ตรวจข้อสอบ > ธนกฤต สีไต้ > ชีววิทยาเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biology > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 54 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


อาการชาที่แขนซ้ายเฉียบพลันสามารถเป็นอาการของโรคใด

4. Heart failure

Heart failure หรืออัมพาตเต็มรูปแบบ (heart failure) เป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้ดังเดิม ซึ่งอาจเกิดจากความอ่อนแอของกล้ามเนื้อหัวใจหรือปัญหาในระบบหลอดเลือดที่ส่งเลือดมายังหัวใจ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการลดลงของการส่งเลือดที่เพียงพอสำหรับการทำงานปกติของร่างกาย อาการของอัมพาตเต็มรูปแบบสามารถรวมถึงอ่อนเพลีย หายใจเหนื่อย บวม อ้วนหัวใจ และอาการอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม การรักษาที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการที่ผู้ป่วยแสดงออกมา

Heart failure หรืออัมพาตเต็มรูปแบบ (heart failure) เป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้ดังเดิม ซึ่งอาจเกิดจากความอ่อนแอของกล้ามเนื้อหัวใจหรือปัญหาในระบบหลอดเลือดที่ส่งเลือดมายังหัวใจ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการลดลงของการส่งเลือดที่เพียงพอสำหรับการทำงานปกติของร่างกาย อาการของอัมพาตเต็มรูปแบบสามารถรวมถึงอ่อนเพลีย หายใจเหนื่อย บวม อ้วนหัวใจ และอาการอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม การรักษาที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการที่ผู้ป่วยแสดงออกมา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


มีเลือดปนในอุจจาระ อาเจียน โดยอาจมีอาเจียนเป็นเลือดได้ อยากทราบว่าผู้ป่วยมีภาวะใด เพราะเหตุใด

2. แผลกระเพาะอาหาร

อาการเลือดปนในอุจจาระและอาเจียนเป็นเลือดอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ภาวะแผลกระเพาะอาหาร (peptic ulcer) เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ อาการเลือดปนในอุจจาระและอาเจียนเป็นเลือดอาจเกิดจากการเกิดแผลหรือเจ็บในกระเพาะอาหาร หากมีภาวะแผลกระเพาะอาหาร อาจมีอาการอื่น ๆ เพิ่มเติมเช่น อาการแสบร้อนในกลางหน้าอก อาการท้องอืด และอาการท้องเสีย อย่างไรก็ตาม เพื่อทราบคำตอบที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของอาการเลือดปนในอุจจาระและอาเจียน เพื่อประสิทธิภาพในการวินิจฉัย ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจสอบและวินิจฉัยอย่างถูกต้อง แพทย์จะใช้เทคนิคและการตรวจทางการแพทย์ เช่น การส่องกล้องในกระเพาะอาหาร (endoscopy) เพื่อหาสาเหตุและวินิจฉัยปัญหาทางเดินอาหารได้อย่างแม่นยำ ตามนั้น คำแนะนำที่ดีที่สุดคือการพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยในกรณีนี้

อาการเลือดปนในอุจจาระและอาเจียนเป็นเลือดอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ภาวะแผลกระเพาะอาหาร (peptic ulcer) เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ อาการเลือดปนในอุจจาระและอาเจียนเป็นเลือดอาจเกิดจากการเกิดแผลหรือเจ็บในกระเพาะอาหาร หากมีภาวะแผลกระเพาะอาหาร อาจมีอาการอื่น ๆ เพิ่มเติมเช่น อาการแสบร้อนในกลางหน้าอก อาการท้องอืด และอาการท้องเสีย อย่างไรก็ตาม เพื่อทราบคำตอบที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของอาการเลือดปนในอุจจาระและอาเจียน เพื่อประสิทธิภาพในการวินิจฉัย ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจสอบและวินิจฉัยอย่างถูกต้อง แพทย์จะใช้เทคนิคและการตรวจทางการแพทย์ เช่น การส่องกล้องในกระเพาะอาหาร (endoscopy) เพื่อหาสาเหตุและวินิจฉัยปัญหาทางเดินอาหารได้อย่างแม่นยำ ตามนั้น คำแนะนำที่ดีที่สุดคือการพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยในกรณีนี้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


อาการเคี้ยวอาหาร กลืนอาหารลำบาก อยากทราบว่าผู้ป่วยคนนี้เป็นโรคอะไร เพราะเหตุใด

4. กล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการเคี้ยวอาหารและกลืนอาหารลำบากอาจเกิดจากหลายสาเหตุ อย่างไรก็ตาม โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (myasthenia gravis) เป็นภาษาทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ โรคนี้มักจะส่งผลให้กล้ามเนื้อของระบบเส้นประสาทและกล้ามเนื้อหลายส่วนในร่างกายย่อยลง ซึ่งสามารถเกิดในกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเคี้ยวอาหารและการกลืนได้ การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างแน่ชัดจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางการแพทย์ แพทย์อาจใช้เทคนิคและตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบประวัติอาการ การตรวจสอบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การตรวจสอบการตอบสนองกล้ามเนื้อต่อการกระตุ้นเส้นประสาท และการใช้การทดสอบทางห้องปฏิบัติการ

อาการเคี้ยวอาหารและกลืนอาหารลำบากอาจเกิดจากหลายสาเหตุ อย่างไรก็ตาม โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (myasthenia gravis) เป็นภาษาทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ โรคนี้มักจะส่งผลให้กล้ามเนื้อของระบบเส้นประสาทและกล้ามเนื้อหลายส่วนในร่างกายย่อยลง ซึ่งสามารถเกิดในกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเคี้ยวอาหารและการกลืนได้ การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างแน่ชัดจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางการแพทย์ แพทย์อาจใช้เทคนิคและตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบประวัติอาการ การตรวจสอบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การตรวจสอบการตอบสนองกล้ามเนื้อต่อการกระตุ้นเส้นประสาท และการใช้การทดสอบทางห้องปฏิบัติการ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


จงอ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ขาหนีบบวม สัมผัสแล้วพบก้อนใต้ผิวหนังแต่ไม่ก่อให้เกิดอาการปวดแต่อย่างใด • มีไข้ • น้ำหนักตัวลด • เหงื่อออกตอนกลางคืน • มีก้อนตามร่างกาย ป่วยเป็นโรคอะไร เพราะอะไร

3. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

อาการขาหนีบบวมและพบก้อนใต้ผิวหนังที่ไม่ก่อให้เกิดอาการปวดแสดงอาการที่ส่งผลให้สงสัยเกี่ยวกับสภาวะทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยเพิ่มเติม หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้เป็นร่วมกัน ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายสาเหตุที่อาจรวมกันหรือเป็นตัวชี้วัดของภาวะทางการแพทย์ที่ร้ายแรง เช่น: 1. มะเร็ง: อาจเป็นเอกลักษณ์ของมะเร็งที่กระจัดกระจายไปยังตำแหน่งอื่น ๆ ในร่างกาย 2. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ: อาจเกิดเนื่องจากการติดเชื้อหรืออักเสบของต่อมน้ำเหลืองในร่างกาย 3. การอักเสบของหลอดเลือด: อาจเกิดจากภาวะแดดจัดหรือการอักเสบของหลอดเลือดในขา 4. โรคข้อและกระดูก: อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบของข้อ หรือการเกิดก้อนในกระดูกใต้ผิวหนัง 5. การติดเชื้อ: อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่จะต้องได้รับการรักษา เพื่อความแน่ใจและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจสอบอาการและตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง แพทย์จะตรวจสอบประวัติอาการระบุสิ่งท

อาการขาหนีบบวมและพบก้อนใต้ผิวหนังที่ไม่ก่อให้เกิดอาการปวดแสดงอาการที่ส่งผลให้สงสัยเกี่ยวกับสภาวะทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยเพิ่มเติม หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้เป็นร่วมกัน ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายสาเหตุที่อาจรวมกันหรือเป็นตัวชี้วัดของภาวะทางการแพทย์ที่ร้ายแรง เช่น: 1. มะเร็ง: อาจเป็นเอกลักษณ์ของมะเร็งที่กระจัดกระจายไปยังตำแหน่งอื่น ๆ ในร่างกาย 2. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ: อาจเกิดเนื่องจากการติดเชื้อหรืออักเสบของต่อมน้ำเหลืองในร่างกาย 3. การอักเสบของหลอดเลือด: อาจเกิดจากภาวะแดดจัดหรือการอักเสบของหลอดเลือดในขา 4. โรคข้อและกระดูก: อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบของข้อ หรือการเกิดก้อนในกระดูกใต้ผิวหนัง 5. การติดเชื้อ: อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่จะต้องได้รับการรักษา เพื่อความแน่ใจและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจสอบอาการและตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง แพทย์จะตรวจสอบประวัติอาการระบุสิ่งท

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม A 47-year-old woman presents to her oncologist with the complaint of solid mass on ovarian mass. During her workup, an ultrasound of her breast shows a 6-cm right ovarian mass. อยากทราบต้องตรวจหาอะไรเพิ่มเติมจากเคสนี้

1. มะเร็งเต้านม

จากเคสที่กล่าวถึง เมื่อผู้หญิงที่อายุ 47 ปีมาพบกับอ๊อกซีนัสที่ใหญ่ขนาด 6 ซม. ในระหว่างการตรวจค้นพบลักษณะนี้ผ่านทางอัลตราซาวนด์เต็มรูปของเต้านม สิ่งที่สามารถทำเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยและการตรวจสอบได้รวมถึง: 1. ตรวจสอบภาพรังสีอื่น ๆ: การทำซีเอ็กซ์เต้านม เพื่อหาความผิดปกติในเต้านม และการตรวจสอบภาพรังสีอื่น ๆ เช่น ซีเอ็กซ์ทรวงอก หรือคอมพิวเตอร์ไทโรยี (CT) เพื่อเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมในการวินิจฉัย 2. การตรวจสอบระดับไขมันในเลือด: การตรวจสอบระดับไขมันในเลือดอาจช่วยในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมและมะเร็งอื่น ๆ 3. การตรวจสอบทางพันธุกรรม: การตรวจสอบสายพันธุ์ BRCA1 และ BRCA2 อาจช่วยในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ 4. การตรวจสอบสารตะกั่วเอง (CA-125): การตรวจสอบระดับ CA-125 ในเลือดอาจช่วยในการประเมินความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ 5. การตรวจสอบเนื้อเยื่อ (Biopsy): หากมีความสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของมะเร็ง แพทย์อาจ

จากเคสที่กล่าวถึง เมื่อผู้หญิงที่อายุ 47 ปีมาพบกับอ๊อกซีนัสที่ใหญ่ขนาด 6 ซม. ในระหว่างการตรวจค้นพบลักษณะนี้ผ่านทางอัลตราซาวนด์เต็มรูปของเต้านม สิ่งที่สามารถทำเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยและการตรวจสอบได้รวมถึง: 1. ตรวจสอบภาพรังสีอื่น ๆ: การทำซีเอ็กซ์เต้านม เพื่อหาความผิดปกติในเต้านม และการตรวจสอบภาพรังสีอื่น ๆ เช่น ซีเอ็กซ์ทรวงอก หรือคอมพิวเตอร์ไทโรยี (CT) เพื่อเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมในการวินิจฉัย 2. การตรวจสอบระดับไขมันในเลือด: การตรวจสอบระดับไขมันในเลือดอาจช่วยในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมและมะเร็งอื่น ๆ 3. การตรวจสอบทางพันธุกรรม: การตรวจสอบสายพันธุ์ BRCA1 และ BRCA2 อาจช่วยในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ 4. การตรวจสอบสารตะกั่วเอง (CA-125): การตรวจสอบระดับ CA-125 ในเลือดอาจช่วยในการประเมินความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ 5. การตรวจสอบเนื้อเยื่อ (Biopsy): หากมีความสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของมะเร็ง แพทย์อาจ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


จากการอ่านบทความเรื่อง Effect Modification between Genes and Environment and Parkinson's Disease Riskอยากทราบว่า gene ใดมีผลกับ Cystic Fibrosis

2. (NOS1) gene

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จากการอ่านบทความเรื่อง Plastic wastes in the time of COVID-19: Their environmental hazards and implications for sustainable energy resilience and circular bio-economies What analysis is used The potential of plastic waste as feedstock in biorefinery with respect to the circular economy along with the issues covering environmental footprint, human health, and SDGs?

3. special analysis

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


จากบทความ Fruit, vegetable, and fruit juice consumption and risk of gestational diabetes mellitus: a systematic review and meta-analysis The following criteria were used to determine which studies to include in the meta-analysis except?

5. All are included

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จากบทความในหัวข้อ Climate change อยากทราบว่าจาก Figure 1. Research ในปีใดมีมากที่สุด

4. 2004

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


จากบทความในหัวข้อ Risk factors from environment อยากทราบว่า Epidemiological triad modified to structure possible disease determinants relevant for ASF occurrence มีอะไรบ้าง

2. Environment, Host, Pathogen, Vector

Epidemiological triad, which is commonly used to understand infectious disease occurrence, consists of three factors: host, agent, and environment. However, when it comes to African Swine Fever (ASF) occurrence, the triad can be modified to include additional determinants. Some possible disease determinants relevant for ASF occurrence from the environment may include: 1. Presence of infected or carrier animals: ASF can spread through direct contact with infected or carrier pigs, or through indirect contact with contaminated materials. The presence of infected or carrier animals in the environment increases the risk of ASF transmission. 2. Wildlife reservoirs: Wild boars and other wild animals can act as reservoirs for ASF and contribute to its spread. The presence and proximity of wildlife reservoirs in the environment can influence the occurrence of ASF. 3. Contaminated fomites: Fomites refer to inanimate objects or materials that can carry and transmit the ASF virus. Contaminated fomites, such as vehicles, equipment, or clothing, can introduce the virus to new areas and contribute to its dissemination. 4. Environmental conditions: Factors like climate, temperature, humidity, and the presence of suitable vectors (e.g., ticks) can impact the survival and transmission of the ASF virus. Certain environmental conditions may create a more favorable environment for ASF occurrence. 5. Biosecurity measures: The level of biosecurity practices implemented in the swine industry and the effectiveness of disease prevention measures can significantly influence the occurrence of ASF. Inadequate biosecurity measures increase the risk of introduction and spread of the virus. These are just a few examples of the possible disease determinants relevant for ASF occurrence from the environment. It's important to note that ASF is a complex disease, and multiple factors interact to contribute to its spread.

Epidemiological triad, which is commonly used to understand infectious disease occurrence, consists of three factors: host, agent, and environment. However, when it comes to African Swine Fever (ASF) occurrence, the triad can be modified to include additional determinants. Some possible disease determinants relevant for ASF occurrence from the environment may include: 1. Presence of infected or carrier animals: ASF can spread through direct contact with infected or carrier pigs, or through indirect contact with contaminated materials. The presence of infected or carrier animals in the environment increases the risk of ASF transmission. 2. Wildlife reservoirs: Wild boars and other wild animals can act as reservoirs for ASF and contribute to its spread. The presence and proximity of wildlife reservoirs in the environment can influence the occurrence of ASF. 3. Contaminated fomites: Fomites refer to inanimate objects or materials that can carry and transmit the ASF virus. Contaminated fomites, such as vehicles, equipment, or clothing, can introduce the virus to new areas and contribute to its dissemination. 4. Environmental conditions: Factors like climate, temperature, humidity, and the presence of suitable vectors (e.g., ticks) can impact the survival and transmission of the ASF virus. Certain environmental conditions may create a more favorable environment for ASF occurrence. 5. Biosecurity measures: The level of biosecurity practices implemented in the swine industry and the effectiveness of disease prevention measures can significantly influence the occurrence of ASF. Inadequate biosecurity measures increase the risk of introduction and spread of the virus. These are just a few examples of the possible disease determinants relevant for ASF occurrence from the environment. It's important to note that ASF is a complex disease, and multiple factors interact to contribute to its spread.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข้อใดคือลจากการผิดพลาดของกระบวนการ DNA replication

2. mitosis

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


มีงานวิจัยใหม่ว่าระบบ CRISPR-cas system สามารถใช้เพื่อ knock out gene ได้ นักเรียนคิดว่าวิธีใดถูกต้อง

5. ถูกทุกข้อ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ข้อใดไม่ใช่หลักการของ DNA metabolism

3. the priming of the template strand

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข้อใดไม่เข้าพวก topics ใน Epigenetics

4. chromatin remodeling

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อใด เกี่ยวข้องกับ การรักษาเสถียรภาพทางพันธุกรรม ที่สุด

3. p 64

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


จากบทความ cancer ที่ให้ไป the median HRD score for OV, UCS, LUSC, and ESCA is over

3. 21

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


จากบทความเรื่อง COVID-19 The NEMI pictogram presents four quadrants including?

5. ถูกทุกข้อ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


P. knowlesi มี pathway แบบใด

5. AMR

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


The pmcgs was clearly identifiable in ?

3. 97.22% of left and 94% of right hemispheres in humans and in 100% of chimpanzees

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


How many ul of EMPA or SOTA significantly improved movement distance?

5. ทั้งหมดที่กล่าวมา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 22.8 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา