| 1 |
|
2. Warfarin |
|
Cephalexin เป็นยาปฏิชีวนะ ผลของยามีเกี่ยวข้องการทางเดินปัสสวะ
Neostigmine คือยาบำบัดอาการกลุ่มโรคกล้ามเนื้อและยัง สามารถใช้บำบัดอาการ ปัสสวะขัดที่มรเหตุมาจากการได้รับยาชา
Benzothiazide เป็นยา ขับปัสสาวะ
ยา Warfarin ใช้ป้องกันการแข็งตัวของเลือด รวมถึงการเกิดลิ่มเลือดที่อาจไปอุดตันของหลอดเลือดในอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญ จึงตอบยา Warfarin
|
จากการค้นหาข้อมูลในเว็ปไซต์ของโรงพยาบาลศิริราชพบว่ายา Warfarin ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัสสาวะขึงเป็นที่มาของคำตอบในข้อนี้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
2. Warfarin |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
3. Neostigmine |
|
โครงสร้าง Molecule ของ Neostimine มีการแตกของพันธะที่มากกว่า โครงสร้าง Molecules อื่น
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
5. ผิดทุกข้อ |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
จาก Engineered brain-targeted drug delivery systems ที่ใช้คืออะไร
|
5. ไม่มีข้อใดถูก |
|
DOX หรือ Doxorubicin เป็นผู้นำด้านเคมีบำบัดในการรักษาโรคมะเร็ง
DEX หรือ Dexamethasone เป็นตัวแทนในการบำบัดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
ซึ่งไม่เกี่ยวกับ Engineered brain-targeted drug
|
จากข้อมูลของ website PMC(PubMed Central) บอกว่า Engineered brain-targeted drug คือ การที่ร่างกายของเราพยายามแยกสารเคมีซึ่งเป็นพิษในเลือดออกจากสมองอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ choice ข้างต้นเลย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
ข้อใดเกี่ยวข้องกับ Environmental toxicology
|
1. pesticide dichlorodiphenyltrichloroethane (DDT) |
|
DDT คือยาที่ฆ่าศัตรูพืช และส่งผลต่อสัตว์หรือสิงมีชีวิตต่างๆ
|
เป็นยาที่ มีผลต่อ สิ่งแวดล้อมมนุษย์ะสัตว์ ซึ่ง DDT สังเคราะห์ออร์กาโนคลอรีน นิยมใช้มาตั้งแต่
ช่วงส่งครามโลกครั้งที่ 2 จากหัวข้อEnvironmental toxicology คือ พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
ข้อใดไม่ได้อธิบายสมมติฐาน Life on the Edge ที่เกี่ยวข้องกับโรคอะไมลอยด์
|
1. การดริฟท์ทางพันธุกรรมซึ่งเป็นการสะสมของการกลายพันธุ์แบบสุ่ม |
|
โรคอะไมลอย์ เป็นโรคที่เกี่ยวกับการสร้าง Protein ที่ผิดปกติสร้างเยอะเกินไป เลยไปสะสมตามเนื้อเยื่อตามอวัยวะต่างๆ จนทำให้ ร่างกายผิดปกติ
|
จากการค้นคว้าจากเว็ปไซต์ Bumrungrad International hospital พบว่า โรคอะไมลอยด์เกิดจากการที่ร่างกายสร้างโปรตีนอะมี
ลอยด์มากเกินไปจนเข้าไปสะสมตามเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการขาดกลูโคส -6- ฟอสเฟต G6PD?
|
3. กลูตาไธโอน |
|
การขาด G6PD คือ การที่สมองขาดกลูโคส ทำให้อุณหภูมิร่างกายต่ำ อ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ และอื่นๆ ซึ่ง กลูต้าไธโอนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย
|
จากข้อมูลในเว็ปของ โรงพยาบาลรามคำแหง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขาด G6PD ไว้อย่างละเอียดจึงสามารถใช้ข้อมูลในการตัด choice ได้จึงเป็นที่มาของคำตอบในข้อนี้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
ข้อใดไม่ใช่กลไกการออกฤทธิ์ของ Gleevac
|
3. ช่วยให้เซลล์เนื้องอกแพร่กระจาย |
|
ยา gleevac คือยาที่ช่วยรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวซีเอ็มแอล ซึ่งมีข้อความที่ขัดแย้งอยู่ 1 choice คือ ข้อ 3
|
จากการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ gleevac พบว่าเป็นยาที่รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวซึ่งมี choice ข้อ 3 เพียงข้อเดียวที่ขัดแย้ง จึงเป็นที่มาของคำตอบ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
เป็นเรื่องปกติที่จะให้ยา Warfarin ในขนาดเริ่มต้นที่แตกต่างกันกับผู้คนตามเชื้อชาติของพวกเขา หากให้น้อยเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น
|
5. ไม่มีข้อถูก |
|
ผู้ป่วยควรได้รับการติดตามค่าการแข็งตัวของเลือด (INR) เป็นระยะ ซึ่งเป็นค่าที่ใช้บอกถึงประสิทธิภาพการรักษาด้วยยา Warfarin หากขนาดยาน้อยเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่เส้นเลือดต่าง ๆ หรือลิ้นหัวใจเทียม จนอาจนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
|
จากการศึกษาฤทธิ์ของยา Warfarin และความเสี่ยงของยาอย่างละเอียด หากให้ยา warfarin ในปริมาณที่น้อยเกินไปจะทำให้เลือดของผู้ป่วยแข็งตัวมากจนเกินไป
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
การกลายพันธุ์ของยีนใดที่อาจส่งผลต่อระดับ Warfarin
|
5. ไม่มีข้อถูก |
|
การกลายพันธุ์ของยีนส์ที่ส่งผลต่อระดับ Warfarin คือ
VKORC1 จะทำให้ร่างกายไวต่อ warfarin มากขึ้น โอกาสที่ยาจะเกินระดับรักษาและเลือดออกมากขึ้น
CYP2c9 เป็นเอนไซม์ที่สำคัญในการเปลี่ยนสภาพยา warfarin หากมีการกลายพันธุ์บางชนิดจะทําให้การออก ฤทธิ์ของ warfarin มากขึ้น ต้องลดขนาดยาตั้งต้น ค่อย ๆ ปรับยาและใช้เวลานานกว่าจะได้เป้าหมาย
|
จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ยีนส์ที่มีผลต่อระดับ warfarin อย่างมากและพบในไทย มี 2 ตัว คือ VKORC1 และ CYP2c9
จึงเป็นที่มาของคำตอบ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
Drug Concentrations
Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by,
C (t) = Co e^(-rt),
จงหาสมการที่เป็นไปได้ หากยา x, มี r =0. 09 แล้วมีความเข้มข้นลดลง 80% จาก the model, C(t) = Co e^(-rt)
|
5. In 0.8 = -0.9t |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
Drug Concentrations Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e^(-rt),
จงหาค่า r ถ้า Initial concentration = 10 mg/L
3 mg/L is shown after 9 hours.
|
5. ไม่มีข้อถูก |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
Drug Concentrations
Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by,
C (t) = C0 e^(-rt),
ถ้า r = 0.041 /hr
Co = 9 mg/L
t = 7
จากสมการจงหาความเข้มข้นของยา ณ เวลาที่ฉีด
|
1. 0.8 mg/L |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
ข้อใดมีผลต่อ Aβ-dependent tau phosphorylation
|
1. Astrocyte reactivity |
|
astrocyte จะคลุมอยู่เป็นชั้น หนาหลายไมโครมิเตอร์ แทรกระหว่างเนื้อสมองและ pia mater เรียกว่า glial limiting membrane
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 5(0.5)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ต้องใช้เวลานานเท่าใดที่ความเข้มข้นจะลดลงถึง 70% ของระดับเริ่มต้น
|
1. 3.8 hr. |
|
|
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรกิริยาการจับที่เป็นไปได้ของเอไมด์ทุติยภูมิ
|
4. ไม่สามารถมีส่วนร่วมในพันธะไฮโดรเจนได้เลย |
|
เอไมด์คือสารประกอบอินทรีย์ที่ประกอบด้วยธาตุ C H O และ N เกิดจากหมู่อะมิโน เข้าไปแทนที่หมู่คาร์บอกซิล ในกรดคาร์บอกซิลิก สูตรเคมีเป็น R-CONH2
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
ข้อใดเกี่ยวข้องกับ Plasma measures of GFAP
|
4. CSQ levels |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 5(8)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ความเข้มข้นของยาจะเป็น 80 มิลลิกรัมต่อลิตร ที่กี่ชั่วโมง
|
1. 1.33 |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
การจับยากับตำแหน่งจับของโปรตีน Disulfide bond ไม่เกี่ยวข้องกับโรคใด
|
2. Heart disease |
|
Disulfide bond คือพันธะโคเวเลนซ์ ที่แข็งแรงระหว่าง กรด Amino cysteine พี่อยู่ในโครงสร้างระดับปฐมภูมิทำให้เกิดพี่อยู่ในโครงสร้างระดับปฐมภูมิทำให้เกิดม้วนของโปรตีน โดยสร้างพันธะที่อยู่ห่างกันในโครงสร้างเช่นในโมเลกุลของ ไลโซไซม์
Heart disease โลกที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานโลกที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจแบ่งย่อยได้หลายกลุ่มเช่นโรคหลอดเลือดหัวใจและ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ และอื่นๆ
|
จากการสืบค้นข้อมูลและวิเคราะห์จากหลายๆเว็ปไซต์จึงได้คำตอบออกมา
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|