ตรวจข้อสอบ > แก้วเก้า กลั่นสุวรรณ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 69 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

ประกอบด้วยธาตุหลัก คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน มีสูตรโครงสร้างคือ (CH2O)n

สูตรโครงสร้างทั่วไปของคาร์โบไฮเดรตคือ (CH2O)n

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

ข้อที่1และ4มีส่วนผิด 1.คนที่เป็นเบาหวานเกิดจากการขาดอินซูลิน 4. การฉีดอินซูลินเข้าร่างกายเพื่อลดน้ำตาลในเลือด

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน ออกฤทธิ์โดยการนำน้ำตาลจากเลือดเข้าไปในเซลล์ของร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงาน ในผู้ป่วยที่ขาดอินซูลินหรืออินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ตามปกติ ทำให้เซลล์ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเกิดเป็นเบาหวาน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ค. เอนไซม์ทํางานได้ภายในช่วง pH ที่จํากัด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ค,ง

ข้อ ก ผิด ที่ถูกคือไตรเพปไทด์ ประกอบด้วยกรดแอมิโน 3 โมเลกุลต่อกันด้วยพันธะเพปไทด์ ข้อ ขผิดที่ถูกคือ โครงสร้างที่เป็นเกลียวนั้นเกิดจากการสร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่างอะตอมของไฮโดรเจน (H) ที่อยู่ในหมู่อะมิโน (-NH2) ของกรดอะมิโนตัวหนึ่งกับออกซิเจน (O) ที่อยู่ในหมู่คาร์บอกซิล (-COOH) ของกรดอะมิโน ที่อยู่ถัดไป 4 ตำแหน่งบนสายพอลิเพปไทด์เดียวกัน ข้อ จ ผิด ที่ถูกคือโปรตีนทั้ง2ชนิดอาจไม่เป็นโครงสร้างตติยภูมิก็ได้

1.ไตรเพปไทด์ ประกอบด้วยกรดแอมิโน 3 โมเลกุลต่อกันด้วยพันธะเพปไทด์ เช่น กลูตาไทโอน ประกอบด้วยกรดแอมิโน กลูตามิก ซิสเตอีน และไกลซีน 2.เกิดจากการม้วนตัวของสาย โพลี่เพปไทด์ ที่หมูู่ -CO ของกรดอะมิโนแต่ละตัวที่จะสร้าง พันธะไฮโดรเจน กับหมู่ –NH ของกรดอะมิโนในตําแหน่งที่ 4 ตัวถัดมาและเป็นเช่นนี้เรื่อยๆไปในลักษณะที่ซ้ําๆกันและสม่ําเสมอ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A คือ กลีเซอรอล B คือ กรดไขมัน C คือ ไตรกลีเซอไรด์

จากสมการปฏิกิริยาการเกิดไตรกลีเซอไรด์

โมเลกุลของไตรกลีเซอไรด์ เกิดจากการรวมตัวของกรดไขมัน (fatty acid) 3 โมเลกุล กับกลีเซอรอล 1 โมเลกุลด้วยพันธะเอสเทอร์ โดยที่กรดไขมันทั้งสามโมเลกุล (R1, R2, R3) ในโมเลกุลของไตรกลีเซอไรด์ หากเหมือนกัน เรียกว่า simple trigleyceride หรือหาก แตกต่างกัน เรียกว่า mixed triglyceride

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


น้ำมันที่มีความอิ่มตัวมากขึ้นจะใช้ปริมาณไอโอดีนที่น้อยลง ดังนั้นน้ำมันที่มีผลต่อหัวใจขาดเลือดมากสุดคือw และน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ จะเหมาะกับการทำอาหารไฟอ่อน เป็นเวลานานจากในตัวเลือกมีY และW จึงเลือกY

น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดและน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ จะเหมาะกับการทำอาหารไฟอ่อน เป็นเวลานาน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


จ.

น้ำมันXเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง มีจุดหลอมเหลวสูง แข็งตัวง่าย เหม็นหืนยากกว่าน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำกว่า ส่วนน้ำมันYเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำกว่า มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่า แข็งตัวยากกว่า เหม็นหืนง่ายกว่า

กรดไขมันอิ่มตัว เป็นกรดไขมันที่มีโครงสร้างอะตอมคารบอนและ ไฮโดรเจนเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเดี่ยวตลอดสาย จึงไมสามารถรับอะตอมของไฮโดรเจนเข้าไปในโมเลกุลไดอีก กรดไขมันไมอิ่มตัวเป็นกรดไขมันที่มีพันธะคูอยู่บนโครงสร้างของ คารบอนบางตัว และสามารถรับอะตอมของไฮโดรเจนไดอีก มีจุดหลอมเหลวต่ าละลายได้ง่าย ในธรรมชาติ จะพบกรดไขมันที่ไมอิ่มตัวมากที่สุด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

น้ำมันทั้งสามชนิดต่างประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว

กรดไขมันไม่อิ่มตัว มีดังนี้ กรดไลโนเลอิก กรดโอเลอิก กรดไขมันอิ่มตัว มีดังนี้ กรดสเตียริก กรดปาลมิติก กรดไมริสติก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

สารX เป็นโปรตีน สารYเป็นคาร์โบไฮเดรต ตัตัวเลือกได้ข้อ ก

ปฏิกิริยาไบยูเรต การทดสอบโปรตีนสามารถทดสอบได้ด้วยปฏิกิริยาไบยูเรต โดยให้โปรตีนทำปฏิกิริยากับสารละลาย CuSO4 ในสารละลายเบส NaOH หรือ KOH จะได้สารสีน้ำเงินม่วง การทดสอบคาร์โบไฮเดรตทำได้โดยการต้มสารละลายกลูโคส ซูโครส แป้ง และ สำลี กับ กรดไฮโดรคลอริก เพื่อทำให้สารละลายเป็นกลางด้วยสารละลาย โซเดียวไฮดรอกไซด์ แล้วทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกต์ ปรากฏว่า น้ำตาลซูโครส และ น้ำแป้งมีตะกอนสีส้มแดงหรือ สีแดงอิฐเกิดขึ้น แสดงว่ากรดไฮโดรคลอริกทำให้น้ำตาลซูโครสและแป้งแตกตัวเป็นน้ำตาลโมเลกลุเดี่ยวได้

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ค. ข้อ 1 และ ข้อ 3 ถูก

จากการอ้างอิงข้อ1และ3ถูก

ไคตินเป็นสารพอลิเมอร์ธรรมชาติที่จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ประกอบด้วยอนุพันธ์ของ N-acetylglucosamine ซลลูโลส เป็นคาร์โบไฮเดรท ประเภทพอลิแซ็กคาไรด์ ประเภท ฮอโมพอลิแซ็กคาไรด์ ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส มาต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ ที่ตำแหน่งบีต้า-1,4 (b-1,4) เป็นสายยาวมากกว่า 2,000โมเลกุลและทําหน้าที เป็นโครงสร้างของพืชจัดเป็นstructural polysaccharide

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ง. ถูกทุกข้อ

จากการอ้างอิง พบว่าทุกตัวเลือกมีข้อมูลที่ถูกต้อง

ฮีโมโกลบินมีโมเลกุลโปรตีนภายในเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่ดักจับและขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย คอเลสเตอรอล คือไขมันชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อที่นำไปใช้ในกระบวนการสร้างเซลล์ต่างๆ สร้างฮอร์โมน อิมมูโนโกลบูลินเป็นโปรตีนชนิดพิเศษที่ผลิตโดย เซลล์พลาสมา. อิมมูโนโกลบูลินปกป้องร่างกายของเราโดยการเกาะติดกับแบคทีเรียและไวรัส ซึ่งทำให้กำจัดออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น ไตรกลีเซอไรด์คือไขมันชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายได้รับจากอาหารประเภทไขมันโดยตรง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


พันธะไดซัลไฟด์ (disulfide bond) เป็นพันธะโควาเลนต์ ได้จากการจับคู่ของหมู่ไทออล 2 หมู่

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย

สาร Xเป็นโปรตีน สาร Yเป็นน้ำตาล สาร Zไม่ใช่คาร์โบไฮเดรต(แป้ง)

สารละลายไบยูเรต ทดสอบโปรตีน โดยหยดสารคอปเปอร์ซัลเฟต จากนั้นหยดโซเดียมไฮดรอกไซด์ จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงถ้ามีโปรตีน สารละลายเบเนดิกต์ ทดสอบน้ำตาล โดยหยดสารละลายเบเนดิกต์ลงในสารอาหารที่ต้องการทดสอบนำไปต้ม 3-5 นาที จะเปลี่ยนเป็นสีส้มตะกอนอิฐถ้ามีน้ำตาล สารละลายไอโอดีน ทดสอบแป้งโดยหยดสารละลายไอโอดีนลงในสารอาหารที่ต้องการทดสอบ จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงแกมน้ำเงินถ้ามีแป้ง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


Benedict's test เป็นวิธีทดสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว และน้ำตาลโมเลกุลคู่ ที่เป็นน้ำตาลรีดิวซิงทุกชนิด ยกเว้น น้ำตาลซูโครส โดยเมื่อต้มน้ำตาลรีดิวซิงกับสารละลาย Benedict ในภาวะที่เป็นด่าง น้ำตาลจะใช้หมู่แอลดีไฮด์ในการรีดิวซ์คิวพริกไอออน (Cu2+) ในสารละลาย Benedict เกิดเป็นตะกอนสีแดงอิฐของคิวพรัสออกไซด์ (Cu2O) ดังสมการ แต่หากได้รับความร้อนไม่มากพอ ตะกอนที่ได้อาจเป็นสีเหลือง สีเขียว หรือสีแดง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 45.05 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา