื่อหาค่าดัชนีเสถียรภาพใหม่
ตรรกะที่สมเหตุสมผล: หากดัชนีเสถียรภาพเพิ่มขึ้น ค่าที่ได้จะต้องมากกว่าค่าเดิม
|
หลักการพื้นฐานของการคำนวณเปอร์เซ็นต์
ความเข้าใจเกี่ยวกับดัชนีเสถียรภาพของอิมัลชัน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
What is the significance of the g-g-g configuration of disulfide bonds in gluten proteins under EFAF?
|
Indicates increased gluten elasticity |
|
เป็นพันธะเคมีชนิดหนึ่งที่ช่วยเชื่อมโยงโครงสร้างของโปรตีน ทำให้โปรตีนมีรูปร่างและหน้าที่เฉพาะเจาะจงโปรตีนกลูเตน: เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้แป้งมีลักษณะเหนียวและยืดหยุ่น พบมากในข้าวสาลีEFAF (Electric Field Assisted Freezing): เป็นเทคนิคการใช้สนามไฟฟ้าในการแช่แข็ง ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างของโมเลกุล รวมถึงพันธะไดซัลไฟด์ในโปรตีน
|
ความสัมพันธ์ระหว่างพันธะไดซัลไฟด์และโครงสร้างโปรตีน: พันธะไดซัลไฟด์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดโครงสร้างสามมิติของโปรตีน การเปลี่ยนแปลงของพันธะนี้จึงส่งผลต่อโครงสร้างและคุณสมบัติของโปรตีน
ผลกระทบของ EFAF ต่อโครงสร้างโปรตีน: สนามไฟฟ้าสามารถกระทำต่อโมเลกุลของโปรตีน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้
ความสำคัญของโครงสร้างโปรตีนต่อหน้าที่: โครงสร้างของโปรตีนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับหน้าที่ของโปรตีน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจึงส่งผลต่อคุณสมบัติต่างๆ ของโปรตีน เช่น ความยืดหยุ่น ความสามารถในการจับกับโมเลกุลอื่นๆ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|