ตรวจข้อสอบ > ธนัญชนก เจริญงาม > เคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Chemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 93 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จงระบุชนิดของ bonding ที่โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการจับยากับตำแหน่งจับของโปรตีน

1. van der Waals interactions

ยากับโปรตีนไม่ใช้แรงมากในการจับพันธะเลยจับกับ van der waals interations

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 11(0.72)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ความเข้มข้นเริ่มต้นของยาคือเท่าไหร่

2. 11

จากสูตรที่โจทย์ให้มาแทนค่า t=1/60 ลงไป

สูตรจากโจทย์

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ไกลโคเจนเป็นพอลิเมอร์สายโซ่กิ่งของหน่วย α-D-กลูโคส ซึ่งสายโซ่เกิดจากการเชื่อมโยงไกลโคซิติก C1-C4 ในขณะที่การแตกกิ่งเกิดจากการก่อตัวของการเชื่อมโยงไกลโคซิติก C1-C6 โครงสร้างของไกลโคเจนคล้ายกับ________________

2. Amylopection

ไกลโคเจนเชื่อมต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิติก ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับอะไมโลเพกชั่นในแป้งแต่มีโมเลกุลใหญ่กว่ามากปละมีการแตกกิ่งมากกว่า

จากการศึกษาของคุณ Garrett และคุณ Grisham ในปี 2005 ที่ศึกษาเกี่ยวกับ Biochemistry หรือเคมีพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข้อความใดต่อไปนี้เป็นจริงเกี่ยวกับอันตรกิริยาการจับที่เป็นไปได้ของเอไมด์ทุติยภูมิ

3. สามารถมีส่วนร่วมในพันธะไฮโดรเจนได้ทั้งในฐานะผู้ให้พันธะไฮโดรเจนและตัวรับพันธะไฮโดรเจน

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 11(0.72)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ต้องใช้เวลานานเท่าใดที่ความเข้มข้นจะลดลงถึง 50% ของระดับเริ่มต้น

2. 5.1 hr

จากสูตรที่โจทย์ให้มาแทนค่า t=1/60 ลงไป แล้วนำไปคูณกับ 50/100

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


สารอะนาล็อกของสารประกอบตะกั่วมักจะเตรียมได้โดยทำการอัลคิเลตหมู่เอมีน ถ้ามีอยู่ ข้อความใดต่อไปนี้เป็นเท็จ

1. หมู่เอมีนไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการมีอันตรกิริยาที่มีผลผูกพันกับตำแหน่งที่มีผลผูกพัน และดังนั้นการเพิ่มองค์ประกอบแทนที่ไม่น่าจะเป็นอันตรายต่อผลผูกพัน

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


โครงสร้าง I เป็นสารลดความดันโลหิตซึ่งออกฤทธิ์ โดยการยับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติงเอ็นไซม์ (ACE) โครงสร้าง II ได้รับการออกแบบให้จับกับตำแหน่งที่ยึดแน่นมากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลยุทธ์ใดต่อไปนี้ใช้ในการออกแบบโครงสร้าง II

4. Simplification

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10 Drug Concentrations Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt, Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected. ข้อ 8 ถ้า r = 0.081 /hr C0 = 5 mg/L t =4 จากรูปจงหาความเข้มข้นของยา ณ เวลาที่ฉีด

5. 3.6 mg/L

จากสูตร c = co x e ^-rt แทนค่า co = 5 , t=4 s , r=0.081

จากสูตร c = co x e ^-rt

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10 Drug Concentrations Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt, Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected. ข้อ 9. จงหาค่า r ถ้า Initial concentration = 10 mg/L t=2 8.5 mg/L is shown after 2 hours.

5. 0.08

จากสูตร c = co x e ^-rt แทนค่า co = 8.5 , t=2 s , r=0.081 , c=10

จากสูตร c = co x e ^-rt

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10 Drug Concentrations Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt, Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected. ข้อ 10 จงหาค่า t หากยา x, มี r =0.21 แล้วมีความเข้มข้นลดลง 35%

3. 5.2 hr

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


อธิบายการกลายพันธุ์ 2 แบบ ที่อาจส่งผลต่อระดับ Warfarin และผลกระทบที่เกิดขึ้น

1.ภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน cytochrome P450 2C9 2.ภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน vitamin K epoxide reductase complex subunit 1

จากข้อแรก cytochrome P450 2C9 ที่คุมการสร้างเอนไซ์ CYP2C9 จะทำหน้าที่เปลี่ยนสภาพ warfarin และข้อที่สองยีน vitamin K epoxide reductase complex subunit 1 เป็นตำแหน่งออกฤทธิ์ของยาโดยมีปัจจัยอื่นๆเสริมด้วยเช่น อายุ ดัชนีมวลกาย และอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 59 ที่ส่งผลต่อความแปรปรวนในการตอบสนองของ warfarin

จากงานวิจัยของคุณนิตย์สุภา วัฒนชัยและคุณสุทธิดา แก้วมุงคุณ เรื่องเภสัชวิทยาและปัจจัยที่มีผลตอบสนองของยาวาร์ฟาริน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


เหตุใดจึงเป็นเรื่องปกติที่จะให้ยา Warfarin ในขนาดเริ่มต้นที่แตกต่างกันกับผู้คนตามเชื้อชาติของพวกเขา? ความเกี่ยวข้องของปัญหานี้กับการทดลองทางคลินิกยาคืออะไร

1. เนื่องจากผลของภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน cytochrome P450 2C9 โดยแต่เชื้อชาติจะมีจีโนไทป์ในยีนที่กล่าวมาแตกต่างกัน 2. โดยผู้ป่วยแต่ละคนจะมีโรคอื่นๆมาแทรกซ้อน รวมถึงเพศ อายุ น้ำหนักตัวก็มีส่วนด้วย

โดยปกติปัจจัยที่มีผลต่อยา warfarin จะมีทางด้านเภสัชพันธุศสตร์ (ยีน พันธุกรม เป็นต้น) ปัจจัยด้านคลินิก แะลปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม จากโจทย์จะเป็นปัจจัยทางด้านเภสัชพันธุศสตร์ที่จีโนไทป์ในยีนของคนแต่ละเชื้อชาติมีแตกต่างกัน ส่วนปัญหากับการทดลองทางคลินกยาคือมีพวกส่วนสูง อายุ น้ำหนัก เพศ และอื่นๆที่มาเกี่ยวข้องด้วย

จากงานวิจัยของคุณนิตย์สุภา วัฒนชัยและคุณสุทธิดา แก้วมุงคุณ เรื่องเภสัชวิทยาและปัจจัยที่มีผลตอบสนองของยาวาร์ฟาริน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


อธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของ Gleevac

เมื่อทานยา gleevac เข้าไปมันจะเข้าไปฆ่าโครโมโซมฟิลาเดเลียในมะเร็งเม็ดเลือดขาว และจะทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นถึง 98%

จากงานวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมีโครโมโซมฟิลาเดเลีย (CML) ถึง 95% และ CML ก่อตัวขึ้นเมื่อยีนสองตัวที่ปกติถูกแยกเข้าด้วยกัน เรียกว่า BCR-ABL ซึ่งเมื่อ BCR-ABL ก่อตัวในเซลล์เม็ดเลือดจะทำให้เกิด CML

งานวิจัยของดร.ปีเตเชอร์ โนเวลล์ แพทย์ศาสตร์บัณฑิต

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


อธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับอาการของการขาดกลูโคส -6- ฟอสเฟตและสาเหตุของอาการเหล่านี้ ตัวกระตุ้นทั่วไปสำหรับ G6PD มีอะไรบ้าง?

อาการตัวเหลือง เหนื่อย เพลียง่าย สาเหตุคือเป็นโรคทางพันธุกรรม เซลล์เม็ดเลือดแดงจะขาดเอมไซม์ G6PD และตำแหน่งยีนที่ผิดปกติบนโครโมโซม ซึ่งอยู่บนโครโมโซมเพศ ผู้ชายมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิง ตัวกระตุ้นคือ ถั่วปากอ้า ไวน์แดง บลูเบอร์รี่ พิมเสน ลูกเหม็น สารหนู เป็นต้น

โดยโรค G6PD นั้นเป็นโรคที่ไม่สามารถหายได้ ติดตัวไปตลอดชีวิต เป็นโรคทางพันธุกรรม ผู้ชายมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิง ส่วนมากจะมีอาการตัวเหลืองตั้งแต่ยังเป็นทารก เมื่อมีไข้จะอ่อนเพลียง่าย ปัสสาวะออกมาเป็นเลือด เนื่องจากเม็ดเลือดแดงขาดเอนไซม์ G6PD

การเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคต่างๆในระบบออนไลน์ของโรงพยาบาลบางโพ

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


อธิบายสมมติฐาน Life on the Edge และเหตุใดจึงเกี่ยวข้องกับโรคอะไมลอยด์

จากโรคอะไมลอยด์เป็นโรคที่ร่างกายสร้างโปรตีนอะไมลอยด์มามากเกินไปจนทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายจนเป็นโรคร้าย แต่จากสมมติฐาน life of the edge ได้บอกไว้ว่าไวรัสก็เคยเป็นเซลล์ขนาดเล็กๆ แต่กลับพัฒนาถอยหลังจึงค่อยๆกลายมาเป็นไวรัส ดังนั้นโปรตีนอะไมลอยด์อาจจะกำลังกายเป็นเหมือนไวรัสก็ได้

ไวรัสจากสมมติฐานเคยเป็นเซลล์เล็กๆมาก่อนแล้วไปเกาะกับเซลล์ใหญ่แบบสภาวะปรสิต แล้วพัฒนาถอยหลังแทนที่จะพัฒนาไปข้างหน้า เซลลตัวนี้เลยกลายมาเป็นไวรัสแทน

หนังสือ life on the edge

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


จากบทความที่ไปเรื่อง Environmental toxicology จงสรุป table 1

พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม บอกึงปริมาณสารพิษต่างๆที่ทาน การสะสมของสารพิษ ความเป็นพิษในมนุษย์และอื่นๆ

enviromental toxicology ม.เกษตร

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


จงเลือกยามา 1 ชนิดแล้วอธิบายลักษณะโมเลกุลโดยละเอียด

เลือกยา cephalexin

มี C16H17N3O4S

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


จงอธิบายว่ายาที่เลือกนั้นทำงาน mechanism อะไรในร่างกาย

ยา cephalexin โดยกลไกคือจะยับยั้งการสังเคราะห์ผนังเซลล์แบคทีเรียและเซลล์จะตาย

cephalexin เป็นยาปฏิชีวนะ cephalosporin รุ่นแรกซึงจะมี beta lactam และ dihydrothiazide มีความททานต่อการกระทำของ beta lactamase มากกว่า

website drugbank : cephalexin

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จงหา molecule ยาที่มาแทนยาชนิดนี้ หากยานั้นขาดแคลนหรือดื้อยา โดยอธิบายทำไมยาใหม่ถึงมาแทนได้

ยา cefalor เป็นยาปฏิชีวนะ cephalosporin รุ่นสอง

อยู่ในหมวดcephalosporinเลยมีโมเลกุลเหมือนกัน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


จากบทความที่ไปเรื่อง Environmental toxicology จงอธิบาย Research method และวิจารณ์ข้อดีข้อเสียโดยละเอียด

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 60.75 เต็ม 155

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา