| 1 |
|
จ. คาร์โบไฮเดรต |
|
เพราะอินซูลิน อยู่ในประเภทพอลิแซ็กคาไรด์และละลายน้ำได้
|
อินนูลินเป็นธรรมชาติจัดเก็บคาร์โบไฮเดรตอยู่ในพืชรวม สำหรับพืชเหล่านี้ อินนูลินถูกใช้เป็นพลังงานสำรองและควบคุมความต้านทานความหนาวเย็นเนื่องจากละลายได้ในน้ำ จึงมีปฏิกิริยาออสโมติก พืชบางชนิดสามารถเปลี่ยนศักย์ออสโมติกของเซลล์ได้โดยการเปลี่ยนระดับการเกิดพอลิเมอไรเซชันของโมเลกุลอินนูลินโดยการไฮโดรไลซิส ด้วยการเปลี่ยนศักยภาพการดูดซับโดยไม่ทำให้ปริมาณคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดเปลี่ยนแปลงไป พืชสามารถทนต่อความหนาวเย็นและความแห้งแล้งได้ในช่วงฤดูหนาว
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ง. 2 และ 3 |
|
คนเป็นเบาหวานร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงจากอาหารไปใช้ให้เป็นพลังงานได้อย่างเต็มที่ เพราะขาดฮอร์โมนอินซูลิน
เพราะอินซูลินทำหน้าที่เปลี่ยนกลูโคสให้เป็นไกลโคเจน และในเมื่อมีอินซูลินต่ำ ควรลดของประเภทแป้งและน้ำตาล
|
อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนสร้างขึ้น และมีหน้าที่ที่สำคัญคือ นำน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายเพื่อสร้างเป็นพลังงาน แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้เต็มที่ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน มีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ก. เอนไซม์เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ pH ไม่เท่ากับ 7 |
|
สังเกตว่าในPHที่7ถ้าไม่เติมเอนไซม์ก็จะแข็งตัวได้ในเวลาที่เหมาะสม แต่ถ้าเติมเอนไซม์ที่PH7 ผลคือใช้เวลานานกว่าค่าPHอื่นๆ
|
ข้อมูลจากตาราง
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ก. เพปไทด์ที่เกิดจากกรดXและกรดYทําปฏิกิริยากับCuSO4ในสภาวะเบสให้สารสีม่วง |
|
เพราะว่าถ้าสารที่เป็นเบส จะให้สารสีม่วง
|
ถ้ากรดน้อยกว่าเบส สารจะกลายเป็นเบส
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ค.โปรตีนจัดเป็นสารประกอบที่เป็น แอมโฟเทริก |
|
แอมโฟเทริก (amphoteric) หมายถึงสารประกอบที่ในโมเลกุลมีทั้งประจุบวกและประจุลบ เช่น โปรตีน จึงมีสมบัติเป็นได้ทั้งกรดและด่าง (เบส)
|
สารแอมโฟเทอริก. สารหรือไอออนบางชนิดที่สามารถให้หรือรับโปรตอนก็ได้ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาที่เข้าร่วม สารหรือไอออนชนิดนี้จึงเป็นได้ทั้งกรดและเบส
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
กลีเซอรอล กรดไขมัน ไขมัน |
|
ส่วนประกอบของไขมัน ประกอบด้วย กลีเซอรอล1โมเลกุล+กรดไขมัน3โมเลกุล+ไขมัน1โมเลกุล+น้ำ3โมเลกุล
|
ส่วนประกอบของไขมัน ประกอบด้วย กลีเซอรอล1โมเลกุล+กรดไขมัน3โมเลกุล+ไขมัน1โมเลกุล+น้ำ3โมเลกุล
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ง. |
|
ถ้าจำนวนหยดไอโอดีนที่ใช้มีจำนวนน้อยแปลว่าเป็นกรดไขมันอิ่มตัวถ้าจำนวนหยดไอโอดีนที่ใช้มีจำนวนมากแปลว่าเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ค.3เท่านั้น |
|
เพราะxน่าจะเป็นน้ำมันสัตว์
|
น้ำมันสัตว์จะแข็งตัวง่ายกว่าน้ำมันพืช และมีกลิ่นหืนง่าย มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้ |
|
น้ำมันจากสัตว์ก็มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวแต่น้อยกว่าน้ำมันจากพืช
|
ฟอกจากสีได้ทั้งสาม
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ง. น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต , ไข่ขาว |
|
จากข้อมูลในตาราง
|
น้ำตาลทรายเมื่อเติมNaOH และ CuSO4 จะกลายเป็นสีม่วง
ไข่ขาวต้มกับHCI จะมีกลิ่นฉุน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
|
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ข. มีข้อถูก 2 ข้อ |
|
ฮีโมโกลบินเป็นสารประเภทโปรตีนและมีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน
คอเรสเตอรอลเป็นสารประเภทไขมันและทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศและน้ำดี
|
ฮีโมโกลบินเป็นสารประเภทโปรตีนและมีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน
คอเรสเตอรอลเป็นสารประเภทไขมันและทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศและน้ำดี
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
|
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
5 |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
ค. มีข้อถูก 3 ข้อ |
|
พันธะไดซัลไฟล์ เกิดจากการจับคู่ของหมู่ไทออล2หมู่
|
พันธะไดซัลไฟล์ เกิดจากการจับคู่ของหมู่ไทออล2หมู่
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ข. กรดอะมิโน น้ำตาลทราย ไข่ขาว |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ข. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว แอลกอฮอล์ กรดคาร์บอกซิลิก แป้ง |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
ข. W, X และ Z |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
ง. น้ำตาลซูโครส |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
5. Ferredoxin และ plastoquinone ถูกสร้างออกมามากขึ้นเพื่อทดแทนการทำงาน cytochrome ในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 21 |
|
2. สามารถพบลักษณะของ cell membrane แบบ phospholipid bilayer ได้ |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 22 |
ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส
|
|
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 23 |
|
4. Lactose เป็น induce molecule |
|
ไม่เป็น Induce Molecule
|
ตัวเหนี่ยวนำในครั่ง operon คือ allolactose หากมีแลคโตสอยู่ในตัวกลาง แลคโตสจำนวนเล็กน้อยจะถูกแปลงเป็นอัลลอแลคโตสโดยโมเลกุลของ β-galactosidase สองสามตัวที่มีอยู่ในเซลล์ Allolactose จับกับตัวยับยั้งและลดความสัมพันธ์ของตัวยับยั้งสำหรับไซต์ตัวดำเนินการ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 24 |
|
4. Cellular metabolism |
|
จากวิดีโอ
|
ไม่เกี่ยวข้อง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 25 |
|
4. Repressor |
|
ไม่จำเป็นต้องมี
|
เป็นการควบคุมการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการย่อยสลายน้ำตาลแลกโตส ประกอบด้วยยีน 3 ชนิดคือ Lac Z ควบคุมการสร้างเอนไซม์ เบตากาแลกโตซิเดส Lac Y ควบคุมการสร้างเอนไซม์ เบตากาแลกโตซิเดส เพอร์เมส มีหน้าที่นำแลกโตสเข้าสู่เซลล์ Lac A ควบคุมการสร้างเอนไซม์ ทรานอะซิลเลส เติมหมู่เอซิลให้กับแลกโตสในสภาพปกติเมื่อเลี้ยงเชื้อในอาหารที่มีทั้งแลกโตสและกลูโคส เซลล์จะใช้กลูโคส จึงไม่ต้องการเอนไซม์จาก Lac operon ยีนควบคุมจะสร้างโปรตีนมากดการแสดงออกของยีนโดยโปรตีนจะมาเกาะที่ยีนโอเปอเรเตอร์ทำให้เกิดทรานสคริบชันไม่ได้ ต่อมาเมื่อกลูโคสหมดลง เซลล์ต้องใช้แลกโตส แลกโตสจะมาเกาะที่โปรตีน ทำให้โปรตีนหลุดออกจากยีนโอเปอเรเตอร์ เกิดทรานสคริบชันได้ เมื่อแลกโตสทุกโมเลกุลถูกย่อยหมด รวมทั้งตัวที่เกาะกับโปรตีน โปรตีนจะเข้าไปจับกับยีนโอเปอเรเตอร์อีกครั้ง การสังเคราะห์เอนไซม์จึงสิ้นสุดลง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|