| 1 |
ตารางแสดงร้อยละของปริมาณสารอาหารที่ไม่ถูกย่อยในอวัยวะ X Y และ Z
อวัยวะ X Y และ Z ควรเป็นอวัยวะใดตามลำดับ
|
1. ปาก กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก |
|
เพราะ จากตาราง x สามารถย่อยได้แค่คาร์โบไฮเดรตบางส่วนแต่ไม่สามารถย่อยโปรตีนและไขมันได้ จึงเป็นปาก เพราะปากมีเอนไซม์อะไมเลสที่สามารถย่อยได้แค่แป้งให้เป็น Dextrin y สามารถย่อยโปรตีนได้มากที่สุด ซึ่งในกระเพาะอาหารผลิตน้ำย่อยเพปซินที่สามารถย่อยโปรตีนได้ จึงเป็นกระเพาะอาหาร z สามารถย่อยสารอาหารได้ทั้งหมด จึงเป็นลำไส้เล็ก เนื่องจากในลำไส้เล็กสามารถสร้างน้ำย่อยขึ้นมาได้ ส่วนดูโอดีนัมยังได้รับน้ำย่อยจากตับอ่อน และน้ำดีจากตับ ซึ่งน้ำย่อยจากตับอ่อนมีหลายชนิดที่สามารถย่อยสารอาหารได้ทั้งหมดสามชนิด
|
อ้างอิงจากงานวิจัยระบบย่อยอาหารในปัจจุบันซึ่งเป็นความรู้ทั่วไปนำมาอ้างอิงเปรียบเทียบในตารางให้มีความสมเหตุสมผลกับข้อเท็จจริง
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
ใช้ตารางข้อมูลต่อไปนี้ประกอบการตอบคำถามข้อที่ 2-3
กำหนดให้คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม มีพลังงาน 4 กิโลแคลอรี โปรตีน 1 กรัม มีพลังงาน 4 กิโลแคลอรี และไขมัน 1 กรัม มีพลังงาน 9 กิโลแคลอรี
หากนาย A รับประทานอาหารกลางวันทุกอย่างในตาราง อย่างละ 1 หน่วย นาย A จะได้รับพลังงานทั้งหมดในมื้ออาหารนี้กี่กิโลแคลอรี
|
3. 2,388 กิโลแคลอรี |
|
หาพลังงานของแต่ละรายการอาหาร จะได้เป็น ข้าวมันไก่หนึ่งจานมีพลังงานทั้งหมด 858 กิโลแคลอรี่ ลูกชิ้นหมูปิ้ง 200 กิโลแคลอรี่ บัวลอยเผือก 410 กิโลแคลอรี่ ชานมไข่มุก 910 กิโลแคลอรี รวมพลังงานทั้งหมด 2388 กิโลแคลอรี
|
วิเคราะห์ส่วนประกอบว่าเป็นสารอาหาารชนิดใดแล้วนำไปคูณกับพลังงานของสารอาหารชนิดนั้นๆ แล้วนำมารวมกันแต่ไม่รวมผงชาที่ชงในน้ำเปล่าเนื่องจากน้ำเป็นแร่ธาตุไม่ใช่สารอาหารจึงไม่ได้รับพลังงาน
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
ใช้ตารางข้อมูลต่อไปนี้ประกอบการตอบคำถามข้อที่ 2-3
กำหนดให้คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม มีพลังงาน 4 กิโลแคลอรี โปรตีน 1 กรัม มีพลังงาน 4 กิโลแคลอรี และไขมัน 1 กรัม มีพลังงาน 9 กิโลแคลอรี
นาย A มีความต้องการในการใช้พลังงานต่อวันเท่ากับ 2,500 กิโลแคลอรี หากใน 1 วัน นาย A รับประทานเฉพาะอาหารเช้าและกลางวันด้วยรายการอาหารข้างต้น นาย A ควรเลือกทำกิจกรรมใดเพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
|
ทำทุกอย่าง |
|
เนื่องจากนาย A ได้รับพลังงานไปแล้ว2388กิโลแคลอรี่ในสองมื้อรวมทั้งหมด 4776 กิโลแคลอรี่ จึงควรใช้พลังงานในปริปาณมาก
|
นาย A ได้รับพลังงานในสองมื้อรวม 4776 กิโลแคลอรี่ นำ 4776-2500 (พลังงานที่ผู้ชายควรไดีรับในแต่ละวัน) = 2276 สรุปได้ว่านาย A ควรใช้พลังงานในแต่ละวัน 2276 กิโลแคลอรี่ เพื่อไม่ให้พลังงานเหลือแล้วกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายซึ่งทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ประกอบด้วยเอนไซม์ทริปซินและเอนไซม์เปปซิน ซึ่งจัดเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ในการเร่งปฏิกิริยาการย่อยโปรตีนทั้งคู่ กราฟในข้อใดแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง pH กับความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ทริปซินและเอนไซม์เปปซินได้อย่างเหมาะสมที่สุด
|
 |
|
อ้างอิงจากหลักการคิด
|
เปปซินทำปฏิกิริยากับกรดซึ่งพบได้ในกระเพราะอาหาร และทริปซินทำปฏิกิริยากับเบสซึ่งพบได้ในตับอ่อน
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
การรับประทานอาหารประเภทใดเป็นประจำส่งผลให้เกิดการผลิตยูเรียในปริมาณสูงขึ้น
|
2. ขนมปัง ไส้กรอก ไข่ดาว แตงโม |
|
เนื่องจากเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงมีโซเดียมและไขมันมากเกินไปซึ่งส่งผลให้ของเสียมีปริมาณสูงไปด้วย เช่น ยูเรีย
|
ในปัสสาวะมียูเรีย หากรับประทานอาหารประเภทที่มีโปรตีนสูง เค็มจัด ไขมันสูง เป็นประจำจะทำให้ในปัสสาวะมียูเรียในปริมาณมาก
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
จากภาพ เลือดที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูงจากแขนด้านขวา จะกลับเข้าสู่หัวใจเพื่อเดินทางไปแลกเปลี่ยนแก๊สและออกจากหัวใจผ่านทางเส้นเลือดใดตามลำดับ
|
2. 2 -> 3 -> 4 -> 1 |
|
เลือดดำเข้าทางหมายเลข 2,5 ไปยังห้องบนซ้ายลงล่างช้ายออกไปฟอกที่ปอด ผ่านหมายเลข 3 จากนั้นจะได้เลือดดีเข้ามาห้องบนขวาล่างขวาขึ้นไปยังหมายเลข 4 แล้วออกทางหมายเลข 1 ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
|
เลือดดำเข้าทางหมายเลข 2,5 ซึ่งเป็นหลอดเลือดดำ vein ที่มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูง และออกทางหมายเลข 1 ซึ่งเป็นหลอดเลือด artery ที่นำเลือดที่มีออกซิเจนสูงออกจากหัวใจไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งตรงกัขข้อ 2
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
ในบุคคลที่มีอาการปวดศีรษะและมีไข้ หลังจากรับประทานยาพาราเซตามอลแล้ว ยาจะถูกย่อยและดูดซึมที่บริเวณลำไส้เล็ก จากนั้น ยาจะถูกลำเลียงไปตามเส้นเลือดต่าง ๆ เพื่อออกฤทธิ์ที่สมอง เส้นทางการลำเลียงของยาจะไม่ผ่านเส้นเลือดใดในภาพ
|
3. 3 |
|
ยาพาราเซตามอลไม่ได้ไปฟอกที่ปอด แต่เดินทางไปที่ตับ
|
ยาพาราเซตามอลจะถูกทำลายที่ตับ
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของหลอดเลือดในภาพเคลื่อนไหว
A. ผนังของหลอดเลือดมีความบางและมีลิ้นกันเป็นระยะ
B. ตัวอย่างหลอดเลือดในภาพ ได้แก่ หลอดเลือด pulmonary artery
C. เลือดภายในหลอดเลือดนี้ประกอบไปด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีออกซิเจนสูง
|
3. C เท่านั้น |
|
A ผิดเนื่องจากเป็นเลือดดีผนังหลอดเลือดจึงต้องมีความหนา B ผิดเนื่องจากหลอดเลือด pulmonary artery เป็นหลอดเลือดแดงที่ไม่มีออกซิเจนจากหัวใจห้องล่างขวาเข้าสู่ปอด
|
หลอดเลือดในภาพเป็นหลอดเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงและเป็นเลือดดีผนังหลอดเลือดจึงมีความหนา
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
ในขณะหายใจออก ความดันในปอดและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
|
4 |
|
อ้างอิงจากหลักการคิดหายใจออก ซึ่งกะบังลมและกล้ามเนื้อซี่โครงจะคลายตัว และความดันในปอดจะเพิ่มขึ้น
|
การหายใจออกความดันในปอดจะเพิ่มขึ้น กะบังลมและกล้ามเนื้อซี่โครงจะคลายตัว
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
ระหว่างการออกกำลังกายที่มีระดับความหนักมาก (high intensity level) สมดุลในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และร่างกายจะต้องใช้กลไกใดเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายไว้ให้คงเดิม
|
3 |
|
การออกกำลังกายหนัก จะทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นของร่างกายทำให้เหนื่อยหัวใจเต้นถี่อุณหภูมิในร่างกายที่เพิ่มขึ้น และกลไกรักษาสมดุลของร่างกายที่ต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น
|
เมื่อออกกำลังกายหนักมากค่า PH จะลดลงทำให้เกิดภาวะกรดจากกระบวนการเผาผลาญ ทำให้อัตราการหายใจเพิ่มมากขึ้นเพื่อรับออกซิเจน อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เส้นเลือดฝอยขยายตัวเพื่อเพิ่มปริมาตรในการรับออกซิเจน
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
จากข้อมูลประวัติสุขภาพของบุคคล A B C และ D ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับชนิดของภูมิคุ้มกันที่แต่ละบุคคลได้รับ
|
4 |
|
ภูมิคุ้มกันแบบสร้างขึ้นมาจะได้รับจากการดื่มน้ำนมแม่ทำให้เกิดภูมิต้านทานและการเคยเป็นโรคสุกใสในวัยเด็กทำให้ร่างกายมีการจดจำเชื้อและสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ภูมิคุ้มกันแบบรับมาจะได้จากการฉีดวัคซีน
|
ภูมิคุ้มกันแบบสร้างขึ้นมาร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเองและภูมิคุ้มกันแบบรับมาจะได้มาจากการฉีดวัคซีนต้านทานโรค
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด (innate immunity)
A. เซลล์เยื่อบุผิวในระบบทางเดินหายใจผลิตเมือกเพื่อช่วยดักจับจุลชีพและสิ่งแปลกปลอม
B. เซลล์เยื่อบุผิวกระเพาะอาหารผลิตกรดไฮโดรคลอริกเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
C. น้ำตาและน้ำลายมีเอนไซม์ชนิดไลโซไซม์เพื่อช่วยทำลายแบคทีเรียที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้ในเบื้องต้น
|
|
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
ในการทดสอบหมู่เลือดของผู้เข้ารับบริการในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีผลการทดสอบดังนี้
ข้อความใดกล่าวถูกต้อง
|
|
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ (reflex reaction) เป็นปฏิกิริยาการตอบสนองอย่างรวดเร็วของระบบประสาทต่อสิ่งเร้า หากมือของนักเรียนเผลอไปแตะขอบกระทะที่มีความร้อนสูง ร่างกายจะมีกลไกตอบสนองด้วยปฏิกิริยารีเฟล็กซ์โดยมีลำดับขั้นอย่างไร
A. กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้าหดตัว
B. รีเซฟเตอร์รับความร้อนบริเวณมือถูกกระตุ้น
C. กระแสประสาทถูกส่งเข้าเซลล์ประสาทรับความรู้สึก
D. กระแสประสาทถูกส่งผ่านเซลล์ประสาทสั่งการ
E. กระแสประสาทถูกส่งเข้าไขสันหลัง
|
|
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่ของอวัยวะในภาพ
|
5. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมความคิด ความจำระยะยาว และการทรงตัว |
|
|
สมอง
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
จากภาพเคลื่อนไหวที่กำหนด ข้อใดกล่าวถูกต้องดวงตาในภาพเคลื่อนไหวนี้
|
|
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
จากภาพประกอบข้างต้น ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการมองเห็นวัตถุของบุคคลที่มีค่าสายตาแบบต่างๆ
I. ภาพ A แสดงการมองเห็นของบุคคลสายตาปกติ เลนส์จึงรวมแสงให้ภาพตกกระทบที่บริเวณเรตินาพอดี
II. ภาพ B แสดงการมองเห็นของบุคคลสายตาสั้น เนื่องจากเลนส์ตาหดสั้นมากที่สุด เลนส์จึงรวมแสงให้ภาพตกกระทบก่อนถึงบริเวณเรตินา
III. ภาพ C แสดงการมองเห็นของบุคคลสายตาสั้น เนื่องจากกระบอกตาหดสั้นมากที่สุด เลนส์จึงรวมแสงให้ภาพตกกระทบบริเวณหลังเรตินา
|
|
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
จงเติมประโยคต่อไปนี้ให้สมบูรณ์ โดยใช้คำศัพท์ที่กำหนดให้เพื่ออธิบายภาพเคลื่อนไหวด้านบนได้อย่างถูกต้อง
“ภาพแสดงการเคลื่อนไหวของ ________ ซึ่งพบได้ในบริเวณ _______ ทำให้สามารถ __________”
ข้อต่อแบบบานพับ ข้อต่อแบบลูกกลมในเบ้า หัวไหล่ หัวเข่า หมุนได้หลายทิศทาง หมุนได้ในทิศทางขึ้นลง
|
|
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อที่ 19-20
ลักษณะผิวเผือกเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกส่งผ่านอัลลีลด้อยบนโครโมโซมร่างกาย ครอบครัวหนึ่งมีพ่อและแม่ผิวปกติทั้งคู่ แต่เพียงแค่พ่อเท่านั้นที่เป็นพาหะของลักษณะผิวเผือก
จงคำนวณโอกาสที่จะมีลูกชายผิวปกติ
|
5. 1 |
|
จากการคำนวณโอกาสได้ลูกผู้ชายผิวปกติ 100%
|
แม่ปกติ แต่พ่อเป็นพาหะ ซึ่งโรคผิวเผือกเป็นลักษณะด้อยบนออโตโซม ดังนั้นลักษณะเด่นข่มลักษณะด้อยโอกาสที่ลูกผิวปกติเป็น 1
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
คำตอบจากข้อ 19 สามารถตีความได้อย่างไร จงอธิบายโดยใช้เหตุผลของหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมประกอบคำอธิบาย
|
- |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|