ตรวจข้อสอบ > อักษราภัทร์ อักษรดี > เคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Chemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 24 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จงระบุชนิดของ bonding ที่โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการจับยากับตำแหน่งจับของโปรตีน

3. hydrogen bonds

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 11(0.72)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ความเข้มข้นเริ่มต้นของยาคือเท่าไหร่

1. 10

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ไกลโคเจนเป็นพอลิเมอร์สายโซ่กิ่งของหน่วย α-D-กลูโคส ซึ่งสายโซ่เกิดจากการเชื่อมโยงไกลโคซิติก C1-C4 ในขณะที่การแตกกิ่งเกิดจากการก่อตัวของการเชื่อมโยงไกลโคซิติก C1-C6 โครงสร้างของไกลโคเจนคล้ายกับ________________

1. Glucose

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข้อความใดต่อไปนี้เป็นจริงเกี่ยวกับอันตรกิริยาการจับที่เป็นไปได้ของเอไมด์ทุติยภูมิ

1. สามารถเข้าร่วมในพันธะไฮโดรเจนได้ในฐานะผู้ให้พันธะไฮโดรเจนเท่านั้น

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดของผู้ป่วยหลังจาก t ชั่วโมง จำลองตามสูตร C (t) = 11(0.72)^t โดยที่ C วัดเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ต้องใช้เวลานานเท่าใดที่ความเข้มข้นจะลดลงถึง 50% ของระดับเริ่มต้น

2. 5.1 hr

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


สารอะนาล็อกของสารประกอบตะกั่วมักจะเตรียมได้โดยทำการอัลคิเลตหมู่เอมีน ถ้ามีอยู่ ข้อความใดต่อไปนี้เป็นเท็จ

4. การเปลี่ยนองค์ประกอบ N ที่แตกต่างกันสามารถมีอิทธิพลต่อคุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ของเขา

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


โครงสร้าง I เป็นสารลดความดันโลหิตซึ่งออกฤทธิ์ โดยการยับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติงเอ็นไซม์ (ACE) โครงสร้าง II ได้รับการออกแบบให้จับกับตำแหน่งที่ยึดแน่นมากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลยุทธ์ใดต่อไปนี้ใช้ในการออกแบบโครงสร้าง II

5. Normal bonding

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10 Drug Concentrations Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt, Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected. ข้อ 8 ถ้า r = 0.081 /hr C0 = 5 mg/L t =4 จากรูปจงหาความเข้มข้นของยา ณ เวลาที่ฉีด

3. 2.6 mg/L

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10 Drug Concentrations Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt, Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected. ข้อ 9. จงหาค่า r ถ้า Initial concentration = 10 mg/L t=2 8.5 mg/L is shown after 2 hours.

3. 0.04

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ใช้รูปนี้ตอบคำถาม 8-10 Drug Concentrations Exponential functions can be used to model the concentration of a drug in a patient’s body. Suppose the concentration of Drug X in a patient’s bloodstream is modeled by, C (t) = C0 e-rt, Where C (t) represents the concentration at time t (inhours), C0 is the concentration of the drug in the blood immediately after injection, and r>0 is a constant indicating the removal of the drug by the Body through metabolism and/or excretion. The rate constant r has units of 1/time (1/hr). It is important to note that this model assumes that the blood concentration of the drug (C0) peaks immediately when the drug is injected. ข้อ 10 จงหาค่า t หากยา x, มี r =0.21 แล้วมีความเข้มข้นลดลง 35%

3. 5.2 hr

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


อธิบายการกลายพันธุ์ 2 แบบ ที่อาจส่งผลต่อระดับ Warfarin และผลกระทบที่เกิดขึ้น

1.พันธุกรรม 2.การออกฤทธิ์ของยา

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


เหตุใดจึงเป็นเรื่องปกติที่จะให้ยา Warfarin ในขนาดเริ่มต้นที่แตกต่างกันกับผู้คนตามเชื้อชาติของพวกเขา? ความเกี่ยวข้องของปัญหานี้กับการทดลองทางคลินิกยาคืออะไร

ยา warfarin อดีตยาเบื่อหนูที่พัฒนามาเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือดในปัจจุบัน ยาได้สร้างคุนูปการมากมายทางการแพทย์ พร้อมกับความยุ่งยากลำบากในการปรับยาและเสี่ยงต่ออันตรายคือเลือดออก หลายท่านเคยใช้ยานี้หรือมีญาติต้องใช้จะทราบดัว่าต้องไปตรวจค่าแข็งตัวของเลือด INR บ่อย ๆ ที่ว่าบ่อย ๆ ตามแนวทางการรักษาคือทุกสามถึงสี่สัปดาห์

เนื่องจากยาราคาแพงมาก และหากเราสามารถใช้ยาเดิมคือ warfarin ให้ถึงประสิทธิภาพสูงสุดอาจจะปิดจุดบอดของยาได้ จึวมีการพัฒนาคลินิกยา warfarin ทั่วประเทศ เป็นเครือข่ายการปรับยาที่ดี ทำให้มีการปรับยาและปรึกษาเร็วขึ้น มีการตรวจหาค่า INR ที่ง่ายมากขึ้น และเริ่มมีการใช้พันธุศาสตร์กับวิชาเภสัชพันธุศาสตร์มาช่วยพัฒนาการใช้ยา warfarin ให้ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


อธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของ Gleevac

Imatinib mesylate (Gleevec®) ใช้รักษา gastrointestinal stromal tumor ซึ่งเป็นมะเร็งลำไส้ที่พบได้น้อยชนิดหนึ่งและมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) โดยจะไปรบกวนการทำงานของเอนไซม์ที่ชื่อ tyrosine kinase ที่มีความสำคัญต่อการเจริญ เติบโตของเซลล์มะเร็ง โดย Imatinib จัดเป็น small-molecule drug ที่สามารถผ่านเข้าสู่เยื่อหุ้มเซลล์ไปออกฤทธิ์ที่ target ได้โดยตรง

ไปรบกวนการทำงานของเอนไซม์ที่ชื่อ tyrosine kinase ที่มีความสำคัญต่อการเจริญ เติบโตของเซลล์มะเร็ง โดย Imatinib จัดเป็น small-molecule drug ที่สามารถผ่านเข้าสู่เยื่อหุ้มเซลล์ไปออกฤทธิ์ที่ target ได้โดยตรง

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


อธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับอาการของการขาดกลูโคส -6- ฟอสเฟตและสาเหตุของอาการเหล่านี้ ตัวกระตุ้นทั่วไปสำหรับ G6PD มีอะไรบ้าง?

ผู้ที่มีภาวะขาดเอนไซม์นี้จึงมีเซลล์เม็ดเลือดแดงที่แตกง่ายเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น อาหารบางชนิด ยาบางชนิด ภาวะติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา ไปกระตุ้น โรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากภาวะขาดเอนไซม์ G6PD

โรคนี้เป็นโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง โดยมีการถ่ายทอดแบบยีนด้อยของโครโมโซมเอ็กซ์ (X-linked recessive) จากมารดาสู่ทารก ทำให้ลูกชายมีโอกาสที่จะมีภาวะพร่องเอนไซม์จีซิกพีดีร้อยละ 50 ส่วนลูกสาวมีโอกาสที่จะเป็นพาหะของโรคนี้ร้อยละ 50

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


อธิบายสมมติฐาน Life on the Edge และเหตุใดจึงเกี่ยวข้องกับโรคอะไมลอยด์

ร่างกายสร้างโปรตีนอะมีลอยด์มากเกินไปจนเข้าไปสะสมตามเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ไต หัวใจ ระบบทางเดินอาหารและระบบประสาท จนทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆเกิดความผิดปกติ โรคอะไมลอยด์โดสิสแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆตามสาเหตุของการเกิดโรค

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


จากบทความที่ไปเรื่อง Environmental toxicology จงสรุป table 1

พิษวิทยา (Toxicology) เป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่ศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับสารพิษ (Poison) โดยคำว่า “สารพิษ” ในที่นี้หมายถึง สารเคมีที่ก่อผลเสียต่อสุขภาพเมื่อเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้

ถึงผลเสียที่เกิดจากพลังงานทางด้านฟิสิกส์ (Physical agent) ซึ่งก่อผลเสียต่อสุขภาพ เช่น รังสี คลื่นเสียง ได้อีกด้วย [1-2] ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาในวิชาพิษวิทยานั้นเรียกว่านักพิษวิทยา (Toxicologist)

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


จงเลือกยามา 1 ชนิดแล้วอธิบายลักษณะโมเลกุลโดยละเอียด

โครงสร้างทางเคมีของยาในกลมุ่เซฟาโลสปอรินจดัอยใู่นกลมุ่ซีเฟม(cephems)ประกอบด้วยวง แหวน2วงเชื่อมตดิกนั โดยที่วงAเป็น6เหลี่ยมเรียกว่าไดไฮโดรไทอะซีน(dihydrothiazine)และวงB เป็น4เหล่ียมเรียกว่าบีตาแลกแทมซงึ่เป็นโครงสร้างที่จาเป็นตอ่การออกฤทธ์ิมีไครัลคาร์บอน2ตวัซงึ่มี คอนฟิกเุรชนัเป็น6R และ7Rและมีหมเู่อซิลอะมิโนที่ตาแหนง่ที่7ที่มีการจดัเรียงตวัเป็นบีตาและมีพนัธะ คอู่ย่ตูาแหนง่ที่3ของโมเลกลุ

พันธะเอไมด์ของวงบีตาแลกแทมของยาในกลุ่มเซฟาโลสปอริน จะมีความว่องไวในการ เกิดปฏิกิริยาเคมีน้อยกวา่หรือถกูไฮโดรไลส์ได้ยากกวา่ยาในกลมุ่พีแนมหรือเพนิซิลลินเนื่องจากวงบีตาแลก แทมของเซฟาโลสปอรินเช่ือมต่อกับวงไดไฮโดรไธอะซีนที่เป็น 6 เหลี่ยมซ่ึงมีเสถียรภาพดีกว่า

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


จงอธิบายว่ายาที่เลือกนั้นทำงาน mechanism อะไรในร่างกาย

เซฟาโลสปอริน เป็นยาต้านแบคทีเรียท่ีจดั เป็นยาปฏิชีวนะกล่มุ บีตาแลกแทม มีกลไกการออกฤทธ์ิ ฆ่าเชือ้ แบคทีเรียโดยจับกับ PBPs และยับยัง้ กระบวนการ transpeptidation ของการสังเคราะห์ peptidoglycan ทาให้โครงสร้างผนงั เซลล์ของแบคทีเรียไม่สมบรู ณ์และไม่สามารถดารงชีพตอ่ ไปได้

โลสปอรินรุ่นที่1จะใช้ได้ผลดีกบั แบคทีเรียกรัมบวกที่ไม่สร้างเอนไซม์บีตาแลกแทเมสเซฟาโลสปอรินรุ่นที่ 2 มีฤทธ์ิฆ่าแบคทีเรียกรัมลบได้กว้างขึน้ และมีความคงทนต่อบีตาแลกแทเมสมากขึน้ เนื่องจากมีหมู่ oxyiminoหรือα-methoxylที่ตาแหนง่ 7 เซฟาโลสปอรินรุ่นที่3เป็นยาที่มีหม่ฟูังก์ชนั ท่ีตาแหน่ง7เป็นหมู่aminothiazolyl-oxyimino มีฤทธ์ิฆ่าแบคทีเรียทงั้ กรัมบวกและกรัมลบกว้างกว่ารุ่นท่ี 2

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จงหา molecule ยาที่มาแทนยาชนิดนี้ หากยานั้นขาดแคลนหรือดื้อยา โดยอธิบายทำไมยาใหม่ถึงมาแทนได้

1. ยากลุ่ม Penicillin 2. ยากลุ่ม Carbapenem

1. ยากลุ่ม Penicillin ( เพนนิซิลลิน )ได้แก่ 1.1. ยากิน ได้แก่ Penicillin V , Amoxicillin , Cloxacillin , Dicloxacillin 1.2. ยาฉีด ได้แก่ Penicillin G , Ampicillin , Benzathine Penicillin มีหลายชนิดเป็นสูตรผสมเพื่อให้ฆ่าเชื้อที่ดื้อยาได้ เช่น Amoxy – Clavulanic ใช้รักษาการติดเชื้อได้ตั้งแต่ ทางเดินหายใจ , หนองใน , ทางเดินปัสสาวะ , ผิวหนัง , ปอด จนถึง สมอง ฯลฯ เป็นยาที่ใช้กันทั่วไป และมีสถิติการแพ้ยาสูง 2. ยากลุ่ม Carbapenem ( คาบาพีเนม) ได้แก่ Imipenem , Meropenem ใช้รักษาการติดเชื้อในปอด , ช่องท้อง , กระดูกและข้อ ฯลฯ มีเฉพาะยาฉีด มักใช้ในโรงพยาบาลเท่านั้น

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


จากบทความที่ไปเรื่อง Environmental toxicology จงอธิบาย Research method และวิจารณ์ข้อดีข้อเสียโดยละเอียด

พิษวิทยา (Toxicology) เป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่ศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับสารพิษ (Poison) โดยคำว่า “สารพิษ” ในที่นี้หมายถึง สารเคมีที่ก่อผลเสียต่อสุขภาพเมื่อเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้ข้อเสียมีแหล่งกำเนิดสิ่งคุกคามต่อสุขภาพหลายประเทศ

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 63.75 เต็ม 155

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา