ตรวจข้อสอบ > ศศลักษณ์ ศรีเทพ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 174 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

อินูลิน คือ คาร์โบไฮเดรต ประเภทพอลิแซ็กคาไรด์

โมเลกุลของอินูลิน เป็นเฮเทอโรพอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งก็คือ มีโมเลกุลของน้ำตาลมากกว่า 1 ชนิดมาเชื่อมต่อกัน โดยเป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลฟรักโทส 10-60 โมเลกุล แต่มีโมเลกุลที่ปลายสุดด้านหนึ่งเป็นน้ำตาลกลูโคส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้เต็มที่ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน มีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนสร้างขึ้น และมีหน้าที่ที่สำคัญคือ นำน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายเพื่อสร้างเป็นพลังงาน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


จ. เวลาที่ใช้ในการแข็งตัวของเจลาตินไม่ได้ขึ้นกับเอนไซม์

เพราะหลอดที่เติมเอนไซม์ไม่ได้ทำให้เวลาในการแข็งตัวลดน้อยลง

เอนไซม์ (Enzyme) คือ กลุ่มของโปรตีนที่มีหน้าที่พิเศษแตกต่างจากโปรตีนอื่นๆ ทั่วไป กล่าวคือ มี ความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


จ. เพปไทด์ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดXกรดYและกรดZจะได้โมเลกุลของนํ้าออกมา3โมเลกุล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ถูกทุกข้อ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A คือ กลีเซอรอล B คือ กรดไขมัน C คือ ไขมันและน้ำมัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ก. น้ำมันหมูประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าไขวัว

น้ำมันหมู จะมีสัดส่วนไขมันอิ่มตัวสูง มากกว่า 80% จึงทำให้มีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดี ส่วนน้ำมันพืช ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนไขมันไม่อิ่มตัวอยู่สูง จึงเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันทรานช์ได้เมื่อนำไปใช้กับการทอด หรือการผัดที่ใช้ไฟแรง ดังนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเหล่านี้ในการทอดอาหาร เช่น น้ำมันมะกอกที่ถือว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ ควรรับประทานโดยไม่ผ่านความร้อน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

- เมื่อทดสอบให้โปรตีน(ไข่ขาว) ทำปฏิกิริยากับสารละลาย CuSO4ในสารละลายเบส NaOH หรือ KOH จะได้สารสีน้ำเงินม่วง - การทดสอบน้ำตาลใช้สารละลายเบเนดิกต์ คือ เปลี่ยนสีของสารละลายเบเนดิกต์จากสีฟ้าเป็นสีเขียวแล้วเหลือง ในที่สุดจะได้ตะกอนสีส้มแดง ตามลำดับ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ถูก

cellulose ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส (glucose) มาต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) ที่ตำแหน่งบีต้า-1,4

อ้างอิงข้อมูลจากบทความของ ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหารครบวงจร

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ง. ถูกทุกข้อ

พิจารณาข้อมูลจากตารางที่โจทย์กำหนดให้ พบว่า ข้อมูลทั้ง4ตัวเลือก เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


4ชนิด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ก. มีข้อถูกเพียง 1 ข้อ

- ข้อที่ 2 ผิด เพราะ พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์เป็นพันธะที่เชื่อมระหว่าง นิวคลีโอไทด์ โดยที่หมู่ของฟอสเฟตที่เป็นส่วนประกอบของพันธะจะเชื่อมโยงระหว่างหมู่ ไฮดรอกซิลที่ตำแหน่ง 5' ของนิวคลีโอไทด์โมเลกุลหนึ่งกับหมู่ไฮดรอกซิลที่ตำแหน่ง 3' ในโมเลกุลถัดไป - ข้อ 3 ผิด เพราะ โครงสร้างของมอนอแซ็กคาไรด์ จะมีหมู่ฟังก์ชัน 2 แบบ คือหมู่คาร์บอกซาลดีไฮด์ และหมู่คาร์บอนิล - ข้อ 4 ผิด เพราะ เอสเทอร์ เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่แอลคอกซีคาร์บอนิล เป็นหมู่ฟังก์ชัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย

- โปรตีน + สารละลายคอปเปอร์(II) ซัลเฟต + สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ จะเปลี่ยนสีสารละลายดังกล่าวจากสีฟ้าเป็นสีม่วงแกมแดง ดังนั้น สาร x คือ นมถั่วเหลือง - เมื่อนำน้ำตาลกลูโคส + สารละลายเบเนดิกส์ แล้วนำไปต้ม จะเปลี่ยนสีสารละลายเบเนดิกส์จากสีฟ้าเป็นตะกอนสีส้มแดง ดังนั้น สาร y คือ น้ำตาลกลูโคส - การทดสอบคาร์โบไฮเดรตที่มีรสไม่หวาน คือ แป้ง + สารละลายไอโอดีน จะเปลี่ยนสีสารละลายไอโอดีนจากสีน้ำตาลเป็นสีน้ำเงิน หรือ ม่วงดำ แต่จากโจทย์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น สาร z จึงเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีรสหวาน สาร z จึงเป็นน้ำตาลทราย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว แอลกอฮอล์ กรดคาร์บอกซิลิก แป้ง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ก. W, X และ Y

สาร y คือ ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นสารเคมีกลิ่นฉุนรุนแรง สาร z คือ แอซีโตน (acetone) เป็นคีโตนที่มีจำนวนอะตอม C น้อยที่สุด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ก. กรดไขมัน

สารละลายบัพเฟอร์มีคุณสมบัติในการต้านการเปลี่ยนแปลงค่า pH ทำให้ pH ของสารละลายเปลี่ยนแปลงน้อยมาก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


3. พืชไม่สามารถเกิดปฏิกิริยา photolysis จึงทำให้ไม่เกิด O2 ขึ้น

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


2. สามารถพบลักษณะของ cell membrane แบบ phospholipid bilayer ได้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

ง. อะไมเลส เปลี่ยนสีสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟตเป็นสีม่วงในสภาวะที่เป็นเบส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


2. Lac operon เกี่ยวข้องกับกระบวนการ breakdown ของ lactose

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


3. DNA polymerase

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


4. Repressor

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 40.3 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา