| 1 |
จงระบุชนิดของ bonding ที่โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการจับยากับตำแหน่งจับของโปรตีน
|
3. hydrogen bonds |
|
เนื่องจากโปรตีนจับกันด้วยพันธะเพปไทด์ ระหว่างนั้นโมเลกุลของยาก็จับกับโปรตีนด้วยพันธะไฮโดรเจน
|
งานวิจัยโปรตีนและกรดอะมิโน
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 11(0.72)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ความเข้มข้นเริ่มต้นของยาคือเท่าไหร่
|
3. 12 |
|
|
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
ไกลโคเจนเป็นพอลิเมอร์สายโซ่กิ่งของหน่วย α-D-กลูโคส ซึ่งสายโซ่เกิดจากการเชื่อมโยงไกลโคซิติก C1-C4 ในขณะที่การแตกกิ่งเกิดจากการก่อตัวของการเชื่อมโยงไกลโคซิติก C1-C6 โครงสร้างของไกลโคเจนคล้ายกับ________________
|
2. Amylopection |
|
เนื่องจากอะไมโลเพกทิน เป็นพอลิเมอร์ของกลูโคสที่เรียงต่อเป็นสายยาวและมีการแตกแขนงเหมือนกับไกลโครเจน
|
จากหนังสือเรียนชีววิทยาเพิ่มเติม สสวท. ม.4เล่ม1
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
ข้อความใดต่อไปนี้เป็นจริงเกี่ยวกับอันตรกิริยาการจับที่เป็นไปได้ของเอไมด์ทุติยภูมิ
|
3. สามารถมีส่วนร่วมในพันธะไฮโดรเจนได้ทั้งในฐานะผู้ให้พันธะไฮโดรเจนและตัวรับพันธะไฮโดรเจน |
|
|
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 11(0.72)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ต้องใช้เวลานานเท่าใดที่ความเข้มข้นจะลดลงถึง 50% ของระดับเริ่มต้น
|
4. 4.1 hr |
|
จากการคำนวณลดลง50%ของระดับเริ่มต้น คือ ลดเหลือครึ่งหนึ่งของระดับเริ่มต้น แทนสมการและหาค่าตัวแปร
|
การคำนวณความเข้มข้นของยาในกระแสเลือด
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
สารอะนาล็อกของสารประกอบตะกั่วมักจะเตรียมได้โดยทำการอัลคิเลตหมู่เอมีน ถ้ามีอยู่ ข้อความใดต่อไปนี้เป็นเท็จ
|
3. เป็นไปได้ที่จะแทนที่หมู่แทนที่ N- เมทิลด้วยหมู่แทนที่อื่น |
|
ถูกแทนทีด้วย แอลคิล หรือ แอริล ระหว่างโมเลกุลได้ โดย Primary amine
|
หนังสือ เคมีอินทรีย์
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
โครงสร้าง I เป็นสารลดความดันโลหิตซึ่งออกฤทธิ์ โดยการยับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติงเอ็นไซม์ (ACE) โครงสร้าง II ได้รับการออกแบบให้จับกับตำแหน่งที่ยึดแน่นมากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กลยุทธ์ใดต่อไปนี้ใช้ในการออกแบบโครงสร้าง II
|
4. Simplification |
|
-
|
-
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10
Drug Concentrations
Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt,
Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected.
ข้อ 8 ถ้า
r = 0.081 /hr
C0 = 5 mg/L
t =4
จากรูปจงหาความเข้มข้นของยา ณ เวลาที่ฉีด
|
4. 4.5 mg/L |
|
แทนค่าที่โจทย์กำหนดลงไปในสูตร
|
ตามสูตรการคำนวณ จากฟังก์ชันที่กำหนด
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10
Drug Concentrations
Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt,
Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected.
ข้อ 9. จงหาค่า r ถ้า Initial concentration = 10 mg/L t=2
8.5 mg/L is shown after 2 hours.
|
5. 0.08 |
|
-
|
จากสมการที่โจทย์กำหนดให้
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10
Drug Concentrations
Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt,
Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected.
ข้อ 10 จงหาค่า t หากยา x, มี r =0.21 แล้วมีความเข้มข้นลดลง 35%
|
4. 4.8 hr |
|
ได้จากาการแทนค่าหาตัวแปร
|
ใช้สูตรที่โจทย์กำหนดให้
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
อธิบายการกลายพันธุ์ 2 แบบ ที่อาจส่งผลต่อระดับ Warfarin และผลกระทบที่เกิดขึ้น
|
- ความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีน (polymorphisms)
ที่ควบคุมเอนไซม์ methionine synthase (MS), methylene
tetrahydrofolate reductase (MTHFR) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยน
homocysteine ไปเป็น methionine
- ความหลากหลายทางพันธุกรรมชนิด MTHFR C677T17
(cysteine เปลี่ยนเป็น thymine) พบว่าทำให้ระดับ homocysteine สูงขึ้นในเลือด
- Cystathionine b synthase (CBS) หน้าที่ทำเปลี่ยน
homocysteine เป็น cysteine mutation ของยีน cystathionine b synthase แบบ homozygote หรือ compound heterozygote มีรายงานทำให้เกิด homocystinuria19
ผู้ป่วยที่เป็น homocystinuria มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
แบบยีนด้อย (autosomal recessive) มักมีระดับ homocysteine สูงมากกว่า 100 ไมโครโมล/ลิตร และมีอาการที่สำคัญ ได้แก่
mental retardation, subluxation ของเลนส์ตา กระดูกแขน
ขายาว และลิ่มเลือดอุดตันที่รุนแรงทั้งในหลอดเลือดดำและแดง
กลไกการเกิดโรคเกิดจากระดับ homocysteine ที่สูงทำให้เกิด
ปฏิกิริยา oxidation ทำให้เกิดเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดทำงานผิด
ปกติ และเกิดกระบวนการตายของเซลล์ (apoptosis) เยื่อบุหลอด
เลือดตามมา |
|
-
|
จากบทความวิจัยHereditary Thrombophilia
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
เหตุใดจึงเป็นเรื่องปกติที่จะให้ยา Warfarin ในขนาดเริ่มต้นที่แตกต่างกันกับผู้คนตามเชื้อชาติของพวกเขา? ความเกี่ยวข้องของปัญหานี้กับการทดลองทางคลินิกยาคืออะไร
|
เนื่องจากผู้ตนแต่ละเชื้อชาติมีสภาพร่างกายที่ปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมนั้นแตกต่างกัน |
|
จึงส่งผลให้ร่างกายต้องได้รับปริมาณยา warfarin ในปริมาณที่แตกต่างเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อร่างกายเมื่อรับประทานยาเข้าไป
|
บทความวิชาการ ปฏิกิริยาระหว่างอาหารกับwarfarin
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
อธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของ Gleevac
|
ยา imatinib มีชื่อการค้าคือ gleeveยา imatinib เข้าจับที่ตำแหน่ง ATP binding site ในส่วนไทโรซีนไคเนส (tyrosine kinase) ของ BCR-ABLoncoprotein จึงป้องกันการเกิดกระบวนการฟอสโฟรีเลชั่น (phosphorylation) และการส่งสัญญาณต่อ (downstream signaling pathways) ซึ่งส่งผลให้ยับยั้งกระบวนการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว |
|
การดูดซึม
ยา imatinib ดูดซึมผ่านทางเดินอาหารได้อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ โดยมีค่าระยะเวลาที่ความเข้มข้นของยาสูงสุดในเลือด 1-2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยา
การกระจายตัว
ยา imatinib จับกับโปรตีนในพลาสมา a1-acid glycoprotein ได้ดี (~ร้อยละ 90-96) มีค่าปริมาตรการกระจายตัว (volume of distribution) เฉลี่ย 366 ลิตร
การเปลี่ยนแปลงยาหรือเมแทบอลิซึม
ยา imatinib ถูกเปลี่ยนแปลงที่ตับด้วยเอนไซม์ CYP3A4 และ/หรือ CYP3A5 เป็นหลักได้เมแทบอไลต์หลักที่ออกฤทธิ์คือ N-desmethylimatinib ซึ่งมีการศึกษาในหลอดทดลองว่ามีความแรงในการออกฤทธิ์เทียบเท่ากับ imatinibนอกจากนี้แล้วยา imatinib ยังถูกเปลี่ยนแปลงด้วยเอนไซม์ CYPs อื่นซึ่งมีบทบาทรอง เช่น CYP1A2, CYP2D6, CYP2C9, และ CYP2C19 ได้เมแทบอไลต์ที่ไม่ออกฤทธิ์
การกำจัดยา
ยา imatinib และเมแทบอไลต์ถูกกำจัดทางน้ำดีและอุจจาระเป็นหลักโดยยา imatinib มีค่าครึ่งชีวิตเฉลี่ย 13.5 ชั่วโมง
|
จากThe Pharmacology and Pharmacogeneticsof Imatinib in Chronic Myeloid LeukemiaTherapy
เภสัชวิทยาและเภสัชพันธุศาสตร์ของยา imatinib
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
อธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับอาการของการขาดกลูโคส -6- ฟอสเฟตและสาเหตุของอาการเหล่านี้ ตัวกระตุ้นทั่วไปสำหรับ G6PD มีอะไรบ้าง?
|
เม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลัน ซึ่งเกิดใน24-48 ชั่วโมง หลังได้รับปัจจัยเลี่ยง ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว มีไข้ต่ำๆ ปวดหลัง และต่อมาอาจมีมีอาการดีซ่าน ตัวเหลืองตาเหลือง ซีดและปัสสาวะเป็นสีดำหรือสีโค้ก เหนื่อย อ่อนเพลีย |
|
สาเหตุการอาการ คือ ความบกพร่องของเอนไซม์ G6PD
ตัวกระตุ้น เช่น การกินถั่วปากอ้า จะส่งให้เม็ดเลือดแดงแตก
|
บทความจากสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
อธิบายสมมติฐาน Life on the Edge และเหตุใดจึงเกี่ยวข้องกับโรคอะไมลอยด์
|
เนื่องจากคำแปลของ Life on the Edge ที่สอดคล้องกับโรคอะไมลอยด์ เพราะ โรคอะไมลอยด์ เป็นโรคที่แสดงอาการหลากหลายทำให้วินิจฉัยยาก และคนไม่เป็นโรคนี้มากนัก จึงเป็นภัยเงียบ |
|
หาคำจากการหาคำแปลของ Life on the Edge และศึกษาว่าโรคอะไมลอยด์คือโรคอะไรและเกี่ยวข้องอย่างไร
|
จากเว็บไซต์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
จากบทความที่ไปเรื่อง Environmental toxicology จงสรุป table 1
|
เป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่ศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับสารพิษ (Poison) โดยคำว่า “สารพิษ” ในที่นี้หมายถึง สารเคมีที่ก่อผลเสียต่อสุขภาพเมื่อเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้ [1] นอกจากการศึกษาเรื่องสารพิษแล้ว วิชาพิษวิทยาสมัยใหม่ยังอาจครอบคลุมถึงผลเสียที่เกิดจากพลังงานทางด้านฟิสิกส์ (Physical agent) ซึ่งก่อผลเสียต่อสุขภาพ เช่น รังสี คลื่นเสียง
สาขาของวิชาพิษวิทยา (Branches of toxicology)
พิษวิทยาเป็นวิชาที่จัดอยู่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied science) เพราะมีการผสมผสานหลักการของศาสตร์ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาหาความรู้และการดำเนินงานอยู่มาก ศาสตร์ที่มีส่วนส่งเสริมทำให้เกิดการพัฒนาความรู้ทางด้านพิษวิทยามากขึ้น มีทั้ง พยาธิวิทยา (Pathology) สรีรวิทยา (Physiology) ชีวเคมี (Biochemistry) ชีววิทยาระดับโมเลกุล (Molecular biology) พันธุศาสตร์ (Genetics) สถิติ (Statistic) และระบาดวิทยา (Epidemiology) ในทางตรงกันข้าม ก็มีศาสตร์หลายด้านที่ความรู้ทางด้านพิษวิทยาถูกนำไปประยุกต์ใช้ เช่น การแพทย์ (Medicine) เภสัชศาสตร์ (Pharmacology) สัตวแพทยศาสตร์ (Veterinary medicine) นิติวิทยาศาสตร์ (Forensic science) อาชีวอนามัย (Occupational health) อนามัยสิ่งแวดล้อม (Environmental health) เป็นต้น |
|
พิษวิทยานิเวศน์ (Ecotoxicology) เป็นสาขาย่อยของพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นศึกษาผลกระทบของสารพิษต่อพลวัตของระบบนิเวศน์ การถ่ายทอดไปตามห่วงโซ่อาหาร ลักษณะการสะสมเป็นต้น
|
จากระบบคลังข้อมูลทางวิชาการ BRU
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
จงเลือกยามา 1 ชนิดแล้วอธิบายลักษณะโมเลกุลโดยละเอียด
|
Propranolol (โพรพราโนลอล) เป็นยาเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blocker) ที่นำมาใช้รักษาความดันโลหิตสูง |
|
เป็นบีต้า-บล็อกเกอร์ คือมันจะยับยั้งฤทธิ์ อีพิเนพฟริน (epinephrine) บนทั้ง β1- และ β 2-อะดรีโนรีเซพเตอร์) ยาตัวนี้ใช้รักษาได้หลายโรค
(RS)-1- ((1-methylethyl) amino) -3- (1-naphthalenyloxy) -2-propanol (9CI)
|
หาคำตอบจากวิกิพีเดีย
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
จงอธิบายว่ายาที่เลือกนั้นทำงาน mechanism อะไรในร่างกาย
|
กลไกการออกฤทธิ์ของยาจะช่วยยับยั้งการทำงานของสารเคมีบางชนิดในร่างกาย ซึ่งมีผลกระทบหรือเกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือด โดยจะช่วยลดจังหวะการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และความตึงเครียดของหัวใจ |
|
กลไกการออกฤทธิ์ของยา Propranolol เป็นยากลุ่มบีต้า-บล็อกเกอร์ (Beta-blocker) ที่ยับยั้งแบบแข่งขันที่ตัวรับบีต้า-1 และ บีต้า-2 แบบไม่จำเพาะเจาะจง เป็นผลให้เกิดการลดลงของอัตราการเต้นของหัวใจ ลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ลดความดันโลหิต และความต้องการออกซิเจนของกล้ามเนื้อ
|
หาคำตอบจากการหากลไกการออกฤทธิ์ของยาชนิดนี้
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
จงหา molecule ยาที่มาแทนยาชนิดนี้ หากยานั้นขาดแคลนหรือดื้อยา โดยอธิบายทำไมยาใหม่ถึงมาแทนได้
|
ใช้ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blockers) มาแทน เช่น Atenolol , Metoproloซึ่งเป็นยากลุ่มเดียวกัน |
|
เนื่องจากเป็นยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ที่เป็นยาชนิดเดียวกัน
|
ยาประเภทกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
จากบทความที่ไปเรื่อง Environmental toxicology จงอธิบาย Research method และวิจารณ์ข้อดีข้อเสียโดยละเอียด
|
เลือกวิธีวิจัยการทดสอบด้วยวิธีทางเลือกแบบ in vitro |
|
เนื่องจากมีผลดีคือ สามารถควบคุมสภาวะการทดสอบ ลดความแปรปรวนระหว่างการทดลองหลายๆ ครั้งได้
• มีการทดสอบโดยใช้มาตรฐานระดับสูง
• ไม่มีผลกระทบจากระบบร่างกาย (Systemic effects)
• ทำการทดสอบสารเคมีได้จำนวนมาก รวดเร็ว และค่าใช้จ่ายน้อย
ผลเสียคือ ไม่สามารถทดสอบปฏิสัมพันธ์ระหว่างเนื้อเยื่อและอวัยวะ
• ไม่สามารถหาค่าความสัมพันธ์ของการตอบสนองกับปริมาณพิษที่ได้รับในร่างกายของสิ่งมีชีวิต (in vivo
Dose-response relationships) สำหรับการประเมินความเสี่ยงต่อมนุษย์
|
หาคำตอบจากวิจัยการทดสอบด้านพิษวิทยาด้วยวิธีทางเลือก
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|