| 1 |
อาการชาที่แขนซ้ายเฉียบพลันสามารถเป็นอาการของโรคใด
|
5. Ischemic Stroke |
|
เพราะ Ischemic Stroke คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันหรือมีเลือดออกในสมอง หรืออาการเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจน จนทำให้มีอาการแขนขาอ่อนแรงเป็นอัมพาตซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายหรือทั้งสองซีก
พูดไม่ชัดหรือมีปัญหาในการพูด การสื่อสารหรือการทำความเข้าใจ
รู้สึกชาที่ใบหน้าหรือมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างเฉียบพลัน อาจมีอาการปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท มีปัญหาด้านการมองเห็น
|
ปัจจัยที่มีอิทิพลต่อการมารับการรักษาทันเวลาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน
ในโรงพยาบาลหัวหิน สามารถอภิปรายผลการวิจัยตามแนวคิด PRECEDE MODEL (Greet & Kreuter, 2005
อ้างถึงใน นรลักษณ์ เอื้อกิจ และ ลัดดาวัลย์ เพ็ญศรี, 2552) ดังนี้ 1. ปัจจัยนำ ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง และสถานภาพสมรส มีความสัมพันธ์กับการมารับการรักษา เวลา (Oral 35, 36.42 10.60 ตามลำดับ) การรับรู้ความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมอง เป็นความเชื่อว่าการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง มีความรุนแรง ก่อให้เกิดความพิการ มีความยากลำบากในการใช้ชีวิต ใช้เวลานานในการรักษา และนำไปสู่ การเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ การรับรู้ความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมอง จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีการตอบสนองต่อ การจัดการอาการทันที จิงมีแนวโน้มที่จะมารับการรักษาให้ทันเวลา (พีชญา ศรีลา และคณะ, 2564- Zhou et al., 2017) ในทางตรงข้ามหากมีการรับรู้ต่ำ ก็มีแนวโน้มที่จะเข้ารับการรักษาล่าช้า (Ruslature & Poomphol, 2019) การรับรู้อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง จะส่งผลต่อความความตระหนักรู้ เกี่ยวกับอาการโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ อาการชัก อาการหน้าเบี้ยว สามารถทำนายการมารักษา ทันเวลาได้ (พัชราภรณ์ ปินตา, 2564) เช่นเดียวกับการไม่รับรู้ว่าปัญหาหรืออาการที่เกิดขึ้นว่าเป็นโรค หลอดเ อ สมอง มีผลต่อการเข้ารับการรักษาอย่างล่าช้าได้ (จิราพร บุญโท, 2564; Bakchue &Poomphol, 2019) และสถานภาพสมรส เป็นปัจจัยที่เกิดจากอิทธิพลของคู่สมรส ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่มีคู่เมฆกลับมีโอกาสมารับการรักษาทันเวลาลดลง ซึ่งเป็นตัวแปรที่แตกต่างจากการศึกษาที่ผ่านมาที่ พบว่าการอยู่คนเดียว จะมารับการรักษาล่าช้ามากกว่าการมีคู่สมรส (จิราพร บุญโท, 2564; in et al, 2012) อาจอธิบายได้ว่าอาจมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับคู่สมรส เช่น ขาดการรับรู้ความรุนแรงหรือการรับรู้ อาการเดือนของโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ไม่ตระหนักถึงการมารับการรักษาให้ทันเวลา ดังผลการศึกษา ตัวแปรที่ใกล้เคียงกัน คือ การมีบุคคลที่อยู่ด้วยขณะเกิดอาการและรับรู้ว่าโรคนั้นรุนแรง จะส่งผลต่อการ ตอบสนองทันทีและมีแนวโน้มที่จะพามารับการรักษาได้ทันเวลา (Zhou et al., 2017: Rule et al., 2020)
2. ปัจจัยเชื้อ ผลการวิจัยพบว่า การเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และระบบเครือข่ายการส่งต่อ มีความสัมพันธ์กับการมารับการรักษาทันเวลาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (OR = 365, 2.04 ตามลำดับ) อธิบายได้ว่าเป็นปัจจัยที่มาจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนให้บุคคลมีความสะดวกในการ เข้าไปรับการรักษาหรือเข้าถึงแหล่งบริการได้สะดวก สอดคล้องกับการศึกษาที่พบว่า หากผู้ป่วยสามารถ ใช้โทรศัพท์ในการโทรเบอร์ฉุกเฉินได้ มีโอกาสที่จะเข้ามารับการรักษาได้ทันเวลา (Zhou et al. 2017 Sato-Camara et al., 2019, Wang et al., 2021) นอกจากนี้ ยังช่วยลดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเกิดอาการ จนกระทั่งได้รับการรักษาโดยการให้ยาละลายลิ่มเลือด (Hoich et al., 2014) การใช้บริการการแพทย์ ฉุกเฉินถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากสำหรับการจัดการขั้นต้นที่ดีที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งการมีระบบการส่งต่อจากชุมชนที่ดี (Zhou et al., 2017) ในขณะที่บุคคลที่ไม่ได้โทรเบอร์ฉุกเฉินมีแนวโน้มที่จะเข้ารับการรักษาล่าช้า (Rakchus & Pourphol, 2019)
3. ปัจจัยเสริม ผลการวิจัยพบว่า การเคยได้รับข่าวสารเกี่ยวโรคหลอดเลือดสมองมีโอกาสมา โรงพยาบาลกันมากกว่าผู้ที่มีไม่เคยได้รับข้อมูลเกี่ยวโรคหลอดเลือดสมองถึง 2 เท่า (CF) - 2.12 ซึ่งเป็น ปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลในการมารับการรักษาทันเวลา ปัจจัยเสริมส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะของการให้ ความรู้ และข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลให้เกิดความยั่งยืนและคงอยู่ของการปฏิบัติ การที่ผู้ป่วยโรค หลอดเลือดสมองได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมองผ่านช่องทางต่างๆ ก็มีแนวโน้ม ที่มาเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา (Zhou et al., 2017) และลดโอกาสในการเข้ารับการรักษาอย่างล่าช้า (Vallippalam et al, 2021)
ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ทั้งปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม มีอิทธิพลต่อการมารับการ รักษาทันเวลาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลหัวหิน โดยเฉพาะสถานภาพคู่ (CK_ _ = 33; 95%CI = 12 - 87) การรับรู้ความรุนแรงระดับสูง (C) = 6549, 95%C -9.43 - 56.62) ร่วมท่านายการมารับการรักษาทันเวลาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ให้ร้อยละ 54.10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยในการสร้างและพัฒนาให้ผู้ป่วยที่มี ความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหลอดเถียดสมองให้ตระหนักรู้และเห็นความสำคัญของการมารับการรักษา ทันเวลา และเป็นแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอาการของโรคหลอดเลือดสมองเพื่อรองรับนโยบายระบบบริการ ภาพ (service plan) ในอนาคต
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
มีเลือดปนในอุจจาระ อาเจียน โดยอาจมีอาเจียนเป็นเลือดได้ อยากทราบว่าผู้ป่วยมีภาวะใด เพราะเหตุใด
|
5. ทั้งหมดที่กล่าวมา |
|
ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด คือ การติดเชื้อที่เกิดขึ้นที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในร่างกาย แล้วทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการติดเชื้อหรือต่อพิษของเชื้อโรค ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นในอวัยวะภายในซึ่งจะทำให้เลือดไหลได้
อาการและข้อสังเกตของโรคแผลในกระเพาะอาหาร
ขณะที่ท้องว่าง จะมีอาการปวดแสบปวดร้อนในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งระหว่างหน้าอกและสะดือ อาจมีอาการปวดไม่กี่นาทีหรือปวดนานถึงชั่วโมง
รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระเป็นสีดำคล้ำหรือมีเลือดปน เบื่ออาหาร
ในระยะแรกของโรคอาจไม่มีอาการแสดงที่เฉพาะและอาจมีอาการคล้ายโรคอื่นๆ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่ รู้สึกอาหารไม่ย่อยหรือ รู้สึกไม่สบายท้อง ท้องอืดหลังรับประทานอาหาร คลื่นไส้เล็กน้อย ไม่อยากรับประทานอาหาร มีอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก และในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการลุกลามขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการดังต่อไปนี้ รู้สึกไม่สบายท้องโดยเฉพาะช่องท้องบริเวณส่วนบนและตรงกลาง มีเลือดปนในอุจจาระ อาเจียน โดยอาจมีอาเจียนเป็นเลือดได้ ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำคล้ำ น้ำหนักตัวลดลง ปวดท้องหรืออาเจียน เป็นอาหารที่กินเข้าไป เนื่องจากมีการอุดตันของกระเพาะอาหาร กลืนติด หรือทานอาหารได้ลดลง อ่อนเพลีย
อาการของกรดไหลย้อน หากกรดมีปริมาณมากเกินกว่าร่างกายจะรับไหวจะส่งผลให้ย่อยเยื่อบุในกระเพาะอาหารจนเลือดออกได้ และจะแสบร้อนบริเวณกลางหน้าอก มักเป็นหลังกินอาหาร โดยเฉพาะมื้อใหญ่ๆ และพบบ่อยช่วงกลางคืน เจ็บแน่นหน้าอก กลืนลำบาก หรือ จุกคอ รู้สึกมีอาหาร หรือ กรดเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นมาในลำคอ
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
อาการเคี้ยวอาหาร กลืนอาหารลำบาก
อยากทราบว่าผู้ป่วยคนนี้เป็นโรคอะไร เพราะเหตุใด
|
4. กล้ามเนื้ออ่อนแรง |
|
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia gravis)
อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าและระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการพูดไม่ชัดเสียงขึ้นจมูก เคี้ยวอาหาร กลืนอาหารลำบาก อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนขา
|
1. ข้อมูลทั่วไปของ ผู้ดูแล ในกลุ่มทดลองและ กลุ่มเปรียบเทียบ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 69.70 และร้อยละ 81.82 กลุ่มทดลองมีอายุเฉลี่ย 48.39 ปี (SD = 14.28) ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ระหว่าง 51-60 ปี ร้อยละ 27.27 กลุ่มเปรียบเทียบมีอายุเฉลี่ย 41 30 ปี (SD = 12.79) ส่วนใหญ่มีอายุ 31-40 ปี ร้อยละ 33.33 กลุ่มทดลองและ กลุ่มเปรียบเทียบ ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 90,91 และร้อยละ 66.57 มีการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 57.58 และ ร้อยละ 51.52 มีอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ 51.52 และร้อยละ 57.58 มีรายได้เฉลี่ยของครอบครัว ต่อเดือน ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 60.61 และร้อยละ 48.48 มีระยะเวลาดูแลผู้ป่วยอยู่ระหว่าง 10-12 เดือน
ร้อยละ 39.39 และร้อยละ 33.33 มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วย ในฐานะบุตร ร้อยละ 39.39 และร้อยละ 24.24 และมี ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 33.33 และระดับ ร้อยละ 57.58 ตามลำดับ
2. ข้อมูลทั่วไป ของผู้ป่วยในกลุ่มทดลองและกลุ่ม เปรียบเทียบ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 54.55 และ ซีกขวา ร้อยละ 69.70 ร้อยละ 51.52 กลุ่มทดลอง มีอายุเฉลี่ย 60.97 ปี (SD = 12.56) ส่วนใหญ่มีอายุ 61 ปีขึ้นไป ร้อยละ 51.52 กลุ่มเปรียบเทียบ มีอายุเฉลี่ย 64.79 ปี SD = 9.17) ส่วนใหญ่มีอายุ 61 ปี ขึ้นไป ร้อยละ 66.67 กลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 72.73 และร้อยละ 54.55 มีการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 75.76 และ ร้อยละ 87.88 ไม่ได้ประกอบอาชีพ ร้อยละ 45.45 และ ร้อยละ 42.42 มีรายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อเดือน ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 80.65 และร้อยละ 69.70 มีบทบาท เป็นหัวหน้าครอบครัว ร้อยละ 51.52 และ ร้อยละ 69.70 เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันทำให้สมองขาดเลือด
ร้อยละ 90.91 และร้อยละ 87.88 มีระยะเวลาในการป่วย 10-12 เดือน ร้อยละ 42.42 และมีระยะเวลาในการป่วย 4-6 เดือน ร้อยละ 45.45 ทุกคนมีกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ ด้วยการทำกายภาพบำบัด มีความผิดปกติของการเคลื่อนไหว ซีกซ้าย ร้อยละ 51.52 และมีความผิดปกติของการเคลื่อนไหว
3. ผู้ดูแลกลุ่มทดลอง มีความสามารถในการฟื้นฟู สมรรถภาพกล้ามเนื้อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยรวม และรายด้านได้แก่ด้านการบริหารข้อต่อและและออกกำลัง กล้ามเนื้อและด้านการจัดท่าผู้ป่วยบนเตียงหลังทดลอง สูงกว่าก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ส่วนผู้ดูแลกลุ่มเปรียบเทียบ มีความสามารถในการฟื้นฟู สมรรถภาพกล้ามเนื้อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยรวม และรายด้านได้แก่ ด้านการบริหารข้อต่อและและออกกำลัง กล้ามเนื้อและด้านการจัดท่าผู้ป่วยบนเตียงก่อนและหลัง ทดลองไม่แตกต่างกัน ณ ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
จงอ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม
ขาหนีบบวม สัมผัสแล้วพบก้อนใต้ผิวหนังแต่ไม่ก่อให้เกิดอาการปวดแต่อย่างใด
• มีไข้
• น้ำหนักตัวลด
• เหงื่อออกตอนกลางคืน
• มีก้อนตามร่างกาย
ป่วยเป็นโรคอะไร เพราะอะไร
|
3. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง |
|
อาการของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณต่าง ๆ เช่น ที่คอ รักแร้ กระเพาะอาหาร และขาหนีบบวม สัมผัสแล้วพบก้อนใต้ผิวหนังแต่ไม่ก่อให้เกิดอาการปวดแต่อย่างใด
มีไข้
น้ำหนักตัวลด
เหงื่อออกตอนกลางคืน
มีก้อนตามร่างกาย
|
การวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
• การผ่าตัดตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา และ การย้อมพิเศษต่างๆ รวมถึงการตรวจความผิด
ปกติระดับยีนส การตรวจรอยโรคในไขกระดูก ยกเว้นโรคมะเร็ง
HL ระยะ 14-2A เพราะว่ามีความเสี่ยงต่ำ เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์บริเวณ า อ ช่องอก ช่องท้อง และอุ้งเชิงกราน
• PET scan
⚫ CBC
ESR ซึ่งเป็นปัจจัยบ่งบอกการพยากรณ์โรค มะเร็ง HL
LDH ซึ่งเป็นปัจจัยบ่งบอกการพยากรณ์โรค
มะเร็ง NHL
เจาะตรวจน้ำใจ หลักสู
. Burkitt's lymphoma/leukemia Lymphoblastic lymphoma/leukemia .
Adult T-cell lymphoma/leukemia HIV-related NHL
. Diffuse large B-cell lymphoma บริเวณ epidural, paranasal sinus, testis. bone marrow
Diffuse farge B-cell lymphoma ที่มี extranedal ≥ 2 และ LDH ผิดปกติ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม
A 47-year-old woman presents to her oncologist with the complaint of solid mass on ovarian mass. During her workup, an ultrasound of her breast shows a 6-cm right ovarian mass.
อยากทราบต้องตรวจหาอะไรเพิ่มเติมจากเคสนี้
|
2. มะเร็งรังไข่ |
|
มะเร็งรังไข่ คือ การมีเซลล์มะเร็งเจริญเติบโตในรังไข่ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในสตรีที่ทำหน้าที่ในการผลิตไข่และฮอร์โมนเพศหญิง อาการ รู้สึกอึดอัดในช่องท้อง เบื่ออาหาร รู้สึกอิ่มจนอึดอัดถึงแม้รับประทานอาหารอ่อนๆ อาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือปวดท้องคลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก หรือปัสสาวะบ่อย
|
อ้างอิงจากงานวิจัย The Relationship between Sense of Coherence and Health Promoting Behaviors
Among Patients with Ovarian Cancer Receiving Chemotherapy1
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
จากการอ่านบทความเรื่อง
Effect Modification between Genes and Environment and Parkinson's Disease Riskอยากทราบว่า gene ใดมีผลกับ Cystic Fibrosis
|
2. (NOS1) gene |
|
ความรุนแรงของโรคปอดแตกต่างกันไปอย่างมากในผู้ป่วยโรคซิสติกไฟโบรซิส (CF) ซึ่งมีการกลายพันธุ์แบบเดียวกันของยีน Cystic fibrosis transmembrane regulator (CFTR) ซึ่งบ่งชี้ว่ายีน "modifier" มีส่วนเกี่ยวข้อง ยีนไนตริกออกไซด์ซินเทส 1 (NOS1) เป็นตัวเลือกสำหรับบทบาทนี้เนื่องจากไนตริกออกไซด์ (NO) ที่หายใจออกจะลดลงในผู้ป่วยที่มีกิจกรรม CF และ NOS1 มีส่วนช่วยในการขนส่งไอออนิกผ่านเยื่อบุผิว การป้องกันภูมิคุ้มกัน และการอักเสบที่ไม่เฉพาะเจาะจงของทางเดินหายใจ ซึ่งศึกษาได้จากDinucleotide GT repeat polymorphism ได้รับการศึกษาในบริเวณ 5' ที่ไม่มีการแปลของยีน NOS1 ซึ่งอยู่ต้นน้ำทันทีจากตำแหน่งเริ่มต้นการถอดความ ในผู้ป่วย 59 รายที่มี CF และ 59 กลุ่มควบคุมที่มีสุขภาพดี จะได้ผลลัพธ์สิบเก้าอัลลีลของยีน NOS1 ถูกระบุตามจำนวนของ GT ซ้ำ (จาก 18 ถึง 36) ใน 5 ภูมิภาคที่ไม่มีการแปล ระดับ NO ที่หายใจออกมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับจำนวนการทำซ้ำของ GT ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองซึ่งมีจีโนไทป์ NOS1 ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต NO สูง จะมีการทำงานของปอดลดลงช้าลงในช่วงติดตามผล 5 ปี ไม่มีผลรบกวนจากอายุ การล่าอาณานิคมของแบคทีเรียเรื้อรังในทางเดินหายใจ หรือจีโนไทป์ CFTR ซึ่งจะได้ข้อสรุปว่าข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างตำแหน่งของยีน NOS1 และอัตราการลดลงของการทำงานของปอดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
|
อ้างอิงจาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/14760158/
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
จากการอ่านบทความเรื่อง
Plastic wastes in the time of COVID-19: Their environmental hazards and implications for sustainable energy resilience and circular bio-economies
What analysis is used The potential of plastic waste as feedstock in biorefinery with respect to the circular economy along with the issues covering environmental footprint, human health, and SDGs?
|
5. ไม่มีข้อใดถูก |
|
ไม่มีข้อใดที่มีความสอดคล้องกับคำถาม
|
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.google.com/url?sa=t&source=web&rct=j&url=https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36328266/&ved=2ahUKEwjKvYO099H_AhVz1TgGHTyCAjwQFnoECBAQAQ&usg=AOvVaw0Lx94mA1poPRWGFqJR3qAk
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
จากบทความ Fruit, vegetable, and fruit juice consumption and risk of gestational diabetes mellitus: a systematic review and meta-analysis
The following criteria were used to determine which studies to include in the meta-analysis except?
|
5. All are included |
|
เพราะมีความสอดคล้องกัน
|
อ้างอิงจาก
https://www.google.com/url?sa=t&source=web&rct=j&url=https://nutritionj.biomedcentral.com/articles/10.1186/s12937-023-00855-8&ved=2ahUKEwjqnrym99H_AhXk1zgGHToIDNoQFnoECBAQAQ&usg=AOvVaw0Lnthr7P15RCIUFIg1QvU1
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
จากบทความในหัวข้อ Climate change
อยากทราบว่าจาก Figure 1. Research ในปีใดมีมากที่สุด
|
1. 1990 |
|
เพราะเป็นปีที่มีClimate changeมากที่สุด
|
อ้างอิงจากงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
THAILAND ENVIRONMENT INSTITUTE
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
จากบทความในหัวข้อ Risk factors from environment อยากทราบว่า Epidemiological triad modified to structure possible disease determinants relevant for ASF occurrence มีอะไรบ้าง
|
3. Environment, Host, Vector |
|
กลุ่มระบาดวิทยาสามกลุ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างปัจจัยกำหนดโรคที่เป็นไปได้ที่เกี่ยวข้องกับการเกิด ASF (สิ่งแวดล้อม โฮสต์ เชื้อโรค เวกเตอร์) ฟองสีเหลืองทึบระบุประเภทความเสี่ยงจากการสังเกต ขณะที่ฟองสีเหลืองประบ่งชี้ประเภทปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น ASFV, ไวรัสไข้สุกรแอฟริกัน; ยูวี, อัลตร้าไวโอเลต.
|
อ้างอิงจาก https://www.researchgate.net/figure/Epidemiological-triad-modified-to-structure-possible-disease-determinants-relevant-for_fig2_364051616
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
ข้อใดคือลจากการผิดพลาดของกระบวนการ DNA replication
|
5. มีถูกมากกว่า 1 ข้อ |
|
เพราะเมื่อกระบวนการ DNA replicationผิดพลาดจะทำใฟ้เกิดเนื้องอกและมะเร็ง รวมทั้งยังทำให้เกิดการFertilizationได้
|
อ้างอิงจากงานวิจัยกระบวนการซ่อมแซมดีเอ็นเอคับการรักษาโรคมะเรับยุคใหม่
he02.tci-thaijo.org
https://he02.tci-thaijo.org › d...PDF
กระบวนการซ่อมแซมดีเอ็นเอคับการรักษาโรคมะเร็ง ยุคใหม่ - ThaiJO
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
มีงานวิจัยใหม่ว่าระบบ CRISPR-cas system สามารถใช้เพื่อ knock out gene ได้ นักเรียนคิดว่าวิธีใดถูกต้อง
|
3. gene deletion |
|
สาขาวิชาพันธุศาสตร์ การหลุดหาย (อังกฤษ: deletion, gene deletion, deficiency, deletion mutation) เป็นการกลายพันธุ์อย่างหนึ่งที่มีส่วนหนึ่งของโครโมโซมหรือดีเอ็นเอหายไป การหลุดหายทำให้เกิดการสูญเสียสารพันธุกรรมไป อาจมีนิวคลีโอไทด์หลุดหายไปจำนวนเท่าใดก็ได้ ตั้งแต่หนึ่งลำดับเบสไปจนถึงโครโมโซมทั้งอัน
|
แหล่งอ้างอิง/ที่มา
Barrangou, Rodolphe, and Jennifer A Doudna. 2016. "Applications of CRISPR Technologies in Research and beyond." Nature Biotechnology 34(9): 933–41. http://www.nature.com/doifinder/10.1038/nbt.3659
"CRISPR-Cas9 Based Therapeutics: Not So Fast." 2015. EBioMedicine 2(5): 365.
Lander, Eric S. 2016. “The Heroes of CRISPR.” Cell 164(1–2): 18–28. http://dx.doi.org/10.1016/j.cell.2015.12.041
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
ข้อใดไม่ใช่หลักการของ DNA metabolism
|
3. the priming of the template strand |
|
เพราะหลักการDNA metabolism ตามข้อมูลไม่มีกระบวนการThe Priming Of The Template Strand
|
https://www.google.com/url?sa=t&source=web&rct=j&url=https://li01.tci-thaijo.org/index.php/JFTSU/article/download/255188/175283/942985&ved=2ahUKEwjk3-vp4dH_AhX29DgGHTXNADQQFnoECCAQAQ&usg=AOvVaw1hpyr9UHmAwKLnlmSzQi83
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
ข้อใดไม่เข้าพวก topics ใน Epigenetics
|
5. neuronal and immune cell populations. |
|
เพราะ1. เมทิลเลชั่นของดีเอ็นเอ
2. การปรับเปลี่ยนฮิสโตน
3. การกระทำ RNA แบบไม่เข้ารหัส
4. การเปลี่ยนแปลงโครมาติน
เป็นพวก topics ใน Epigeneticsเหมือนกัน
|
อ้างอิงจาก
https://www.scispec.co.th/learning/index.php/blog/genomics/piyapha-hirunpatrawong
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
ข้อใด เกี่ยวข้องกับ การรักษาเสถียรภาพทางพันธุกรรม ที่สุด
|
2. p 53 |
|
The p53 gene like the Rb gene, is a tumor suppressor gene, i.e., its activity stops the formation of tumors. If a person inherits only one functional copy of the p53 gene from their parents, they are predisposed to cancer and usually develop several independent tumors in a variety of tissues in early adulthood.
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
จากบทความ cancer ที่ให้ไป the median HRD score for OV, UCS, LUSC, and ESCA is over
|
4. 30 |
|
การขาดการรวมตัวกันอีกครั้งของโฮโมโลกัส (HRD) ทำให้เกิดการซ่อมแซมการแตกของเส้นใยคู่ที่ผิดพลาด และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการเกิดเนื้องอก อย่างไรก็ตาม อุบัติการณ์ของ HRD และความสำคัญทางคลินิกในผู้ป่วยมะเร็งตับยังไม่ทราบ การใช้การวิเคราะห์ทางคอมพิวเตอร์ของข้อมูล Single-nucleotide polymorphism จากผู้ป่วยมะเร็ง 10,619 ราย เราแสดงให้เห็นว่า HRD มักเกิดขึ้นกับมะเร็งหลายชนิด การวิเคราะห์กลุ่มมะเร็งพบว่า HRD ไม่ได้เป็นเพียงตัวบ่งชี้ทางชีวภาพสำหรับมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านมที่มีผลลบสามเท่า แต่ยังมีค่าการพยากรณ์โรคทางคลินิกในมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งต่อมหมวกไตและต่อมไทรอยด์ เราค้นพบว่ายีนที่เกี่ยวข้องกับการรวมตัวกันอีกครั้งที่คล้ายคลึงกันมีความถี่ในการกลายพันธุ์หรือการลบออกสูง การวิเคราะห์เส้นทางแสดงให้เห็นว่า HRD มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการตอบสนองต่อความเสียหายของ DNA และเส้นทางการส่งสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน การหาลำดับอาร์เอ็นเอเซลล์เดี่ยวของลิมโฟไซต์ที่แทรกซึมของเนื้องอกเผยให้เห็นสัดส่วนที่สูงขึ้นของทีเซลล์ที่หมดไปในผู้ป่วย HRD ซึ่งบ่งชี้ถึงภูมิคุ้มกันที่มีอยู่แล้ว ในที่สุด HRD สามารถนำมาใช้เพื่อทำนายการตอบสนองของผู้ป่วยมะเร็งตับต่อการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันด้วยโปรแกรมโปรตีนเซลล์ตาย 1 โดยสรุป งานของเราจัดทำแผนที่ที่ครอบคลุมของ HRD ในมะเร็งตับ การค้นพบนี้มีนัยสำคัญสำหรับการขยายขอบเขตของการรักษาด้วยสารยับยั้ง Poly ADP-ribose polymerase และอาจรวมถึงการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน HRD สามารถใช้ทำนายการตอบสนองของผู้ป่วยมะเร็งตับต่อโปรแกรมโปรตีนการตายของเซลล์ 1 ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด โดยสรุป งานของเราจัดทำแผนที่ที่ครอบคลุมของ HRD ในมะเร็งตับ การค้นพบนี้มีนัยสำคัญสำหรับการขยายขอบเขตของการรักษาด้วยสารยับยั้ง Poly ADP-ribose polymerase และอาจรวมถึงการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน HRD สามารถใช้ทำนายการตอบสนองของผู้ป่วยมะเร็งตับต่อโปรแกรมโปรตีนการตายของเซลล์ 1 ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด โดยสรุป งานของเราจัดทำแผนที่ที่ครอบคลุมของ HRD ในมะเร็งตับ การค้นพบนี้มีนัยสำคัญสำหรับการขยายขอบเขตของการรักษาด้วยสารยับยั้ง Poly ADP-ribose polymerase และอาจรวมถึงการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน
|
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10235055/
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
จากบทความเรื่อง COVID-19 The NEMI pictogram presents four quadrants including?
|
5. ถูกทุกข้อ |
|
ตั้งแต่ปี 2019 มนุษยชาติต้องดิ้นรนเนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ซึ่งเกิดจากไวรัส SARS-Cov-2 อาการมีตั้งแต่ไข้ ไอ หายใจถี่ และอ่อนเพลียในกรณีที่ไม่รุนแรง ไปจนถึงหายใจลำบากถึงชีวิตและเจ็บหน้าอกต่อเนื่องในกรณีที่รุนแรง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของวิกฤตจนถึงเดือน เมษายน2566 WHO ยืนยันว่ามีผู้ป่วย COVID-19 ประมาณ 762 ล้านราย และเสียชีวิต 6.89 ล้านราย แม้ว่าจะมีการให้วัคซีนไปแล้ว 13,300 ล้านโดสก็ตาม1 การระบาดใหญ่นำไปสู่วิกฤตด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เนื่องจากการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่องของไวรัสที่นำไปสู่ SARS-CoV-2 และการเกิดขึ้นของสายพันธุ์ต่างๆ ดังนั้นจึงต้องมีความพยายามแบบองค์รวมในการควบคุมการติดเชื้อและแผนการรักษา โดยเน้นเฉพาะที่ยาต้านไวรัส2
เภสัชกร นักเคมี และแพทย์ต่างแสวงหาโซลูชันที่มีแนวโน้มสำหรับการวินิจฉัย การควบคุม การรักษา และการยับยั้ง COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพ โมลนูพิราเวียร์ (MPV), [(2R,3S,4R,5R)-3,4-ไดไฮดรอกซี-5-[4-(ไฮดรอกซีอะมิโน)-2 ออกซีไพริมิดิน-1-อิล] ออกโซลาน-2-อิล] เมทิล 2-เมทิลโพรพาโนเอต3โครงสร้างที่แสดงใน (รูปที่ 1 ) เป็นยาต้านไวรัสของ β-d- N 4 -hydroxycytidine (NHC) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของนิวคลีโอไซด์ ซึ่งยับยั้งการจำลองแบบของไวรัส RNA ที่แตกต่างกัน4 MPV ได้รับการอนุมัติให้เป็นยาต้านไวรัสชนิดรับประทานตัวแรกสำหรับ COVID 19 โดย Medicines and Healthcare products Regulatory Agency (MHRA) ในสหราชอาณาจักรในเดือนพฤศจิกายน 2564 2. ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2564 องค์การอาหารและยาได้ออกใบอนุญาตการใช้ในกรณีฉุกเฉิน (EUA) สำหรับ MPV สำหรับการรักษาผู้ป่วย COVID-19 บางราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และผู้ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงหรือต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล5 MPV แสดงประสิทธิภาพการต้านไวรัสในวงกว้างต่อ SARS-CoV-2, SARS -CoV, MERS-CoV และ bat-CoVs 4 มีฤทธิ์ต้านไวรัสผ่านการเหนี่ยวนำการกลายพันธุ์หลายอย่างในจีโนม RNA ของไวรัส MPV รวม NHC triphosphate มากกว่า uridine triphosphate หรือ cytidine triphosphate จริงโดย RNA-dependent RNA polymerase นอกจากนี้ NHC triphosphate ยังทำตัวเหมือนตัวทำลายลูกโซ่ ขัดขวางการจำลองแบบของไวรัส6. การกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเหล่านี้ทำให้เกิดผลกระทบที่เรียกว่าการกลายพันธุ์ที่ทำให้ถึงตายหรือภัยพิบัติจากความผิดพลาด ของไวรัสที่ทำให้ไวรัสไม่สามารถอยู่รอดได้4 , 6 MPV ลดความเสี่ยงของการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในผู้ป่วย COVID-19 เล็กน้อยถึงปานกลาง2 ช่วยเพิ่มการทำงานของปอดอย่างน่าทึ่ง และลดระดับไวรัสtiter 4 มีการรายงานวิธี LC/MS/MS ที่ผ่านการตรวจสอบเพื่อตรวจหา MPV และเมตาโบไลต์ในพลาสมาและน้ำลายของมนุษย์โดยใช้ acetonitrile ในระยะเคลื่อนที่7 เมแทบอไลต์ที่ใช้งานหลักของ MPV ยังถูกวิเคราะห์ในเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในเลือดส่วนปลายด้วย LC/MS/ MS 4 การศึกษาอื่นใช้วิธี RP-HPLC เพื่อกำหนด MPV และความเสถียร8. แม้ว่าวิธีการทางโครมาโตกราฟีที่รายงานจะดูละเอียดอ่อนและเลือกปฏิบัติ แต่วิธีการเหล่านี้ไม่ได้พิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของวิธีการดังกล่าว นอกเหนือจากความซับซ้อนและต้องใช้เครื่องมือราคาแพงและแรงงานที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการวิเคราะห์ตามปกติในห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพ เมื่อเร็ว ๆ นี้ การวิเคราะห์ทางเคมีไฟฟ้าของ MPV โดยใช้คอมโพสิตที่มีโคบอลต์ (III) ออกซีไฮดรอกไซด์ได้รับการคำนวณทางทฤษฎีโดยใช้การวิเคราะห์แบบจำลองทางคณิตศาสตร์9. มีช่องว่างที่ชัดเจนในเอกสารเกี่ยวกับการศึกษาความเสถียรของ MPV ผ่านผลกระทบของสภาวะการย่อยสลายแบบบังคับต่างๆ การเสนอรูปแบบการย่อยสลาย การอธิบายผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลาย และการกำหนดจลนพลศาสตร์ของการย่อยสลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยใช้การวิเคราะห์ทางสเปกโตรโฟโตเมตริกที่เรียบง่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าเครื่องสเปกโตรโฟโตเมตรีแนะนำโซลูชันการวิเคราะห์ที่ง่าย ราคาไม่แพง และเชื่อถือได้ในห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพสำหรับการวิเคราะห์ยาตามปกติ แม้ว่าคุณสมบัติการดูดกลืนแสงแบบเติมสารเติมแต่งแบบไม่มีการคัดเลือกของสสารดูเหมือนจะขัดขวางการทดสอบแบบเลือกของสารผสม แต่วิธีการทางสเปกโตรโฟโตเมตรีหลายวิธีได้ควบคุมสเปกตรัมการดูดกลืนเพื่อระบุสารผสมไบนารี 10 , 11 , 12 , สารผสมที่ประกอบไปด้วย13และของผสมเชิงซ้อน14 , 15ซึ่งจะขยายช่วงสำหรับเทคนิคสเปกโตรโฟโตเมตริก
เนื่องจาก Molnipiravir เป็นยาต้านไวรัสที่เพิ่งค้นพบ ดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการศึกษาความคงตัวและรูปแบบการย่อยสลายของโมเลกุลยาผ่านการศึกษาการย่อยสลายด้วยแรง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นภายใต้สภาวะความเครียดต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสง และกลไก ความเครียด16 , 17 . วัตถุประสงค์ของการศึกษาการย่อยสลายแบบบังคับคือเพื่อช่วยระบุเส้นทางการย่อยสลายที่อาจเกิดขึ้นและสิ่งเจือปนที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการผลิต การเก็บรักษา และการขนส่งผลิตภัณฑ์ยาต่างๆ และเพื่อให้หลักฐานว่าคุณภาพของสารยาหรือผลิตภัณฑ์ยาแปรผันอย่างไร เวลาภายใต้อิทธิพลของสภาพแวดล้อมต่างๆ18. ผลของการศึกษาดังกล่าวสามารถใช้เป็นแนวทางในการเลือกสูตรผสม วัสดุบรรจุภัณฑ์ และสภาวะการเก็บรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อปกป้องความคงตัวและประสิทธิภาพของ ผลิตภัณฑ์ยาตลอดอายุการเก็บรักษา16
เป้าหมายหลักของการวิจัยของเราคือ (1) เพื่อศึกษาผลกระทบของสภาวะการย่อยสลายที่ถูกบังคับ (ความร้อน กรด เบส และตัวออกซิไดซ์) ต่อความเสถียรของ MPV (2) เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทดสอบสเปกโตรโฟโตเมตริกที่บ่งชี้ความเสถียรแบบไม่แปรผันสำหรับ การหาปริมาณ MPV พร้อมกันต่อหน้าผลิตภัณฑ์การย่อยสลายโดยใช้วิธีการที่ไม่ซับซ้อน (3) เพื่อศึกษาจลนพลศาสตร์ของปฏิกิริยาการย่อยสลาย MPV และ (4) เพื่อประเมินความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของวิธีการที่เสนอ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับ ห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพ
วิธีการตรวจวัดแบบขั้นตอนเดียว—โดยใช้วิธีการทางสเปกโตรโฟโตเมตริกโดยตรงอย่างง่าย—ประสบความสำเร็จในการวิเคราะห์ MPV ต่อหน้าผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายโดยไม่จำเป็นต้องมีการบำบัด การคำนวณ หรือขั้นตอนการดัดแปลงใดๆ ตามหลักการ Green Analytical Chemistry (GAC) วิธีการที่นำเสนอนี้ได้รับการพัฒนาโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ได้การวิเคราะห์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม19 ใช้ มาตรวัดสีเขียวที่ได้รับการยอมรับอย่างดีสามตัว ได้แก่ "National Environmental Method Index" (NEMI) 20 , Analytical Eco-Scale 21และ "Green Analytical Procedure Index" (GAPI) เป็นการตรวจสอบโปรไฟล์ความเขียว22. ผลลัพธ์แสดงให้เห็นข้อตกลงไตรภาคีเกี่ยวกับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของวิธีการโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการวิเคราะห์ของวิธีการ เนื่องจากการวิเคราะห์โดยตรงโดยใช้เทคนิคสเปกโตรโฟโตเมตริก โดยที่พลังงานที่ใช้คือ < 0.1 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตัวอย่าง นอกเหนือจากตัวทำละลายสีเขียวที่ใช้ (น้ำ) และการใช้ตัวทำละลายเล็กน้อยในการพัฒนาวิธีการและการเตรียมตัวอย่างเมื่อเทียบกับการวิเคราะห์ด้วยโครมาโตกราฟี วิธีการนี้ นับได้ว่าเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยม
|
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.nature.com/articles/s41598-023-34537-6
https://www.google.com/url?sa=t&source=web&rct=j&url=https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/%2520article/download/247955/168669/&ved=2ahUKEwjVjtnf9dH_AhWP8zgGHQFqAb0QFnoECBwQAQ&usg=AOvVaw2maSbag6--xVYo6365a0iP
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
P. knowlesi มี pathway แบบใด
|
1. zoonotic |
|
ประวัติการเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว โดยได้ ดำเนินการเร่งด่วนอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งเป็นปีที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 โดย ความร่วมมือระหว่าง US-CDC เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามและความเสี่ยงของการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ขณะเดียวกันที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดตั้งเครือข่าย GISRS (Global Influenza Surveillance and Response System Network) 144 ศูนย์ เป็น National Influenza center และประเทศไทยได้เข้าร่วมระบบ Global Influenza Surveillance and Response System (GISRS) ร่วมกับการใช้ epidemiology (506) Surveillance System หรือ รายงานโรค 506 (รง.506)
การเตรียมการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ถูกบรรจุเข้าไปในแผนชาติ โดยการเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่จะ เกี่ยวข้องกับส่วนงานของสาธารณสุขและปศุสัตว์ สำหรับส่วนงานของสาธารณสุขนั้นมีการพัฒนาและเกิดระบบ เฝ้าระวังโรค ซึ่งกำกับดูแลของกรมควบคุมโรคและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถานบริการสาธารณสุขทั่ว ประเทศจะมีการรายงานผู้ป่วยในรายงาน รง. 506 โดยมีการรายงานกรณี (Case) ของไข้หวัดใหญ่ ระบุสายพันธุ์ และใช้สำหรับการตัดสินใจร่วมกับการเลือกใช้สายพันธุ์วัคซีนในแต่ละปี ทั้งนี้การเฝ้าระวังโรคของ ประเทศไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังการระบาดของโรค 84 โรค (ICD 10 Code)
งานป้องกันควบคุมโรคในส่วนของห้องปฏิบัติการ มีศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ NIC (National Influenza Center) ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมีเครือข่ายเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ (DMSC) ที่สามารถตรวจเช็คสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ได้ทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ โดยการใช้ Phenotypic เป็น gold standard สำหรับตรวจจับเชื้อดื้อยา และใช้ Genotypic สำหรับการตรวจสายพันธุ์ เนื่องจากได้ผล เร็วกว่า นอกจากนี้ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ NIC ยังสามารถตรวจโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือโรคซาร์ส (SARS) ด้วย ทั้งนี้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 30 แห่ง มีห้องปฏิบัติการที่ ให้บริการค้าน Virological Service System และมีการรายงานโรคทุกสัปดาห์ (www.Thainihnic) ซึ่งห้องปฏิบัติการสามารถทดสอบได้ทั้ง Infin A และ B เดิมเราใช้เทคนิค HI Assay แต่ปัจจุบันเราใช้ Genotypic Assay มีการรายงาน และแชร์ข้อมูลกับ WHO /WHO Flunet
|
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.google.com/url?sa=t&source=web&rct=j&url=https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/%2520article/download/247955/168669/&ved=2ahUKEwjVjtnf9dH_AhWP8zgGHQFqAb0QFnoECBwQAQ&usg=AOvVaw2maSbag6--xVYo6365a0iP
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
The pmcgs was clearly identifiable in ?
|
2. 97.22% of left and 94.4% of right hemispheres in humans and in 100% of chimpanzees |
|
เริ่มต้นด้วยการหาปริมาณอัตราการเกิดของ sulci ที่เกี่ยวข้องกับ PMC ในสามกลุ่ม: i) sulci ที่ทำหน้าที่เป็นขอบเขตขอบเขตของ PMC หรือคั่นภูมิภาคย่อยของ PMC (PrC, PCC), ii) sulci ภายใน PrC และ iii) sulci ภายใน PCC ที่สำคัญ ขั้นตอนนี้เผยให้เห็น sulci ใหม่สี่แบบที่ไม่ได้รับการพิจารณาในงานก่อนหน้าของ PMC sulcal morphology (เช่น24 , 55 , 64 , 68 , 69 , 70 , 71 , 72 , รูปที่ 2a, b ; รูปที่เสริม 3 , 4). ในขณะที่เราระบุและระบุอัตราการเกิดของซัลคัสทั้งสี่ข้ามสปีชีส์เป็นครั้งแรกตามความรู้ที่ดีที่สุดของเรา นักกายวิภาคศาสตร์ในปัจจุบันและสมัยใหม่บางคนมักจะรวมซัลคัสที่ไม่มีป้ายกำกับไว้ในตำแหน่งของซัลคัสเหล่านี้ในแผนผังสรุปของพวกเขา (รูปที่เสริม 3 , 4 ). ยิ่งไปกว่านั้น sulci เหล่านี้สามารถระบุได้ในซีกโลกของลิงชิมแปนซีหลังการชันสูตรจากสมุดแผนที่ประสาทกายวิภาคแบบคลาสสิก65ซึ่งบ่งชี้ว่ากระบวนการคำนวณของ FreeSurfer ไม่ได้สร้าง sulci ตื้นขึ้นมาเทียม (รูปที่ 4 เพิ่มเติม). เราอธิบายการเปรียบเทียบข้ามสปีชีส์สำหรับแต่ละกลุ่มตามลำดับด้านล่างโดยใช้ GLM แบบถดถอยโลจิสติกกับสปีชีส์ (มนุษย์ ลิงชิมแปนซี) และซีกโลก (ซ้าย ขวา) ตลอดจนปฏิสัมพันธ์ของพวกมัน เป็นปัจจัยสำหรับการมีอยู่ของซัลคัล หลังจากนั้น เราเปรียบเทียบความลึกและพื้นที่ผิวของ PMC sulci ระหว่างสปีชีส์โดยใช้ LME กับสปีชีส์ (มนุษย์ ลิงชิมแปนซี) ซัลคัส (PMC sulci) และซีกโลก (ซ้าย ขวา) รวมถึงปฏิสัมพันธ์เป็นปัจจัย สุดท้าย เราจะทำการวิเคราะห์ซ้ำอีกครั้งเกี่ยวกับอุบัติการณ์และสัณฐานวิทยาของขอบร่องลึกของร่องซิงกูเลต ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่โดดเด่นของร่องลึกใน PMC 24 , 55 , 64 , 68 , 69 , 70 , 71 , 72ซึ่งตรงกันข้ามกับการศึกษาก่อนหน้านี้ ซึ่งแตกต่างกันอย่างมากระหว่างสปีชีส์ ซึ่งเราแสดงไว้ที่นี่ ในการวิเคราะห์ทั้งหมด ความไม่สมดุลของซีกโลกที่สังเกตได้นั้นไม่มีนัยสำคัญ ( p s > 0.05) เว้นแต่จะระบุไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ สำหรับการเปรียบเทียบภายหลังทั้งหมดดำเนิน การ ค่า pได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการของ Tukey (วัสดุและวิธีการสำหรับรายละเอียดการวิเคราะห์เพิ่มเติม)
อัตราอุบัติการณ์ของ sulci ขนาดใหญ่และลึกที่คั่น PMC และอนุภูมิภาคไม่แตกต่างกันในแต่ละสปีชีส์
เราระบุ sulci ขนาดใหญ่และลึกสองอันที่ทำหน้าที่เป็นขอบเขตด้านหน้าและด้านหลังของ PMC ตามลำดับ ramus ขอบของ cingulate sulcus (mcgs) และ parieto-occipital sulcus (pos) รวมถึง splenial sulcus (spls) ซึ่งแยก PrC ออกจาก PCC (รูปที่ 2a, b ; วัสดุและวิธีการ) การจำลองงานชันสูตรครั้งก่อน63 , 64 , 65เราพบว่า mcgs, spls และ pos มีอยู่ในมนุษย์และชิมแปนซีทั้งหมด (รูปที่ 3 ) นอกจากนี้เรายังระบุร่องที่สอดคล้องกันก่อนหน้า mcgs (รูปที่ 2a, b). เนื่องจากเป็นเรื่องธรรมดาที่จะอ้างถึง sulci ที่สอดคล้องกันว่า "pre" หรือ "post" หากตั้งอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลัง sulci ที่โดดเด่นอื่นๆ (เช่น precentral, postcentral และ central sulci) เราจึงเรียก sulci นี้ว่า premarginal สาขาของ cingulate sulcus (pmcgs) เมื่อปัจจุบัน pmcgs ตั้งอยู่ใต้โพรงในร่างกายและทำหน้าที่เป็นจุดที่ mcgs แตกออกจาก cingulate sulcus (cgs) ที่เหมาะสม แม้ว่า pmcgs ในทางเทคนิคจะอยู่นอกสิ่งที่เรียกว่า PMC แต่เรารวมไว้ที่นี่ (ตามความรู้ของเรา) ความสอดคล้องของมันในซีกโลกและสปีชีส์ยังไม่ได้รับการบันทึกไว้จนกระทั่งงานปัจจุบัน (วัสดุและวิธีการสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ pmcgs รูปที่ 5เพิ่มเติม ). PMcgs สามารถระบุได้อย่างชัดเจนใน 97.22% ของซีกซ้ายและ 94.4% ของซีกขวาในมนุษย์ และใน 100% ของลิงชิมแปนซี (รูปที่ 3 ) อัตราอุบัติการณ์ของซัลซีทั้งสี่นี้เทียบเคียงไ
|
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.nature.com/articles/s42003-023-04953-5
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
How many ul of EMPA or SOTA significantly improved movement distance?
|
4. 2 and 5 μM |
|
ระหว่างการติดตามผล 4,784,680 คนต่อปี เราได้บันทึกกรณี T2D 17,432 รายการ ในการวิเคราะห์แบบปรับหลายตัวแปร การบริโภค UPF ที่สูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ สูงขึ้นของ T2D: อัตราส่วนอันตรายรวม (HR) เปรียบเทียบควินไทล์มากของการบริโภคในการ ให้บริการ UPF ต่อวันคือ 1.29 (ช่วงความเชื่อมั่น 95% (CI): 1.21, 1.37 ; Ptrend<0.0001). ความสัมพันธ์ยังคงมีนัยสำคัญหลังจากการปรับคุณภาพอาหารโดยรวมเพิ่มเติม ซึ่งประเมิน โดยใช้ดัชนีการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพทางเลือก (รวม HR เปรียบเทียบควินไทล์มาก: 1.21, 95% CI: 1.13, 1.28; Ptrend<0.0001) ผลลัพธ์มีความสอดคล้องกันในกลุ่มย่อยในการ วิเคราะห์โดยแบ่งกลุ่มตามอายุ เพศ ค่าดัชนีมวลกาย คุณภาพของอาหาร และกิจกรรมทางกาย เช่นเดียวกับเมื่อเบาหวานที่มีอาการในการวินิจฉัยถูกนำมาใช้ในผลลัพธ์
|
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://link.springer.com/article/10.1007/s00125-022-05755-w
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|