| 1 |
จุดสนใจหลักของคณะทำงานด้านหลักฐานทางคลินิกเกี่ยวกับโรคโควิด-19 แห่งชาติของออสเตรเลียคืออะไร
|
การพัฒนาแนวปฏิบัติในการดำรงชีวิตเพื่อการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 |
|
ในวิจัยมีการเขียนว่าสำรวญการใช้ ผลกระทบของเเนวทางการใช้ชีวิตของผู้ที่สงสัยหรือเป็นโควิด19เเล้ว
|
มี148คนตอบเเบบสำรวญเเละ75%บอกใช้ได้จริงเเละนำไปใช้ที่สถานที่ทำงาน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
สาระสำคัญของแนวทางการดำเนินชีวิตตามบทความนี้คืออะไร
|
หลักฐานที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง |
|
เนื่องจากโควิด19สามารถมีการพัฒนาสายพันธ์เเละอาการที่หนักขึ้นหรือเเย่ลงจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอยู่เสมอ
|
ในวิจัยได้มีการบอกว่าจำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
การปรับปรุงการประเมินผลกระทบเมื่อใด
|
มกราคมและมีนาคม 2565 |
|
มี21คนคนมาสัมภาษณ์เพื่อประเมินผลกระทบในช่วงมกราคมเเละมีนาคมปี2565
|
ในวิจัยบอกว่าช่วงมกราคมเเละมีนาคม2565มี21คมมาสัมภาษณ์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
ผู้เข้าร่วมร้อยละเท่าใดที่รายงานว่าใช้แนวทางปฏิบัติภายในสถานที่ทำงานของตน
|
75% |
|
มีผู้มาเข้าร่วมร้อยละ75%ที่นำเเนวทางไปใช้ในสถานที่ทำงานของตนเองเเละมีการบอกผลที่ได้รับจริง
|
ร้อยละ75%นำเเนวทางไปใช้ในสถานที่ทำงานเเละได้บอกกับทางทำวิจัยว่ามันได้ผลเเละน่าเชื่อถือ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
เขียนอธิบาย | อภิปรายถึงความสำคัญของแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิตในช่วงที่มีฐานหลักฐานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและขยายตัวในบริบทของการแพร่ระบาด แนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิตจัดการกับความท้าทายที่เกิดจากสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างไร
|
ความสำคัญคือเพื่อเน้นยำ้คุณค่าของเเนวทางปฎิบัติในเวลาที่มีการเปลี่ยนเเปลงอย่างรวดเร็ว |
|
เพื่อนำเเนวทางนี้ไปเสนอเเละให้บุคลากรทางการเเพทย์เเละผู้อื่นเพื่อที่จะได้นำไปปฎิบัติในเวลาที่เกิดการเปลี่ยนเเปลงอย่างรวดเร็ว
|
ในงานวิจัยได้อธิบายว่าเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทางการเเพทย์เเละผู้อื่นในประเทศออสเตรเลีย
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
อะไรคือจุดสนใจหลักของระบบหุ่นยนต์ประกอบที่มีความแม่นยำสูงที่นำเสนอ
|
การประกอบชิ้นส่วนที่แม่นยำและขจัดความล้มเหลวในการประกอบ |
|
เนื่องจากงานวิจัยนี้ต้องการศึกษาการใช้นิ้วมือของคนเพื่อนำมาพัตนาหุ้นยนต์ให้เเม่นยำ้เเละลดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น
|
ในงานวิจัยได้บอกไว้ว่าเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์เเละเพื่อลดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
วัตถุประสงค์หลักของระบบหุ่นยนต์ตามเนื้อเรื่องคืออะไร
|
การเพิ่มความหลากหลายของงานที่หุ่นยนต์สามารถทำได้ |
|
ตามเนื้อเรื่องเเล้ววัตถุประสงค์หลักคือการเพิ่มประเภทการทำงานของหุ้นยนต์ที่มันสามารถทำได้
|
ในงานวิจัยมีการบอกว่าวัตถุประสงค์หลักคือการเพิ่มความหลากหลายของงานที่หุ่นยนต์สามารถทำได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
เทคโนโลยีใดที่ได้รับการเน้นย้ำว่าเป็นพื้นฐานในการบรรลุการประกอบชิ้นส่วนที่แม่นยำในระบบหุ่นยนต์ที่นำเสนอ
|
ความรู้สึกจากปลายนิ้วของมนุษย์ |
|
เนื่องจากงานนี้มีการสำรวญเเรงต่างๆตอนที่มีการใช้งานปลายนิ้วมือของมนุษย์เพื่อมาพัฒนาหุ่นยนต์ที่ใช้ปลายนื้วเพราะเวลาเราทำอะไรเช่นต่อของเล็กก็จะต้องใช้นิ้วมือในการทำงานวิจัยนี้จึงต้องการเลียนเเบบนิ้วมือของมนุษย์
|
ในงานวิจัยได้บอกไว้ว่าจะทำให้หุ่นยนต์มีความเเม่นยำ้สามารถเลียนเเบบได้โดยการใช้ปลายนื้วมือของมนุษย์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
ระบบหุ่นยนต์ที่นำเสนอมีเป้าหมายที่จะเอาชนะปัญหาอะไรบ้าง
|
ต้นทุนการติดตั้งสูง ความยุ่งยากในการติดตั้ง และไม่สามารถประกอบงานอัตโนมัติได้ |
|
ที่ต้องการเอาชนะต้นทุนการติดตั้งสูง ความยุ่งยากในการติดตั้ง และไม่สามารถประกอบงานอัตโนมัติได้ เนื่องจากมีการติดตั้งหุ้นยนต์ในราคาสูงเเละต้องการเเก้ปัญหาให้อัตโนมัติ
|
ในวิจัยได้มีการบอกว่าต้องการเอาชนะปัญหาเรื่องต้นทุนการติดตั้งสูง ความยุ่งยากในการติดตั้ง และไม่สามารถประกอบงานอัตโนมัติได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
เขียนอธิบาย | อธิบายความสำคัญของการใช้การสัมผัสด้วยปลายนิ้วของมนุษย์ในระบบหุ่นยนต์ประกอบที่มีความแม่นยำสูงที่เสนอ สิ่งนี้มีส่วนช่วยให้บรรลุผลสำเร็จในการประกอบชิ้นส่วนที่แม่นยำอย่างไร และความท้าทายใดที่อาจเกิดขึ้นในการนำแนวทางสัมผัสดังกล่าวมาใช้ในวิทยาการหุ่นยนต์
|
ความสำคัญคือเมื่อต้องการความเเม่นยำ้หุ่นยนต์จึงมีการเลียนเเบบนิ้วมือมนุษย์ที่มีความเเม่นยำ้สูงเพื่อทำให้บรรลุผลสำเร็จ ความท้าทายอาจเป็นการไม่สามารถวัดความเเม่นยำ้ได้ |
|
เนื่องจากปลายนิ้วมือของคนเมื่อทำงานมีความเเม่นยำ้กว่าหุ่นยนต์งานวิจัยนี้ต้องการทำให้หุ่นยนต์มีความเเม่นยำ้สุงจึงศึกษาปลายนิ้วของมนุษย์ตอนทำงาน ความท้าทายอาจเป็นการที่ไม่สามารถตรวจหาเเม่งยำ้เเละนำมาใส่ฝนหุ่นยนต์ได้
|
ในงานวิจัยได้มีการบอกว่าประมาณว่าปลายนิ้วมือของคนเมื่อทำงานมีความเเม่นยำ้กว่าหุ่นยนต์งานวิจัยนี้ต้องการทำให้หุ่นยนต์มีความเเม่นยำ้สุงจึงศึกษาปลายนิ้วของมนุษย์ตอนทำงาน
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
จุดสนใจหลักของคณะกรรมการสมาคมระหว่างประเทศเพื่อการบำบัดด้วยเซลล์และยีนเกี่ยวกับจริยธรรมแห่งการบำบัดด้วยเซลล์และยีน ตามที่กล่าวไว้ในบทความนี้คืออะไร
|
การค้าการแทรกแซงที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ |
|
เนื่องจากมีตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งสามารถส่งผลกระทบในเเง่ร้ายต่อผู้ป๋วยได้คณะกรรมการสมาคมระหว่างประเทศเพื่อการบำบัดด้วยเซลล์และยีนจึงมีการต้อต้าน
|
ในงานวิจัยได้มีการบอกว่าคัดค้านการนำวิธีการรักษาโดยใช้เซลล์และยีนไปใช้ในเชิงพาณิชย์ก่อนจะได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้อง100%ก่อนนำไปใช้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
บทความนี้เน้นถึงแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างไร
|
การแพร่กระจายของผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ก่อนกำหนด |
|
บทความนี้เน้นถึงแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับเวชศาสตร์ฟื้นฟูเนื่องจากการตลาดมีการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน ระดับเซลล์ ไปใชัทั้งๆที่ยังไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องก่อน
|
ในวิจัยมีการบอกว่าการนำเสนอเซลล์และผลิตภัณฑ์จากเซลล์ที่จำหน่ายก่อนกำหนดในเชิงพาณิชย์สู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ทราบรายละเอียดด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
จุดยืนของคณะกรรมการระหว่างประเทศเพื่อการบำบัดด้วยเซลล์และยีนเกี่ยวกับการดำเนินการเชิงพาณิชย์ก่อนกำหนดของการแทรกแซงด้วยเซลล์และยีนคืออะไร
|
การต่อต้าน |
|
คณะกรรมการระหว่างประเทศเพื่อการบำบัดด้วยเซลล์และยีนมีการต่อต้อนการนำเซลล์เเละยีนไปใช้การในเชิงพาณิชย์ก่อนตรวจสอบให้เเน่ชัดก่อน
|
เนื่องจากในงานวิจัยได้มีการบอกว่าคณะกรรมการระหว่างประเทศเพื่อการบำบัดด้วยเซลล์และยีนมีการต่อต้อนการนำเซลล์เเละยีนไปใช้การในเชิงพาณิชย์ก่อนตรวจสอบให้เเน่ชัดก่อน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
อะไรคือสิ่งที่เน้นย้ำว่าเป็นหลักการชี้นำสำหรับการพัฒนาทางจริยธรรมของผลิตภัณฑ์เซลล์และผลิตภัณฑ์จากเซลล์ตามบทความนี้
|
ความปลอดภัยของผู้ป่วยและประโยชน์ในการรักษา |
|
เพราะความปลอดภัยของผู้ป๋วยเเละการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ
|
ทางคณะกรรมการระหว่างประเทศเพื่อการบำบัดด้วยเซลล์และยีนมองเห็นว่าความปลอดภัยของผู้ป๋วยเเละการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญการพัฒนาเซลล์และผลิตภัณฑ์จากเซลล์ต้องมีจริยธรรมและเข้มงวด โดยมีความปลอดภัยของผู้ป่วยและประโยชน์ในการรักษาเป็นหลักการชี้นำ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
เขียนอธิบาย | อภิปรายถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการค้าก่อนกำหนดของการแทรกแซงเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ แนวโน้มนี้จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างไร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูควรคำนึงถึงข้อพิจารณาด้านจริยธรรมอะไรบ้าง
|
ความเสี่ยงคือการที่ตลาดมีการใช้เซลล์เเละยีนอย่างไม่ถูกต้องเนื่องจากไม่มีการตรวจสอบก่อนส่งผลให้อาจเกิดอันตรายต่อผู้ป๋วย ผู้ที่นำมาว่างขายก่อนรับการตรวจสอบอาจเห็นว่าเป็ฯการสร้างกำไรให้เเก่ตัวเอง |
|
ไม่มีความปลอดภัยต่อผู้ป๋วยเเละการรักษาเนื่องจากการใช้เซลล์เเละยีนที่ไม่ได้รับการตรวจสอบให้เเน่ชัดว่าปลอดภัยจริงๆผู็ที่นำมาว่างขายโดยไม่คำนึงถึงผู้ป๋วยว่าจะได้รับอันตรายเป็นผู้ที่ผิดด้านจริยธรรม
|
ในงานวิจัยได้มีผู้ป่วยที่เชื่อว่าพวกเขาได้รับอันตรายจากการบริหารผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรองและไม่ผ่านการพิสูจน์
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
อะไรคือจุดเน้นหลักของการศึกษาเกี่ยวกับทารกแรกเกิดและลำดับเสียง
|
เอาชนะการรับรู้ในลำดับที่ไม่ต่อเนื่องกัน |
|
เนื่องจากในทารกเเรกเกิดงานวิจัยต้องการหาว่าทารกสามารถรับรู้ได้ขนาดไหน
|
ในงานวิจัยนี้ได้บอกไว้ว่าทารกสามารถแยกความสม่ำเสมอทางเวลาออกจากลำดับเสียง ทั้งในรูปแบบของการเรียนรู้คุณสมบัติลำดับปกติ และการแยกคาบของสัญญาณเข้า ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่าชีพจรปกติหรือ 'จังหวะ' อย่างไร
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
นักวิจัยได้จัดการกับลำดับเสียงที่ไม่เท่ากันในการทดลองอย่างไร
|
การแนะนำตำแหน่งคี่และคู่ |
|
นักวิจัยได้ใช้การเเนะนำตำเเหน่งคี่เเละคู่ผลลัพธ์แสดงให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างตำแหน่งเมตริกในลำดับไอโซโครนัส แต่ไม่อยู่ในลำดับที่กระวนกระวายใจที่เท่ากัน
|
ในวิจัยได้บอกว่ามีการใช้การเเนะนำตำเเหน่งคี่เเละคู่แสดงให้เห็นว่ามีการประมวลผลแบบบีทในทารกแรกเกิด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
อะไรคือความท้าทายหลักในการแยกแยะการเรียนรู้ทางสถิติจากการรับรู้จังหวะในลำดับไอโซโครนัสสำหรับทารกแรกเกิด
|
ความสม่ำเสมอที่แยกไม่ออกในลำดับเสียง |
|
เนื่องจากทารกไม่สามารถเเยกความเเตกต่างของเสียงเช่นโทนสูงโทนตำ่ได้เเต่เด็กสามารถระบุตำเเหน่งของเสียงได้
|
ในงายวิจัยมีการบอกว่าการเรียนรู้ทางสถิติด้วยตัวมันเองไม่ได้อธิบายการประมวลผลจังหวะการเต้นของหัวใจในทารกแรกเกิดได้ครบถ้วน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
ลำดับประเภทใดที่ชักนำให้เกิดจังหวะในทารกแรกเกิดเมื่อมีจังหวะไม่ตรงเวลา
|
ลำดับสำเนียงไบนารี |
|
ใช้ลำดับสำเนียงไบนารีที่กระตุ้นจังหวะเมื่อแสดงด้วยจังหวะเวลาแบบไอโซโครนัส
|
ในวิจัยมีการบอกว่าช้ลำดับสำเนียงไบนารีที่กระตุ้นจังหวะเมื่อแสดงด้วยจังหวะเวลาแบบไอโซโครนัส
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
เขียนอธิบาย | อภิปรายวิธีการที่ใช้ในการศึกษาเพื่อแยกการเรียนรู้ทางสถิติออกจากการรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิด นักวิจัยจัดการกับภาวะไอโซโครนีอย่างไร และอะไรคือการค้นพบที่สำคัญเกี่ยวกับตำแหน่งเมตริกในลำดับต่างๆ
|
เด็กเเรกเกิดไม่สามารถเเยกความเเตกต่างของเสียงได้เเต่รู้ตำเเหน่งของเสียงนั้นๆ |
|
ทารกไม่สมารถเเยกความเเตกต่างของเสียงเช่นสำเนียงของเสียงเเละอื่นๆได้เเต่ทารกสามารถระบุตำเเหน่งของเสียงนั้นๆได้
|
นักวิจัยได้บอกว่าผลของความสามารถนี้ตรวจไม่พบในสภาวะกระวนกระวายใจ ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้ทางสถิติด้วยตัวมันเองไม่ได้อธิบายการประมวลผลจังหวะการเต้นของหัวใจในทารกแรกเกิดได้ครบถ้วน
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|