ตรวจข้อสอบ > ศิอร หลีกภัย > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 77 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

สังเกตจากหน่วยย่อยของอินนูลินที่มีหมู่ฟังก์ชั่น ไฮดรอกซิลและคาร์บอกซาลดีไฮด์

คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอินทรีย์ที่หมู่คาร์บอกซาลดีไฮด์ (-CHO) และหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) หรือหมู่คาร์บอนิล (-CO) และหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) เป็นหมู่ฟังก์ชัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่มีผลลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดโดยเปลี่ยกลูโคสให้กลายเป็นไกลโคเจนซึ่งตรงกับข้อ2 และคนที่เป็นเบาหวานคือมีอินซูลินน้อยทำให้ร่างกายเปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นไกลโคเจนได้น้อยจึงควรงดการรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลซึ่งตรงกับข้อ3

อินซูลินฮอร์โมนที่มีผลลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด โดยมีกลไกการทำงานคืออินซูลินจะจับตัวกับ receptor ที่จำเพาะที่อยู่ในเนื้อเยื่อร่างกาย โดยเฉพาะที่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและไขมัน ซึ่งจะส่งผลให้มีการนำน้ำตาลเข้าสู่เนื้อเยื่อชนิดดังกล่าว ส่วนในเซลล์ตับ อินซูลินจะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างไกลโคเจนและยับยั้งการสร้างน้ำตาลจากกระบวนการกลูโคนีโอเจเนสิสซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ค. เอนไซม์ทํางานได้ภายในช่วง pH ที่จํากัด

จากหลอดที่1(หลอดควบคุม)ซึ่งเป็นหลอดที่ไม่ใส่เอนไซม์พบว่าระยะเวลาในการแข็งตัวของเจลาตินอยู่ที่ 5 นาที และจากหลอดที่3 พบว่าในpH=7 ซึ่งเท่ากันกับหลอดที่1แต่มีการเติมเอนไซม์ระยะการแข็งตัวมากกว่า 20 นาที แสดงว่าเอนไซม์มีผลต่อการแข็งตัว และในหลอดที่2 และ4 ที่ pH=5,10 พบว่าเวลาในการแข็งตัวอยู่ที่7 และ 5 ซึ่งใกล้เคียงกับหลอดที่1 จึงบอกได้ว่าเอนไซม์สามารถทำงานได้ในช่วง pH ที่จำกัด

pHของสารละลายจะมีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาของเอนไซม์ในหลายด้าน ตามปกติเอนไซม์แต่ละชนิดจะมี pH ที่เหมาะสมในการทำงาน ซึ่งการทำงานของเอนไซม์จะลดลงเมื่อ pH สูงหรือต่ำกว่า pH ที่เหมาะสม การที่ pH สูงมากหรือต่ำมาก จะทำให้เอนไซม์เสื่อมสภาพเนื่องจากเอนไซม์ประกอบด้วยกลุ่ม อะมิโน และ คาร์บอกซิล เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงประจุของไฮโดรเจนไอออนในสารละลายทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ง. เพปไทด์ท่ีประกอบด้วยกรดอะมิโนท้ัง 3 ชนิดข้างต้นโดยไม่มีกรดอะมิโนที่ซ้ํากันมีทั้งหมด3ชนิด

เพปไทด์เกิดจากหน่วยย่อยคือกรดอะมิโนมารวมกันซึ่งจากโครงสร้างของ x y z พบว่าไม่มีกรดอะมิโนที่ซ้ำกันเลย

กรดอะมิโนที่พบเป็นองค์ประกอบของโปรตีนมี 20 ชนิด และกรดอะมิโนจำเป็นมี 8 ชนิด คือ เมไทโอนีน ทรีโอนีน ไลซีน เวลีน ลิวซีน ไอโซลิวซีน เฟนิลอะลานิน และทริปโตเฟนซึ่งแต่ละชนิดจะมีโครงสร้างที่ไม่เหมือนกัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


โครงสร้างทุติยภูมิของโปรตีนเกลียวแอลฟาเกิดจากการสร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่าง c=o และ N-H

โครงสร้างทุติยภูมิที่อยู่สายโพลิเมอร์เดียวกันและเชื่อมต่อกันด้วยพันธะไฮโดรเจน

โครงสร้างทุตืยภูมิเป็นโครงสร้างที่เกิดจากกรดอะมิโน ที่อยู่ภายในสายพอลิเพปไทด์เดียวกัน ทำปฎิกิริยากันด้วยพันธะไฮโดรเจน ซึ่งเกิดขึ้นในตำแหน่งที่เว้นระยะห่างสม่ำเสมอกัน ทำให้เกิดโครงสร้างสามมิติของโปรตีนที่ มี 2 รูปแบบหลักคือแบบเกลียวแอลฟาและแบบแผ่นบีต้า

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A คือ กลีเซอรอล B คือ กรดไขมัน C คือ ไตรกลีเซอไรด์

ไตรกลีเซอไรด์ ไ เป็นสารในกลุ่มลิพิด ซึ่งเป็น ส่วนประกอบหลักของน้ำมันและไขมัน และจากสมการพบว่าเกิดน้ำ 3 โมเลกุล

โมเลกุลของไตรกลีเซอไรด์ เกิดจากการรวมตัวของกรดไขมัน (fatty acid) 3 โมเลกุล กับกลีเซอรอล 1 โมเลกุลด้วยพันธะเอสเทอร์ โดยที่กรดไขมันทั้งสามโมเลกุล (R1, R2, R3) ในโมเลกุลของไตรกลีเซอไรด์ หากเหมือนกัน เรียกว่า simple trigleyceride หรือหาก แตกต่างกัน เรียกว่า mixed triglyceride

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข้อ ง

สารที่เป็นกรดไขมันอิ่มตัวจะทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และสารที่เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวดีต่อสุขภาพจึงควรนำมาประกอบอาหาร

ไอโอดีนเป็นสารที่สามารถทำปฏิกิริยากับพันธะคู่ระหว่างอะตอนคาร์บอนกับคาร์บอนเกิดเป็นสารใหม่ที่ไม่มีสี ดังนั้นในกรดไขมันที่มีพันธะคู่มากกว่าก็จะใช้จำนวนหยดของไอโอดีนมากกว่า ซึ่งพันธะคู่มากแสดงว่าเป็นไขมันไม่อิ่มตัว

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข้อ จ

น้ำมัน Y ยังคงเป็นของเหลวเมื่อนำไปแช่เย็นทำให้รู้ว่ามีจุดหลอมเหลวต่ำ ซึ่งพบว่าเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากและเหม็นหืนง่าย

การเหม็นหืนเกิดจากกรดไขมันไม่อิ่มตัวทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ จะได้สารที่มีกลิ่นเหม็นหืน(ออกซิเจนในอากาศเข้าทำปฏิกิริยาตรงตำแหน่งพันธะคู่ระหว่างอะตอมคาร์บอนในโมเลกุลของกรดไขมัน)

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

โอเลอิกเป็นสารที่บ่งบอกถึงการเป็นกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว ซึ่งสารชนิดอื่นในตารางนี้ล้วนมีทั้งหมดจึงสามารถฟอกจางสีโบรมีนได้

Oleic acid เป็นกรดไขมัน ประเภทกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่มีจำนวนคาร์บอน 18 อะตอม มีพันธะคู่ 1 อัน ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 9 จัดเป็น monounsaturated fatty acid เนื่องจากมีตำแหน่งพันธะคู่ 1 ตำแหน่งดังนั้นรูปร่างที่ถูกต้องของโมเลกุล oleic acid จึงไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่จะมีลักษณะหักมุมที่ตำแหน่งพันธะคู่

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

สาร X ต้องเป็นโปรตีน สาร Y ต้องเป็นน้ำตาล และสาร z ต้องเป็นสารที่มีส่วนประกอบของแอซิเตต

NaOH + CuSO4 คือ ไบยูเร็ตใช้ในการทดสอบโปรตีน เบเนดิกส์ใช้ในการทดสอบน้ำตาล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ค. ข้อ 1 และ ข้อ 3 ถูก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ค. มีข้อถูก 3 ข้อ

ข้อที่ถูกคือข้อ 1,2,3

ไตรกลีเซอไรด์ไม่ได้ทำลายวิตามิน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


x = trypsin y = sucrase z = lypase

x y z ควรเป็นเอนไซม์

x y z ควรเป็นสารที่สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงจากโมเลกุลใหญ่ให้กลายเป็นโมเลกุลเล็กซึ่งก็คือ น้ำย่อย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


3

สังเกตจากโครงสร้าง

จากโครงสร้าง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข. มีข้อถูก 2 ข้อ

ข้อที่ถูกคือ 2,3

สังดกตจากหมู่ฟังก์ชั่นและหน่วยย่อย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข. กรดอะมิโน น้ำตาลทราย ไข่ขาว

x y z ต้องเป็นโปรตีน น้ำตาล และไม่ใช่ไขมันตามลำดับ

สังเกตจากสารที่ใช้ทดสอบละการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นการเปลี่ยนแปลงของสี

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว แอลกอฮอล์ กรดคาร์บอกซิลิก แป้ง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข. W, X และ Z

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ข. คลอเรสเทอรอล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


1. พืชไม่สามารถตรึง CO2 ใน Calvin cycle ได้

Diuron และ Paraquat เป็นสารเคมีที่รุนแรงเป็นอย่างมากซึ่งทำให้พืชตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ได้

วัฏจักรคัลวิน หรือ Calvin-Benson-Bassham (CBB) cycle reductive pentose phosphate cycle หรือ C3 cycle เป็นลำดับของปฏิกิริยาทางด้านชีวเคมี เกิดขึ้นในสโตรมาของคลอโรพลาสต์ บางครั้งเรียกปฏิกิริยานี้ว่าปฏิกิริยาช่วงที่ไม่ใช้แสง วัฏจักรคัลวินประกอบด้วย 3 ขั้นตอน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


3. มีสารพันธุกรรมเช่นเดียวกับเชื้อก่อโรค Influenza , AIDS

เชื้อนี้เป็นเชื้อไวรัสซึ่งตรงกับ Influenza และ AIDS ที่เกิดจากโรคไวรัสเช่นเดียวกัน

ไข้หวัดใหญ่หรือ influenza เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน เชื้อต้นเหตุเป็นไวรัสที่เรียกว่า influenza virus หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดคือ influenza A และ B เอชไอวี HIV (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของคน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

ข. อะไมเลส จัดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์แบบโซ่กิ่ง ที่ไม่สามารละลายน้ำได้

อะไมไลสเป็นเอนไซม์ซึ่งเป็นโปรตีน

อะไมโลสเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทโพลีแซคคาไรด์และอะไมเลสเป็นเอนไซม์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


1. Glucose เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์

จากคลิปพบว่า lactose เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์

Lactose เกิดจาก glucose + galactose

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


1. Permease

ฟังจากคลิปวีดีโอ

ฟังจากคลิปวีดีโอ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


1. Operon

องค์ประกอบของ lac operon ไม่มี operon

องค์ประกอบของ lac operon ประกอบด้วย Inducer MRNA Repressor และ Galactose (กลูโคสรวมกับกาแลกโทส)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 58.8 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา