ตรวจข้อสอบ > รังสรรค์ เพ็ชไพทูล > ความถนัดฟิสิกส์ทางวิศวกรรมศาสตร์ | Engineering Physics Aptitude > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 48 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is the primary advantage of 3D food printing?

Precise and customized food creations

การพิมพ์อาหาร 3 มิติ :สามารถสร้างอาหารได้อย่างแม่นยำตามที่ต้องการ ทั้งรูปร่าง ขนาด และส่วนประกอบ ทำให้สามารถปรับแต่งอาหารตามความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเฉพาะเจาะจง เช่น การสร้างรูปแบบเฉพาะสำหรับอาหาร การเติมสารอาหารเพิ่มเติม หรือการปรับแต่งรสชาติและรูปลักษณ์ของอาหาร

เทคโนโลยีการพิมพ์อาหาร 3 มิติใช้การควบคุมที่แม่นยำในการจัดเรียงชั้นของวัตถุดิบ ทำให้สามารถสร้างอาหารที่มีรูปแบบและส่วนประกอบตามที่ต้องการได้ โดยมีงานวิจัยและบทความวิชาการที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยจาก "วิศวกรรมอาหารและการออกแบบเชิงพาณิชย์" หรือ "Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing"

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which component is NOT part of a standard 3D food printer?

Mixing bowl

การทำงานของเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติต้องใช้ส่วนประกอบหลักอย่างคอมพิวเตอร์ กล่องควบคุม มอเตอร์สำหรับการพิมพ์ และซอฟต์แวร์ในการออกแบบและควบคุมกระบวนการพิมพ์ mixing Bowl เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมส่วนผสมก่อนการพิมพ์ แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเครื่องพิมพ์เอง

ในงานวิจัย "Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing" ส่วน "Fundamentals of 3D food printing" กล่าวว่า เครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติต้องใช้ชิ้นส่วนดังนี้ เช่น คอมพิวเตอร์ กล่องควบคุม และเครื่องพิมพ์ อาหารจะถูกพิมพ์จากแบบจำลองคอมพิวเตอร์ (CAD) กระบวนการอัดรีดหรือการสะสมอื่นๆ ที่ควบคุมได้ในเครื่องพิมพ์ช่วยให้วางวัสดุได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์ยังทำความร้อนหรือทำให้วัสดุเย็นลงขณะพิมพ์อีกด้วย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


If a 3D printer deposits a food layer with a thickness of 0.1 mm and builds up to a height of 20 mm, how many layers are required?

200

เราสามารถหาจำนวนชั้นได้โดยการหารความสูงทั้งหมดด้วยความหนาของแต่ละชั้น: 20/0.1 =200ชั้น

ทฤษฎีอ้างอิงจาก"Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing" แนวคิดที่ช่วยเสริมทฤษฎีของคำตอบ"The research progress of physical regulation techniques in 3D food printing"

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


A printer uses an extrusion process where the food material flows at a rate of 5 mm³/s. How long will it take to print a food item of 1000 mm³

200 seconds

การคำนวณ: 1. ปริมาตรของวัตถุอาหาร: 1000 ลูกบาศก์มิลลิเมตร 2. อัตราการไหลของวัสดุ: 5 ลูกบาศก์ มิลลิเมตร/วินาทีวลาที่ต้องการ = ดังนั้น เวลาที่ต้องการ = 1000/5= 200 วินาที

ตัวแปรทางกายภาพ (คุณภาพของวัสดุ กระบวนการสะสม) ที่มีผลต่อโครงสร้างอาหาร : คุณภาพของวัสดุและวิธีการสะสมมีผลต่อโครงสร้างอาหารที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โครงสร้างผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุพิมพ์ที่รับประทานได้ วัสดุอาหารที่มีความหนืดต่ำ (10–500 cP) จะพิมพ์ได้เร็วกว่าและให้ชั้นที่เรียบเนียนกว่า ในขณะที่วัสดุอาหารที่มีความหนืดสูง (1000–5000 cP) จะดีกว่าสำหรับรูปแบบที่ซับซ้อน จากวิจัย Physical variables (material qualities, deposition processes) on food structure ได้กล่าวไว้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


What role does rheology play in 3D food printing?

It controls the viscosity and elasticity of food in the extrusion process.

กำหนดพฤติกรรมการไหลของวัสดุอาหารในระหว่างการพิมพ์ ควบคุมความหนืดและความยืดหยุ่นของอาหารในกระบวนการอัดรีด ส่งผลต่อการสะสมชั้นและเสถียรภาพเชิงโครงสร้างของอาหารที่พิมพ์

จากทฤษฎี"Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing" จากตารางที่ 1.บทบาทและผลกระทบของฟิสิกส์ต่อการออกแบบและโครงสร้างของอาหารที่พิมพ์ 3 มิติ ได้กล่าวไว กำหนดพฤติกรรมการไหลของวัสดุอาหารในระหว่างการพิมพ์ ควบคุมความหนืดและความยืดหยุ่นของอาหารในกระบวนการอัดรีด ส่งผลต่อการสะสมชั้นและเสถียรภาพเชิงโครงสร้างของอาหารที่พิมพ์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


If the surface tension of a food material affects its ability to form shapes, what physical property does it influence the most during printing?

Viscosity

ความตึงผิวมีผลต่อความสามารถของวัสดุอาหารในการสร้างรูปร่างโดยส่งผลต่อการยึดติดของวัสดุกับพื้นผิวการพิมพ์และกับตัววัสดุเอง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างและรักษารูปทรงที่ต้องการในระหว่างกระบวนการพิมพ์

จากทฤษฎี"Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing" ได้กล่าวไว้ว่าทฤษฎีเกี่ยวกับความตึงผิวใช้ในการศึกษาว่าคุณสมบัติทางกายภาพนี้ส่งผลต่อการยึดติดของวัสดุอาหารในการพิมพ์สามมิติอย่างไร ความตึงผิวที่เหมาะสมช่วยให้วัสดุสามารถคงรูปและยึดติดได้ดีในระหว่างกระบวนการพิมพ์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


Heat transfer in 3D food printing affects the quality of the final product. Which heat transfer method is NOT typically involved in 3D food printing?

Evaporation

การระเหยไม่เกี่ยวกับการถ่ายเทความร้อน ตามหลักวิทยาสตร์

การถ่ายเทความร้อนประกอบด้วย -การนำไฟฟ้า -การพาความร้อน -การแผ่รังสี ซึ่งการการระเหยไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเทความร้อน อ้างอิง UN Intellectual Repository

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


If a 3D printer uses a laser with a power of 10 W and the efficiency of converting electrical energy to thermal energy is 80%, what is the actual thermal energy used for printing?

8 W

พลังงานไฟฟ้าที่ใช้: เครื่องพิมพ์ใช้เลเซอร์ 10 วัตต์ นั่นคือใช้พลังงานไฟฟ้า 10 วัตต์ ประสิทธิภาพ: เครื่องแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนได้ 80% หมายความว่า จากพลังงานไฟฟ้า 10 วัตต์ จะได้พลังงานความร้อน 80% ของ 10 วัตต์ คำนวณ:พลังงานความร้อน = 10 วัตต์ x 80% = 10 วัตต์ x 0.8 = 8 วัตต์ คำตอบ: พลังงานความร้อนจริงที่ใช้ในการพิมพ์คือ 8 วัตต์

อ้างอิงจากทฤษฎีฟิสิกส์ในหัวข้อการเเปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน ของเจมส์ เพรสคอตต์ จูล (James Prescott Joule)จูลพบว่า ความร้อนที่เกิดขึ้นในตัวนำเป็นสัดส่วนโดยตรงกับกำลังสองของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวนำและความต้านทานของตัวนำ โดยกฎของจูลสามารถเขียนได้เป็นสูตรดังนี้: \[ Q = I^2 R t \] โดยที่: - \( Q \) คือความร้อนที่เกิดขึ้น - \( I \) คือกระแสไฟฟ้า - \( R \) คือความต้านทาน - \( t \) คือเวลา ดังนั้น เจมส์ เพรสคอตต์ จูล จึงถือว่าเป็นผู้ค้นพบและศึกษาปรากฏการณ์การแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนอย่างเป็นระบบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


Assume the thermal conductivity of a food material is 0.2 W/mK. If the temperature gradient is 10 K/m, what is the heat flux through the material?

2 W/m²

0.2x10= 2วัตต์/ตรม.

กฎของฟูริเยร์อธิบายถึงอัตราการถ่ายเทความร้อนผ่านวัสดุ ซึ่งสามารถเขียนได้ในรูปสมการดังนี้ q = -k * (dT/dx) โดยที่:q = ฟลักซ์ความร้อน (หน่วย: วัตต์/ตร.ม.) k = ค่าการนำความร้อนของวัสดุ (หน่วย: วัตต์/เมตรเคลวิน) dT/dx = อัตราการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเทียบกับระยะทาง (หน่วย: เคลวิน/เมตร) เครื่องหมายลบแสดงว่าความร้อนจะไหลจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


What is the significance of surface tension in the context of 3D food printing?

It governs the shape and appearance of the printed food surface.

แรงตึงผิว คือแรงที่เกิดขึ้นบนผิวของของเหลว ทำให้ผิวของของเหลวนั้นมีแนวโน้มที่จะหดตัวให้มีพื้นที่ผิวน้อยที่สุดในการพิมพ์อาหาร 3 มิติ วัสดุอาหารมักอยู่ในรูปของของเหลวหรือกึ่งของเหลว เมื่อวัสดุเหล่านี้ถูกพิมพ์ออกมา แรงตึงผิวจะส่งผลต่อการก่อตัวของหยด, การรวมตัวของหยด และการกระจายตัวของวัสดุบนพื้นผิว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรูปร่างและลักษณะของอาหารที่พิมพ์ออกมา ตัวอย่าง: หยดหมึก: หากแรงตึงผิวสูง หยดหมึกจะกลมมนและมีขนาดเล็ก ทำให้การพิมพ์ละเอียดและได้เส้นลายที่คมชัด การเรียบของผิว: แรงตึงผิวช่วยให้ผิวของอาหารที่พิมพ์ออกมาเรียบเนียนและสม่ำเสมอ การสร้างโครงสร้าง: แรงตึงผิวสามารถใช้ในการสร้างโครงสร้างที่ซับซ้อน เช่น โฟม หรือ เจลเหตุผลที่ตัวเลือกอื่นไม่ถูกต้อง

ทฤษฎีอ้างอิงจาก"Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing" ในหัวข้อFundamentals of 3D food printing ส่วนของ 3.Surface Tension ได้กล่าวไว้ว่าแรงตึงผิวลดพื้นที่ผิวของของเหลว ส่งผลต่อรูปร่างและการยึดเกาะของการพิมพ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงอาหารพิมพ์สามมิติ คุณสมบัติทางกายภาพที่หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อกำหนดว่าอาหารถือเป็นของเหลวหรือของแข็ง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is the primary benefit of using electrostatic field-assisted freezing (EFAF) on gluten?

Improves functional properties of gluten

การปรับปรุงคุณสมบัติการทำงานของกลูเตนเป็นประโยชน์หลักที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดของการใช้ EFAF อย่างไรก็ตาม การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของ EFAF ต่ออาหารชนิดต่างๆ และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารยังคงมีความจำเป็น

จากทฤษฎี"Effects of electrostatic field-assisted freezing on the functional properties and aggregation behavior of gluten" ได้กล่าวไว้ทำงานโดยใช้สนามไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงเพื่อสร้างการสั่นสะเทือนของโมเลกุลในอาหาร ซึ่งรวมถึงโมเลกุลของกลูเตน การสั่นสะเทือนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและคุณสมบัติของโมเลกุลกลูเตนได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Which functional property of gluten is NOT improved by EFAF according to the article?

Nutritional value

ความจุในการเก็บน้ำ: EFAF อาจส่งผลต่อโครงสร้างของกลูเตน ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการจับน้ำได้เช่นกัน จึงไม่น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง คุณสมบัติของอิมัลชันและคุณสมบัติการเกิดฟอง: กลูเตนมีบทบาทสำคัญในการสร้างอิมัลชันและฟองในอาหาร การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลูเตนโดย EFAF อาจส่งผลต่อคุณสมบัติเหล่านี้ได้ความยืดหยุ่นของกลูเตน: ความยืดหยุ่นเป็นคุณสมบัติสำคัญของกลูเตน และ EFAF อาจส่งผลต่อความยืดหยุ่นนี้ได้ คุณค่าทางโภชนาการ: EFAF เป็นกระบวนการทางกายภาพที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของกลูเตน จึงไม่น่าจะส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการโดยตรง

จากทฤษฎี"Printing the future of food: The physics perspective on 3D food printing" ในหัวข้อ Abstract ระบุไว้ว่า EFAF ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของกลูเตนโดยเพิ่มคุณสมบัติการกักเก็บน้ำ อิมัลชัน และการเกิดฟอง เมื่อใช้สนามไฟฟ้าสถิต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


If the WHC (Water Holding Capacity) of gluten increased by 0.25% under 900 V electrostatic field compared to the control, what would be the new WHC if the original was 55%?

55.25%

คำนวณ:ค่า WHC ใหม่ = ค่า WHC เดิม + การเพิ่มขึ้นของ WHC ค่า WHC ใหม่ = 55% + 0.25% ค่า WHC ใหม่ = 55.25% คำตอบ:ค่า WHC ใหม่หลังจากเพิ่มขึ้น 0.25% คือ 55.25% "สาเหตุในการตอบ"การคำนวณนี้เป็นการนำค่าเดิมมาบวกกับค่าที่เพิ่มเข้าไปโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีการหาค่าใหม่เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของค่าเดิม ข้อมูลที่ให้มาในโจทย์มีความชัดเจนและสมบูรณ์เพียงพอที่จะนำมาคำนวณหาคำตอบได้

หลักการพื้นฐานของคณิตศาสตร์: การบวกข้อมูลที่ให้มาในโจทย์: ค่า WHC เดิมและการเพิ่มขึ้นของ WHC "อธิบายเพิ่มเติม"การเพิ่มขึ้นของ WHC หมายถึงความสามารถในการกักเก็บน้ำของกลูเตนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลูเตนภายใต้สนามไฟฟ้าสถิต 900 โวลต์ อย่างไรก็ตาม การตีความผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ในเชิงลึกจะต้องอาศัยความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเคมีและฟิสิกส์ของโปรตีนและการทำงานของสนามไฟฟ้า

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


If a sample of gluten (50 mg) is added to 4 mL of water and centrifuged, resulting in a dry weight of 20 mg, what is the WHC?

2.0

หนักของน้ำที่ถูกกักเก็บ = น้ำหนักของตัวอย่างก่อนปั่น - น้ำหนักของตัวอย่างแห้ง น้ำหนักของน้ำที่ถูกกักเก็บ = (น้ำหนักของกลูเตน + น้ำหนักของน้ำ) - น้ำหนักของตัวอย่างแห้ง

WHC (Water Holding Capacity) หรือความสามารถในการกักเก็บน้ำ คำนวณหาค่า WHC WHC คือค่าที่แสดงให้เห็นว่าสารนั้นสามารถกักเก็บน้ำได้มากน้อยเพียงใด โดยคำนวณได้จากสูตร: WHC (%) = [(น้ำหนักของน้ำที่ถูกกักเก็บ / น้ำหนักของตัวอย่างแห้ง) * 100] %

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


How does EFAF affect the α-helix content of gluten proteins?

Has no effect on α-helix content

โครงสร้างโปรตีน: โปรตีนมีโครงสร้างที่ซับซ้อน โดยโครงสร้างรองเป็นการจัดเรียงตัวของสายโพลีเปปไทด์ในรูปแบบต่างๆ เช่น อัลฟาเฮลิกซ์ เบต้าชีท และคอยล์แบบสุ่ม อัลฟาเฮลิกซ์เป็นโครงสร้างหนึ่งที่เกิดจากการพันของสายโพลีเปปไทด์เป็นเกลียว EFAF: เป็นเทคนิคที่ใช้สนามไฟฟ้าในการแช่แข็ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดเรียงตัวของโมเลกุลในอาหาร รวมถึงโปรตีน การจัดเรียงตัวใหม่ของโมเลกุล: สนามไฟฟ้าจาก EFAF อาจทำให้โมเลกุลของโปรตีนเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างรองของโปรตีนเปลี่ยนแปลงไปได้ การแตกตัวของพันธะ: สนามไฟฟ้าอาจทำลายพันธะไฮโดรเจนที่ช่วยรักษาโครงสร้างอัลฟาเฮลิกซ์ ทำให้โครงสร้างนี้ไม่เสถียรและเปลี่ยนแปลงไปเป็นโครงสร้างอื่น การเกิดปฏิกิริยาเคมี: ในบางกรณี สนามไฟฟ้าอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโปรตีนได้

โครงสร้างโปรตีน: โครงสร้างโปรตีนมีหลายระดับ โดยโครงสร้างรองเป็นการจัดเรียงตัวของสายโพลีเปปไทด์ผลกระทบของสนามไฟฟ้า: สนามไฟฟ้าสามารถส่งผลต่อการจัดเรียงตัวของโมเลกุลและโครงสร้างของสารความไม่แน่นอนของผลลัพธ์: ผลกระทบของ EFAF ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


What is the effect of EFAF on the depolymerization degree of gluten macromolecules at 600 V?

ecreases to 5.71%

ระดับการดีโพลีเมอไรเซชันของ GMP ในกลูเตนจะลดลงเหลือ 5.71% เมื่อแรงดันไฟฟ้าของสนามไฟฟ้าสถิตอยู่ที่ 600 V

จากทฤษฎี"Effects of electrostatic field-assisted freezing on the functional properties and aggregation behavior of gluten" ในหัวข้อ 3.2.2. GMP depolymerization degree ได้กล่าวว่า ถ้าระดับการดีโพลีเมอไรเซชันของ GMP ในกลูเตนจะลดลงเหลือ 5.71% เมื่อแรงดันไฟฟ้าของสนามไฟฟ้าสถิตอยู่ที่ 600 V ดังนั้น EFAF จึงปกป้องโครงสร้างเครือข่ายของโปรตีนกลูเตนได้สูงสุดภายใต้แรงดันไฟฟ้า 600 V

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


Assuming the electrostatic field changes the orientation of water molecules, what physical property does this directly influence during freezing?

Thermal conductivity

การนำความร้อนเกี่ยวข้องกับการถ่ายเทพลังงาน: การนำความร้อนเป็นกระบวนการที่พลังงานความร้อนถูกถ่ายเทจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ในกระบวนการแข็งตัว อุณหภูมิของสารจะลดลง และการนำความร้อนที่ดีจะช่วยกระจายความร้อนออกจากสารได้เร็วขึ้น ทำให้เกิดการแข็งตัวได้เร็วขึ้น

การถ่ายเทความร้อน: หลักการของการนำความร้อน การแผ่รังสี และการพาความร้อน โครงสร้างของสสาร: การจัดเรียงตัวของอะตอมและโมเลกุลในสสาร และผลกระทบต่อคุณสมบัติทางกายภาพ กระบวนการแข็งตัว: กลไกการเกิดผลึกและปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการแข็งตัว หมายเหตุ: การตอบคำถามนี้เป็นการวิเคราะห์เบื้องต้นจากข้อมูลที่ให้มา อาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการแข็งตัวได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


Given that the electrostatic field is applied at 900 V and improves the water holding capacity by 0.25%, calculate the increase if the original water holding capacity was 2.5 g/g.

0.00625 g/g

ค่าการเพิ่มขึ้นของความสามารถในการกักเก็บน้ำ (เป็นกรัม/กรัม): ความสามารถในการกักเก็บน้ำเดิมคือ 2.5 กรัม/กรัม การเพิ่มขึ้น 0.25% หมายถึงเพิ่มขึ้น 0.25% ของ 2.5 กรัม/กรัม ดังนั้น การเพิ่มขึ้น = 2.5 กรัม/กรัม * 0.25% = 0.00625 กรัม/กรัม คำตอบ: 0.00625 กรัม/กรัม

การคำนวณเปอร์เซ็นต์เป็นพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการหาค่าส่วนหนึ่งของจำนวนทั้งหมด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


If the emulsification stability of gluten increased by 10% under EFAF and the original stability index was 50, what would be the new stability index?

55

หาค่าการเพิ่มขึ้นของดัชนีเสถียรภาพ:10% ของ 50 เท่ากับ (10/100) * 50 = 5 หาค่าดัชนีเสถียรภาพใหม่:ดัชนีเสถียรภาพเดิม + การเพิ่มขึ้นของดัชนีเสถียรภาพ = 50 + 5 = 55

ชนีเสถียรภาพ: คือค่าที่ใช้บ่งบอกถึงความสามารถของอิมัลชันในการคงสภาพอยู่ได้นาน โดยค่าที่สูงขึ้นแสดงว่าอิมัลชันมีความเสถียรมากขึ้น EFAF: ย่อมาจาก Electric Field Assisted Freezing ซึ่งเป็นเทคนิคการใช้สนามไฟฟ้าในการแช่แข็ง ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างและคุณสมบัติของสารต่างๆ รวมถึงอิมัลชัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


What is the significance of the g-g-g configuration of disulfide bonds in gluten proteins under EFAF?

Indicates increased gluten elasticity

นธะไดซัลไฟด์: เป็นพันธะเคมีชนิดหนึ่งที่ช่วยเชื่อมโยงโครงสร้างของโปรตีน ทำให้โปรตีนมีรูปร่างและหน้าที่เฉพาะเจาะจงโปรตีนกลูเตน: เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้แป้งมีลักษณะเหนียวและยืดหยุ่น พบมากในข้าวสาลีEFAF (Electric Field Assisted Freezing): เป็นเทคนิคการใช้สนามไฟฟ้าในการแช่แข็ง ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างของโมเลกุล รวมถึงพันธะไดซัลไฟด์ในโปรตีน

ความสัมพันธ์ระหว่างพันธะไดซัลไฟด์และโครงสร้างโปรตีน: พันธะไดซัลไฟด์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดโครงสร้างสามมิติของโปรตีน การเปลี่ยนแปลงของพันธะนี้จึงส่งผลต่อโครงสร้างและคุณสมบัติของโปรตีนผลกระทบของ EFAF ต่อโครงสร้างโปรตีน: สนามไฟฟ้าสามารถกระทำต่อโมเลกุลของโปรตีน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้ความสำคัญของโครงสร้างโปรตีนต่อหน้าที่: โครงสร้างของโปรตีนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับหน้าที่ของโปรตีน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจึงส่งผลต่อคุณสมบัติต่างๆ ของโปรตีน เช่น ความยืดหยุ่น ความสามารถในการจับกับโมเลกุลอื่นๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 86 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา