ตรวจข้อสอบ > อโณทัย ธรรมกุลธีระกิจ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 71 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

เนื่องจากโครงสร้าง monomer ของอินนูลินในภาพ คือ น้ำตาลเพนโทส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

ข้อที่ 1 ผิด เพราะหากมีอินซูลินมาก น้ำตาลในกระแสเลือดจะต้องร้อย ขัดกับธรรมชาติของโรคเบาหวานที่จะมีปริมาณน้ำตาลในกระเเสเลือดมาก ข้อที่ 2 ถูกต้อง ข้อที่ 3 ถูกต้อง ข้อที่ 4 ผิด เพราะอินซูนช่วยเรื่องการลดปริมาณน้ำตาลกลูโคสในกระเเสเลือด ไม่ใช่เพิ่มปริมาณน้ำตาลกลูโคสในกระเเสดเลือด จึงตอบข้อ ง. 2 เเละ 3

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน ช่วยเรื่องการลดปริมาณน้ำตาลกลูโคสในกระเเสเลือด โดยการเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้อยู่ในรูปไกลโคเจนเเล้วไปสะสมที่ตับ กลูคากอน เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน ช่วยเรื่องการเพิ่มปริมาณน้ำตาลกลูโคสในกระเเสเลือด โดยการเปลี่ยนไกลโคเจนที่ตับให้เป็นน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่กระเเสเลือด โดย อินซูลิน เเละ กลูคากอน ถือเป็น Antagonistic Hormones

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


จ. เวลาที่ใช้ในการแข็งตัวของเจลาตินไม่ได้ขึ้นกับเอนไซม์

หลอดที่ 1 เป็นชุดควบคุม (pH เป็นกลาง ไม่มีเอนไซม์ ใช้เวลา 5 นาที)

เอนไซม์เเต่ละชนิด จะมีอุณหภูมิ ค่า pH ของการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเเตกต่างกันออกไป

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ค. ผิด เพราะมีกรดอะมิโนเพียงเเค่ 3 โมเลกุล เมื่อเกิดปฏิกิริยา Dehydration จะเกิดพันธะเพปไทด์เพียงเเค่ 2 พันธะ จ. ผิด เพราะมีกรดอะมิโนเพียงเเค่ 3 โมเลกุล เมื่อเกิดปฏิกิริยา Dehydration ต้องได้น้ำเเค่ 2 โมเลกุล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ค. เเละ ง.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A ควรเป็น กลีเซอรอล B ควรเป็น กรดไขมัน C ควรเป็น triacylglycerol

A มีหนึ่งโมล และ B มี 3 โมล สอดคล้องกับโครงสร้างของลิพิด คือ กลีเซอรอล 1 โมเลกุล รวมกับ กรดไขมัน 3 โมเลกุล ด้วยปฏิกิริยา Dehydration ได้เป็น triacylglycerol เเละ น้ำ 3 โมเลกุล

ลิพิด มีโครงสร้างคือ กลีเซอรอล + กรดไขมัน หากมีกรดไขมัน 3 โมเลกุล ใช้คำว่า ไตร- เมื่อรวมกับกลีเซอรอล ด้วยปฏิกิริยาการดึงน้ำออก สร้างเป็นพันธะเอสเธอร์ จึงได้เป็น triacylglycerol

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

X ให้ผลเปลี่ยนเป็นสารสีม่วง หมายความว่าต้องมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบ Y ให้ผลโดยเกิดตะกอนสีเเดงอิฐ หมายความว่าต้องมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบ Z เพียงเเค่ต้มกับ HCL เเล้วมีกลิ่นฉุน เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นสารเคมี จึงสอดคล้องกับตัวเลือกข้อ ก.

ปฏิกิริยาไบยูเรต (Biuret reaction) การทดสอบโปรตีนสามารถทดสอบได้ด้วยปฏิกิริยาไบยูเรต โดยให้โปรตีนทำปฏิกิริยากับสารละลาย CuSO4ในสารละลายเบส NaOH หรือ KOH จะได้สารสีน้ำเงินม่วง โดยปฏิกิริยา CuSO4ในสารละลายเบสจะทำปฏิกิริยากับองค์ประกอบย่อยของโปรตีนคือ กรดอะมิโน ได้สารสีน้ำเงินม่วง ซึ่งเป็นสารประกอบเชิงซ้อนระหว่าง Cu2+กับไนโตรเจนในสารที่มีพันธะเพปไทด์ตั้งแต่ 2 พันธะขึ้นไป (ที่มา : https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7152-2017-06-04-13-19-27) ทดสอบโดยใช้สารละลายเบเนดิกต์ ( Benedict s solution ) เติมลงในสารที่ต้องการทดสอบ นำไปต้ม ถ้าเป็น กลูโคส จะเปลี่ยนสี จากสีฟ้าเป็นตะกอนสีส้มอิฐ (ที่มา : https://sites.google.com/site/nongmoei77/prawati-khxng-chan/kharbohidert/khwam-sakhay-khxng-kharbohidert/chnid-khxng-kharbohidert/withi-thd-sxb-khar-boi)

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ถูก

ข้อที่ 1 ถูกต้อง ข้อที่ 2 ถูกต้อง ข้อที่ 3 ผิด เพราะกลูโคสใน Cellulose ต้องเชื่อมกันด้วยพันธะ Beta-1-4 glycosidic bond

Cellulose ประกอบขึ้นจาก Beta-Glucose พันธะที่เชื่อมต่อกัน จึงเป็น Beta-1-4 glycosidic bond ช่วยให้ Cellulose เเข็งเเรง เเละเป็นระเบียบเส้นตรง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข. มีข้อถูก 2 ข้อ

ข้อที่ 1 ถูกต้อง เพราะเป็นสารที่สำคัญในเม็ดเลือดเเดง ช่วยในการลำเลียงเเก๊สออกซิเจน ข้อที่ 2 ผิด เพราะคอเรสเทอรอล ควรเป็นสารประเภทลิพิด มากกว่าที่จะบอกว่าเป็นสารประเภทไขมัน ข้อที่ 3 ถูกต้อง เพราะฮิมมูโนโกลบูลิน หรือ แอนติบอดี ก็เป็นส่วนหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกัน ข้อที่ 4 ผิด เพราะ ไตรกลีเซอไรด์ อยู่ภายในกระเเสเลือดจริง เเต่ไม่ได้ทำหน้าที่ในการละลายวิตามินที่ละลายด้วยไขมัน มีหน้าที่เเจกจ่ายกรดไขมันให้เซลล์ต่าง ๆ

ลิพิด เป็นสารอินทรีย์ประเภทไฮโดรโฟบิก มีหน้าที่คล้ายกับคาร์โบไฮเดรต คือ เป็นแหล่งสะสมพลังงาน โครงสร้างทางเคมีของลิพิดประกอบด้วย ธาตุคาร์บอน และ ไฮโดรเจน จำนวนมาก เนื่องจากลิพิดเป็นสารที่ไม่ละลายน้ำจึงมักรวมตัวเป็นกลุ่ม ลิพิดมีหลายประเภท เช่น ไขมัน (fat) และน้ำมัน (oil) เรียกว่า ไทรเอซิลกลีเซอรอล (triacylglycerol) เป็นลิพิดที่มีหน้าที่สะสมพลังงานเป็นหลัก โมเลกุลไทรเอซิลกลีเซอรอล ์ประกอบด้วย กลีเซอรอล (glycerol) 1 โมเลกุล จับกับกรดไขมัน (fatty acid) 3 โมเลกุล ไขมันแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fat) เช่น น้ำมันจากพืช (plant oil) ประกอบด้วยกรดไขมันที่มีพันธะคู่อย่างน้อย 1 ตำแหน่ง ทำให้ไขมันประเภทไม่อิ่มตัวไม่เป็นไข ที่อุณหภูมิห้อง สำหรับไขมันอิ่มตัว (saturated fat) เช่น น้ำมันจากสัตว์ ซึ่งประกอบด้วย กรดไขมันที่ไม่มีพันธะคู่เป็นองค์ประกอบ และเกิดเป็นไขได้ที่อุณหภูมิห้อง ลิพิดประเภทอื่นๆ ได้แก่ ฟอสโฟลิพิด (phospholipid) ซึ่งมีหมู่ฟอสเฟตเป็นองค์ประกอบ พบได้ที่บริเวณเยื่อหุ้ม เซลล์ แว็ก (wax) จากขี้ผึ้ง ซึ่งใช้เป็นสารเคลือบเพื่อป้องกันน้ำ และสเตียรอยด์ (steroid) เช่น ฮอร์โมนเพศ (sex hormone) คลอเลสเทอรอล (cholesterol) เป็นต้น (ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap-biology1/Chapter2/Part4_2.html) ไตรกลีเซอไรด์ ที่ผ่านเข้าไปยังกระแสเลือดแล้ว จะมีหน้าที่แจกจ่าย กรดไขมัน ” Fatty Acids ” ให้กับกล้ามเนื้อและเซลล์ไขมัน ( Adipose Cells ) ซึ่งช่วยให้ร่างกายมีปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายลดต่ำลงตามไปด้วย (ที่มา : https://amprohealth.com/bloodvessel/triglyceride/)

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


X ควรเป็น hydrolysis reaction Y ควรเป็น dehydration reaction Z ควรเป็น hydrolysis reaction

X : จากโปรตีน ไปเป็น กรดอะมิโน (หน่วยเล็กลง เกิดการเเตกตัว) แปลว่า ถูกสลายด้วยน้ำ จึงตอบ hydrolysis reaction Y : กลูโคส + ฟรักโทส (น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว) ได้เป็น ซูโครส (น้ำตาลโมเลกุลคู่) เเละน้ำ (หน่วยเล็กรวมกันเป็นหน่วยที่ใหญ่ขึ้น) แปลว่า รวมกันด้วยการดึงน้ำออก จึงตอบ dehydration reaction Z : ไขมัน หรือน้ำมัน ได้เป็น กรดไขมัน + กลีเซอรอล (ไม่ได้น้ำ) (จากหน่วยใหญ่กลายเป็นหน่วยที่เล็กลง) แปลว่า ถูกสลายด้วยน้ำ จึงตอบ hydrolysis reaction

X : ทางขวาของสมการไม่มีน้ำ จึงเป็นการสลายด้วยน้ำ Y : ทางขวาของสมการมีน้ำ จึงเป็นการดึงน้ำออก Z : ทางขวาของสมการไม่มีน้ำ จึงเป็นการสลายด้วยน้ำ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย

1. นมถั่วเหลืองมีส่วนประกอบของโปรตีน เปลี่ยนสีสารละลายเป็นสีม่วงได้ 2. กลูโคสเป็นน้ำตาล จึงสามารถทำให้เกิดตะกอนสีเเดงอิฐได้ 3. น้ำตาลทรายเป็น non-reducing sugar เเละไม่เป็นแป้ง(ไม่ได้เป็นโครงสร้างถึงอะไมโลสหรืออะไม่โลเพกติน) เมื่อทดสอบด้วยสารละลายไอโอดีน จึงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


จ. W, X, Y และ Z

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จ. กรดอะมิโน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


2. พืชไม่สามารถใช้ ADP และ NADP+ ได้ตามปกติ

เพราะไม่สามารถถ่ายทอดอิเล็กตรอนให้เกิด NADPH หรือ Photophosphorylation ได้ จึงไม่มี ATP เเละ NADPH ใช้ สำหรับวัฏจักรคาลวิน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

ข. อะไมเลส จัดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์แบบโซ่กิ่ง ที่ไม่สามารละลายน้ำได้

อะไมเลสเป็นเอนไซม์ เป็นโปรตีน ไม่ได้มีโครงสร้างแบบโซ่ตรง หรือโซ่กิ่ง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 44.25 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา