| 1 |
จงระบุชนิดของ bonding ที่โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการจับยากับตำแหน่งจับของโปรตีน
|
1. van der Waals interactions |
|
เพราะเป็นแรงที่ไม่ต้องใช้แรงทางไฟฟ้า และ เกิดได้กับโมเลกุลทุกชนิดไม่ว่าจะมีประจุ มีขั้วหรือไม่ เป็นพันธะโคเวเลนต์รูปแบบหนึ่ง
|
จากโครงสร้างของโปรตีนในโครงสร้างตติยภูมิจะเกิดแรงถึง 4 แรง ด้วยกันคือพันธะไดซัลไฟด์ระหว่างกรดอะมิโนที่ชื่อซิสเทอีนกับซีสเทอีนอีกโมเลกุลหนึ่ง แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นคำตอบเพราะ โปรตีนที่จับกับยาอาจไม่มีกรดอะมิโนชนิดนี้ก็ได้ พันธะต่อมาที่เกิดคือพันธะไฮโดรเจนถ้ายาหรือกรดอะมิโนไม่มีธาตุที่มี EN สูงเป็นส่วนประกอบก็ไม่สามารถเกิดพันธะดังกล่าวได้ สุดท้ายคือพันธะไอออนิก ถ้ากรดอะมิโนดังกล่าวมีโซ่ข้างที่ไม่มีประจุก็จะไม่สามารถเกิดพันธะไอออนิกได้ จึงคิดว่าคำตอบน่าจะเป็นแรงวัลเดอร์วาลซึ่งสามารถเกิดได้ระหว่างโมเลกุลทุกชนิด อ้างอิงจากหนังสือชีววิทยา
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 11(0.72)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ความเข้มข้นเริ่มต้นของยาคือเท่าไหร่
|
2. 11 |
|
จากการใช้สูตรการหาความเข้มข้นของยาที่โจทย์กำหนดมาให้
|
โจทย์ถามหาความเข้มข้นเริ่มต้นของยา จึงหมายความว่ายาดังกล่าวยังไม่ได้ถูกกินเข้าไป ดังนั้นจึงแทนค่า t = 0 เมื่อนำไปแทนในสูตรจะเห็นว่า 0.72 ยกกำลัง 0 จะมีค่าเป็น 1 เมื่อนำหนึ่งไปคูณกับ 11 ก็จะได้คำตอบเป็น 11 ดังนั้นความเข้มข้นเริ่มต้นของยาคือ 11 มิลลิกรัมต่อลิตร
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
ไกลโคเจนเป็นพอลิเมอร์สายโซ่กิ่งของหน่วย α-D-กลูโคส ซึ่งสายโซ่เกิดจากการเชื่อมโยงไกลโคซิติก C1-C4 ในขณะที่การแตกกิ่งเกิดจากการก่อตัวของการเชื่อมโยงไกลโคซิติก C1-C6 โครงสร้างของไกลโคเจนคล้ายกับ________________
|
2. Amylopection |
|
โครงสร้างจะคล้ายอะไมโลเพกทิน เพราะแป้งชนิดอะไมโลเพกทินที่เก็บสะสมไว้ในพืชเองก็มีโครงสร้างแบบกิ่งและเชื่อมต่อกันด้วยพันธะแบบเดียวกับไกลโคเจน เช่นเดียวกัน
|
ส่วนที่ไม่เลือกตอบคำตอบอื่นนั้น เพราะ ข้อ1 กลูโคสเป็นเพียง monomer หรือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่นำมาเรียงต่อกันจนเกิดเป็นไกลโคเจน และ อะไมโลเพกทินเท่านั้น ส่วนข้อ 4 เพราะ มอลโทสเป็นแค่น้ำตาลโมเลกุลคู่ที่เชื่อมด้วยพันธะ α-1,4 เท่านั้น และ มีจำนวนของกลูโคสแค่ 2 โมเลกุล และ ข้อ5 ถึงแม้อะไมโลสจะประกอบด้วยกลูโคสจำนวนมากมาต่อกันด้วยพันธะ α-1,4 แต่ก็มีโครงสร้างเป็นโซ่ตรงไม่แตกแขนงเหมือนกับไกลโคเจน อ้างอิงจากหนังสือชีววิทยา
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
ข้อความใดต่อไปนี้เป็นจริงเกี่ยวกับอันตรกิริยาการจับที่เป็นไปได้ของเอไมด์ทุติยภูมิ
|
3. สามารถมีส่วนร่วมในพันธะไฮโดรเจนได้ทั้งในฐานะผู้ให้พันธะไฮโดรเจนและตัวรับพันธะไฮโดรเจน |
|
เพราะโครงสร้างของเอไมด์ทุติยภูมิคือสารประกอบเอไมด์ที่ด้านที่มีหมู่อะมิโนสลัดไฮโดรเจนทิ้งไป 1 ตัว แล้วแทนที่ด้วยหมู่แอลคิล หรือ หมู่ R ซึ่งเป็นสายไฮโดรคาร์บอนประเภทแอลเคนที่ทิ้ง ไฮโดรเจนไป 1 ตัว ซึ่งสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เพิ่มมาประกอบด้วย C และ H เท่านั้น จึงไม่มีขั้ว ไม่มีประจุ เกิดได้แค่แรงวัลเดอร์วาล์ลชนิดแรงลอนดอนเท่านั้น และ ไม่เกิดพันธะชนิดอื่นด้วย แต่บริเวณหมู่อะมิโนยังเหลือ H อีกหนึ่งตัวที่ถูกดึงอิเล็กตรอนไปใกล้ N จึงยังสามารถเกิด H-Bond ได้อีก 1 พันธะ
|
อ้างอิงจากหนังสือเคมี เรื่องสารประกอบไฮโดรคาร์บอน แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล และ เว็บไซต์ที่ให้คำอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างของเอไมด์ทุติยภูมิ
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 11(0.72)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ต้องใช้เวลานานเท่าใดที่ความเข้มข้นจะลดลงถึง 50% ของระดับเริ่มต้น
|
5. 2.1 hr |
|
เพราะจากการคำนวณแล้วพบว่ามีความใกล้เคียงกันมากที่สุด
|
ใช้สูตรที่โจทย์กำหนดให้
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
สารอะนาล็อกของสารประกอบตะกั่วมักจะเตรียมได้โดยทำการอัลคิเลตหมู่เอมีน ถ้ามีอยู่ ข้อความใดต่อไปนี้เป็นเท็จ
|
3. เป็นไปได้ที่จะแทนที่หมู่แทนที่ N- เมทิลด้วยหมู่แทนที่อื่น |
|
มีความคิดว่าเป็นไปได้ยาก เพราะ จะต้องดึงสารประกอบที่มีขั้วและมีแรงยึดเหนี่ยวด้วยพันธะไฮโดรเจนออกเป้นเรื่องที่ทำได้ยาก
|
หนังสือเคมีเกี่ยวกับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
โครงสร้าง I เป็นสารลดความดันโลหิตซึ่งออกฤทธิ์ โดยการยับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติงเอ็นไซม์ (ACE) โครงสร้าง II ได้รับการออกแบบให้จับกับตำแหน่งที่ยึดแน่นมากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กลยุทธ์ใดต่อไปนี้ใช้ในการออกแบบโครงสร้าง II
|
3. Isostere |
|
เพราะการเปลี่ยนจากโครงสร้าง 1 เป็น 2 มีโครงสร้างต่างๆ ที่คาร์บอนแทบทุกตำแหน่งเหมือนกัน ยกเว้นตรงคาร์บอนตำแหน่งที่ 2 ที่มีวงแหวนเบนซีนเพิ่มมา ซึ่งตรงกับ Isostere ที่ เป็นการเติมแขนของสารประกอบหลักโดยที่โครงสร้างอื่นยังเหมือนเดิม
|
ที่เลือกตอบข้อนี้ เพราะ ข้อ 1 เป็นการเพิ่มจำนวน ขยายขนาด , ข้อ 2 การการย้านที่โครงสร้างให้ออกห้างกันหรือชิดติดกันมากขึ้น , ข้อ4 ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอะไร และ ข้อ 5 เป็นแค่การเชื่อมด้วยพันธะเคมีธรรมดา อ้างอิงจากเว็บไซต์ที่ให้คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนโครงสร้างของสารโมเลกุลใหญ่
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10
Drug Concentrations
Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt,
Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected.
ข้อ 8 ถ้า
r = 0.081 /hr
C0 = 5 mg/L
t =4
จากรูปจงหาความเข้มข้นของยา ณ เวลาที่ฉีด
|
4. 4.5 mg/L |
|
เพราะจากการคำนวณได้ค่าที่มีความใกล้เคียงกัน
|
จากสูตรที่โจทย์กำหนดให้
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10
Drug Concentrations
Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt,
Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected.
ข้อ 9. จงหาค่า r ถ้า Initial concentration = 10 mg/L t=2
8.5 mg/L is shown after 2 hours.
|
2. 0.05 |
|
ไม่ทราบแน่ชัดว่าต้องตอบข้อไหน เพราะ จากผลการคำนวณได้ไม่ตรงกับช้อยข้อไหนเลย
|
สูตรที่โจทย์กำหนด
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10
Drug Concentrations
Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt,
Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected.
ข้อ 10 จงหาค่า t หากยา x, มี r =0.21 แล้วมีความเข้มข้นลดลง 35%
|
2. 6.5 hr |
|
ไม่ทราบแน่ชัดว่าต้องตอบข้อไหน เพราะ จากผลการคำนวณได้ไม่ตรงกับช้อยข้อไหนเลย
|
สูตรที่โจทย์กำหนดให้
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
อธิบายการกลายพันธุ์ 2 แบบ ที่อาจส่งผลต่อระดับ Warfarin และผลกระทบที่เกิดขึ้น
|
การกลายพันธุ์ที่ทำให้ยาออกฤทธิ์เกิน ได้แก่ VKORC1 และ CYP2c9 |
|
VKORC1 ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อยาเร็วขึ้น อาจทำให้เลือดออกมาขึ้น ส่วน CYP2c9 ทำให้ยาตัวนี้เปลี่ยนสภาพจนออกฤทธิ์มากกว่าปกติ
|
เว็บไซต์ที่อ้างอิงเกี่ยวกับยาตัวนี้
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
เหตุใดจึงเป็นเรื่องปกติที่จะให้ยา Warfarin ในขนาดเริ่มต้นที่แตกต่างกันกับผู้คนตามเชื้อชาติของพวกเขา? ความเกี่ยวข้องของปัญหานี้กับการทดลองทางคลินิกยาคืออะไร
|
การออกฤทธิ์ของยา |
|
เพราะคนแต่ละเชื้อชาติ อาศัยอยู่ในต่างสภาพแวดล้อม และ มียีนบางอย่างที่มีความจำเพาะต่อคนแต่ละประเทศ ทำให้ตอบสนองต่อยาต่างกัน จึงให้ยาเริ่มต้นที่เท่ากันไม่ได้
|
เว็บไซต์อ้างอิงเกี่ยวกับพันธุกรรม และ การให้ยาในปริมาณเริ่มต้น
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
อธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของ Gleevac
|
รบกวน enzyme ที่ชื่อ tyrosine kinase ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง |
|
เป้นยาที่ใช้ในการรักษามะเร็งลำไส้ โดยยาตัวนี้จะเข้าไปในเซลล์ และ ไปออกฤทธิ์อยู่ภายใน เพราะ มีโมเลกุลขนาดเล็ก
|
เว็บไซต์ที่อธิบายถึงยาที่ใช้ในการรักษามะเร็งตัวนี้
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
อธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับอาการของการขาดกลูโคส -6- ฟอสเฟตและสาเหตุของอาการเหล่านี้ ตัวกระตุ้นทั่วไปสำหรับ G6PD มีอะไรบ้าง?
|
ถั่วปากอ้า การติดเชื้อโรค ความเครียด |
|
เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนที่ทำให้เม็ดเลือดแดงที่ไม่ค่อยแข็งแรงของผู้ป่วยแตกออก จนเกิดภาวะตัวเหลืองได้ ถ้าเป็นมากๆอาจต้องมีการให้เลือด
|
เว็บไซต์ที่อธิบายถึงภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
อธิบายสมมติฐาน Life on the Edge และเหตุใดจึงเกี่ยวข้องกับโรคอะไมลอยด์
|
เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีววิทยาควอนตัมที่อธิบายถึงกลไกของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก จึงใช้อธิบายเกี่ยวกับโรคดังกล่าวที่เกิดจากการมีโปรตีนอะไมลอยด์มากเกินไป |
|
เพราะภายในสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหรือเซลลืต้องมีการสังเคราะห์โปรตีน
|
เว็บไซต์ที่อ้างอิงถึงสมมติฐาน Life on the Edge และ โรคอะไมลอยด์
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
จากบทความที่ไปเรื่อง Environmental toxicology จงสรุป table 1
|
อธิบานเกี่ยวกับความเป็นพิษจากสิ่งแวดล้อมชนิดต่างๆ |
|
เพราะปัจจุบันสิ่งแวดล้อมได้มีการปนเปื้อนสารพิษอยู่ไม่น้อย
|
บทความเรื่อง Environmental toxicology table 1
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
จงเลือกยามา 1 ชนิดแล้วอธิบายลักษณะโมเลกุลโดยละเอียด
|
เลือก Bethanecol |
|
เพราะมีโครงสร้างที่ไมซับซ้อนไม่มีวงแหวนเบซีน และ มีประจุบวกลบ
|
หนังสือเคมีเกี่ยวกับโครงสร้างโมเลกุล
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
จงอธิบายว่ายาที่เลือกนั้นทำงาน mechanism อะไรในร่างกาย
|
ทำงานเกี่ยวกับการกำจัดเชื้อแบคที่เรีย |
|
ไม่ค่อยแน่ใจในคำตอบเท่าไหร่
|
รูปที่โจทย์ให้มา
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
จงหา molecule ยาที่มาแทนยาชนิดนี้ หากยานั้นขาดแคลนหรือดื้อยา โดยอธิบายทำไมยาใหม่ถึงมาแทนได้
|
Succinylcholine |
|
เพราะมีการเชื่อมต่อของปลายสายที่เหมือนกัน รวมถึงไม่มีวงแหวนเบนซีน
|
ดูจากการวิเคราะห์โครงสร้างที่โจทย์กำหนด
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
จากบทความที่ไปเรื่อง Environmental toxicology จงอธิบาย Research method และวิจารณ์ข้อดีข้อเสียโดยละเอียด
|
มีการอธิบายถึงข้อดีข้อเสียหลังทำการวิจัยได้ดี |
|
เพราะจากการที่อ่านแล้วเห็นว่ามีการพูดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
|
บทความเรื่อง Environmental toxicology Research method
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|