ตรวจข้อสอบ > ฐิติวัชร์ จันทรคณาพัฒน์ > คณิตศาสตร์เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Mathematics > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 66 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


3. 8

เนื่องจากอนุกรมนี้เป็นอนุกรมเรขาคณิต ทำให้มีผลบวกเป็น 2^(n+1)-2 เมื่อแก้สมการจะได้ n=8

ถ้าอนุกรมเรขาคณิต คือ a1, a1r, a1r^2,...,a1r^n ผลบวกของอนุกรมเรขาคณิต คือ a1(r^(n+1)-1)/r-1

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


1. -2/15

ให้อัตราส่วนร่วม คือ r จากผลบวกของอนุกรมเรขาคณิต จะได้ a1+a1r+...+a1r^19 = a1(r^(20)-1)/r-1 = 13 --- (1) (แทน r=r) และ a1-a1r+...-a1r^19 = a1(r^(20)-1)/-r-1 = 17---(2) (แทน r=-r) แก้สมการจะได้ r=-2/15

ถ้าอนุกรมเรขาคณิต คือ a1, a1r, a1r^2,...,a1r^n ผลบวกของอนุกรมเรขาคณิต คือ a1(r^(n+1)-1)/r-1

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


3. 121

พบว่า 11^3 = 1210 + 11^2 นั่นคือ 11^(3*37) = 1210k1 + 11^(2*37) 11^(3*37) = 1210k1 + 11^(74) 11^(3*37) = 1210k1 + 11^((3*24)+2) 11^(3*37) = 1210k2 + 11^((2*24)+2) 11^(3*37) = 1210k2 + 11^((3*16)+2) 11^(3*37) = 1210k3 + 11^((2*16)+2) 11^(3*37) = 1210k3 + 11^((3*11)+1) 11^(3*37) = 1210k4 + 11^((2*11)+1) 11^(3*37) = 1210k4 + 11^((3*7)+2) 11^(3*37) = 1210k5 + 11^((2*7)+2) 11^(3*37) = 1210k5 + 11^((3*5)+1) 11^(3*37) = 1210k6 + 11^((2*5)+1) 11^(3*37) = 1210k6 + 11^((3*3)+2) 11^(3*37) = 1210k7 + 11^((2*3)+2) 11^(3*37) = 1210k7 + 11^((3*2)+2) 11^(3*37) = 1210k8 + 11^((2*2)+2) 11^(3*37) = 1210k8 + 11^(3*2) 11^(3*37) = 1210k9 + 11^(2*2) 11^(3*37) = 1210k9 + 11^(3+1) 11^(3*37) = 1210k10 + 11^(2+1) 11^(3*37) = 1210k10 + 11^(3) 11^(3*37) = 1210k10 + 11^(2) = 1210k10 + 121 เมื่อ k1,k2,...,k10 เป็นจำนวนเต็มบวก ดังนั้นเศษ คือ 121

ใช้หลัก modulo

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


5. 24/5 หน่วย

จากโจทย์พบว่ากราฟนี้เป็นวงรีที่รีแกน y หาระยะ c ได้ c=4 ทำให้จุด F1 คือ (3,9) และ F2 คือ (3,1) ทำให้ได้สมการเส้นตรงระหว่างจุด F1 กับ (0,5) คือ 3x-4y-15 = 0 เนื่องจาก F2 อยู่ที่จุด (3,1) ดังนั้นระยะห่าง คือ 24/5

กรณีเป็นกราฟวงรี ได้ c^2 = a^2-b^2 ความชันคือ (y1-y2)/(x1-x2) เส้นตรงคือ y-y1=m(x-x1) เมื่อ m คือ ความชัน ระยะห่างระหว่างสมการเส้นตรง Ax+By+C=0 และ จุด (P,Q) คือ abs(AP+BQ+C)/sqrt((A^2)+(B^2))

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


2. 6

พิจารณา 1-x <-3/7 < 7-x 1 < (-3/7)+x < 7 1+(3/7) < x < 7+(3/7) x ที่สอดคล้อง คือ 2,3,4,5,6,7 มีทั้งหมด 6 จำนวน

หลักของอสมการ สามารถบวก/ลบ ตลอดสมการได้

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


4. 132

ให้ A มีสมาชิก x ตัว และ B มีสมาชิก y ตัว จะได้ 25x/100 = 12.5y/100 2x=y---(1) และจะพบว่า 120= 75x/100+87.5y/100---(2) แทน (1) ใน (2) ได้ 120=75x/100+175x/100 x=48 y=96 จะพบว่าจำนวนสมาชิก A intersection B คือ 12 ดังนั้นจำนวนสมาชิก A union B คือ 48+96-12 = 132

หลักการแผนภาพเวนน์-ออย์เลอร์

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


5. f มีค่าสูงสุดที่ 18

เนื่องจากเป็นกราฟพาลาโบล่า จากโจทย์จะได้สมการ f(x)=-2(x+1)^2+18 ดังนั้น ค่าสูงสุด คือ 18

กราฟของฟังก์ชันกำลัง 2 คือ ฟังก์ชันพาลาโบล่า

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


5. -0.5 กรัม/นาที

จาก N=8/t+1 ได้ dN/dt = -8/(t+1)^2 แทน t=3 ได้ dN/dt = -0.5

อัตราการเปลี่ยนแปลง คือ ดิฟเฟอเรนเชียล

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


1. √5/25

พิจารณา x^(log x^2 base 5) = 25/x^3 x^3*x^(log x^2 base 5) = 25 x^(log x^2 base 5 + 3) = 25 take log base 5 ทั้ง 2 ข้างของสมการ ได้ (log x^2 base 5 + 3)(log x base 5) = 2 (2(log x base 5) + 3)(log x base 5) = 2 2(log x base 5)^2 + 3(log x base 5) - 2 = 0 (2(log x base 5)-1)((log x base 5)+2)=0 log x base 5 = 1/2 หรือ (log x base 5)=-2 x=sqrt(5) หรือ x=1/25 ดังนั้นผลคูณค่า x ทั้งหมด คือ sqrt(5)*(1/25)

ใช้สมบัติของ log

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ซื้อกระเป๋ามาใบหนึ่งในราคา 800 บาท ต้องติดราคาเท่าไรเมื่อลดราคา 50% แล้ว ยังกำไรอยู่ 40%

3. 2,240 บาท

ให้ติดราคา x บาท เมื่อลดราคา 50% จะได้ราคา 50x/100 บาท แต่ได้กำไรอยู่ 40% จะได้สมการ 50x/100 = 800*140/100 ดังนั้น x=2240 บาท

ใช้หลักร้อยละ กำไร/ขาดทุน

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ในการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนห้องหนึ่ง ซึ่งมี 40 คน นายปรัณ สอบได้ 65 คะแนน และได้ลำดับที่ 19 นายปราชญ์ สอบได้ 62 คะแนน และได้ลำดับที่ 20 นายปราณ สอบได้ 60 คะแนน และได้ลำดับที่ 21 มัธยฐานของคะแนนสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนห้องนี้เท่ากับข้อใดต่อไปนี้

5. 63.5 คะแนน

เนื่องจากมีสมาชิก 40 คน ตำแหน่งมัธยฐาน คือ (40+1)/2 = 20.5 ดังนั้นมัธยฐานของคะแนนสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนห้องนี้ = (ลำดับที่ 19+ลำดับที่ 20)/2 = 63.5 คะแนน (เนื่องจากลำดับในโจทย์จัดจากมากไปน้อย)

หากมีสมาชิก n ตัว ตำแหน่งมัธยฐาน คือ (n+1)/2 เมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


กำหนดให้ A={∅,{∅},0,{0}} จงหาจำนวนสมาชิกของ (A-P(A))×(P(A)-A)

3. 13

พบว่า A มีสมาชิก 4 ตัว ทำให้ P(A) มีสมาชิก 2^4=16 ตัว พบว่า A intersection P(A) ได้ {∅,{∅},{0}} ทำให้ A-P(A) มีสมาชิก 1 ตัว และ P(A)-A มีสมาชิก 13 ตัว ดังนั้นจำนวนสมาชิกของ (A-P(A))×(P(A)-A) คือ 1*13 = 13 ตัว

หลักการแผนภาพเวนน์-ออย์เลอร์

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


กล่องใบหนึ่งบรรจุลูกบอลสีขาว 6 ลูก สีแดง 7 ลูก และสีฟ้า 8 ลูก ถ้าสุ่มหยิบลูกบอลจากกล่อง 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ลูก โดยหยิบแล้วไม่ใส่ลูกบอลกลับคืน ความน่าจะเป็นที่ได้ลูกบอลสีฟ้าทั้งสองลูกเท่ากับข้อใดต่อไปนี้

2. 2/15

หยิบครั้งที่ 1 มีความน่าจะเป็นที่จะหยิบได้บอลสีฟ้า 8/21 หยิบครั้งที่ 2 มีความน่าจะเป็นที่จะหยิบได้บอลสีฟ้า 7/20 ดังนั้นความน่าจะเป็นที่ได้ลูกบอลสีฟ้าทั้งสองลูก คือ (8/21)(7/20)=2/15

หลักความน่าจะเป็นและคอมบินาทอริกเรื่องกฎการคูณ

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


กำหนดให้ S={1,2,3,…,98,99} ถ้าสุ่มหยิบจำนวนจาก S มาหนึ่งจำนวน แล้วความน่าจะเป็นที่จะได้จำนวนคู่ที่มีเลขโดด 6 อยู่ เท่ากับข้อใดต่อไปนี้

3. 14/99

พิจารณาหลักหน่วยเป็น 6 มี 10 จำนวน หลักสิบเป็น 6 และเป็นเลขคู่ มี 5 จำนวน ทั้งหลักหน่วยและหลักสิบเป็น 6 มี 1 จำนวน พบว่ามีจำนวนที่ตรงตามเงื่อนไขอยู่ 10+5-1 = 14 จำนวน เนื่องจากทั้งหมดมี 99 จำนวน ดังนั้นความน่าจะเป็นตามเงื่อนไข คือ 14/99

หลักการแผนภาพเวนน์-ออย์เลอร์

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ถ้า a , b, c ∈ {1,2,3,⋯,9} และสอดคล้องกับสมการ (63 × a) + (14 × b) + c = 486 แล้ว a+b+c เท่ากับเท่าใด

1. 13

จาก 441=63*7 และ 14*3=42 จะพบว่า 486=63*7+14*3+3 ดังนั้น a+b+c=7+3+3=13

หาตัวเลขที่มากที่สุดของ a เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไข a , b, c ∈ {1,2,3,⋯,9}

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก ช่วยกันทำงานอย่างหนึ่งเสร็จในเวลา 6 วัน แต่ถ้าผู้ชายทำงานเพียงคนเดียวจนเสร็จจะใช้เวลา 24 วัน ถามว่าถ้า 4 วันแรก ทั้งสามคนช่วยกันทำงาน แล้วหลังจากนั้นผู้หญิงและเด็กจะต้องทำงานต่อไปอีกประมาณกี่วัน งานจึงจะเสร็จสมบูรณ์

2. 3 วัน

จากชายทำงาน 24 วัน ได้งาน 1 งาน ทำให้ชายทำงาน 6 วัน ได้งาน 1/4 งาน จากชาย หญิง เด็ก ทำงาน 6 วัน ได้ 1 งาน ทำให้หญิง เด็ก ทำงาน 6 วัน ได้งาน 3/4 งาน ทำให้ชาย หญิง เด็ก ทำงาน 4 วัน ได้ 2/3 งาน ซึ่งเหลืองาน 1/3 ดังนั้นหญิง เด็ก ทำงาน 1/3 งาน จะต้องทำงาน 8/3 วัน ประมาณ 2.66 วัน นั่นคือใช้ 3 วัน

บัญญัติไตรยางค์

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ข้อมูลชุดใดต่อไปนี้ มีฐานนิยม มัธยฐาน และค่าเฉลี่ยเลขคณิต เท่ากัน

2. 5, 6, 7, 7, 7, 8, 9

พิจารณาในทุกๆ ข้อ จะได้ว่า มีข้อ 2 เพียงข้อเดียวที่ฐานนิยม=มัธยฐาน=ค่าเฉลี่ยเลขคณิต สามารถสังเกตโดยนำพจน์หน้า+พจน์ท้าย แล้วหาร 2 ซึ่งจะตรงกับฐานนิยมพอดี

เมื่อนำพจน์หน้า+พจน์ท้าย แล้วหาร 2 ซึ่งจะตรงกับฐานนิยมพอดี แล้ว ฐานนิยม=มัธยฐาน=ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


กำหนดให้ a,b เป็นจำนวนเต็มบวกซึ่งเป็นเลข 3 หลัก ถ้า ห.ร.ม และ ค.ร.น ของ a,b คือ 50 และ 600 ตามลำดับ แล้ว a+b มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 80.25 เต็ม 100

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา